เวลา 05.33 ของประเทศไทย ร่างของพญานาคราชปรากฏกายอีกครั้งต่อหน้ามนุษย์หนุ่มเมื่อคืน ที่นั่งสมาธิอยู่ในห้องพัก ท่านคิดทบทวนอย่างดีแล้วที่ผ่านมา ถ้าท่านจะครองใจหญิงสาวในดวงใจท่านจะต้องมาหามนุษย์ผู้นี้เพื่อเป็สพานในความสำเร็จแห่งความรัก
มนุษย์ที่นั่งอยู่รู้สึกตัวลืมตาขึ้น ก้มลงกราบแล้วถามว่าท่านมีเหตุอะไรให้ผมช่วยหรือครับถึงมาที่นี่
"เราจะรบกวนท่านในการ พาเราไปสถานที่ๆหนึ่งได้หรือไม่"
"พรุ่งนี้ผมมีรายงานตัวที่สถานนีตำรวจครับ เกรงว่าจะใช้เวลานาน"
"ไม่เป็ไรเรารอได้ ไปไม่นานหรอกเชื่อเรา"
มนุษย์วัยกลางคนที่มีดีกรีมียศใหญ่เป็ถึงสารวัตรร่วมนั่งพูดคุยความเป็มา และระบายสิ่งอัดอั้นที่คุยกับใครไม่ได้แม้กระทั่งภรรยาให้นาคราชหนุ่มฟัง ท่านก็ทรงนั่งฟังและยิ้มรับบอกวิธีการแก้ปัญหา แต่ท่านไม่ได้บอกสารวัตรนะว่าท่านรู้เื่ราวของสารวัตรหนุ่มเป็อย่างดี และไม่ได้บอกหรอกว่าบัดนี้คนที่กลั่นแกล้งสารวัตรคนของตน ตอนนี้นั้นเป็อย่างไร รับกรรมที่ก่อไว้มากขนาดไหนท่านไม่พูดแต่ท่านกระทำ รอให้สารวัตรรู้จากที่อื่นแล้วกัน
“ยัยตาเมื่อไหร่คุณอินทร์ของแกจะมาสักทีนี่ 09:20 น แล้วนะ”
“ฉันจะไปรู้เหรอตัวไม่ได้ติดเขาสักหน่อยแล้วอีกอย่างเขาไม่ใช่ของฉันยะ”
“ไม่ใช่ก็ทำให้ใช่สิจ๊ะ สิตาคนงามดูก็รู้ว่าคุณอินทร์เขาสนใจแก เออแล้วอีกอย่างขอเบอร์เขาไว้ด้วยนะจะได้ติดต่อกันได้”
“บ้าเหรอจะให้ฉันไปขอเบอร์ผู้ชาย ถ้าหม่อมย่ารู้หม่อมย่าต้องใช้ไม้เรียวตีจนขาลายแน่”
“ย่ะแม่กุลสตรีไทย”
ทั้งคู่พูดคุยกันได้สักพักก็มีรถ Mercedes Benz รุ่นใหม่ล่าสุดป้ายแดงขับเข้ามาอย่างเร่งรีบและที่สำคัญขับมาจอดข้างๆรถของอิงอิงที่มี 2 สาวยืนอยู่ข้างๆด้วยออร่าผู้ดี
“ สวัสดีครับ”
“คุณอินทร์อิงก็คิดว่าใคร”
“ผมเองครับขอโทษนะครับที่ทำให้รอนาน”
"ไม่เป็ไรค่ะ แล้วนี่..."
