จากวันนั้น ออเวน ก็ไม่ได้ให้ ขวัญสุตา กลับไปยังโรงแรมที่เ้าหล่อนพักอีกเลย เขาให้เ้าหล่อนมาพักอยู่ที่บ้านของเขาแทน และแจ้งเช็คเอาท์ห้องพักห้องนั้นให้หน้าตาเฉย พร้อมกับให้บอดี้การ์ดของเขาไปเก็บข้าวของหญิงสาวมาไว้ที่บ้านของเขา และแถมเวลาที่ไปดูงานยังฝ่ายต่างๆ เขาก็จะคอยตามติดไปด้วยทุกครั้งไป
“ทำอย่างนี้ เดี๋ยวก็มีคนเขม่นฉันเข้าให้หรอกค่ะ” ขวัญสุตา เอ่ยบอกแก่ชายหนุ่ม เมื่อเธอเข้ามาในห้องทำงานของ ออเวน
“ใครจะว่าอะไรก็ช่างเขา ผมไม่แคร์” ออเวน กล่าวพร้อมกับดึงร่างบางเข้ามาในอ้อมแขนแกร่ง
“คุณไม่แคร์ แต่ฉันแคร์นี้ค่ะ เพราะที่มาด้วยกันก็มีแต่ผู้บริหารทั้งนั้น เขาจะมองฉันยังไงก็ไม่รู้” ขวัญสุตา เอ่ยขึ้นอย่างเป็กังวล พร้อมกับมองหน้าคนตัวโต
“ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะคอยดูแลและปกป้องคุณในทุกๆ เื่ ผมสัญญา” ออเวน กล่าวชิดริมฝีปากบางได้รูป แล้วจูบปากบางได้รูปนั้นอย่างโหยหา คิดถึง ผู้หญิงในอ้อมกอดเขานี้ แทบทำให้เขาจะคลั่งอยู่แล้ว ไม่เจอหน้าสาวเ้า ไม่ถึงชั่วโมงก็คิดถึงจะแย่ อยากเจออยากอยู่ใกล้ อยากทำอะไรต่อมิอะไร ซึ่งเขาไม่เคยเป็อย่างนี้กับใครมาก่อนเลย
“อุ้ย! ขอโทษค่ะ ฉันเคาะประตูแล้วนะคะ” อิสเบลล่า เปิดประตูห้องทำงานของ ออเวน เข้ามา แล้วก็ต้องอุทานออกมา เมื่อเห็นที่ทั้งสองกำลังจูบนัวเนียกันอยู่ ซึ่งเป็ภาพบาดตาบาดใจของเธอยิ่งนัก อิสเบลล่า กำมือทั้งสองข้างไว้แน่น พยายามระงับอารมณ์ทั้งอิจฉาริษยา ทั้งหึงหวงเอาไว้ภายใน
“ไม่เป็ไร อิสเบลล่า มีอะไรหรือเปล่า?”
ออเวน ถอนจูบออกอย่างเนืองๆ อย่างแสนเสียดาย แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยอ้อมแขนแกร่งออกจากร่างบาง เอ่ยถามเลขาด้วยความหงุดหงิดใจ ที่เข้ามาขัดจังหวะการพลอดรักของตนกับคนตัวเล็กในอ้อมแขน ส่วนคนที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่งนั้นอายแสนอาย ไม่กล้าหันไปมองคนที่เข้ามาใหม่ จึงก้มหน้าลงไปซบกับอกกว้างบึกบึนของชายหนุ่มไว้ อย่างหาเกาะกำบัง
“เอ่อ! คุณจะทานข้าวกลางวันข้างนอกหรือจะให้ฉันสั่งมาทานที่นี้คะ?” อิสเบลล่า เอ่ยถามขึ้นผู้เป็เ้านาย
“ผมจะออกไปทานข้าวข้างนอก” ออเวน เอ่ยบอกออกไป
“แล้วให้ฉันไปด้วยไหมคะ?” อิสเบลล่า เอ่ยถามขึ้นอีก เพราะทุกทีเขาก็จะชวนเธอไปทานข้าวเที่ยวด้วยกัน
“ไม่ต้องไปหรอกเพราะไม่มีงานอะไรที่จะต้องคุย และอีกอย่างผมจะไปทานข้าวกับแฟนผม ้าความเป็ส่วนตัว” ออเวน กล่าวแจ้งออกไป ให้เลขาทราบ
“ค่ะ” อิสเบลล่า ตอบรับออกไป โดยพยายามควบคุมเสียงให้เป็ปกติที่สุด
