ตอนที่ 55
พบเจอไท่จื่อ
สงครามสุดแสนจะยืดเยื้อทหารของทั้งสองฝ่ายเข้ารบกันอย่างเต็มกำลังเพราะนี่คือศึกครั้งสุดท้ายของทั้งสองแคว้น แคว้นหมิงไม่มีเสบียงเหลือพอจะทำศึกยืดเยื้อต่อจากนี้อีกแล้ว
การรบตั้งแต่ตอนเช้ามันจนลงเมื่อถึงตอนพระอาทิตย์อัสดงเปล่งแสงสีส้มอมแดง แคว้นหมิงเป็นฝ่ายชนะโดยคนของแคว้นหลิวสูญเสียทหารไปมากกว่า 8 ใน 10 ส่วนจนพวกนั้นล่าถอยกลับไป
สงครามครั้งนี้ชนะได้ด้วยการนำทัพของแม่ทัพใหญ่หมิงเว่ย แต่อีกความชอบหนึ่งก็เป็นของไท่จื่อแห่งแคว้นหมิงเหมือนกันเพราะว่าเขาทำให้ผู้นำทัพของอีกฝ่ายบาดเจ็บจนไร้สติ เพราะเช่นนั้นกองทัพของแคว้นหลิวเลยระส่ำระสาย
ตอนนี้หลังจากจบสงครามด้วยชัยขนะของแคว้นหมิง เหล่าขุนนางน้อยใหญ่ก็ต้องวิตกอีกครั้งหนึ่งเพราะว่าไท่จื่อแห่งแคว้นนั้นหายออกไปจากสนามรบตั้งไม่รู้กี่ชั่วยามแล้ว
ณ ที่มั่นของกองทัพแคว้นหมิง กระโจมขนาดใหญ่ที่เป็นที่ประชุมของกองทัพบัดนี้แม่ทัพน้อยใหญ่นั่งอยู่สองข้างทาง โดยมีแม่ทัพใหญ่ยืนอยู่ในตำแหน่งประธาน
แม่ทัพใหญ่หมิงเว่ยที่ยืนอยู่ในตำแหน่งประธานกำลังแสดงใบหน้าที่ครุ่นคิดอย่างหนัก ไม่เพียงแต่แม่ทัพใหญ่เว่ยเท่านั้นที่กำลังคิดหนักแต่เหล่าแม่ทัพน้อยใหญ่เองก็เป็นเช่นกัน
“ ท่านแม่ทัพโปรดสั่งการข้าเถอะขอรับว่าจะเอาเช่นไร ” รองแม่ทัพใหญ่กล่าวออกมาด้วยเสียงร้อนรน ตอนนี้ภายในใจของเขาราวกับกองเพลิงที่กำลังลุกไหม้ ภายในใจสุดแสนจะเป็นห่วงไท่จื่อที่หายตัวไป เขาเป็นนักรบการที่จะหาผู้นำที่กล้าหาญเช่นนี้ไม่ได้ง่ายดายนัก
เหล่าแม่ทัพรู้ดีว่าการที่ไท่จื่อหายตัวไปเช่นนี้มันไม่ได้เป็นผลดีกับพวกเขาสักเท่าไหร่อย่างแน่นอน ถ้ากลับไปรายงานกับฝ่าบาทว่าไท่จื่อหายตัวไปโทษของพวกเขาทุกคนไม่พ้นตัดคอ
“ ตอนนี้ทหารของพวกเรายังเหนื่อยล้าและบาดเจ็บเกินไป จะให้ออกไปตอนนี้มันก็ตะวันตกดินแล้ว... ” แม่ทัพใหญ่เว่ยตอบกลับลูกน้องคนสนิทไปตามความคิดของตนเองไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะออกไปตามหาไท่จื่อแต่ว่าตอนนี้กองทัพของแคว้นหมิงที่เพิ่งจะผ่านการรบมันเหนื่อยล้าและบาดเจ็บมากเกินไป
“ ท่านแม่ทัพใหญ่โปรดวางใจเถอะขอรับข้าจะนำคนที่ร่างกายพอไหวออกไปก่อน ”
“ เข้าใจแล้วเจ้าไปเถอะ ” แม่ทัพใหญ่เว่ยรู้ใจจริงของรองแม่ทัพใหญ่ดีว่าถึงจะห้ามไม่ให้ออกไปอย่างไรเสียเขาก็คงจะนำทหารออกไปอยู่ดี
เมื่อได้รับการอนุญาตรองแม่ทัพใหญ่ผู้นั้นก็ไม่รีรอที่จะรีบวิ่งออกไปทันทีด้วยความเร่งรีบ เขาได้พาทหารที่ไม่เหนื่อยล้ามากนักออกไปประมาณยี่สิบคนเพื่อออกตามหาไท่จื่อที่หายตัวไป
