ตอนที่ 1
ชีวิตอันสุขสบาย
ในบ้านหลังหนึ่งระหว่างปิดภาคเรียน มีร่างที่นอนจมกองหนังสือบนเตียง ในห้องนอนที่เต็มไปด้วยหนังสือกองโต นี่คือนักศึกษาปีสามเอกภาษาอังกฤษ นามว่าน้ำตาลนั่นเอง
สุขใดไหนจะเท่า สุขที่เราได้อ่านนิยาย กินขนม และดูซีรี่ย์ เื่ที่กล่าวมานั้นเธอผู้นี้โปรดปรานยิ่ง
น้ำตาล นันทินีเป็คนชอบดูหนังและซีรีย์จีน และเกาหลีเป็ชีวิตจิตใจ เพราะอย่างน้อยชีวิตอันเหี่ยวเฉาไร้ซึ่งคนรักของเธอมีบรรดาเกอเก่อ
และอปป้าเป็แหล่งให้พลังงานชีวิต
“ตาล พอเปิดเทอมไปแล้วพวกเราต้องเรียนวิชาภาษาจีนเพิ่มอีกวิชาใช่มั้ย แล้วแกอ่านได้รึยัง รู้เื่แล้วใช่ไหมนั่น ทำไมเฉยชานักวะ”
เสียงของออย อนุสราเพื่อนร่วมห้องเรียนและเพื่อนร่วมชายคาเอ่ยถาม เพราะขนาดกำลังจะเปิดเทอมอยู่อีกแค่สัปดาห์เดียวแท้ๆ ยัยเพื่อนตัวดีก็ยังไม่กลับมาสู่โลกความเป็จริง
“ให้อ่านน่ะคงอ่านไม่ออกหรอก แต่ถ้าจะบอกว่าผู้ชายจีนคนไหนหล่อ อันนี้ของถนัด”
“แกดูทั้งหนัง ทั้งละครมาเป็พันๆ เื่แล้ว ภาษามันจะไม่ซึมเข้ามาบ้างรึไง”
“ให้ดูอีกร้อยเื่ก็ไม่เข้าใจ เพราะที่ฉันดูคือซับอิ้ง กับซับไทยจ้ะส่วนที่เหลือฉันดำน้ำเอา” หญิงสาวหัวเราะร่าอย่างไม่สำนึก ตราบใดที่มีท่านผู้ใจดีแปลให้อ่านเธอก็จะรับความเมตตาด้วยใจ คือตั้งหน้าตั้งตาอ่านซับไปอย่างสบายเท่านั้นเอง ก็ไม่ได้อยากจะเรียนนักหรอกวิชานี้เพราะภาษาจีนมันยาก จะให้สมองน้อยๆ ของเธอจดจำได้ดูเหมือนลำบากเกินไป
เรียนไปเรียนมาอาจจะติดเอฟเอาได้ง่ายๆ
“แล้วนี่ทำไมไม่กลับบ้านล่ะ ปกติแกชอบกลับไปนอนที่บ้านไม่ใช่เหรอ”
“เพราะว่าฉันมีแพลนแล้วน่ะสิ เปิดเทอมอาทิตย์หน้าก็จริง แต่ก่อนนั้นฉันจะบินไปเที่ยวสักแป้บ” คำว่าเที่ยวของเธอถึงกับทำเอาเพื่อนทำหน้าระอาได้ในทันที เจอกันมาสามปีพาสปอร์ตของน้ำตาลเปลี่ยนไปแล้วหลายรอบ เพราะระดับคุณหนูน้ำตาลไปมาประหนึ่งนก บินล่องไปมาตลอด ความจริงเธอก็ได้อานิสงส์ของเพื่อนนี่แหละเลยทำให้ได้ที่พักหรูๆ ชีวิตสุขสบายตามอีกฝ่าย เพราะครอบครัวของน้ำตาลมาซื้อบ้านไว้ให้ที่นี่เนื่องจากลูกสาวสอบติดมหาวิทยาลัย นานๆ จะมาเยี่ยมทีเพราะมัวแต่ทำธุรกิจของตนเองอีกฝ่ายเลยได้ใจประหนึ่งนกติดปีกเพราะผู้ปกครองไม่ค่อยมีเวลาตามมาดูแล
