ตอนที่ 2 ชีวิตดิ่งเหว
นิยายเื่นี้ไม่ใช่ของเธอ...
หานซีหนิงชอบอ่านข่าวเธอแยกไม่ออกหรอกว่าบทความที่เขียนในเว็บไซต์เรียกว่าไร้สาระได้หรือไม่
มีอยู่ครั้งหนึ่งเธออ่านข่าวเกี่ยวกับนวนิยายต่างประเทศที่กำลังโด่งดังไปทั่วโลกเื่นั้นออกมาภาคแรกก็ทำยอดขายได้ถล่มทลายดังนั้นทันทีที่ภาคสองถูกประกาศวันวางจำหน่าย สกุลเงินของประเทศดังกล่าวก็เริ่มแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ
โลกนั้นหานซีหนิงเป็นักเก็งกำไรในอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเธอไม่สู้พี่ชายที่อ่านค่าดัชนีหุ้นแล้วเข้าใจทันทีแต่เธอสามารถวิเคราะห์อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ล่วงหน้าสูงสุดสามเดือนอย่างแม่นยำได้ก็แล้วกัน
ฉายาคือ 'นักเก็งกำไรมือฉมัง' เพราะนิสัยของเธอคือชอบฉกฉวยหัวขโมยอันดับหนึ่งของเซี่ยงไฮ้
ดังนั้น...นิยายเื่หนึ่งก็ไม่ได้ไร้สาระเสียทีเดียว
จริงไหมนะ?
ตัวเธอนั้นเรียกไม่ได้ว่าเป็นักอ่านนิยายตัวยงแต่ก็เป็นักอ่านที่เสพข่าวทุกอย่างที่เกิดขึ้นบนโลก อ่านมาทุกภาษาถึงพูดไม่ได้แต่ก็อ่านภาษานั้นเข้าใจอยู่บ้างเพราะอาชีพของเธอจำเป็ต้องรู้ข้อมูลทุกอย่างของประเทศเ้าของสกุลเงินนั้นๆ
เหอะๆ์คงเห็นว่าเธอขวางหูขวางตาแล้วกระมังถึงได้ส่งเข้ามาในนิยายที่เพิ่งอ่านได้แค่บทนำอย่างเื่นี้ หนำซ้ำนิยายเล่มนั้นมันใช่ของเธอเสียที่ไหน
กระนั้นก็โทษใครไม่ได้เพราะมันไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้เธอตกจากระเบียงชั้นเจ็ดสิบเอ็ดลงมาตาย
อา...เธอตายแล้วจริงน่ะหรือ?
หานซีหนิงรู้สึกหนักอึ้งปวดระบมไปทั้งร่างกาย แค่จะขยับนิ้วยังยากลำบาก ใช่คอเธอหักแล้วหรือไม่!ราวกับว่าเมื่อครู่ตนเองตกลงมาจากที่สูง...จากระเบียงชั้นเจ็ดสิบเอ็ด...ผ่านอากาศที่เวิ้งว้างพี่ชาย?
พี่ชายของเธอล่ะ!?
หานซีหนิงลืมตาโพลงก่อนจะพบว่าทุกอย่างรอบตัวมืดสนิท
ให้ตายเถอะ ภาพนั้นเลือนรางเธอเห็นดาวกลุ่มน้อยๆ ส่องแสงระยิบระยับสวยงาม กับแสงส้มๆอะไรบางอย่างด้านข้างที่กำลังแยงตา ยกมือบังอย่างงุนงง
"อะไรใครเปิดไฟมือถือในที่มืดแบบนี้ ไฟดับหรือยังไง..." ฉับพลันนั้น จู่ๆหานซีหนิงก็ได้สติ
นี่ไม่ถูกต้อง
เธอหลับตาแล้วลืมขึ้นใหม่ก็พบว่าตัวเองยังอยู่ที่เดิมมืด!
ความหนาวเย็นค่อยๆแทรกซึมผ่านิั กลิ่นอายดินและน้ำขังราวกับฝนที่เพิ่งตกไปความเย็นชื้นแฉะที่ท้ายทอยและแผ่นหลัง เสียงแตกของถ่านไฟดังเปรี๊ยะปะ
จากเดิมที่เธอไม่รู้สึกอะไรตอนนี้กลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ประสาทััเริ่มว่องไวจากนั้นก็ราวกับคลื่นั์ซัดสาด เสียงสัตว์ป่าร้องระงมพวกมันลากเสียงยาวเหยียดจนขนเธอลุกซู่ จะสัตว์เล็กหรือสัตว์ใหญ่เสียงคำรามนั้นก็ทำให้คนหวาดผวาได้ทั้งสิ้น
"หรือเดี๋ยวนี้เขาเปลี่ยนเสียงแตรรถเป็เสียงสัตว์แบบใหม่กันแล้วเหอะๆ คูลได้อีก" หานซีหนิงยังมีอารมณ์ขัน
ทว่าหัวเราะได้ไม่ทันไรก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าเป็บิดเบี้ยวจวนจะร้องไห้...เธอตกจากระเบียงอยู่ดีๆ จะมาโผล่ที่ป่าทึบเช่นนี้ได้อย่างไรมันควรเป็พื้นหน้าตึกเจ็ดสิบเอ็ดชั้นสิ ด้านล่างควรเป็อ่างน้ำพุฟู่ๆ
หรือเธอถูกลักพาตัว!
ต้องใช่แน่ๆ พี่ชายเธอรวยเว่อร์ขนาดนั้น...
"..."
เด็กหนุ่มผู้นั่งฟังน้องสาวบ่นพึมพำคนเดียวพลันขมวดคิ้วใบหน้าเ็าติดจะบึ้งตึงหลายส่วนเงยขึ้นดวงหน้าซูบผอมสะท้อนแสงจากกองไฟเปล่งประกายหล่อเหลาราวกับัในฝูงงู
เขานิ่งมองน้องสาวที่ฟื้นจากความตายมาครั้งที่เจ็ดสิบเอ็ดแล้วยังนอนบ่นพึมพำคนเดียวราวกับคนบ้าเดี๋ยวนางก็เผยสีหน้าหวาดกลัว ประเดี๋ยวก็หัวเราะ ยิ้มด้วยจากนั้นก็ลุกขึ้นนั่งเหลียวซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง
ทำอะไรของเ้า?
เป็เช่นนั้นได้ครู่หนึ่งเด็กหนุ่มก็เขวี้ยงตำราแข็งๆ ใส่ศีรษะเล็กๆ นั่น
"โอ๊ย!"หานซีหนิงถึงกับตัวเอียง ล้มตึง หน้าคว่ำ หกคะเมนนอนกองบนพื้นเปียกแฉะอีกครั้งศีรษะเกือบหลุดตามแรงที่ถูกเขวี้ยง "อา...ถึงกับลุกไม่ขึ้นใครมันกล้าตีหัวกันวะ!"
หานซีหนิงขยับลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบากหนังสือนิยายหล่นตุ้บลงจากตัวครั้นสบเข้ากับภาพปกสุดแสนพิลึกพิเรนทร์...ราวกับกล่องแพนโดราะเิตูมลางสังหรณ์อันเลวร้ายพลันสว่างจ้าในหัวทันที
สายตาเธอยังพร่ามัวตอนนี้ก็ยิ่งพร่ามัวไปใหญ่เมื่อรู้ว่าตัวเองหลงมาอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่เข้าแล้วจริงๆน้ำตาหยดน้อยไหลรินออกจากหางตา แลดูน่าสงสารยิ่ง
หานเซ่ออี้มุมปากกระตุก
"เสียงร้องไห้ของเ้าจะเรียกสัตว์อสูรมาถ้ายังไม่อยากตายเป็รอบที่เจ็ดสิบสองก็เงียบเสียงซะ"
เสียงเอ่ยนั้นเ็าอย่างที่สุดเย็นจนหนาวสะท้านไปถึงแผ่นหลัง
หานซีหนิงสบตากับเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งไม่ทุกข์ร้อนเขี่ยขี้เถ้าไฟอยู่ไม่ไกล ยามนั้นราวกับมีใครเปิดฮีตเตอร์ ความอบอุ่นค่อยๆล้นทะลักออกมา แผ่ลามจนอุ่นซ่านไปทั้งร่างและจิตใจ
เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ"พี่อี้..."