‘นี้เขาหลงมันขนาดนี้เลยเหรอ พึ่งจะได้เจอกันยังไม่ถึงเดือนเอง ให้ได้ใจกันไปเถอะ อีกไม่นานหรอกเขาก็คงจะต้องเขี่ยทิ้งแน่นนอน แต่ถ้าไม่เขี่ยทิ้งฉันนี้แหละจะทำให้แกไปเอง อย่างหวังว่าจะได้ตำแหน่งคนพิเศษของเขา ไม่มีทางเสียหรอก’ อิสเบลล่า คาดโทษคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแกร่ง ที่เธอก็อยากเข้าไปอยู่ในนั้นบ้าง แต่ไม่เคยได้มีโอกาสเลยสักครั้ง
“มีอะไรอื่นอีกไหม?” ออเวน เอ่ยถาม
“ไม่มีแล้วค่ะ ขอตัวค่ะ” อิสเบลล่า ตอบชายหนุ่มผู้เป็เ้านาย แล้วเดินออกจากห้องทำงานของ ออเวน ตรงไปที่โต๊ะทำงานของตนทันที
'ฉันกำลังจะได้เขามาอยู่แล้วเชียว เธอนี้เป็มารผจญของฉันจริงเลยนะแม่สาวเอเชีย ฉันไม่ยอมให้เธอได้เขาไปครองหรอก เขาต้องเป็ของฉันคนเดียวเท่านั้น’ อิสเบลล่า คิดในใจอย่างอาฆาตมาดร้าย
“ปกติคุณไปทานข้าวเที่ยงกับเลขาคุณเสมอเหรอคะ?” ขวัญสุตา เอ่ยถามคนตัวโตขึ้น ขณะที่อยู่ด้วยกันสองคนในห้อง
“ใช่ เพราะจะต้องคุยงานกันต่อน่ะ ผมเห็นว่ามันสะดวกดี และก็มีเพื่อนทานข้าวด้วยน่ะ” ออเวน เอ่ยบอกคนตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่งอย่างไม่ได้คิดอะไร
“คุณนี้ใช้ลูกน้องหนักไปไหมคะ ขนาดพักเที่ยงยังต้องไปคุยงานต่ออีก” ขวัญสุตา มองหน้าชายหนุ่มพร้อมกับย่นจมูกส่งให้ เลยทำให้ ออเวน ยื่นมือใหญ่ขึ้นมาบีบจมูกคนตัวเล็กอย่างหมั่นเขี้ยว
“กำลังต่อว่าผมว่าใช้งานลูกน้องอย่างกับทาสเหรอคนสวย แต่ถึงผมจะใช้หนักผมก็ให้ค่าตอบแทนเขาไม่ได้เอาเปรียบเขานะทูนหัว ไม่ได้ใช้เฉยๆ” ออเวน บอกแก่คนตัวเล็ก
“แล้วทำไมไม่ให้เขาไปทานข้าวด้วยกันล่ะคะ ดีออกมีเพื่อนทานข้าวกันเยอะๆ น่ะ” ขวัญสุตา กล่าวขึ้นอย่างไม่คิดอะไร
“ไม่เอา ผมอยากทานข้าวกับคุณแค่สองคน ไม่อยากให้คนอื่นมาเป็ กขค.” ออเวน เอ่ยตอบพร้อมกับทำสายตาหวานเชื่อมส่งให้คนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมแขน
“หิวหรือยังครับ?” ออเวน เอ่ยถามขึ้น “หิวแล้วค่ะ” ขวัญสุตา ตอบคนถามยิ้มๆ
“งั้นเราไปกันเลยนะ ผมจะพาคุณไปทานอาหารที่ขึ้นชื่อของที่นี่” ออเวน กล่าวบอกคนตัวเล็กอย่างอยากให้รับรู้ว่าเขาจะพาเ้าหล่อนไปทานข้าวที่ไหน
“ดีค่ะขวัญอยากทานอยู่พอดี จะได้บอกคนอื่นได้” ขวัญสุตา กล่าวยิ้มๆ
“งั้นเราไปกันเลยนะทูนหัว” กล่าวจบ ออเวน ก็ก้มลงจุมพิตปากบางได้รูปหนักๆ หนึ่งที่ แล้วปล่อยอ้อมแขนออกจากร่างบาง แล้วยื่นมือให้คนตัวเล็กจับ ขวัญสุตา จึงยื่นมือเรียวเล็กเข้าไปในมือใหญ่ แล้ว ออเวน ก็จับจูงมือเรียวเล็กเดินออกไปจากห้องทำงาน ตรงไปยังลิฟต์ เพื่อลงไปขึ้นรถ และขับไปยังร้านอาหารชื่อดังของเมือง
๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖๖