หลังจากสิ้นสุดการบรรยาย นักศึกษาคนอื่นๆ ต่างก็ทยอยเก็บสัมภาระ แล้วก้าวเท้าออกจากห้องพร้อมสนทนาเื่งานเลี้ยงต้อนรับที่รุ่นพี่แจ้งว่า จะจัดขึ้นที่บาร์ซึ่งตั้งอยู่ภายในมหาลัยกันอย่างเบิกบาน
เฮือก!
เชอร์ริชสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากฝันร้ายที่เขาได้กลายเป็คนเลวอย่างเต็มรูปแบบ ดวงตาสีเขียวสดใสสั่นระริกด้วยความตื่นกลัว เฉกเช่นเดียวกับหัวใจของเขาที่เต้นแรงอย่างบ้าคลั่งเพราะความหวั่นที่ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
…ชายหนุ่มผมบลอนด์ผู้เสียสติคนนั้น ทำให้เชอร์ริชกลัวจนตัวสั่น
“เป็อะไรหรือเปล่า?” สุ้มเสียงอันไพเราะที่มีความห่วงใยอันน้อยนิดเจืออยู่ ทำให้เชอร์ริชสั่นสะท้าน
“ฮะ?!... เปล่าหรอก!!” เชอร์ริชไม่กล้าหันไปสบสายตากับชายหนุ่มผู้น่าสงสารที่พบจุดจบอันน่าเวทนาในตอนท้ายของความฝัน เขาเพียงแค่ก้มหน้าลงแล้วบอกปัดเสียงสั่นพลางก้มหน้าก้มตาเก็บสมุดหนังสือใส่กระเป๋าไปด้วย
ตุ๊บ!
ด้วยความเร่งรีบราวกับ้าหลีกหนีความฝันอันเลวร้าย ทำให้เชอร์ริชเผลอทำแท็บเล็ตตก พาให้เขาต้องรีบก้มลงไปเก็บอย่างลนลาน
“ไปนะ” ก่อนที่เอเลียสจะได้เอ่ยอะไร เชอร์ริชก็รีบบอกลาแล้วผุดลุกขึ้น จากนั้นก็เร่งฝีเท้าทันทีราวกับกำลังหนีเอเลียสอยู่กลายๆ
“อืม” เอเลียสเพียงแค่ขานรับเสียงเบา ลมหายใจของเขาติดขัดเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทราวกับท้องนภายามค่ำคืนสั่นไหว เพราะถูกอีกฝ่ายแสดงท่าทีรังเกียจกันอย่างชัดเจน
สุ้มเสียงอันสั่นเทานั้นซ้อนทับกับชายหนุ่มผู้งดงามที่นอนหมดลมอยู่บนพื้นหินในคฤหาสน์อันมืดมิดหลังใหญ่
ชั่วเวลานั้นลมหายใจของเชอร์ริชพลันสะดุดลง เขาหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปมองชายหนุ่มผู้งดงามที่ในยามนี้ถูกทิ้งไว้ในห้องเรียนเพียงลำพังด้วยความรู้สึกเจ็บแปล๊บ
…เขารู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝันเป็เพียงแค่เื่ร้ายๆ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่กระนั้นแล้วชายหนุ่มก็ะเืใจเกินกว่าที่จะทอดทิ้งคนงามผู้น่าสงสารคนนี้ไว้ในความมืดมิดเพียงลำพัง
“เอ่อ ไปกินข้าวกันไหม?” สุ้มเสียงของเขาปราศจากความลังเลใดๆ ดวงตาสีเขียวสดใสจดจ้องชายหนุ่มผู้งดงามที่กำลังเก็บข้าวของอยู่ที่โต๊ะอย่างเป็มิตร
“ได้หรอ?” เอเลียสนำกระเป๋าหนังที่วางอยู่บนโต๊ะของเชอร์ริชมาวางไว้บนตักพลางเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยถามเสียงเบา ซึ่งเป็ภาพอันงดงามที่บีบหัวใจของผู้พบเห็นเป็อย่างยิ่ง
กระเป๋านั่น…ลืมสังเกตไปเลยว่ามีกระเป๋าใบนั้นคอยบังไม่ให้อาจารย์เห็นตอนที่เขาแอบหลับ!