ไวเท่าความคิดหานซีหนิงะโพุ่งตัวสุดชีวิตเข้าหาพี่ชาย สำหรับเธอแล้วเขาเป็ทั้งพี่เป็ทั้งพ่อ ทั้งแม่และชีวิตของเธอชาตินี้โลกไหนก็ไม่มีญาติที่ไหนอีกแล้วนอกจากเขา
เธอเห็นเขายกเท้าขึ้นไม่ใช่ว่าต้องกางแขนรอรับเธอหรือ หานซีหนิงจะหยุดพุ่งก็ไม่ทันแล้ว
"โอ๊ย!"หานซีหนิงถูกถีบจนลอยละลิ่วไปหลายสิบก้าว
ราวกับโลกทั้งใบพังทลาย
"นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!…"หานซีหนิงร้องะโลั่นป่า สัตว์อสูรส่งเสียงขานรับอย่างตระหนกก่อนจะพากันวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง
เธอก้มมองร่างกายของตัวเองแล้วก็แทบอยากจะร้องไห้ให้ขาดใจตายมือเล็กๆ ขาสั้นๆ ทั้งยังผอมแห้งขาดสารอาหาร เสื้อผ้ารุ่มร่ามมอมแมมใหญ่กว่ารูปร่างมองอย่างไรก็แค่เด็กแปดขวบ แล้วพี่ชายของเธอคนนั้นเล่าเขาเพิ่งจะอายุสิบสามสิบสี่เองน่ะสิ
หานเซ่ออี้ไม่สนใจท่าทางตกตะลึงจวนเจียนจะร้องไห้ของน้องสาวเมื่อเห็นว่านางหุบปากแล้วก็ลดมือที่ยกอุดหูมาปัดเสื้อผ้าที่เลอะฝุ่นออกอย่างรังเกียจพึมพำเอ่ย "สกปรก"
"..." หานซีหนิง
เอ่ยแล้วเด็กหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนใช้หางตามองเหยียดน้องสาว ก่อนจะหันหลังแล้วเดินกลับเข้าเรือนไม้ไผ่ซึ่งซ่อนอยู่ทางด้านหลังต้นกล้วยไปไม่ไกลด้านในนั้นมีห้องหนึ่งทางฝั่งขวาที่ยังคงมีแสงสว่าง ส่วนรอบด้านนั้นมืดสนิท
หานซีหนิงถึงกับมุมปากกระตุกเด็กหนุ่มคนนั้นหน้าเหมือนพี่ชายเธอไม่ผิดแน่ แต่แววตาเ็าแบบนั้นมองเหยียดเธอเช่นนั้น ดูจะมากกว่าพี่ชายของเธอคนก่อนสักหน่อย
ฮึ! ใช่สินะหลุดเข้ามาในนิยายจริงๆ สินะ ต้องเป็ใครที่ล้อเธอเล่นอยู่แน่ๆ
หึๆ ล้อเล่น...
หานซีหนิงพลันเบะปาก "ฮือๆหนิงทำอะไรผิด! หนิงผิดตรงไหน ์! ทำไมต้องกลั่นแกล้งกันด้วย"
เธอร้องไห้เสียงดังสายตาก็สอดส่องมองตามหลังเด็กหนุ่มที่เดินหายเข้าไปในเรือนแล้วทว่าเขาไม่มีทีท่าจะสนใจเธอเลย
เมื่อร้องไห้ไม่ได้ผลหานซีหนิงก็คว้าเอาหนังสือนิยาย ลุกขึ้นวิ่งตามหลังพี่ชายเข้าไปในเรือน
"ดับไฟด้วย!"
"อ้อ"เธอชะงักแล้ววิ่งกลับมาดับกองไฟด้วยการใช้เท้าเตะหลุมน้ำเล็กๆ ดับไฟก่อนจะหอบขากางเกงที่ดูใหญ่เทอะทะวิ่งเข้าไปในเรือน
เรือนแห่งนี้สร้างด้วยไม้ไผ่ทั้งหลังซึ่งมีแค่สองห้องนอน
โดยมีห้องโถงเล็กๆตรงกลางแยกทั้งสองห้องนอนออกจากกัน อีกทั้งตัวเรือนยังเก่าและเล็กมากซึ่งเป็แค่รายละเอียดที่หานซีหนิงเห็นขณะนั้นดังนั้นทันทีที่ลำตัวแตะััฟูกที่นอนแข็งๆเธอก็หลับใหลไม่รู้เื่ราวอะไรเลยทั้งสิ้น
น่าแปลก...ความรู้สึกคุ้นเคยนี้คืออะไร
คงเพราะผู้ที่นอนในห้องฝั่งตรงข้ามคือพี่ชายแท้ๆของเธอกระมังถึงได้รู้สึกวางใจและหลับสนิท
จนถึงตอนนี้เธอก็คิดได้แค่เื่เดียวการที่ตกจากระเบียงชั้นเจ็ดสิบเอ็ดอาจเป็สาเหตุที่ทำให้เธอหลุดเข้ามาในนิยายเื่นี้ก็ได้และเธอไม่ปักใจเชื่อว่าพี่ชายไม่ใช่พี่ชายคนเดียวกับคนที่อยู่ในอีกโลกนั้นเขาอาจกำลังล้อเธอเล่นอยู่
คิดได้เช่นนี้หานซีหนิงก็เผยรอยยิ้มซุกซนหัวเราะฮ่าๆ ราวกับรู้ว่า…แน่ะ ซ่อนกล่องไว้ใช่ไหม?