เลยมีโอกาสบินว่อนเลยทีนี้
“แล้วเธอจะไปไหนอีก แถวนี้ก็ไปมาจนพรุนแล้วไม่ใช่เหรอ” จำได้ว่าตอนจบม.ปลายอีกฝ่ายชอบดาราเกาหลีมากถึงกับบินไปเกาหลีเพื่อตามรอยแทบทุกเื่ ตกมาปีที่แล้วหันมาติดซีรี่ย์จีนก็ตั้งมั่นจะไปจีนอีก
เธออยากจะตัดสัญญาณเน็ตแม่เพื่อนตัวดีเหลือเกินจะได้มาตั้งใจเรียนกับเขาบ้าง
“ก็ไปคนละเมืองไงเธอ คราวนี้ฉันจะไปล่องเรือชมทะเลสาบซีหูที่อยู่ในนางพญางูขาว ฉันจะไปช่วยเสี่ยวชิงและซู่เจินถล่มฟาไห่” เอากับมันสิ ออยไม่รู้จะพูดอะไรต่อไปอีกแล้วเพราะหลังจากแม่เพื่อนรักนอนดูหนังแบบสองวันรวดจบ จากนั้นก็พร่ำเพ้อไม่หยุด
และถ้าไม่ให้น้ำตาลไปหนนี้หูเธอต้องอยู่ไม่สุขไปอีกเป็เทอมแน่
“ไม่ไปด้วยกันเหรอ”
“มีงานน่ะ ต้องกลับบ้านไปหาแม่ก่อน เกิดเปิดเทอมมาแล้วมีกิจกรรมอาจจะยุ่งๆ เื่ที่มหาลัย” น้ำตาลย่นจมูกใส่อีกฝ่ายอย่างงอนๆ ที่ไม่มีคนไปเป็เพื่อน แต่เธอคบเพื่อนนี้ไว้ถือว่าดีมาก เหมือนมีเครื่องเลคเชอร์ส่วนตัว ออยตั้งใจเรียนและมีคะแนนท็อปสุดของห้อง เวลาออยอ่านหนังสือจะชอบอ่านดังๆ ออกเสียงเพื่อให้แผ่มายังเธอด้วย
แต่ถามว่าเธอได้ยินไหม
บางครั้งถ้าสมอลทอล์คไม่อุดหูไว้เสียก่อนมันก็ได้ยินอยู่บ้าง
นี่ยังคิดเลยว่าอนาคตของออยต้องดีมากๆ เลยเพราะเก่งไปหมดทุกอย่าง เก็งข้อสอบก็เก่งเธอเลยพลอยสอบได้คะแนนดีไปด้วย นี่เป็ข้อดีของเพื่อนรักที่เธอรู้สึกดีมากเพราะตนเองเวลาอ่านตำราจะไม่ค่อยจำ ถ้าอ่านนิยายมันก็สู้ตายนะ ทำไมเขาไม่แต่งตำราเรียนให้มีพระเอกนางเอกบ้างนะน้ำตาลคนนี้จะได้ตั้งใจเรียน
“เสียดายอ่ะ งั้นจะซื้อของมาฝากก็แล้วกันนะ”
“ขอบใจนะ ซื้อมาแล้วก็เอากองไว้ตรงนั้นเลยนะ” ปลายนิ้วของออยชี้ไปยังตู้หลังหนึ่งที่ในนั้นมีสารพัดของฝากจากหลายมุมโลกเต็มไปหมด ทั้งได้ติดสอยห้อยตามเพื่อนไปบ้างและจากการที่เขาซื้อมาฝากบ้าง
อีกนิดคงท่วมหัวแล้วกระมัง
“นั่นมันจะเต็มตู้แล้วนี่นา เดี๋ยวว่างๆ จะให้คนไปซื้อมาตั้งให้อีกหลังนึงนะ”