"เออ.คือคนนี้คือน้าชายผมเองครับ ชื่อน้าวิชัย น้าวิชัยครับนี่ คุณตาแล้วก็คุณอิงครับ"
"สวัสดีค่ะน้าวิชัย/สวัสดีค่ะน้าวิชัย "
"สวัสดีครับ เรียกผมว่าน้าชัยเฉยๆก็ได้ครับ"
พวกเราทุกคนพากันขับรถออกมาจากวัดโดยมีสารถีคนขับคือสารวัตรวิชัย เขาพลางคิดในใจ ดีจังที่ชีวิตนี้ได้เป็ทั้งผู้พิทักษ์สันติราษฏร์อีกทั้งยังเป็พลขับให้กับนาคราช แลบุญหนาศักดิ์ใหญ่ได้เป็ถึงตัวแทนท่าน
"นี่เรากำลังจะไปไหนกันหรอคะ"
" วัดถ้ำศรี "
"วัดนี้มีอะไรหรอค่ะ คุณอินทร์ถึงกับพามาที่นี่"
"ส่วนมากคนจะรู้จักวัดนี้ในชื่อของวัดถ้ำดินครับ ที่นี่มีถ้ำที่สวย"
เมื่อไม่รู้จัก อิงๆผู้ฉลาดก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเข้าอากู๋(กูเกิ้ล) พิมพ์คำว่าวัดถ่ำดินรออินเตอร์เน็ตโหลดข้อมูลไม่ถึงนาที ภาพและข้อมูลมากมายปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ แต่คำที่ค้นหานั้นปรากฏชื่อเป็ถ้ำเพียงดิน
"ว้าว...อิงเคยได้แต่ดูผ่านทางทีวี วันนี้ดีจังมีโอกาสได้ไปด้วย ตาเคยไปมั้ย"
"ไม่เคยจ๊ะ "
"มีคนเขาพูดว่าเป็ถ้ำที่เป็ตำนานของพญานาคหรอคะ คุณอินทร์เป็คนที่นี่เล่าให้อิงกับตาฟังหน่อยสิคะ"
หันมองสาวๆผ่านกระจกมองหลัง เห็นนางในดวงใจมองตอบอย่างรอฟังจึงอดไม่ได้ที่จะเล่าความจริงให้ฟัง ว่าแต่เดิมหลายร้อยปีวัดแห่งนี้เป็วัดที่สร้างติดูเาลูกเล็กๆ มีพระสงฆ์องค์เ้า 3 ท่านอาศัยอยู่บูรณะสถานที่นี้ให้เป็ที่ยึดเหนี่ยวในทางศาสนาให้กับชาวบ้าน เริ่มแรกอยู่จากกลด เริ่มข้ามขั้นเป็เพลิงไม้ จากเพลิงไม้เป็ศาลาไม้ จากศาลาไม้เป็กุฏิไม้เนื้อดีที่ชาวบ้านทำถวาย และจากที่ผู้คนเริ่มศรัทธาศาสนาพุทธมากขึ้นจึงทำให้ก่อเกิดโบสถ์แบบสิม เป็เสาไม้หลังคามุงสังกะสีผนังก่อจากอิฐดินแบบอีสานโบราณ มีพระประทานองค์แรกที่ชาวบ้านช่วยกันทำจากการชี้แนะของพระสงฆ์ทั้งสาม ที่เวียนกันมาบอกกล่าวในจุดที่ต้องทำ จึงเกิดเป็พระพุทธรูปลักษณะพิเศษที่ทำขึ้นจากดินเหนียวปรางค์มารวิชัย พระพักตร์เป็รูปสี่เหลี่ยม พระขนงโก่ง พระนาสิกงุ้ม พระโอษฐ์เป็รูปคันศร พระศอเป็ริ้ว พระกรรณห้อยต่ำอยู่ใต้พระศก พระเกศาเกล้าเป็มวย เม็ดพระศกเป็ขมวดปนเล็ก ครองผ้าสังฆาฏิเฉียงจากพระสงฆ์ทั้งสามที่นำมาให้ หลังจากมีที่ยึดเหนี่ยวผู้คนศรัทธาเลื่องลือไกลยังคุ้มน้ำที่มีธิดาพญานาคราชเล่นน้ำอยู่ได้ยินเข้า จึงเกิดความอยากมาอยากเห็นเป็ขัวญตา เนื่องจากมีจิตใจธรรมเป็ทุนเดิม ตกดึกคืนนั้น ท้องฟ้ามืดสงักผู้คนในแดนมนุษย์หลับไหล กลับกายมีธิดานาคสาวแสนสวยเล่นซุกซนชวนพี่น้องตนทั้ง 8มาดู แลกราบไว้พระพุทธรูปที่ได้ยินมาเมื่อตอนโพ้เพ้