ซ่อนกับผีซิ!
ที่จริงต่างโลกก็ดี นิยายก็ดีแต่ที่น่าหวั่นใจคือนิยายเื่นี้...มันไม่ใช่นิยายที่คนจีนเขียน!
เอาเถอะ ไม่แน่นี่อาจเป็ความฝันเื่เหลือเชื่อแบบนี้คนปกติเขาไม่คิดกันหรอก
อีกอย่างเธอไม่เคยได้ยินชื่อหมวดนิยายที่เขียนว่า'ครึ่งจีนแฟนตาซี' มาก่อนหรือต่อให้มันเป็หมวดที่คนไทยใช้แบ่งแยกนิยายแบบนั้นก็ช่างเถอะฟ้าสว่างแล้วค่อยว่ากันอีกที
เป็เช่นนี้อยู่สามวัน…
หานซีหนิงนั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนระเบียนหน้าเรือนไม้ไผ่คางเล็กเกยกับราวระเบียงอย่างหมดอาลัยตายอยากทัศนียภาพเบื้องหน้าที่มีดอกไม้งดงามทั้งบานและตูมมากกว่าเจ็ดสี ูเาและลำธารสายลมและแสงแดด ไม่ได้ช่วยให้เธอรู้สึกสดชื่นหรือตื่นเต้นขึ้นมาเลย
สามวันมานี้ต้องหวาดผวาว่าจะถูกหานเซ่ออี้หิ้วไปฆ่าโดยไม่รู้ตัวมีแค่คืนแรกเท่านั้นที่หลับสนิท จากนั้นเธอก็ยังไม่ได้นอนอีกเลย
"บัดซบ!เด็กหนุ่มคนนั้นมันวิปริตไปแล้ว" หานซีหนิงสบถคำหยาบด่าทอพี่ชายเป็ชุดจากนั้นก็หันมาบ่นกับกาน้ำร้อนข้างๆ เท้าบนพื้น
หลายวันมานี้นอกจากผลไม้ไม่กี่ลูกก็มีแค่กาน้ำร้อนนี่แหละที่ทำให้เธอไม่อดตาย "เพื่อนยาก ฉันรักแกที่จุดจุ๊บมั๊วะ!"
หานซีหนิงมองกล้วยดิบบนต้นตาละห้อยผีเสื้อตัวหนึ่งบินไปจับอยู่บนกล้วยลูกใหญ่ๆ ที่เธอหมายตามันกระพือปีกขึ้นลงเนิบช้า
ไม่รู้เหตุใดหานซีหนิงจึงรู้สึกว่ามันกำลังเย้ยหยันเธอ
"ไม่ได้!ฉันจะทนอยู่แบบนี้ไม่ได้!"
