เวลาผ่านไปเกือบสองเดือน เปรี้ยวเริ่มคุ้นชินกับความเงียบงันที่คั่นกลางระหว่างเธอกับไกร
เธอไม่ได้หลบหน้าเขาอีกต่อไป แต่ก็ไม่เคยคิดจะสบตา ไม่เคยพูดเกินคำว่า “สวัสดี” หรือ “ลา” ตามมารยาทคนในวง
ไกรเองก็ยังคงทำตัวเป็เงาที่ไร้เสียง ร้องเพลง ซ้อม เสร็จแล้วก็หายตัวไปเงียบ ๆ เขาไม่เคยเข้าใกล้ และไม่เคยมองเธอเกินสองวินาที ราวกับทั้งคู่มีข้อตกลงลับที่ไม่ได้เอ่ยออกมาว่า “จงลืมเื่คืนนั้นไปซะ”
เปรี้ยวเริ่มนอนหลับได้สนิทขึ้น ความเ็ปทางกายหายเป็ปลิดทิ้ง รอยช้ำจางหายจนไม่เหลือร่องรอย เธอเริ่มกลับมาหัวเราะกับนิดและเพื่อนในวงได้ปกติ เริ่มสะบัดสะโพกเต้นได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครจ้องมองเธอด้วยสายตาหิวกระหายอีกแล้ว เธอหลอกตัวเองว่าลืมได้แล้ว... จนกระทั่งวันนั้น
วันซ้อมปกติที่บรรยากาศเปลี่ยนไปทันทีที่ประตูสตูดิโอถูกผลักออก
“ทุกคน! วันนี้มีสมาชิกใหม่มาเสริมทัพ นักร้องนำชายคนใหม่ชื่อ พี่โอ๊ต ย้ายมาอยู่กับเราั้แ่งานนี้เป็ต้นไป!” พี่เอกประกาศเสียงดังลั่น
ทุกคนหันขวับไปมองผู้ชายที่ก้าวเข้ามา ร่างสูงเกือบ 185 ไหล่กว้าง ผิวแทนสุขภาพดี ใบหน้าคมคายแบบชายไทยที่ดูดีโดยไม่ต้องพยายาม ดวงตาเรียว คิ้วเข้ม และริมฝีปากบางที่ประดับด้วยรอยยิ้มมุมปากดูเซ็กซี่อย่างประหลาด
พี่โอ๊ตอยู่ในเสื้อยืดสีดำรัดรูปกับยีนส์ขาด ๆ เผยให้เห็นกล้ามขาที่แน่นปั๊ง เขายกมือไหว้ทุกคนอย่างสุภาพ รอยยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันขาวเรียงสวย
“สวัสดีครับทุกคน ยินดีที่ได้ร่วมงานด้วยนะครับ” เสียงทุ้มนุ่มฟังดูสบายหูทำเอาสาว ๆ ในวงแอบกรี๊ดกันเบา ๆ
นิดหันมาจิ้มแขนเปรี้ยวแรง ๆ “โฮ้ยยย หล่อชิบหายเลยว่ะเปรี้ยว! นี่มันพระเอกซีรีส์ชัด ๆ!”