ณ ชายแดนแคว้นหมิงและแคว้นหลิว ภายในป่าที่มืดมิดใจกลางป่ามีกองเพลิงเล็กๆที่จุดขึ้นมาเพื่อให้แสงสว่างและบรรเทาความหนาวในราตรีเช่นนี้
หลิงเฉินที่กำลังนั่งพักอยู่หน้ากองเพลิงเล็กๆพร้อมกับม้าที่เขาใช้เป็นพาหนะในการเดินทางหลังจากที่ออกเดินทางมาทั้งวัน จากจุดนี้และสนามรบของทั้งสองแคว้นมันอยู่ห่างกันพอสมควร
ในขณะที่หลิงเฉินกำลังนั่งพักอย่างสบายใจอยู่นั้นหูของเขาก็ได้ยินเสียงอันใดบางอย่างดังแว่วมาจากด้านหลัง เด็กหนุ่มที่สวมใส่อาภรณ์สีดำทมิฬได้ลุกขึ้นมาจากท่านั่งแล้วเหลียวมองไปด้านหลัง
ภายในความมืดภายในป่าดวงตาของหลิงเฉินจ้องเข้าไปภายในนั้นก่อนที่จะมีอาชาตัวหนึ่งได้วิ่งปรากฏกายออกมาหาเขา
ด้วยความประหลาดใจหลิงเฉินผงะถอยหลังไปสองก้าวก่อนที่เขาจะเริ่มสังเกตุเห็นว่าบนหลังของอาชาตัวนี้มันมีร่างของชายผู้หนึ่งกำลังสลบอยู่บนหลังของมัน
อาชาตัวนั้นได้วิ่งมาหยุดลงตรงหน้าของหลิงเฉินก่อนที่มันจะปล่อยร่างของบุรุษที่อยู่บนหลังของมันลงไปที่พื้นแล้วใช้สายตาของมันจ้องมาที่หลิงเฉินราวกับกำลังพยายามจะสื่อว่าให้ช่วยชายคนนี้ที
ดวงตาของหลิงเฉินก้มมองไปที่ร่างของบุรุษที่สวมใส่เกราะสีทองอร่ามที่นอนสลบอยู่ที่พื้น เพียงได้มองครั้งแรกหลิงเฉินก็รู้ได้ทันทีว่าบุรุษผู้นี้กำลังโดนทักษะ 5 พิษปั่นป่วนเล่นงานอยู่
“ โดนพิษงั้นรึ??? ”
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังบาดเจ็บหลิงเฉินถึงกับยกมือขึ้นมากุมขมับตนเองให้ตายเถอะเหตุใดเขาถึงพบเจอแต่ผู้คนที่เจ็บป่วยกัน เขาเป็นจักรพรรดิอักขระนะไม่ใช่หมอ
“ เยี่ยหวนนะเยี่ยหวนเหตุใดเรื่องพวกนี้ถึงไม่ไปหาเจ้าบ้าง ” หลิงเฉินบ่นพึมพำกับตนเองด้วยความหนักใจ เมื่อเจอคนที่บาดเจ็บมาเช่นนี้จะไม่ให้เขาช่วยก็กระไรอยู่
หลิงเฉินย่อกายลงไปดูอาการของอีกฝ่ายใกล้ๆ ดวงตาทั้งสองสังเกตุทั่วทั้งร่างกายของอีกฝ่าย บุรุษผู้นี้เป็นชายวัยประมาณย่างเข้ายี่สิบปี สวมใส่ชุดเกราะสีทองที่ดูแล้วน่าจะเป็นนักรบ แต่เมื่อหลิงเฉินลองคาดการณ์ดูแล้วชุดเกราะสีทองเช่นนี้น่าจะเป็นเชื้อพระวงศ์ ทั่วร่างกายของชายผู้นี้ไม่ได้บาดเจ็บมากมายอันใดแต่เพียงแค่ว่าโดนพิษทำร้ายร่างกายเท่านั้น
ถ้าเป็นเชื้อพระวงศ์ก็มีเหตุผลให้เขาช่วยเพิ่มอีกหนึ่งข้อแล้วเพราะจะได้สร้างบุญคุณเอาไว้ในอนาคต
หลิงเฉินรู้วิธีการถอนพิษเช่นนี้แต่เขายังไม่สามารถทำได้ในขนาดที่อีกฝ่ายกำลังหลับใหลอยู่ เขาจึงยกนิ้วมือของตนเองขึ้นมาวาดอักขระเพื่อหยุดพิษเอาไว้ชั่วคราวก่อน
นิ้วมือขีดเขียนเส้นทางแห่งอักขระขึ้นมาปรากฏเป็นอักขระสีฟ้าเปล่งประกายก่อนที่มันจะวิ่งเข้าไปใส่ร่างของชายที่กำลังสลบอยู่
“ เรียบร้อย ” หลิงเฉินกล่าวออกมาหลังจากที่ทำเรื่องที่ตนเองทำได้จนเสร็จ
จบตอน