เชอร์ริชอุทานอยู่ในใจอย่างอึ้งๆ จากนั้นความรู้สึกเลื่อมใสในน้ำใจของอีกฝ่ายก็ค่อยๆ ตีตื้นขึ้นมา
“อืม ก็เที่ยงแล้วนี่เนอะ” เชอร์ริชคลี่ยิ้มให้เอเลียสพลางเอ่ยด้วยสุ้มเสียงอันสดใสที่เต็มไปด้วยความจริงใจในแบบที่ตัวเขาในความฝันไม่มีทางทำ
ในยามที่ริมฝีปากสีแดงเรื่อของชายหนุ่มผู้น่ารักน่าชังคลี่ยิ้มอันสดใสออกมานั้น ทำให้โลกที่เต็มไปด้วยความหนาวเหน็บของเอเลียสพลอยอบอุ่นขึ้นมาทันใด
ชั่วเวลานั้นเอเลียสรู้สึกราวกับได้พบภาพลวงตาอันงดงามที่แต่งแต้มไปด้วยความงามอันเป็นิรันดร์ของฤดูใบไม้ผลิที่เคลื่อนเข้ามาบดบังเหมันต์กาลอันมืดมิดภายในหัวใจที่เต็มไปด้วยาแของเขา
ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้ามาในโรงอาหารข้างๆ ตึกคณะ ทุกสายตาก็จดจ้องมาที่พวกเขาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาราวกับสายตาของหมาล่าเนื้อ สายตาริษยาอันไม่เป็มิตร รวมไปถึงสายตาอันชื่นชมในความดูดีของพวกเขาต่างก็หยุดอยู่บนร่างของพวกเขาทั้งหมด
เชอร์ริชที่เคยชินกับการถูกมองมาั้แ่เด็กเดินเคียงกับเอเลียสที่ชินชากับสายตารังเกียจของคนรอบข้างไปซื้อมื้อเที่ยงด้วยกันราวกับว่า พวกเขาไม่ใส่ใจสายตาเ่าั้เลยแม้แต่น้อย
จังหวะที่เอเลียสถือถาดอาหารเดินเคียงเชอร์ริชไปหยุดที่โต๊ะอาหารซึ่งอยู่ไม่ไกลกับร้านขายเครื่องดื่มนัก หญิงสาวหน้าตาไม่เป็มิตรคนหนึ่งก็จงใจเดินชนไหล่เอเลียสอย่างแรง ทำให้น้ำมะพร้าวปั่นสีน้ำเงินเข้มของเธอกระฉอกโดนเสื้อสีขาวสะอาดของเอเลียสจนเลอะไปหมด
เชอร์ริชยืนอึ้ง ขณะที่เอเลียสเพียงแค่วางถาดอาหารลงบนโต๊ะ แล้วใช้มือเช็ดน้ำปั่นสีน้ำเงินนั่นออกจากอกเสื้อด้วยท่าทางไม่ติดใจอะไร ขณะที่หญิงสาวคนนั้นเดินจากไป โดยไม่แม้แต่จะหันมาเอ่ยขอโทษกันสักคำ
…อันที่จริงแล้ว เอเลียสชินชากับการที่ผู้คนปฏิบัติกับเขาแบบนี้มานานแล้ว
“ไม่เป็ไรใช่ไหม?” เมื่อได้สติกลับมา เชอร์ริชจึงรีบวางถาดอาหารลงบนโต๊ะแล้วหันมาเอ่ยถามเอเลียสด้วยความเป็ห่วงพลางควานหากระดาษทิชชู่ในกระเป๋าไปด้วย
“ไม่เป็ไร” เอเลียสเงยหน้าขึ้นมาเอ่ยกับเชอร์ริชด้วยรอยยิ้มจางๆ พลางปัดเกล็ดน้ำแข็งเย็นๆ ที่เกาะอยู่บนอกเสื้อไปด้วย
“เอ้า” เชอร์ริชมองคนน่าสงสารที่ยังอุตส่าห์ยิ้มปลอบเขาด้วยความรู้สึกจุกนิดๆ เขาจึงทำได้เพียงแค่เอ่ยพลางยื่นห่อบรรจุกระดาษทิชชูออกจากกระเป๋าเป้ส่งให้เอเลียสไปด้วย
“ขอบใจนะ” เอเลียสเอ่ยขอบคุณด้วยรอยยิ้มอันบางเบาพลางนำกระดาษทิชชู่มาจากมือของเชอร์ริช แล้วเริ่มเช็ดน้ำปั่นเหนียวๆ ออก
