บทที่ 23
การรอคอยที่สิ้นสุด
รถม้าจอดเทียบหน้าประตูบานไม้สักขนาดใหญ่สูงกว่า 2 เมตร ลูกน้องร่างกำยำ 2 คนรีบวิ่งมาเปิดประตูรถม้าอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดลงจากรถ แล้วเดินเข้าประตูใหญ่ภายในโอ่อ่าอลังการ สิ่งของเครื่องประดับต่างๆ ล้วนเป็ของหายากคุณภาพดีทั้งสิ้น
ชายค่อนข้างมีอายุผมแซมขาว มีมัดกล้ามเล็กน้อยคงหมั่นดูแลร่างกายไม่ให้ร่วงโรยตามวัย สวมใส่เสื้อสีดำบ่าประดับอินทรธนูสามดาวสีทอง สอดชายเสื้อทับกางเกงขายาวสีดำมีแถบข้างสีทอง
“ว่ายังไงเ้าหลานรักของลุง?”
“สวัสดีครับท่านลุง...ข้าคิดถึงท่านลุงจังเลยครับ”
เธียรธวัชโผเข้ากอดคุณลุงด้วยความคิดถึงก่อนจะแนะนำเพื่อนสนิทและสหายใหม่ทั้งสามให้ท่านลุงภาคย์ ฤชากร หรือ ท่านาุโสามแห่งเมืองอโยดาได้รู้จัก
เมื่อท่านลุงได้ยินสกุลของปราณก็อึ้งไปพักใหญ่ ไม่ต่างจากท่านป้าอัมพุชาและกลับยิ่งให้ความเอ็นดูเด็กน้อยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
พร้อมทั้งยังรีบเขียนจดหมายให้บ่าวนำไปส่งให้ปรมาจารย์นายช่างบุญและอาจารย์วรรณเพื่อรับทราบว่าปราณได้มาถึงเมืองอโยดา ขณะนี้อยู่ที่บ้านของเขา
ปราณซาบซึ้งใจยิ่งนักที่ได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่แห่งเมืองอโยดาและอีกไม่กี่เพลาเขาก็จะเจอท่านพ่อและท่านแม่ของเขาแล้ว...เด็กน้อยน้ำตาเอ่อล้นออกมาอีกครั้งท่ามกลางรอยยิ้มบนใบหน้า
ท่านลุงและท่านป้าของเธียรธวัชมองแล้วรู้สึกหดหู่ใจอย่างไรพิกล แต่ก็ดีใจแทนที่เด็กน้อยจะได้เจอพ่อกับแม่เสียที
เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็มีเสียงรถม้าเคลื่อนที่เข้ามาภายในบ้านเสียงตบเท้าและกล่าวทักทายดังแว่วเข้ามาในบ้าน ประตูไม้สักขนาดใหญ่ถูกเปิดออก
ร่างสูงใหญ่แข็งแรงเต็มด้วยมัดกล้ามในชุดเกราะอ่อนรัดรูปสีทองโชว์กล้ามแขนขนาดมหึมากับใบหน้าเข้มมีเคราครึ้มพองาม หวีผมแสกข้างเสยไปทางด้านหลังมือขวาถือหอกซัด (แหลน) ด้ามยาว
ทางด้านซ้ายมีหญิงสาวสูงสมส่วนในชุดรัดรูปคอลึกสีขาวปักลายทองงดงามยาวถึงข้อเท้าผ่าด้านข้างเผยให้เห็นเรียวขาขาวบนรองเท้าแก้วส้นสูง มือขวาของเธอคล้องแขนซ้ายของชายร่างใหญ่ทั้งคู่ค่อยๆ เดินเข้ามาอย่างช้าๆ ด้วยทีท่าสง่างาม
เ้าของบ้านทั้งสองลุกขึ้นยืนโค้งคำนับให้กับแขกผู้มาเยือนด้วยความนอบน้อมแล้วเอ่ยทักทายพร้อมกัน
“สวัสดีครับ/ค่ะ ปรมาจารย์นายช่างบุญและอาจารย์วรรณ”
“สวัสดีครับ/ค่ะ ท่านเสนาภาคย์และแม่นายอัมพุชา”
ผู้มาเยือนและหญิงสาวข้างกายโค้งคำนับตอบด้วยความนอบน้อมเช่นกัน
“ท่านพ่อ...ท่านแม่...”