เปรี้ยวยิ้มเขิน ๆ พยักหน้าตอบ “อืม... หล่อจริง ๆ”
พี่โอ๊ตกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่เปรี้ยว เขายิ้มกว้างแล้วเดินตรงเข้ามาหาเธอทันที
“น้องเปรี้ยวใช่มั้ยครับ?” เขาถามเสียงนุ่ม “พี่เคยเห็นคลิปเราเต้นในติ๊กต๊อกบ่อยนะ ชอบลีลามากการเต้นมากครับ... ”
เขาพูดพลางยิ้มแบบไม่ยั่วเกินไป
ทว่าแววตานั้นสื่อเจตนาชัดเจนว่าสนใจ เปรี้ยวหน้าแดงซ่านรีบก้มหน้าหลบสายตา “ขอบคุณค่ะพี่... พี่โอ๊ตก็ร้องเพลงเพราะมากเหมือนกันค่ะ”
พี่โอ๊ตหัวเราะเบา ๆ เสียงทุ้มของเขาทำเอาคนฟังแอบขนลุก “ถ้าน้องชอบ พี่จะร้องให้ฟังบ่อย ๆ นะครับ” เขาเอื้อมมือมา “ยินดีที่ได้รู้จักครับ เปรี้ยว”
เปรี้ยวยื่นมือไปจับ มือเขาอุ่น ใหญ่ และกุมมือเธอไว้แน่นกำลังดี มันไม่ใช่แรงกดที่คุกคาม แต่ให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างประหลาด เปรี้ยวรู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าช็อตเบา ๆ ที่ปลายนิ้ว แต่มันต่างจากที่เคยรู้สึกกับไกร... มันอบอุ่นและสบายใจกว่า
ระหว่างซ้อม พี่โอ๊ตยืนร้องอยู่ข้างหน้าใกล้กับเปรี้ยว เขาร้องหมอลำท่อนที่ต้องโต้ตอบกับแดนเซอร์แล้วหันมามองเธอตรง ๆ ยิ้มให้ทุกครั้งที่เธอเหวี่ยงสะโพกแรง ๆ จนเพื่อนในวงเริ่มแซวกันยกใหญ่ “พี่โอ๊ตชอบเปรี้ยวชัด ๆ เลยยย!”
ไกรที่นั่งหลบมุมเล่นแคนอยู่คนเดียว มือกำเครื่องดนตรีแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว เขาไม่เคยมองตรง ๆ แต่แอบเหลือบมองทุกจังหวะที่พี่โอ๊ตยิ้มให้เปรี้ยว หรือตอนที่ไอ้หน้าใหม่นั่นเดินผ่านแล้วแตะไหล่เธอเบา ๆ แบบเป็มิตร...
ทว่าสำหรับคนอย่างไกร เขารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่เื่มิตรภาพแน่ ๆ
เมื่อซ้อมเสร็จ พี่โอ๊ตเดินเข้ามาหาเปรี้ยวอีกครั้งในขณะที่ทุกคนกำลังเก็บของ
“เปรี้ยวครับ พรุ่งนี้วงมีงานเล็ก ๆ ที่สวนสาธารณะใกล้ ๆ มหาลัย พี่ว่าจะชวนเราไปกินข้าวด้วยกันก่อนงานหน่อยได้มั้ย? พี่อยากรู้จักน้องให้มากกว่านี้หน่อยครับ”
เขายิ้มสุภาพ ทว่าแววตาชัดเจนว่า้า "รู้จัก" มากกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงาน
เปรี้ยวชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่ไม่ใช่ความกลัว
เธอมองหน้าเขาแล้วยิ้มตอบเบา ๆ “...ได้ค่ะพี่”
ทว่าในมุมห้อง ไกรที่กำลังม้วนสายแคนหยุดชะงักกึก เขาหันมามองทั้งคู่แวบหนึ่ง ดวงตาคู่คมแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันไม่ได้มีแค่ความหื่นกระหาย แต่มันแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่หนักหน่วงและรุนแรงยิ่งกว่านั้นหลายเท่า