“พอแล้วมั้งเธอ พอเรียนจบกลับบ้านไปพ่อแม่ฉันคงเป็ลมแน่ๆ คงไม่ต่างจากย้ายบ้านเลยทีเดียว” สีหน้าคล้ายจะสยดสยองของออยทำให้เธอหัวเราะออกมาทันที
เพื่อนในห้องเรียนคิดว่าออยเกาะเธอเพราะบ้านรวย
แต่เปล่าเลยเธอเกาะออยต่างหาก ถ้าไม่มีออยคงไม่เรียนมาได้จนขนาดนี้หรอก นี่ถือว่าเป็การตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ต่างหาก
“ตกลงเธอจะไปวันไหน”
“รอดูก่อน รอเขาคอนเฟิร์มตั๋วเครื่องบินก่อน”
“อ้อ...วันนี้ฉันจะออกไปไหว้พระข้างนอก แล้วจะเดินทางกลับบ้านเธอไปด้วยมั้ยล่ะ” หญิงสาวบิดี้เีเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเนิบๆ ไม่ได้ไปข้างนอกมาหลายวันแล้วเพราะมัวแต่เฝ้าจอ ออกไปผ่อนคลายบ้างดีกว่า ทั้งสองขับรถมาถึงวัดแห่งหนึ่งจึงรีบเข้าไปไหว้พระจากนั้นน้ำตาลก็มานั่งพัดอากาศเย็นๆ อยู่ที่ซุ้มหมอดูด้านนอกแทน เพราะเพื่อนรักเดินชมบรรยากาศรอบๆ อยู่ไม่ยอมกลับมาสักที
“หนูๆ สนใจดูดวงมั้ย”
“ไม่เอาหรอกค่ะคุณป้า ดวงหนูไม่มีอะไรหวือหวาหรอกค่ะชีวิตเรียบง่าย และสบายดีหมดเลย”
“จริงเหรอ ไม่ใช่ว่ามีปัญหาแต่ว่าไม่รู้ว่าคือปัญหาหรือเปล่า”
“อะไรของป้าเนี่ย ยิ่งพูดยิ่งงง”
“เอาน่า ป้ามองเห็นพลังงานบางอย่างมาจากตัวหนู เอางี้จับไพ่มาให้ป้าสักใบซิ จะทำนายให้ฟรี ไม่คิดตังค์หรอก” หมอดูอะไรจะมาใจดีขนาดนี้ เื่เงินไม่สำคัญหรอกถ้าแม่นน่ะ กลัวแต่จะเสียเวลานี่แหละ
“ได้ค่ะ” เธอมองอีกฝ่ายกรีดไพ่ทาโรต์ยาวพรืดตรงหน้าก่อนจะสุ่มหยิบมาใบหนึ่งตามอีกฝ่ายบอก หมอดูหญิงผู้นั้นก้มลงมองไพ่แล้วเงยหน้ามองเธอซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้นไม่ยอมกล่าวอะไรออกมาจนน้ำตาลเริ่มหงุดหงิดใจ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“ดวงแห่งการเริ่มต้นใหม่กำลังจะมา ดวงความรักกำลังจะมาแล้ว” พูดเป็เล่นไป เื่ความรักนี่ไม้เบื่อไม้เมากับเธอเลยนะ หลายสำนักบอกเธอไม่มีดวงคู่ ยายป้านี่มาบอกว่าเธอจะเจอเนื้อคู่สงสัยจะหลอกแน่ๆ เลย
“ยังไงหรือคะ”
