เช้าวันใหม่เริ่มขึ้น
วิเวียนมาปลุกเขาั้แ่หกโมงเช้าโดยให้เหตุผลว่ากฎของบ้านนี้ทุกคนจะต้องรับประทานอาหารพร้อมกัน
ขณะเดินลูคัสได้สำรวจาแที่แขนข้างขวาปรากฏาแหายสนิทราวกับไม่เคยมีมาก่อน
“ไม่เสียแรงที่หลอมกล้ามเนื้อแบบนักรบ”เด็กชายพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
เนื่องจากเป็เวลาเช้าบรรยากาศที่นี่ดูร่มรื่นเป็อย่างมากเขาเดินตามเด็กสาวมายังลานกลางโรงฝึกก็พบเข้ากับผู้ใหญ่สามคน คนแรกเป็ชายแก่ดูท่าทางใจดีนี่คือปู่ของเธอมีชื่อว่าโนแลน มัวร์ และชายวัยกลางคนเป็บิดาของวิเวียน ชื่อ พาร์ค มัวร์ ส่วนอีกคนเป็มารดาชื่อของเธอคือเอิร์นมัวร์พวกเขาชักชวนลูคัสร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเช้าด้วยกัน
ขณะนี้กับข้าวง่ายๆถูกจัดวางไว้หลายอย่าง
"ขออนุญาตร่วมโต๊ะด้วยนะครับ" เด็กชายโค้งให้กับบุคคลทั้งหมดก่อนนั่งลงกับพื้นเพื่อเตรียมรับประทานอาหาร
วิเวียนเคยเล่าว่าปู่ของเธออยากมีหลานชายดังนั้นโนแลนจึงรู้สึกถูกใจลูคัสเป็พิเศษ
"เ้าเคยเข้าไปในหอคอยมืดด้วยรึ" โนแลนถามคนที่นี่เรียกหอคอยราชันย์ว่าหอคอยมืด
"ใช่แล้วครับผมเป็นักสู้อยู่ชั้นที่ห้า"คำตอบนี้ทำให้ทุกคนหันมามองเป็ตาเดียวเพราะ พาร์ค มัวร์พ่อของวิเวียนเป็นักสู้อยู่ที่ชั้น 12
"ไม่เลวหลานชายลูกผู้ชายอย่างเราต้องมีปณิธานเห็นว่าเธอมาจากสถานศึกษาอีเดนยังไงปีหน้าก็ฝากลูกสาวที่ไม่เอาไหนของลุงด้วยนะ"
"ฝากอะไรกันพ่อหนูอายุมากกว่าเขาอีก" วิเวียนทำหน้ามุ่ย
"ทานเยอะๆนะคิดเสียว่าที่นี่เป็บ้านตัวเอง" เอิร์น มัวร์มีนิสัยพูดน้อยแต่เธอเอ็นดูลูคัสอย่างมาก
"ขอบคุณมากนะครับคุณป้า"เด็กชายรู้สึกว่าหากเขามีครอบครัวแบบนี้บ้างคงจะดีไม่น้อย
ในที่สุดวิเวียนก็พาลูคัสไปดูโรงฝึกที่นี่มีห้องฝึกฝนพลังแม้คุณภาพจะดีสู้ห้องฝึกที่สถานศึกษาไม่ได้
แต่ก็ยังพอฟัดพอเหวี่ยงกับหอคอยสิบชั้นแรก ส่วนอีกห้องหนึ่งเป็ห้องโล่งที่ปูด้วยเสื่อทาทามิวิเวียนเล่าว่า่เวลาสายก็จะมีเหล่าสมาชิกมาทำการฝึกฝนที่นี่ส่วนอาจารย์ผู้สอนจะถูกส่งตัวมาจากตระกูลหลัก
จากนั้นลูคัสได้ขอแยกตัวออกมาเพราะไม่อยากรบกวนเวลาการทำงานของคนในครอบครัวมัวร์
เด็กชายออกเดินเล่นในป่าชื่นชมดอกไม้ใบหญ้าจากนั้นเขาก็ทิ้งตัวลงที่ริมธาร
เมื่อหันซ้ายขวาแล้วไม่พบคนอยู่แถวนี้จึงเลือกหยิบทักษะ"สุริยันเคลื่อนคล้อย" ออกมาเปิดดูก่อน ในทักษะบรรยายเงื่อนไขว่าต้องสำเร็จทักษะก้าวชมจันทร์ในระดับแก่นแท้จึงจะสามารถฝึกสุริยันเคลื่อนคล้อยได้เด็กชายเผยรอยยิ้มออกมาตอนนี้เขาสำเร็จก้าวชมจันทร์ในระดับหลอมรวมแล้ว
"เป็อย่างที่คิดก้าวชมจันทร์สุริยันเคลื่อนคล้อยก็เข้ากันดี"
"ทักษะนี้ไม่มีระดับขั้น" ที่ไร้ระดับขั้นเพราะเป็ทักษะต่อเนื่องเมื่อฝึกสองวิชานี้รวมกันจะทำให้สามารถเคลื่อนไหวบนอากาศได้ด้วยปราณ
"ไม่ต่างอะไรกับบินได้เลยหนิ"
อาณาจักรพลังที่ 4 จิติญญาจะหลอมรวมกับแิธรรมชาติทำให้ผู้ฝึกตนััได้ถึงทักษะล่องนภาและจะสามารถเหินบินบนอากาศได้เมื่อคำนวณดูทักษะสุริยันเคลื่อนคล้อยเวลาใช้ออกจะสิ้นเปลืองปราณมากกว่าความเร็วก็น้อยกว่าเพราะเป็เพียงของเลียนแบบเท่านั้น
หากวิชานี้ตกอยู่กับคนทั่วไปคงไม่มีอะไรพิเศษเพราะปราณในร่างของพวกเขาคงถูกสูบหมดภายในไม่นานแต่ไม่ใช่กับลูคัสที่ประหนึ่งตัวละครลับสุด เด็กชายเก็บหนังสือเล่มสีเทาลงไปก่อนจะหยิบหนังสือเล่มสีทองขึ้นมาแทน
"ทักษะเพลงมวยจักรพรรดิ"
หลังจากอ่านจบสายตาเขาก็ต้องเบิกกว้างเหมือนกับการได้รู้แจ้งในบางสิ่งเพลงมวยนี้เป็วรยุทธที่พัฒนาโดยใช้หลักของศิลปะการต่อสู้หลายแขนงมาประยุกต์ส่วนศิลปะการต่อสู้หลักที่ประกอบอยู่หนึ่งในนั้นคือ "ไท่เก๊ก" ที่มีหลักการนุ่มนวลโอนอ่อน แตกต่างจากศาสตร์วรยุทธอื่นที่แข็งแกร่งดุดันทักษะนี้กลับไม่มีเงื่อนไขเื่ระดับพลัง
"แม้แต่คนธรรมดาก็สามารถฝึกได้"ลูคัสเอามือทาบอก
ทักษะนี้แบ่งออกเป็สามระดับเช่นกันจะมี
ขั้น1 หมัดหยินหยาง "เข้าใจฟ้าดิน หยินหยางก่อเกิด "
ขั้น2"ผสานดินฟ้าพสุธาเลื่อนลั่น"
ขั้น3"ไร้ลักษณ์ ไร้ตัวตนหลอมสรรพสิ่งเป็หนึ่งก้าวสู่หนทางแห่งเต๋า"
เพลงหมัดชุดนี้ไม่เสริมพลังอะไรเลยราวกับเป็ศิลปะการต่อสู้ธรรมดาแต่ลูคัสกลับเห็นความไม่ธรรมดาเหล่านี้ได้
กล่าวได้ว่าเมื่อฝึกถึงขั้นบรรลุสัจธรรมทั้งสาม (สูงสุด)ร่างกายจะคล้ายคนธรรมดาที่ไร้พลังปราณแต่จะผสานกลายเป็หนึ่งเดียวกับดินฟ้าและดึงพลังแห่งเหล่าสรรพธาตุมาใช้ต่อสู้ได้
"น่าสนใจ"เขาเลือกที่จะแบ่งเวลาฝึกฝนทักษะเคลื่อนไหวกับเพลงมวยชุดนี้ไปพร้อมกัน
ยิ่งได้เห็นวรยุทธต่างๆเขาเริ่มรู้สึกถึงความกว้างใหญ่ของโลกใบนี้
จากนั้นเด็กชายจึงก้าวตรงไปสู่หอคอยราชันย์
"เปิดโหมดพร้อมรบ"
เมื่อมาถึงหน้าหอคอยราชันย์ตอนนี้ยังเป็เวลาเช้าอยู่บรรยากาศรอบนอกยิ่งดูคึกคักแหวนสีดำสั่นเล็กน้อย
"ลานประลองที่หกสิบเจ็ด เหมียวจอมโหด ปะทะ สมิงดำ เวลา 08.00 น."
ยังพอมีเวลาเตรียมตัวอีกร่วมหนึ่งชั่วโมงเด็กชายตัดสินใจจะเช่าห้องฝึกเพื่อบ่มเพาะพลังเล็กน้อย
ในขณะที่กำลังจะเข้าไปเขาสังเกตเห็นเด็กสาวชุดสีม่วงยืนคู่กับเด็กผู้ชายคนหนึ่งขณะทั้งสองเดินผ่านหน้าเขาไปนั้นเด็กสาวชุดสีม่วงหันมายิ้มให้เขาอย่างร่าเริง
"ใครหนอ" เขานึกไม่ออกว่าเคยเห็นเธอคนนั้นที่ไหนในขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น
"น้องชายลูคัส" สาวผมสั้นวิ่งมาอย่างเหนื่อยหอบ วิเวียนนั่นเอง
"มีอะไรเหรอครับพี่สาววิเวียน"
"เห็นเธอบอกว่าเป็นักสู้พี่ก็เลยอยากจะมาเชียร์บ้าง"
เธอเปลี่ยนคำเรียกแทนตัวไปเรียบร้อยแล้วเพราะอีกหน่อยทั้งสองจะต้องเป็ศิษย์ร่วมสถานศึกษาเดียวกันหลังจากลูคัสบอกว่าเขามีประลองตอนแปดโมงเธอก็ตื่นเต้นเป็อย่างมากแถมวางเดิมพันข้างเด็กชายไปเก้าพันเหรียญเงินนั่นคือเงินเก็บทั้งหมดที่เธอมีแล้ว ขณะที่เด็กชายตรงไปยังห้องฝึกวิเวียนจึงไปนั่งจองที่รอดูอยู่บนอัฒจันทร์สนามต่อสู้
หลังจากฝึกฝนได้สักระยะ
"ถึงเวลาแล้วสินะ" ลูคัสที่กำลังออกหมัดลืมตาขึ้น
สามนาทีก่อนการประลอง
ขณะนี้เขายืนประจันหน้ากับเด็กชายหัวโล้นที่แต่งกายคล้ายหลวงจีน
"แต่งเต็มขนาดนี้สายวรยุทธแน่นอน" ลูคัสคิดในใจ
สมิงดำยืนหลับตาทำสมาธิเมื่อสัญญาณนับถอยหลังจบลงทั้งสองคำนับคู่ต่อสู้ก่อนจะทะยานเข้าแลกหมัดกันทันที
หมัดสอง หมัดที่สาม สี่...จนถึงหมัดยี่สิบศิลปะการต่อสู้ที่ลูคัสเคยเรียนรู้ล้วนถูกนำออกมาใช้
ขณะที่ตนจะปล่อยศอกออกไปนั้นสมิงดำเองก็ใช้การลอยตัวเตะบนอากาศสองครั้งนี่คือ“กังฟู” เด็กหนุ่มหัวโล้นมีท่วงท่าที่สวยงามเป็อย่างยิ่งเมื่อกระบวนท่าธรรมดาทำอะไรกันไม่ได้สองฝ่ายะโถอยกลับมาที่เดิม
จากการประเมินหมัดที่ไม่ใช้ทักษะของสมิงดำน่าจะมีพลังอยู่ที่900 ปอนด์ เด็กชายหัวโล้นพุ่งเข้าใส่เขาอีกครั้งพอถึงด้านหน้าของลูคัสสมิงดำใช้ท่าร่างที่รวดเร็วดั่งสายฟ้าอ้อมเข้าทางด้านหลังก่อนเตะกวาดล่างลูคัสะโลอยตัวพร้อมสะบัดแขนต่อยกลับไปทันที
หมัดและเท้าปะทะเข้าหากันอีกครั้งทั้งสองเริ่มปล่อยกระบวนท่าใส่กันหมัด ศอก เข่า เท้า ถูกส่งออกมาไม่ยั้งต่างคนต่างได้รับาเ็ ตอนนี้สมิงดำถูกศีรษะของลูคัสกระแทกใส่ทำให้เขาเซไปด้านหลังนี่ไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้แต่เด็กชายจำมาจากการต่อยตีข้างถนน
"ข้าน้อยจะใช้วิชาล่ะนะ" เด็กชายหัวโล้นกล่าวเตือน
สิ้นเสียงเหมือนมีลมวูบไหวฝ่ามือปราณสีดำขนาดเท่าหน้าคนพุ่งเข้าใส่ปิดทางหลบหนีของลูคัสทันที"ฝ่ามือสมิงดำ"
ในเมื่อหลบไม่พ้นเขาจึงทำได้เพียงแค่ตั้งรับ
ลูคัสปล่อยมันสวนออกไป พลั่ก!ร่างเขากระเด็นถอยหลังไปสามก้าวภาพที่เห็นคือเด็กชายกระอักเืออกมามือกุมที่หน้าอกสีหน้าซีดเผือดภาพนี้ทำให้วิเวียนที่กำลังส่งเสียงเชียร์อยู่เป็ห่วงเด็กชายเป็อย่างมาก
เด็กชายเริ่มหลับตา "เพลงมวยจักรพรรดิขั้นแรกหมัดหยินหยาง"เขาตั้งใจจะฝึกฝนมันในขณะต่อสู้จริง สมิงดำพุ่งตัวมาอีกครั้งแล้ว เด็กชายหัวโล้นแปลกใจเล็กน้อยว่าทำไมเหมียวจอมโหดจึงมีการโคจรปราณรอบกายต่ำลงแต่กลับมีกลิ่นอายแปลกๆมันคือกลิ่นอายของปรมาจารย์แผ่ออกมาจากร่าง
สมิงดำคือนักสู้มืออาชีพแม้คู่ต่อสู้จะดูตกเป็รองแต่เด็กชายหัวโล้นก็ไม่คิดจะอ่อนข้อให้อย่างแน่นอนขณะฝ่ามือสีดำกำลังพุ่งเข้ามาใกล้เป้าหมาย
"นั่นเขาทำอะไร"เด็กชายหัวโล้นเริ่มสงสัย
ท่าทางของลูคัสดูเชื่องช้าราวกับเขากำลังร่ายรำยิ่งใกล้เข้าไปใกล้เท่าไหร่สมิงดำก็รู้สึกถึงแรงกดดันจากหมัดที่ดูอ่อนยวบนั่นราวกับมันดูแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าพลั่ก! ในที่สุดฝ่ามือก็ปะทะเข้ากับหมัด สมิงดำพยายามข่มความเ็ปไม่ให้ออกมาทางสีหน้าขณะนี้ข้อมือของเขาใช้การไม่ได้อีกต่อไป
ลูคัสยังคงหลับตาก่อนเคลื่อนไหวแบบเดิมหมัดที่ดูเชื่องช้านี้คือกระบวนท่าหนึ่ง “หมัดเกลียวคลื่น” เน้นความนุ่มนวลแต่สวนกลับด้วยความดุดันต่อไปเด็กชายนึกถึงเนื้อหาในชุดเพลงหมัดหยินหยาง "ฝ่ามือเมฆไหล"ลักษณะการโบกมือเบาๆ แต่ควบคุมกระแสปราณให้ไหลเข้าสู่ชีพจร เมื่อตระหนักเช่นนั้นฝ่าทั้งสองจึงเริ่มมือโบกไปมา
สมิงดำยังพยายามที่จะเข้าโจมตีอีกหลายครั้งหมัดเท้าของเขาที่เข้าปะทะกลับถูกฝ่ามือม้วนไล่ออกไปทำให้สมิงดำไม่สามารถสร้างอาการาเ็ให้กับอีกฝ่ายได้เลย
