บทที่ 9 ปลูกถั่วเหลือง ได้โอกาสจากฝักถั่ว
"ต้องรดน้ำด้วยหรือไม่นะ?"
ปึก!…
ยามที่สวี่ไท่ผิงกำลังจะไปตักน้ำ ก้อนดินที่เขาใช้กลบเมล็ดถั่วเหลืองไว้ถูกอะไรบางอย่างดันออกมา
"หือ? งอก… งอกแล้ว? เร็วจัง!"
เขานั่งยองลงด้วยความสงสัย แล้วพบว่าเมล็ดถั่วเหลืองที่เพิ่งปลูกลงไปนั้น กลับงอกยอดอ่อนออกมาแล้ว
ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากที่ยอดอ่อนโผล่พ้นดิน มันก็เริ่มแตกกิ่งก้านใบด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จากนั้นก็ออกดอกออกผล
เพียงอึดใจเดียว ต้นถั่วเหลืองที่โตเต็มที่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าสวี่ไท่ผิง
ต้นถั่วเหลืองนี้สูงราวสี่ฉื่อ ใบเขียวมรกตราวกับหยดน้ำ ฝักถั่วสามฝักที่ห้อยอยู่บนต้นนั้นใสราวกับหยก ผู้ใดพบเห็นก็ย่อมรู้ว่าไม่ใช่สิ่งของธรรมดา
"โอกาสที่ท่านปู่กล่าวถึง หมายถึงเมล็ดถั่วในฝักทั้งสามนี้หรือ?"
สวี่ไท่ผิงยื่นมือออกไปด้วยความประหลาดใจ ้าเก็บฝักถั่วทั้งสามนั้น
"เด็กน้อย"
ทว่าในขณะที่สวี่ไท่ผิงยื่นมือไปหาฝักถั่วทั้งสาม สุรเสียงอันไพเราะพลันดังขึ้นจากต้นถั่วเหลืองตรงหน้า
ทันใดนั้น สวี่ไท่ผิงเห็นแสงสีขาวนวลคล้ายควันพวยพุ่งออกมาจากลำต้นและใบของต้นถั่วเหลือง แล้วรวมตัวกันเป็ร่างเงาของเทพธิดาผู้งดงามไร้ที่ติ
"อย่าเพิ่งรีบเก็บ"
เทพธิดาแย้มยิ้มให้กับสวี่ไท่ผิงที่ยืนตกตะลึงอยู่ตรงนั้น
"ท่าน... ท่าน… ท่านเป็ปีศาจ... หรือเป็เซียน"
ในที่สุดสวี่ไท่ผิงก็ตั้งสติได้ พยายามทำให้จิตใจของตนสงบลง ทว่าน้ำเสียงยังคงตะกุกตะกัก
"เซียนหรือ? บางทีเมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ตอนนี้ข้าเป็เพียงิญญาเร่ร่อนที่อาศัยเมล็ดถั่วนี้เพื่อประทังชีวิตไปวัน ๆ"
หญิงสาวครุ่นคิด แล้วพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
"เด็กน้อย ไม่ต้องกลัว ข้าจะไม่ทำร้ายเ้า อีกอย่างข้าก็ทำร้ายเ้ามิได้ ที่ข้าปรากฏกายในครั้งนี้ก็เพียงแค่อยากทำข้อแลกเปลี่ยนกับเ้าเท่านั้น"
นางกล่าวกับสวี่ไท่ผิง
"ข้อแลกเปลี่ยน?"
สวี่ไท่ผิงสงสัยเล็กน้อย
"เดิมทีข้าชื่อฉู่หลิงเยว่ เมื่อหกร้อยปีก่อนข้าถูกศัตรูลอบทำร้าย ร่างของข้าถูกผนึก ิญญาแตกสลาย เหลือเพียงเศษเสี้ยวิญญาที่อาศัยอยู่ในเมล็ดถั่วนี้จนรอดพ้นมาได้อย่างหวุดหวิด ต่อมาเมล็ดถั่วนี้ก็ถูกส่งต่อเป็ทอด ๆ ไปหลายหมื่นลี้ จนตกไปอยู่ในมือของปู่เ้า และสุดท้ายปู่ของเ้าก็ส่งต่อมาให้เ้า จนกระทั่งวันนี้ เ้าปลูกมันลงในผืนดินศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ทำให้เมล็ดถั่วกลับมามีชีวิต ข้าจึงได้เห็นแสงตะวันอีกครั้ง"
หญิงสาวรูปงามเล่าให้สวี่ไท่ผิงฟังด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ
"ถ้าข้าไม่ได้ขึ้นเขา ท่านเทพธิดาจะต้องอยู่ในเมล็ดถั่วตลอดไปอย่างนั้นหรือ?"