เด็กน้อยปราณวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็วน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าทั้งสองคนคือท่านพ่อและท่านแม่ที่ไม่ได้กลับไปเยี่ยมเขานานแล้ว
“ว่ายังไงบ้างจ๊ะปราณ? แม่คิดถึงเ้ามากเลยนะ”
อาจารย์วรรณคุกเข่าลงหนึ่งข้างโอบกอดเด็กชายผู้เป็เืเนื้อเชื้อไขน้ำตาไหลมาอย่างช้าๆ ปรมาจารย์บุญค่อยๆ คุกเข่าลงนั่งเช่นกัน
“มามะ...มาให้พ่อกอดเ้าหน่อย?...หืมมมลูกชายข้าแข็งแกร่งขึ้นมากเลย พลังฌานของเ้าของไม่ธรรมดาแน่ๆ”
พ่อแม่ลูกกอดหอมกันอยู่ตรงนั้นท่ามกลางสายตาและรอยยิ้มแห่งความประทับใจของบุคคลทั้งห้า...
เด็ก6ขวบ กับการรอคอย แม้เพียงไม่กี่เดือนแต่ก็ถือเป็่เวลาที่เนิ่นนานยิ่งนักปราณได้รับไออุ่นที่ขาดหายไปกลับคืนมาเสียที
น้ำตายังคงไหลด้วยความดีใจอยู่ตลอดเวลาไม่ต่างกับท่านพ่อและท่านแม่ของเขา น้ำตาในเพลานี้ มิใช่เื่น่าอายแต่เป็น้ำตาแห่งความปีติยินดีที่ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง
คหบดีภาคย์จึงได้เชิญให้พ่อแม่ของปราณอยู่รับประทานมื้อเย็นด้วยกันซึ่งทั้งสองก็ไม่ปฏิเสธ และกล่าวขอบคุณสกุลฤชากร ที่ช่วยดูแลบุตรชายเป็อย่างดีแม้จะเป็่เวลาที่ไม่นานก็ตาม
กิริยามารยาทที่งดงามของปรมาจารย์บุญและอาจารย์วรรณที่แสดงออกล้วนเป็ไปอย่างธรรมชาติ มิได้เป็การเสริมแต่งหรือเพิ่งมาฝึกฝนซึ่งได้ถูกถ่ายทอดสู่เด็กน้อยปราณเฉกเช่นเดียวกัน
‘เด็กน้อยปราณ กิริยามารยาทช่างงดงามยิ่งนักแม้เขาจะไม่ได้คลุกคลีอยู่กับชนชั้นสูง แต่กิริยามารยาทเช่นนี้ถูกบ่มเพาะมาอย่างดีั้แ่เด็กๆ อนาคตเด็กคนนี้ย่อมต้องเป็ผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน’
คหบดีภาคย์ลอบมองทุกกิริยาของเด็กน้อยขณะนั่งโต๊ะอาหารแล้วอมยิ้มอย่างชื่นชม พลางชำเลืองมองพ่อและแม่ที่นั่งเคียงข้างเด็กน้อยปราณบริการตักอาหารให้ท่านพ่อกับท่านแม่ จนตัวเองแทบจะไม่ได้ทาน
“กุ้งแม่น้ำของเมืองอโยดา ขึ้นชื่อมาก เ้าไปแวะที่เมืองน้ำโพสองแควมาแล้วที่นั่นขึ้นชื่อเื่ของปลาสวายที่เนื้อขาวพิเศษ ไม่เหมือนที่ใดๆ”
ท่านป้าเห็นปราณยังแทบไม่ได้กินอะไรจึงเอ่ยแนะนำเมนูกุ้งแม่น้ำเผา ปราณจึงไม่พลาดที่จะขอลิ้มลองหลังจากที่เฝ้าแต่บริการท่านพ่อท่านแม่อยู่เป็นาน
“ใช่แล้วปราณ ถ้าเ้าจะกินปลา ต้องไปที่เมืองของข้าแต่ถ้าจะกินกุ้งแม่น้ำอร่อยๆ ต้องมาที่อโยดาอยู่ที่นี่เ้าจะได้กินกุ้งจนเบื่อไปข้างนึงเลย ฮ่าๆๆๆ”
เธียรธวัชเรียกเสียงหัวเราะ ทำให้อาหารมื้อนี้สร้างความสุขให้กับคนทั้งหมดได้อีกหลายเท่านัก
**********
ยามค่ำณ บ้านพักผู้าุโสอง สมุหเสนาแก่นนคร ยังคงหัวเสีย เมื่อได้ยินข่าวร้ายไวน์รสเลิศถูกกระดกดื่มซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ยังมิสามารถทำให้จิตใจผ่อนคลายลงได้
“เ้าเด็กบ้านั่นมันดวงดีเกินไปแล้ว...คนของเราก็รอให้มันขึ้นเรือแต่มันดันขึ้นเรือของสกุลมัจฉาชาติ จบกัน จบกันแล้ว...มันไปรู้จักกันตอนไหน?ไอ้เด็กสามัญชนไร้การศึกษาพรรค์นั้น คนสกุลมัจฉาชาติยังจะคบค้ากับมันอีกหรือ? มิกลัวเสียเกียรติกันหรืออย่างไร?”