ความซุกซนของธิดานาคที่ต่างพากันแข่งขันว่าใครจะเลี้อยถึงที่วัดก่อน เกิดความคึกคะนองเลี้อยไปไม่ดูทางบางตนนั้นข้ามเขาลูกนั้นผ่าน บางตนมุดดินผสานจนเกิดเป็ถ้ำที่มีโถ่งและทางหลายทางที่เชื่อมหากัน ยังไม่หยุดแค่นั้นเมื่อตนที่มาถึงก่อนทรงดีใจที่ตนชนะเลยเล่นซุกซนเลี้อยขัดเป็วงกลมหมุนวนรอบโบสภ์ แลแปลงกายเป็กลายทิพย์ในร่างมนุษย์สวมผ้าซิ่นที่สง่างามเดินเข้าไปนั่งพนมมือก้มลงกราบ อย่างที่เคยเห็นบิดาทำในครั้งกาลที่ริเริ่มมีพระพุทธเ้า เมื่อทั้ง8 สมใจหมายต่างพากันกลับร่างเดิมเลี้อยออกไปหลงเหลือไว้ความตื่นใของชาวบ้าน ที่มาใส่บาตรทำบุญ เกิดคำถามมากมาย ูเาลูกนั้นเป็โพร่งได้ยังไงเมื่อวานยังเต็มทั้งภู แม้แต่ซอกเล็กๆแทบไม่มี และความผิดปกติยังไม่หมดเท่านี้ เมื่อโบสภ์ที่สร้างเสร็จกลับเงางามแต่ก็มีขรุขระบ้างประปราย
จากเื่เหลือเชื่อที่เกิดขึ้นจึงนั่งจับกลุ่มพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดว่าปาฏิหาริย์นี้เกิดขึ้นได้ยังไง ใครเป็ผู้ทำ บางคนบอกเป็เพราะบรรมีของพระทั้งสาม บางคนที่เดินเข้าไปสำรวจในถ้ำมาบอกเป็รอยพญานาค เมื่อความคิดไม่ตรงกันจึงเกิดการถกเถียงเสียงดังขึ้น ดีที่พระทั้งสามเดินเรียงแถวเข้ามา มาอธิบายว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือเกิดจากแรงศรัทธา พระท่านพูดแค่นี้แล้วก็เดินจากไป หลงเหลือความสงสัยที่ยังไม่กระจ่างใจของผู้คน
วันเวลาผ่านมาสักแปดสิบปีจากูเาที่เป็ดินกลับเปลี่ยนเป็หินอย่างหน้าอัศจรรย์ใจ เส้นทางข้างในจากที่เดินลำบากเนื่องจากเป็ดินที่ชุ่มน้ำไม่ขาดก็กลับกลายเป็ทางเดินได้สดวก จึงทำให้พระสงฆ์ทั้งสามชักชวนกันเดินเข้าไปสำรวจ แต่เดินเท่าไหร่ก็ไม่ถึงปลายทาง พระท่านหนึ่งท้อใจจึงขอตัวเดินกลับ อีกสองท่านไปต่อเพราะความสงสัย และความมุ่งมั่นแท้ๆทำให้เห็นเสียงสว่างร่ำไร อยู่ปลายสุดสายตา เมื่อเดินไปจนถึงแสงที่ว่ากลับโพล่อีกที่ ที่มีแต่ป่า เห็นชาวบ้านระแวกนั้นจึงพูดคุยสอบถามได้ความว่าที่สถานที่ตนยืนอยู่นั้น คือประเทศเพื่อนบ้านไม่ใช่ไทย จึงพากันเดินกลับแล้วเล่าเื่ราวให้พระสงฆ์อีกรูปที่รออยู่ที่วัดว่าที่ตนไปโพล่นั้น คืออีกประเทศที่อยู่ตรงข้ามกันมีเพียงแค่แม่น้ำคั้นแบ่งดินแดน สุดท้ายจึงบังเกิดเื่เล่าจากผู้เฒ่าเล่าต่อกันมา สู่ตำนานผ่านอดีตถึงปัจจุบันแต่กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ได้ผ่านมาแล้วหลายปาก จึงมีผิดเพี้ยนไปบ้างตามกาลเวลา