สุดท้ายลูคัสลืมตาขึ้นเขาเคลื่อนไหวรุนแรงดั่งลมกรรโชกแต่สิ่งที่ขัดกันคือหมัดตรงที่ดูเชื่องช้าเหมือนไม่มีอะไรกำลังพุ่งเข้าใส่บริเวณทรวงอกของสมิงดำเป็ “หมัดเกลียวคลื่น” แต่ครั้งนี้กลับเชื่องช้ากว่าเดิมวิเวียนที่เป็ผู้รับชมยังรู้สึกฉงนใจหมัดที่เชื่องช้าแม้กระทั่งเด็กสามขวบมาเห็นยังหลบได้
"อั่ก"สมิงดำกระเด็นออกไปนอกเวทีประลองความจริงเขาเห็นหมัดนั้นอย่างชัดเจนแต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่สามารถจะหลบพ้นจากมันได้เลยมีเพียงคลื่นกระแทกเท่านั้นที่ทำสมิงดำลอยออกไปโชคยังดีที่ลูคัสยั้งมือเอาไว้ทำให้หมัดนั้นห่างออกไปจากหน้าอกเพียงคืบเดียว
สมิงดำยืนขึ้นก่อนคำนับให้อย่างจริงใจ"ขอบคุณที่ออมมือ"
"จบการประลอง เหมียวจอมโหด ชนะ สมิงดำ"
"เยี่ยมเลย" วิเวียนะโโลดเต้น
"หึหึ" ลูคัสแอบยิ้มในใจ
ตอนประลองอยู่เขาจับได้ว่า"ฝ่ามือสมิงดำ" นั้นมีพลังเพียง 1.5 ดาว แล้วจะสร้างอาการให้กับร่างกายเขาที่มีพลังกายถึง5 ดาวได้อย่างไร ที่เขาทำกระอักเืไปแบบนั้นก็เป็เพียงแค่การแสดงลูคัสทราบว่าที่นี่มีการทายผลพนันและรู้ว่าวิเวียนนำเงินทั้งหมดไปพนันข้างเขา
เด็กชายก็วางเดิมพันข้างตนเองไว้เช่นกันดังนั้นการทำเป็เสียเปรียบจึงทำให้อัตราการต่อรองของราคาพนันฝ่ายตัวเองสูงขึ้นเป็หนึ่งต่อสิบหมายความว่าหากเขาชนะวิเวียนและตนจะได้เงินเพิ่มถึงสิบเท่า
เมื่อสำรวจดูขณะนี้การหลอมกายชั้นที่หกของเด็กชายขยับขึ้นมาเล็กน้อยเป็เกือบสองในสิบส่วนแล้ว
"เป็เพราะอะไร...ทำไมระดับการบ่มเพาะถึงเพิ่มขึ้นเร็วกว่าแต่ก่อน"เด็กชายครุ่นคิด
"หรือจะเป็เพลงมวยจักรพรรดิ" เด็กชายเริ่มเข้าใจปกติแล้วหลังจากการต่อสู้จริงการบ่มเพาะจะพัฒนาไปเพียงเล็กเท่านั้นแต่ตอนนี้กลายเป็ว่าหลังต่อสู้ด้วยเคล็ดวิชาของเพลงมวยจักรพรรดิระดับความเร็วการบ่มเพาะจึงเพิ่มสูงมากกว่าปกติ
สายตาลูคัสเริ่มเปล่งประกาย
"ช่วยเื่การบ่มเพาะสินะสมเป็ทักษะที่จักรพรรดิเลือกฝึกยิ่งต่อสู้ยิ่งแข็งแกร่ง"
.