ในที่สุด เปรี้ยวก็ตัดสินใจก้าวออกจากกรงขังความกลัว แล้วเลือกไปทานข้าวกับพี่โอ๊ตตามคำชวน
หลังจบการซ้อมในวันนั้น เธอรีบกลับหอพักมาจัดการตัวเองอย่างประณีต หญิงสาวเลือกสวมเชิ้ตสีขาวผ้าเนื้อบางเบาที่ขับผิวเนียนให้ดูผ่องใส คู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น ที่เผยเรียวขาขาวจัด ปล่อยผมยาวสลวยให้ทิ้งตัวตามธรรมชาติ แต่งหน้าโทนอ่อนทว่าเน้นริมฝีปากให้ดูฉ่ำวาวชวนมอง
เมื่อถึงเวลา 18:00 น. ตรงเป๊ะ
รถกระบะสีดำคันแต่งสวยก็มาจอดรอรับเธอที่หน้าหอพัก
“ว้าว... น้องเปรี้ยวสวยขนาดนี้ พี่เกือบจำไม่ได้เลยนะครับเนี่ย” พี่โอ๊ตฉีกยิ้มกว้างพลางก้าวลงมาเปิดประตูรถให้เธอด้วยท่าทางสุภาพบุรุษทุกกระเบียดนิ้ว
“ขึ้นเลยครับ พี่จองโต๊ะร้านโปรดไว้รอเราแล้ว”
เปรี้ยวหน้าแดงระเรื่อพลางยิ้มขัดเขิน “ขอบคุณค่ะพี่โอ๊ต... วันนี้พี่ก็หล่อมากเลยนะ”
ตลอดทางพี่โอ๊ตบริหารเสน่ห์ด้วยถ้อยคำหวานหูที่พ่นออกมาอย่างเป็ธรรมชาติ “น้องเต้นเก่งมากเลยนะครับ เห็นส่ายสะโพกแต่ละที พี่นี่ใจสั่นไปหมดเลย ฮ่าๆ ไม่แปลกใจเลยที่แฟนคลับเยอะ” เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
“แต่พี่ชอบนะ คนที่แสดงออกอย่างจริงใจแบบน้องนี่หายาก พี่ดีใจจริงๆ ที่ได้ย้ายมาอยู่วงนี้... ได้มาเจอน้องเปรี้ยว”
เปรี้ยวยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกอุ่นวาบในอก เธอแอบเปรียบเทียบในใจเงียบๆ ‘พี่โอ๊ตนี่แหละคือผู้ชายดีๆ ที่เธอถวิลหา ทั้งสุภาพ ให้เกียรติ และไม่เคยแสดงท่าทีลามก... ต่างจากพี่ไกรโดยสิ้นเชิง’
ที่ร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศสุดโรแมนติก
พี่โอ๊ตดูแลเธอราวกับเ้าหญิง เขาจำได้แม้กระทั่งว่าเธอชอบทานรสจัด คอยคีบอาหารให้และรับฟังทุกเื่ที่เธอเล่าด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ
“น้องเปรี้ยวเรียนปีหนึ่งใช่มั้ยครับ? พี่ว่าเราต้องเรียนเก่งแน่ๆ ทั้งเรียนไปด้วย ทำงานไปด้วย หนูเก่งมากเลยนะครับ”
หัวใจของเปรี้ยวเต้นระรัวขึ้นเรื่อยๆ เธอเริ่มปักใจเชื่อไปแล้วว่านี่คือ "ผู้ชายที่แสนดี"
หลังมื้ออาหาร เขาพาเธอเดินเล่นรับลมริมแม่น้ำช้าๆ มือหนาแตะแผ่นหลังเธอแ่เบาเพื่อนำทาง ัันั้นไม่ได้จาบจ้วง แต่มันกลับทำให้เธอรู้สึก "ปลอดภัย" อย่างประหลาด
“พรุ่งนี้หลังเลิกงาน พี่ขอชวนเราไปกินข้าวอีกนะ... หรือถ้าน้องว่าง พี่อยากพาไปดูหนังด้วยกัน พี่ชอบไปดูหนังกับคนพิเศษครับ”
เปรี้ยวยิ้มอายๆ “ได้ค่ะพี่... ถ้าพี่ไม่รังเกียจหนู”
พี่โอ๊ตยิ้มกว้างจนตาปิด “รังเกียจได้ไงครับ พี่ดีใจจะตาย”
แต่ที่เปรี้ยวไม่รู้...
ในมุมมืดของร้านอาหาร พี่โอ๊ตส่งยิ้มแบบเดียวกันนี้ให้สาวๆไปแล้วหลายคน เขาเป็คนปากหวาน เอาใจเก่ง รู้จักทำให้ผู้หญิงรู้สึกพิเศษ แต่พอได้แล้วก็เบื่อเร็ว แล้วหันไปหาคนใหม่ ไม่เคยจริงจังกับใครนานเกินสามเดือน
ตัดภาพมาที่ไกร...
ไกรนั่งนิ่งงันอยู่หลังพวงมาลัยรถตู้เพียงลำพังหลังซ้อมเสร็จ มือกำพวงมาลัยแน่น เมื่อเห็นข้อความจากนิดที่แอบส่งมาบอกว่าเปรี้ยวไปเดทกับไอ้หน้าใหม่นั่น
ดวงตาคู่คมแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง ทว่ามันไม่ใช่ความหื่นกระหาย... แต่มันคือความเ็ปที่บาดลึกจนแทบกระอักออกมาเป็เื
“...มึงไปกับมันจริงๆ เหรอวะเปรี้ยว”
เขาส่งเสียงหัวเราะขื่น ๆ ออกมาในความเงียบ “ก็ดีแล้ว... อย่างน้อยมึงก็ได้เจอคนที่พูดดีๆ กับมึงได้ ไม่ใช่ไอ้สัตว์นรกอย่างกู”
ไกรไม่ได้สตาร์ทรถตามไปป่วนเหมือนทุกครั้ง เขาแค่เหยียบคันเร่งขับรถกลับหอพักเงียบๆ เปิดเพลงหมอลำจังหวะเดือดๆ ให้เสียงแคนแผดลั่นรถเพื่อกลบเสียงคร่ำครวญในหัวใจตัวเองที่กำลังแหลกสลาย
เปรี้ยวเริ่มเปิดใจกับพี่โอ๊ตมากขึ้นทุกวัน
หลังจากเดทครั้งแรก พี่โอ๊ตก็ชวนเธอไปกินข้าวหลังซ้อมบ่อยขึ้น บางวันก็แค่กาแฟเย็น ๆ ที่ร้านใกล้สตูดิโอ บางวันก็ขับรถพาไปกินข้าวต้มทะเลริมคลอง บรรยากาศทุกครั้งสบาย ๆ ไม่เร่งรีบ ไม่กดดัน
เขาไม่เคยแตะต้องเธอเกินเลย ไม่เคยเอามือลูบไหล่หรือโอบเอวแบบไกรเคยทำ เขาแค่ยิ้ม พูดชม แล้วฟังเธอเล่าเื่เรียน เื่เต้น เื่เพื่อน อย่างตั้งใจจริง ๆ
“น้องเปรี้ยวตาสวยมากเลยนะครับ” เขาพูดขึ้นเบา ๆ ในวันหนึ่งขณะนั่งกินไอติมด้วยกัน
“ตาเป็ประกายเหมือนดาวบนฟ้าเลย พี่มองแล้วใจสั่นทุกที”
เปรี้ยวหน้าแดง หัวเราะเขิน “พี่โอ๊ตปากหวานอีกแล้วนะคะ ชมเก่งขนาดนี้”
“พี่พูดจริง” เขายิ้มนุ่ม ๆ มองตา“น้องยิ้มที พี่รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบสว่างขึ้นเลย... น้องคือเ้าหญิงของพี่จริง ๆ นะเปรี้ยว”
คำว่า “เ้าหญิงของพี่” ทำให้หัวใจเปรี้ยวเต้นแรง เธอไม่เคยได้ยินคำพูดแบบนี้จากใครมาก่อน มันหวาน มันอบอุ่น มันทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองมีค่า ไม่ใช่แค่แดนเซอร์ที่โดนมองด้วยสายตาหิวกระหายแบบที่ไกรเคยทำ