สวี่ไท่ผิงซักไซ้ด้วยความสงสัย
แม้ว่าเขาจะมีนิสัยเป็ผู้ใหญ่กว่าวัย แต่เขาก็ยังเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบกว่าปี ความใคร่รู้ใคร่เห็นย่อมมีมากกว่าความกลัว
"ใช่แล้ว ไม่เพียงแต่ต้องอยู่ในเมล็ดถั่วเท่านั้น อีกหนึ่งหรือสองปีข้างหน้า ยามปราณิญญาในเมล็ดถั่วหมดสิ้น เศษเสี้ยวิญญาของข้าเกรงว่าจะต้องสลายไปพร้อมกับควัน"
ฉู่หลิงเยว่พยักหน้า ไม่คิดปิดบังสวี่ไท่ผิง
"แล้วข้อแลกเปลี่ยนที่ท่านเทพธิดาเอ่ยถึงคืออะไรหรือ?"
สวี่ไท่ผิงมิได้ละเลยประเด็นสำคัญเพราะความอยากรู้อยากเห็น
"ฝักถั่วสามฝักบนต้นนี้ เ้าเก็บไว้เพียงฝักเดียว แล้วเหลืออีกสองฝักไว้ให้ข้าได้หรือไม่?"
ฉู่หลิงเยว่ถามสวี่ไท่ผิงด้วยสีหน้าจริงจัง
"ตามที่ท่านเทพธิดากล่าว มีเพียงข้าเท่านั้นที่สามารถเก็บฝักถั่วบนต้นนี้ได้ใช่หรือไม่?"
สวี่ไท่ผิงกะพริบตา มองฉู่หลิงเยว่
"มีหลานชายที่ฉลาดเฉลียวเช่นนี้ สวี่จืออันคงหลับใหลอย่างสงบในโลกใต้พิภพแล้ว"
วาทะของสวี่ไท่ผิงทำให้ฉู่หลิงเยว่ใ นางหัวเราะอย่างขมขื่นแล้วพยักหน้าเอ่ยว่า "ใช่แล้ว มีเพียงผู้ที่ปลูกเท่านั้นจึงจะเก็บผลของมันได้"
"ข้าเข้าใจแล้ว"
สวี่ไท่ผิงพยักหน้า
"ในเมื่อเป็การแลกเปลี่ยน ท่านเทพธิดาจะใช้อะไรมาแลกกับข้าขอรับ?"
เขาถามฉู่หลิงเยว่
"หากเ้าเก็บเพียงฝักเดียว ข้ายินดีจะบอกความลับบางส่วนเกี่ยวกับเมล็ดถั่วนี้ให้ฟัง รวมถึงตำรับยาที่ช่วยให้กระดูกปราณระดับขาวฝึกฝนได้"
ฉู่หลิงเยว่พูดอย่างจริงจัง
สายตาของนางในยามนี้มิได้มองสวี่ไท่ผิงเป็เด็กอีกต่อไป
ยามได้ยินฉู่หลิงเยว่กล่าวว่า นางมีตำรับยาที่ช่วยให้กระดูกปราณระดับขาวฝึกฝนได้ ในดวงตาของสวี่ไท่ผิงพลันฉายแววยินดี
"ท่านเทพธิดาจะให้ข้าเชื่อท่านได้อย่างไร?"
สวี่ไท่ผิงเอ่ยถามพร้อมทำสีหน้าเรียบเฉย
"ข้าสามารถมอบตำรับนั้นให้เ้าก่อนได้ หลังจากเ้าลองแล้ว ถ้ารู้สึกว่าได้ผล ค่อยมาทำข้อแลกเปลี่ยนกับข้าก็ยังไม่สาย"
ฉู่หลิงเยว่เอ่ยด้วยสีหน้าจริงใจ
สวี่ไท่ผิงจ้องฉู่หลิงเยว่โดยไม่ละสายตา ครู่หนึ่งก็พยักหน้าแล้วกล่าว "ไม่ต้องลองแล้ว ข้าตกลงทำข้อแลกเปลี่ยนกับท่านเทพธิดา"
"เหตุใดกัน? มิกลัวข้าหลอกเ้าหรือ?"