“หรือว่ามันจะล่อหลอก โดยใช้ตำแหน่งยุวาจารย์เพื่อให้คนสกุลมัจฉาชาติหลงเชื่อก็เป็ได้ น้องว่าเ้าเด็กปราณต้องมีแผนเกาะพวกคนชั้นสูงเพื่อให้ตัวเองดูดีแน่ๆ”
“หึหึหึ...พี่ก็คิดดังที่น้องหญิงว่า...เด็กจนๆอย่างมัน จะไปเรียนโรงเรียนอะไรแบบนั้น มันไม่เหมาะสมอยู่แล้วโรงเรียนระดับชนชั้นสูงมีการศึกษา แต่ละคนมาจากตระกูลอันสูงศักดิ์เป็ลูกหลานบรรดาเสนามหาอำมาตย์ แล้วน้ำหน้าอย่างมันจะเอาตรงไหนไปสู้กันเขาได้หึหึหึ ข้าอยากจะขำนัก”
แน่นอนว่าคนในหมู่บ้านพยัคฆ์คำรามและเมืองเชียงคลองรู้แต่เพียงว่าปราณเป็ลูกของปรมาจารย์นายช่างบุญและอาจารย์วรรณซึ่งทำงานอยู่ที่เมืองอโยดา เป็ครอบครัวยากจน
เวลาทั้งสองคนเดินทางกลับมาเยี่ยมลูกชายก็แต่งกายแบบชาวบ้านทั่วไป ไม่ได้มีความสวยงามเท่าไหร่อีกทั้งยังปล่อยให้ตาลุงขอทานสติไม่ค่อยดี พูดจาเพ้อเจ้อ มาพูดคุยสนิทสนม
ยิ่งเห็นภาพของเด็กปราณสนทนากับลุงลึกลับผู้นั้นก็พากันรังเกียจซึ่งภาพแบบนี้ทุกคนในหมู่บ้านพยัคฆ์คำรามเห็นจนชินตา จึงไม่น่าแปลกใจว่าปูมหลังที่แท้จริงของสกุลโอฬารปฐีไม่มีผู้คนในเมืองเชียงคลองรับรู้
“แน่นอนว่า ถึงจะเป็แบบนั้นก็เถอะ พี่จะปล่อยมันไว้ไม่ได้มันจะยิ่งทำให้เราเสียหน้า”
“งานนี้สงสัยว่าข้าจะต้องรบกวนท่านพ่ออีกครั้งแล้วท่านพ่อก็พอจะสนิทสนมกับสกุลมัจฉาชาติ เพราะทำการค้าร่วมกันอยู่คงน่าจะเจรจาเื่นี้ได้เดี๋ยวข้าจะให้เล่าสันดานและธาตุแท้ที่ชอบหลอกลวงใช้เล่ห์กลในการเป็ยุวาจารย์ของมันให้ท่านพ่อฟังเผื่อท่านจะได้เร่งเตือนคนที่ใกล้ชิดเ้าเด็กปราณจอมเ้าเล่ห์นั่นให้ออกห่างมันมาซะ แล้วการกำจัดเ้าเด็กปราณกับเ้าคู่แฝดนั้นก็จะได้ง่ายขึ้น...สกุลของข้ามีเงิน...ส่วนท่านพี่มีอำนาจบริวาร แค่นี้เราก็สุขสบายได้ไม่ยาก”
แม่นายสุดสวยพูดได้ตรงใจสามี ท่านาุโสองคว้าร่างอรชรมากอดหอมอย่างชื่นใจสายตาของหล่อนชำเลืองมองด้วยความยั่วยวน ก่อนจะผละร่างหนีห่างและชม้ายชายตามองร่างท้วมของสามี ที่ตอนนี้แววตาเป็ประกายเืลมในกายเริ่มพลุ้งพล่าน
“คืนนี้พี่จะมอบของขวัญชุดใหญ่ให้กับเ้า เตรียมรับให้ดีๆ นะจ๊ะน้องหญิงของพี่”
“ว้าย....บ้าจังท่านพี่!!!”
สามีอุ้มร่างภริยาสุดสวาทขึ้นมาอย่างรวดเร็วแล้วพุ่งตรงเข้าห้องนอน หล่อนทุบสุดที่รักเบาๆ ทำเอียงอายเพื่อเรียกไฟราคะให้คุโชน