เธอเริ่มคุยกับเขาบ่อยขึ้น บางคืนก็แชทคุยกันยาว ๆ จนดึก พี่โอ๊ตส่งรูปอาหารที่ทำเอง ส่งเพลงหมอลำที่เขาชอบ แล้วบอกว่า “ฟังเพลงนี้แล้วนึกถึงน้องเลยครับ” เปรี้ยวยิ้มคนเดียวในห้อง ยิ้มกว้างจนแก้มปูด เธอเริ่มคิดว่าพี่โอ๊ตนี่แหละ... ผู้ชายดี ๆ ที่เธอรอคอยมาตลอด
ในวงซ้อม พี่โอ๊ตไม่เคยแสดงออกว่ากำลังจีบเธอเลยสักนิด
เขาเป็มืออาชีพสุด ๆ ยืนร้องนำข้างหน้า ยิ้มให้ทุกคนเท่า ๆ กัน พูดคุยกับแดนเซอร์คนอื่น ๆ แบบเพื่อนร่วมงานปกติ ไม่เคยหันมามองเปรี้ยวพิเศษ ไม่เคยเดินเฉียดใกล้เกินไป ไม่เคยแซวเธอต่อหน้าคนอื่นให้ใครสงสัย แม้แต่พี่เอกยังแซวไม่ได้ว่า “ไอ้โอ๊ต มึงชอบเปรี้ยวป่ะวะ” เพราะเขาแค่ยิ้มแล้วตอบว่า “ชอบทุกคนในวงครับพี่” แบบเรียบ ๆ
แต่หลังซ้อมเสร็จ เมื่อคนอื่น ๆ ทยอยกลับ พี่โอ๊ตถึงจะเดินมาหาเธอเบา ๆ ที่มุมห้อง แล้วกระซิบเสียงนุ่ม
“วันนี้เต้นสวยมากเลยนะเ้าหญิงของพี่... พี่หยุดมองไม่ได้เลย”
เปรี้ยวยิ้มเขิน ก้มหน้าหลบ “พี่โอ๊ตก็ชมเก่งอีกแล้วค่ะ”
เขาหัวเราะเบา ๆ “พี่พูดจริง พี่ชอบจริง ๆ” แล้วยื่นขวดน้ำเย็นให้เธอ “ดื่มเยอะ ๆ นะ อย่าให้หักโหมเกินไป พี่เป็ห่วง”
เปรี้ยวรับขวดน้ำมา มือสั่นนิด ๆ ความอ่อนโยนที่เขาหยิบยื่นให้ มันทำให้เธอตื้นตันจนจุกอก... เธอรู้สึกโชคดีที่ได้เจอเขา ผู้ชายที่รู้จักถนอมน้ำใจเธอ และทำให้เธอรู้สึกพิเศษได้โดยไม่ต้องป่าวประกาศให้ใครรู้
ส่วนไกร... เขายังคงเงียบเหมือนเดิม
ยืนร้องเพลง มองไปทางอื่น ไม่เคยหันมามองเธอนานเกินสองวินาที แต่บางครั้ง เมื่อพี่โอ๊ตเดินผ่านเปรี้ยวแล้วยิ้มให้ เธอจะแอบเห็นไกรกำไมค์แน่นขึ้น หรือยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองแรง ๆ เหมือนกำลังกลั้นอะไรบางอย่างไว้สุดแรง แต่เขาไม่เคยพูดอะไร ไม่เคยทำอะไร เขาแค่... ทนเงียบ
เปรี้ยวเริ่มไม่รู้สึกผิดอีกต่อไป เธอคิดว่าตัวเองสมควรได้รับความสุขแบบนี้ ได้รับคำชมแบบนี้ ได้รับการดูแลแบบนี้
แต่ลึก ๆ แล้ว... ทุกครั้งที่พี่โอ๊ตพูดว่า “เ้าหญิงของพี่” เสียงทุ้มห้าวของไกรที่เคยกระซิบข้างหูเมื่อสองเดือนก่อนยังแวบเข้ามาในหัวเธอแวบหนึ่ง แล้วหายไปเร็วมาก จนเธอไม่ทันได้คิดอะไรต่อ