“สายลมแห่งโชคชะตาเวียนมาถึงแล้ว ป้าบอกได้แค่นี้แหละ ขอบใจที่ช่วยเปิดหูเปิดตาให้ป้านะหนู” เธอขยับปากจะถามเื่นี้ซ้ำอีกเพื่อความมั่นใจแต่เพื่อนก็เดินมาถึงพอดี น้ำตาลจึงจำต้องตามอีกฝ่ายไปทั้งที่ใจก็แอบคิดไม่ได้ว่า
การเริ่มต้นใหม่ที่ว่ามันคืออะไร
“ดูดวงมาเหรอ”
“อื้ม”
“ไหนบอกเกลียดการดูดวงไงเธอ พูดไม่จริงนี่หว่า”
“ก็พอถามเื่เนื้อคู่เขาบอกไม่มีนี่นา ใครจะไปอยากดูเล่า”
“แล้วเมื่อกี้เขาพูดเื่อะไรเหรอ ทำไมถึงทำหน้าเอ๋อๆ แบบนั้น”
“ออย ป้าคนเมื่อกี้บอกว่าฉันจะเจอเนื้อคู่แหละ ฮ่าๆ ๆ ๆ” นี่เป็เื่ขบขันจริงๆ อาจจะอำเล่นเอาฮาก็เป็ได้
“แหม ใครมันจะไปรู้ เผื่อว่าเธอมาไหว้พระวันนี้แล้ว บังเอิญกุศลส่ง์เปิดทางไรงี้”
“ไร้สาระน่า ์เปิดทางอะไรกัน ไม่เกี่ยวกันหรอก เพราะขนาด สวย เพอร์เฟ็คระดับหนึ่งอย่างฉันแบบนี้ยังไม่มีใครมาสนใจเลย คิดว่าดวงคู่คงไม่
มาเกิดแล้วจริงๆ นั่นแหละ” สวยบ้าอะไร สวยไปเพื่ออะไร เพราะเรียนมาสามปีไม่มีคนมาจีบเธอเลยสักคน
“ไม่ใช่เขาไม่ชอบคนสวย ไม่ใช่เขาไม่ชอบคนพร้อมทุกอย่างแต่ฉันว่าผู้ชายเขาไม่ชอบคนบ้าต่างหาก”
“ยัยออย ไอ้เพื่อนบ้า” สองสาวเถียงกันไปตลอดทางจนกระทั่งลืมไปแล้วว่าหมอดูทักมานั้นหมายความว่ายังไงกันแน่ น้ำตาลไม่คิดอะไรมากนักเพราะบางทีการเริ่มต้นใหม่อาจจะเป็เริ่มเทอมใหม่ก็ได้กระมัง
ในอีกหลายวันถัดมา น้ำตาลสาวสวยผู้มีแรงบันดาลใจสูงลิ่วก็ออกเดินทางอีกครั้ง เธอตั้งใจว่ากลับมาหนนี้คงพักยาวเพราะไปมาจนพรุนแบบที่ออยบอกเอาไว้ ความจริงก็ี้เีนิดๆ นะ แต่เอาเถอะจองตั๋วกับที่พักเสร็จแล้วไปแค่สองวันเองคงไม่มีอะไร เธอเขียนโน้ตแปะกระจกไว้ให้เพื่อนที่กลับบ้านไปแล้วจึงแบกกระเป๋าขึ้นหลังเตรียมเหินฟ้า ชมความงามของเมืองหางโจวตามรอยนางพญางูขาวที่ตนเองชื่นชอบต่อไป
ไปสองวันนะ เดี๋ยวกลับมาจ๊ะ
จุ๊บๆ
และที่น่าแปลกใจคือหลังจากที่สาวสวยเดินออกไปแล้ว ห้องที่เงียบสนิทไร้ลมเข้าออกกลับบังเกิดสายลมปริศนาลูกหนึ่งพัดเอากระดาษที่แปะไว้ร่วงหล่นไม่ร่วงธรรมดาเพราะมันร่วงหายไปในลิ้นชักชั้นที่สองเสียด้วย ลิ้นชัก้าคือของออย และชั้นล่างคือของน้ำตาลนั่นเอง
+++++++++
น้องน้ำตาลกำลังจะไปท่องโลกกว้างแล้วจ้าาาาาา