หลังสังเกตมาหลายวันเธอพบว่าพี่ชายวิปริตจะออกจากเรือนแต่เช้าตรู่ จากนั้นก็กลับมาใน่พลบค่ำด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า
แรกๆ เธอก็ถามเขาว่าไปที่ไหนมาแต่ทุกครั้งก็ได้รับเพียงสายตาเ็าตอบกลับอีกทั้งตัวคนยังแผ่กลิ่นอายสังหารจนเธอต้องหุบปากเงียบแล้วเดินตัวลีบหลบเข้าไปในห้องนอน
ดังนั้นหานซีหนิงจึงไม่คิดจะรบกวนการใช้ชีวิตของเขาอีกเปลี่ยนมาลอบสังเกตพฤติกรรมพี่ชายอย่างเงียบๆ แทน
เพราะอย่างนั้นถึงได้รู้ว่างานอดิเรกของหานเซ่ออี้คือ…ฆ่าเธอ
หานซีหนิงรู้สึกว่าที่เป็อยู่นี้ไม่ถูกต้องเธอจะยอมรับชะตากรรมที่เป็อยู่เช่นนี้ไม่ได้ ลำบากกว่านี้เธอก็เคยผ่านมาแล้วก็แค่ต้องกลับมาพบความลำบากอีกครั้ง แล้วทำไมเธอถึงจะผ่านมันไปไม่ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้นหานซีหนิงจึงพาร่างเล็กๆ วิ่งเข้าไปในห้องของตัวเอง ค้นหาหนังสือนิยายบนฟูกที่นอนพลิกเปิดผ้าห่มอยู่หลายตลบ ก่อนที่หนังสือนิยายเล่มหนาจะร่วงลงพื้น
"อ้า! เจอแล้ว" เด็กหญิง...อืมร่างกายของเธอตอนนี้เป็แค่เด็กแปดขวบ คำว่า 'เด็กหญิง' ก็คงจะใช้อธิบายถึงเธอตอนนี้ได้เป็อย่างดี
หานซีหนิงเผยแววตาซุกซนนอนเท้าคางเริ่มอ่านหนังสือนิยายอย่างอารมณ์ดี เธอคลี่ยิ้มกว้างนับเป็การเริ่มต้นที่ชาญฉลาดมาก...
เวลาผ่านไปหานซีหนิงขมวดคิ้วทว่ายังคงรอยยิ้มบนใบหน้า จนกระทั่งพลบค่ำเธอก็ยิ้มไม่ออกแล้ว
เด็กหญิงกรีดร้องอย่างอารมณ์เสียไม่วายด่านักเขียน "จะสำบัดสำนวนเกินไปหรือไม่! ข้าอ่านไม่ออก!!"
หานซีหนิงดึงทึ้งเส้นผมจนร่วงไปหลายเส้น
"จะดวงอาทิตย์ก็ดวงอาทิตย์สิทำไมต้องสุริยันจันทราด้วย!" อ่านยากชะมัด
เหมือนถูกเคราะห์ซ้ำกรรมซัด หานซีหนิงนอนยกแขนขึ้นก่ายหน้าผากร้องไห้สะอึกสะอื้น ท้องก็หิวจนร้อง แสบท้องจนไส้จะขาดเธอเริ่มกลิ้งตัวไปมาบนพื้นห้องรกๆ ราวกับจะประชดดินฟ้าอากาศและแสงเผื่อมันจะช่วยให้ความรู้สึกหิวนี้หายไปบ้าง
ครั้นกลิ้งจนเหนื่อยแล้วสุดท้ายหานซีหนิงก็หลับไป
โลกก่อนเธออายุเท่าไรเองั้แ่เกิดจนอายุได้เจ็ดแปดขวบ ชีวิตที่ต้องนอนข้างถนนนั่งขอทานเพื่อให้ได้ข้าวกิน คุ้ยขยะก็เคยทำมาหมดแล้ววันดีคืนดีเจอมาเฟียเซี่ยงไฮ้จับไปใช้งานอย่างทาสกว่าเธอกับพี่ชายจะหนีออกมาได้ก็ทิ้งรอยแผลเป็มากมายไว้ตามร่างกายสองพี่น้องกอดกันแน่นเมื่อรู้ว่าพวกตนยังมีชีวิตอยู่
ต่อมาพวกเธอได้พบขอทานพเนจรผู้หนึ่งเขาแนะนำอาชีพที่ทำเงินได้รวดเร็วข้ามวันข้ามคืนแต่ใสสะอาดให้กับพี่ชายเธอฟังแม้มันจะมีความเสี่ยงสูง แต่เพื่อให้เธอมีชีวิตที่ดีและปลอดภัยพี่ชายทนลำบากไม่เคยปริปากบ่น แม้ล้มเหลวกี่ครั้งก็ยังไม่ยอมแพ้
จนกระทั่งแปดเก้าปีให้หลังเธอและพี่ชายก็กลายเป็คนที่ร่ำรวยมากๆความสุขที่แท้จริงจึงเริ่มต้นขึ้นกับชีวิตสองพี่น้องนับแต่นั้น
ทว่าภาพความเลวร้ายในวัยเด็กย้อนกลับมาอีกแล้ว...
หานซีหนิง
จม
ดิ่ง!