
ตอนที่29 ผู้ชายแปลกหน้า
กระจกรถยนต์ของนายแจสเปอร์เป็นฟิล์มใสทำให้คนภายนออกมองเห็นคนในห้องโดยสารได้ชัดเจน พอรถยนต์เลี้ยวเข้าไปในรั้วมหาลัยเท่านั้นเอง นักศึกษาทั้งชายหญิงในมหาลัยไม่ว่าจะเป็นรุ่นพี่หรือเพื่อนร่วมคณะของฉันต่างให้ความสนใจนายแจสเปอร์และฉัน ปานว่าพวกเราสองคนเป็นดาราซึ่งมันคงจะดีกว่านี้อยู่หรอกนะหากพวกเขาไม่เอาเรื่องของฉันไปนินทาว่าร้ายในเชิงเสียหาย แต่ก็อย่างว่าแหละเรื่องร้ายๆ แย่ๆ ในเชิงเสื่อมเสียมักจะได้รับความสนใจกว่าเรื่องดีดีเสมอ
“อย่าลืมหลังเลิกเรียนให้โทร.หาฉัน”
คนที่ทำตัวเสมือนผู้ปกครองของฉันพูดย้ำอีกเป็นรอบที่สิบเห็นจะได้
“ไม่ลืม นายพูดประโยคนี้เกือบทุกห้านาทียังกับตั้งเวลาเอาไว้ ฉันจะลืมได้ไง”
“ก็เพราะเธอมันสมองกลวงไง ฉันเลยต้องย้ำบ่อยๆ”
“ฉันไม่ได้เป็นอัลไซเมอร์สักหน่อย”
นายแจสเปอร์มองลอดแว่นตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะจอดรถยนต์ชิดทางเท้า ฉันมองเลยนายแจสเปอร์ออกไปทางกระจกด้านคนขับ เห็นนักศึกษาสาวสองสามคนกำลังทำหน้าเคลิ้มฝันพากันซุบซิบหัวร่อต่อกระซิกยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับนายแจสแปอร์คนดัง
แหวะ! ฉันแอบแบะปากให้ไปทีหนึ่ง พวกหล่อนไม่เห็นจริงๆ เหรอว่าเขาไม่ได้มาแค่คนเดียวน่ะ เขาขับรถมาส่งฉันย่ะ
“ขอบใจนะที่มาส่ง”
อันที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องมาส่งฉันก็ได้ แต่เขาก็ยังใจดีให้ฉันติดรถมาด้วยวันนี้ฉันก็เลยประหยัดค่าวินมอเตอร์ไซค์และค่ารถเมล์ได้หนึ่งวัน ดีจังเลย อิอิ
“ฉันแค่ผ่านมาทำธุระ”
“ถึงงั้นก็เหอะ นายก็ยังใจดีให้ฉันติดรถมาด้วยไง”
ระหว่างพูดกับนายแจสเปอร์ฉันก็แอบเหล่มองไปยังแม่สามสาวดวงยั่วด้านนอก และยักคิ้วไปให้แบบสวยๆ ทีหนึ่ง หุหุ เห็นไหมเขามากับฉัน พวกเธอเห็นเหรอยัง
“ฝากดูเหมียวน้อยด้วยนะ ขวดน้ำ ขนมแมวเลียและอาหารของมันอยู่ในถุงตรงเบาะหลังนะ แมวเหมียวน้อยฉันไปก่อนนะ” ฉันมองเลยไปยังเป้แคปซูลใสซึ่งมีเจ้าเหมียวน้อยนอนอยู่ในนั้น
“ใครบอกเธอว่าฉันจะดูแลมันให้ เธอนั่นแหละต้องเอามันไปด้วย รู้นี่ว่าฉันไม่ค่อยถูกกับพวกแมวเท่าไหร่”
“ว่าไงนะ”
“หูหนวกอ่อ”
“โหย นี่ฉันจะต้องกระเตงเจ้าเหมียวน้อยเดินไปเดินมาเป็นแม่ลูกอ่อนทั้งวันเลยสินะ”