“ผู้หญิงอะไรไร้มารยาทชะมัด!” เชอร์ริชบ่นพึมพำ เขามองตามแผ่นหลังของหญิงสาวคนนั้นด้วยสายตาเอาเื่พลางดึงทิชชูมาช่วยเอเลียสเช็ดเสื้ออีกแรง
ชั่วเวลานั้นเชอร์ริชไม่รู้เลยว่า เพียงแค่ความเห็นใจอันน้อยนิดของเขาจะกลายเป็ความอบอุ่นที่ก่อตัวขึ้นมาในหัวใจของผู้บริสุทธิ์ที่ถูกสังคมประณามอย่างเอเลียสไปแล้ว
ััจางๆ ของเชอร์ริชยังคงติดตรึงอยู่บนผิวกายของเอเลียส เช่นเดียวกับถ้อยคำเป็เดือดเป็ร้อนแทนกันที่ทำให้เอเลียสประทับใจ ขณะที่เชอร์ริชเพียงแค่ใช้เวลากินมื้อเที่ยงอันเงียบงัน แต่ผ่อนคลายของพวกเขาไปกับการหวนนึกถึงฝันร้ายนั่นอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าเอเลียสจะถูกปฏิบัติอย่างที่เขาฝันถึงจริงๆ แต่ถึงอย่างไรความฝันมันก็เป็แค่ความฝัน เขาไม่เชื่อหรอกว่า ตัวเองจะกลายเป็คนเสียสติอย่างกับตัวร้ายในละครแบบนั้นและเพื่อนคนงามของเขาจะพบจุดจบอันน่าเวทนาแบบนั้นในอนาคต
ฝันก็เป็แค่ฝัน มันก็เหมือนกับใน่ต้นๆ ของความฝันที่เขาเห็นภาพของตัวเองเสียครั้งแรกให้กับรุ่นพี่คนหนึ่งในคืนนี้
คืนนี้?!
…ไม่มีทางซะล่ะ อย่างน้อยเขาก็ขอเลือกคนหล่อๆ ตรงสเป็กก่อนค่อยตกลงปลงใจ!!!
“คือ…ฉันมาถามว่า นายอยากไปงานเลี้ยงต้อนรับด้วยกันไหม?” ขณะที่เชอร์ริชกำลังเหม่อลอยอยู่นั้น หญิงสาวผมทองรุ่นราวคราวเดียวกันในชุดเดรสตัวจิ๋วสีแดงสดก็ก้าวมาหยุดที่โต๊ะของพวกเขา แล้วหันมาเอ่ยชวนเชอร์ริชด้วยสุ้มเสียงอันเป็มิตร
“งานคืนนี้ใช่ไหม?” เชอร์ริชกะพริบตาปริบๆ พลางเอียงคอถามด้วยท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู ทำให้หญิงสาวหน้าคมถึงกับใจเต้น
ถึงเธอจะไม่ชอบผู้ชายบอบบางแบบเชอร์ริช แต่ก็ยากที่จะต้านทานความน่ารักของชายหนุ่มผมบลอนด์คนนี้ได้!
“ใช่!” ถึงแม้ว่าหน้าของเธอจะขึ้นสีแดงนิดหน่อย แต่กระนั้นแล้วหญิงสาวก็ยังขานรับชายหนุ่มผู้น่ารักด้วยสุ้มเสียงอันหนักแน่นราวกับว่า ไม่ได้มีใจหวั่นไหวให้อีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
“ไปสิ” เชอร์ริชขานรับด้วยสุ้มเสียงอันสดใส ถึงแม้ว่าในคืนนี้เขาอาจเสียครั้งแรกไปจริงๆ แต่เขาที่อยากเปิดประสบการณ์ครั้งแรกในวัยมหาลัยอยู่แล้วย่อมไม่รู้สึกถึงอันตราย
หากจะเอ่ยก็คือในตอนนี้เชอร์ริชปักธงแล้วว่า จะต้องมองหาหนุ่มฮ็อตในปาร์ตี้มาเป็ชายคนแรกของเขาให้ได้ ก็ไม่นับว่าผิดนัก เพราะในความฝันดูเหมือนว่ารูปร่างของรุ่นพี่คนนั้นจะไม่ตรงตามความพอใจของเขาเท่าไหร่!