เห็นสวี่ไท่ผิงตอบตกลงอย่างง่ายดาย ฉู่หลิงเยว่กลับรู้สึกแปลกใจขึ้นมา
"ท่านปู่เคยบอกว่า หลังจากที่ข้าปลูกเมล็ดถั่วนี้แล้วจะได้รับโอกาสครั้งหนึ่ง ยามนี้ดูเหมือนว่าโอกาสของข้าน่าจะเป็ท่านเทพธิดาขอรับ"
สวี่ไท่ผิงตอบอย่างจริงจัง
ฉู่หลิงเยว่ตกตะลึงเพียงชั่วครู่ จากนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
"ไม่คิดเลยว่าเ้าเด็กน้อยจะพูดเก่งเช่นนี้ เื่นี้เ้าเก่งกว่าท่านปู่ของเ้ามาก"
"ท่านเทพธิดาสนิทกับท่านปู่ของข้าหรือขอรับ?"
สวี่ไท่ผิงถามขึ้นอย่างสงสัย
จากวาทะของฉู่หลิงเยว่ สวี่ไท่ผิงพอจะเดาได้กลาย ๆ ว่า นางเคยพูดคุยกับท่านปู่ของเขามาก่อน
"เวลาที่ข้าออกมาได้มีไม่มาก คงต้องบอกเ้าเกี่ยวกับเมล็ดถั่วนี้ก่อน"
ฉู่หลิงเยว่พลันเปลี่ยนเื่
"ขอรับ"
สวี่ไท่ผิงพยักหน้า มิได้ยึดติดกับคำถามเมื่อครู่ แล้วนั่งขัดสมาธิบนพื้น ทำท่าทางตั้งใจฟัง
"เมล็ดถั่วที่ปู่ของเ้าเคยให้ก่อนหน้านี้ มีอีกชื่อว่า ‘ผลใต้พิภพ’ สิ่งนี้เป็ของวิเศษที่ลึกลับมาก หากนำไปปลูกบนูเาเซียน มันก็จะดูดซับพลังปราณของูเา และยังสามารถใช้พลังปราณของูเาเซียนเป็รากฐาน เพื่อให้กำเนิดสมบัติล้ำค่าขึ้นภายในผลของมัน"
เทพธิดาหลิงเยว่มิได้อ้อมค้อม แต่กลับอธิบายอย่างตรงไปตรงมา
"ท่านเทพธิดาหมายความว่า หากนำเมล็ดพันธุ์นี้ฝังในูเาเซียนที่แตกต่างกัน ผลที่บ่มเพาะออกมาจะแตกต่างกันใช่หรือไม่?"
สวี่ไท่ผิงรู้สึกประหลาดใจ อีกทั้งยังเกิดข้อสงสัยขึ้นมา
"ถูกต้อง"
เทพธิดาหลิงเยว่พยักหน้าด้วยความชื่นชม
"พลังปราณที่สะสมอยู่ภายในแต่ละูเาเซียนนั้นไม่เหมือนกัน เหมือนกับพวกเ้ามนุษย์นั่นแหละ พันคนพันหน้า ด้วยเหตุนี้ ผลที่เกิดจากผลใต้พิภพบนูเาที่แตกต่างกัน รวมถึงสมบัติที่อยู่ภายในผลจึงแตกต่างกันไป"
นางอธิบายเพิ่มเติมโดยละเอียด
"เมล็ดถั่วเหลืองเล็ก ๆ นี้ ช่างไม่ธรรมดาเสียจริง สมแล้วที่ท่านปู่บอกว่านี่คือโอกาสครั้งใหญ่"
หลังจากฟังคำอธิบายโดยละเอียดของเทพธิดาหลิงเยว่ สวี่ไท่ผิงก็มีสีหน้าตกตะลึง
ยามแรกเขาคาดเดาว่า เมล็ดถั่วเหลืองนี้อย่างมากก็คงเป็สมบัติประเภทผลไม้เซียน แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเป็ของวิเศษที่สามารถบ่มเพาะสมบัติได้
"เ้าลองเด็ดฝักถั่วออกมาหนึ่งฝักแล้วแกะดูเถิด"
เทพธิดาหลิงเยว่ชี้ไปที่ฝักถั่วทั้งสามฝักบนต้นถั่วเหลือง