แค่คิดก็เหนื่อยไว้รอเลย บ่นไปงั้นแหละสุดท้ายแล้วฉันก็เอื้อมไปคว้าเป้แคปซูลมาจากเบาะหลังอยู่ดี อย่างน้อยเจ้าเหมียวน้อยมันอยู่กับฉันก็น่าจะรับประกันได้ว่ามันจะได้กินน้ำกินอาหาร ขืนปล่อยให้อยู่กับนายแจสเปอร์คนกลัวแมวเพียงลำพังสองต่อสองก็คงน่าเป็นห่วงมากกว่า
“เหมียวน้อยเราต้องเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อยนะ หนูต้องไปเรียนกับฉันแล้วล่ะอย่าดื้อนะ”
ฉันเปิดประตูรถลงไปสะพายเป้แคปซูลเอาไว้ด้านหลัง จากนั้นก็เท้าแขนกับขอบประตูรถโพสต์ท่าทางที่คิดว่าสวย เริ่ด เชิด หยิ่ง ที่สุดในชีวิตแล้วก้มลงมาหานายแจสเปอร์อีกครั้ง
“ตอนเย็นเจอกันนะ บ้ายบาย”
“อือ ไปได้แล้ว”
เขาขมวดคิ้ว เขาคงงงแหละว่าฉันกำลังทำอะไร แหมฉันก็แค่จะทำใส่แม่สามสาวที่ทำหน้าทำตาเหมือนเป็นขนมหวานรอให้นายจับเคี้ยวอยู่ตรงนั้นตะหาก ฉันปิดประตูรถและยืนรอจนรถยนต์เคลื่อนห่างออกไป และไม่ลืมที่จะยักคิ้วเก๋ๆ ส่งไปให้กับพวกคนขี้อ่อยเป็นการปิดฉาก
[แจสเปอร์ TALKS]
ร้านกาแฟ
ผมเลือกเดินเข้าร้านกาแฟเพื่อเติมคาเฟอีนเข้าไปในร่างกายหวังให้ความง่วงหงาวหาวนอนทุเลาลงบ้าง อีกหลายชั่วโมงทีเดียวกว่ายัยมินนี่จะเลิกเรียน คิดเอาไว้หากรู้สึกว่าห่วงจนทนไม่ไหวจริงๆ ผมจะเข้าไปงีบในรถเพื่อรอเธอ บางทีผมก็คิดนะว่าการตัดสินใจทำอะไรที่ไม่เคยทำในวันนี้อาจเป็นการตัดสินใจที่ผิดก็ได้ แต่ผมก็เลือกที่จะทำมัน เพราะอะไรน่ะเหรอ ผมพยายามหาคำตอบให้กับตัวเองอยู่นานกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบ
เพราะผมอยากทำมั้ง…
ระหว่างที่ผมนั่งรอกาแฟมาเสิร์ฟ จู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งอายุน่าจะสักห้าสิบปีแต่งกายดูภูมิฐาน เดินเข้ามาหาผมเขามาหยุดตรงหน้า นั่นทำให้ผมแน่ใจว่าเขาไม่น่าจะเป็นคนไทย
“ขอโทษนะครับ ผมขอนั่งด้วยคนได้ไหม”
เขาพูดภาษาไทยด้วยสำเนียงเพี้ยนๆ ไปจากเจ้าของภาษาอย่างพวกเราและมันทำให้ผมนึกถึงสำเนียงของยัยมินนี่ ผมพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาตระหว่างมองดูเขาเลื่อนเก้าอี้ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับผม เขานั่งลง วางมือที่ประสานกันเอาไว้บนโต๊ะ
“คุณใช่ไหมครับ? คือผู้ชายคนที่ดาโซอาศัยอยู่ด้วย”
“…”