“โอเค มีนายไปร่วมงานแบบนี้ ผู้ชายพวกนั้นคงดีใจจนเนื้อเต้น” หญิงสาวผมทองหัวเราะคิกคักพลางส่งสายตาไปทางหนุ่มๆ ที่กำลังมองพวกเขาด้วยสายตาอันเป็ประกาย
“ก็พูดเกินไป” เชอร์ริชยักไหล่ราวกับว่า เขาไม่สนใจสายตาหื่นกระหายระคนคลั่งไคล้ของหนุ่มๆ ร่วมคณะนัก เพราะั้แ่เล็กจนโตเขาเป็ที่ชื่นชอบของผู้คนมาโดยตลอด
“ไม่ได้พูดเกินไปสักนิด ดูสายตาพวกนั้นสิ ยังกับหมาล่าเนื้อ!” หญิงสาวปิดปากพลางหัวเราะลั่นออกมา พาให้เชอร์ริชหลุดขำไปด้วย
“คิก เราไปด้วยกันเนอะ เอเลียส?” เชอร์ริชที่หัวเราะจนท้องแข็งหันมาเอ่ยชวนคนงามที่นั่งอยู่ตรงข้ามด้วยสีหน้าอันเบิกบาน
สายตาของหญิงสาวเปลี่ยนเป็ชั่งใจแวบหนึ่ง จากนั้นจึงเปลี่ยนกลับไปเป็มิตรอีกครั้ง การที่เธอมีท่าทีแบบนี้ ย่อมเป็เพราะเธอไม่ได้มีเจตนาจะชวนเอเลียสไปร่วมงานสักเท่าไหร่
…ก็นะเพื่อนร่วมกลุ่มของเธอคนนั้นไม่ค่อยลงรอยกับคนงามเท่าไหร่นี่นา
“ฮะ?” เอเลียสที่กำลังเขี่ยซุปฟังพวกเขาสนทนากันเงียบๆ เงยหน้าขึ้นมาอุทานเสียงเบา ขณะที่ดวงตาสีดำอันงดงามมองใบหน้าอันน่ารักที่ชวนให้ใจละลายของเชอร์ริชอย่างอึ้งๆ
“เอ่อ นายไปด้วยก็ดี คนเยอะจะได้สนุก” ในเมื่อหนุ่มน่ารักที่ใครๆ ต่างก็หมายปองเอ่ยชวนบุคคลต้องห้ามแบบนี้ หญิงสาวจำต้องเอ่ยละล่ำละลักตามน้ำไปแบบนั้น
“อืม” เมื่อเห็นทั้งสองกำลังรอคำตอบจากตน เอเลียสจึงยอมรับปาก ทั้งที่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้อยากไปร่วมงานในคืนนี้เท่าไหร่
“ไว้เจอกัน” หญิงสาวตบโต๊ะเบาๆ เธอขยิบตาให้เชอร์ริชอย่างเป็มิตร แล้วจึงเดินกลับไปนั่งกับกลุ่มเพื่อนสุดฮ็อต ซึ่งกินมื้อเที่ยงกันอยู่อีกด้านหนึ่งของโรงอาหาร
เอเลียสมองส่งหญิงสาวที่ั้แ่ต้นจนจบไม่ได้สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย แล้วหันมามองชายหนุ่มผมบลอนด์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันด้วยสายตาซึ้งใจ
ถึงจะไม่อยากให้ใครมาสนใจตัวเอง แต่การมีใครสักคนที่ใจกว้างกับเขาแบบนี้ มันทำให้เขาซาบซึ้ง
“ขอบใจนะเชอร์ริช” เอเลียสวางช้อนลง เขาเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับเชอร์ริช แล้วเอ่ยสิ่งที่กลั่นออกมาจากหัวใจอันบอบช้ำด้วยความซึ้งใจ
“งืมๆ นายจะได้ไปเปิดหูเปิดตา เผื่อว่าโชคดีได้เพื่อนดีๆ กลับมาสักคนสองคน” เชอร์ริชที่พยักหน้ารับพลางหลุดสิ่งที่ยังติดอยู่ในใจออกมาอย่างไม่ทันคิด
โอ้ย พูดอะไรเพี้ยนๆ ออกไปเนี่ย!
“เพื่อนดีๆ?” เอเลียสเอียงคอพลางทวนสิ่งที่เชอร์ริชเอ่ยออกมาด้วยสายตาไม่เข้าใจ
“เปล่าหรอก ฉันก็พูดไปเรื่อยแหล่ะ” เชอร์ริชส่ายหัวพลางเอ่ยปัดไปแบบนั้น โดยไม่วายนึกตำหนิตัวเองที่โพล่งอะไรไม่คิดแบบนั้นออกไป
…ทั้งที่ส่วนลึกในใจยังวนเวียนอยู่กับฝันร้ายนั่น
เมื่อเชอร์ริชตอบกลับมาแบบนี้ เอเลียสจึงไม่เอ่ยถามอะไรต่อ เขาเพียงแค่ก้มหน้าลงจัดการซุปตรงหน้า ทั้งที่ในหัวก็ยังงงกับสิ่งที่เชอร์ริชโพล่งออกมาเมื่อครู่อยู่ไม่หาย
“เอ่อ ขอโทษนะครับ” จังหวะที่เชอร์ริชกำลังจิ้มมะเขือเทศลูกเล็กๆ เข้าปาก ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนรูปร่างสูงโปร่ง ผู้มีใบหน้าสะอาดตาก็เดินถือโทรศัพท์มาหยุดอยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยทักเชอร์ริชเสียงหล่อ
“ครับ?” เชอร์ริชเคี้ยวมะเขือเทศ จากนั้นก็กลืนลงท้องอย่างรวดเร็ว เขาหันไปขานรับชายหนุ่มหน้าตาดีคนนั้นด้วยท่าทางสดใส
คนที่ทั้งชีวิต ไม่เคยขาดแคลนผู้ที่คลั่งไคล้ในตัวเขาอย่างเชอร์ริชย่อมรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้อย่างเป็ธรรมชาติ
“ขอแอดเพื่อนได้ไหมอ่ะครับ?” ชายหนุ่มร่างสูงในเสื้อช็อปเอ่ยพลางส่งยิ้มอันหล่อเหลาให้คนน่ารักพลางแกว่งโทรศัพท์รุ่นยอดนิยมในมือไปมา
“งืม ครับๆ ไอดีผม…” เชอร์ริชไม่บอกปัดอีกฝ่ายเลยแม้แต่คำเดียว ทั้งยังให้ไอดีติดต่อของตนกับอีกฝ่ายไปอย่างง่ายดาย โดยไม่มีการเล่นตัวเลยแม้แต่น้อย
“ไว้ผมทักหานะครับ” เมื่อได้ไอดีคนน่ารักมาแล้ว ชายหนุ่มจึงเอ่ยเสียงหล่อด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันเบิกบาน
“ครับผม” เชอร์ริชขานรับด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มอันชวนให้ใจละลาย พาให้ชายหนุ่มร่างสูงหน้าแดงเถือกด้วยความเขินอายไปเสียอย่างนั้น
…ภาพบรรยากาศอันหวานละมุนของทั้งสอง ถูกเฝ้ามองด้วยสายตาอันราบเรียบของเอเลียสผู้เงียบงัน
กำหนดลงรายตอน วันศุกร์-เสาร์ เวลา 20.30 จ้า
ฝากติดตาม Dreaming cage กรงฝันพันธนาการนาย ด้วยนะคะ
สำหรับใครที่อยากอ่านแบบรวดเดียวจบ ตอนนี้ไรท์ลดราคาอยู่ในMebนะคะ ฝากอุดหนุนด้วยน๊า
