ต้วนจื่อกำหมัดแน่นััได้ถึงพลังที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย ตอนนี้เขาแข็งแกร่งกว่าขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับสามอย่างเห็นได้ชัดแววตาเปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
เหลือเวลาอีกสี่ชั่วโมงก่อนจะหกโมงเช้าหากเป็ไปตามประสิทธิภาพเมื่อครู่ละก็การเลื่อนระดับสามขั้นภายในหกชั่วโมงก็ย่อมไม่ใช่ปัญหา
"สังหารสัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับสองอีกสิบกว่าตัวจากนั้นค่อยไปเขตตอนกลาง" ต้วนจื่อพึมพำกับตัวเองก่อนออกเดินทางอีกครั้ง
เดินไปข้างหน้าอีกหลายสิบก้าวก็ถึงเขตของแมงป่องเกราะพวกมันก็เหมือนกับหนูเกราะก่อนหน้านี้ เป็สัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับสองร่างปกคลุมไปด้วยเกราะที่แข็งแกร่ง มีดวงตาแปดดวงปลายหางมีเข็มพิษที่แหลมคมสามารถเจาะทะลวงหินผาได้ก้ามขนาดใหญ่ทั้งสองข้างแกว่งไปมาในความมืดมิด ปลดปล่อยกลิ่นอายอันเย็นเยียบ
เมื่อเห็นต้วนจื่อแมงป่องเกราะก็ราวกับเจออาหารอันโอชะมันเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วหวังพุ่งไปสังหารต้วนจื่อ
สีหน้าของต้วนจื่อยังคงสงบนิ่งหลังจากใช้เนตร์กวาดมอง ก็พบจุดอ่อนของแมงป่องเกราะทันที
จากนั้นเขาก็พุ่งออกไปอย่างเงียบเชียบราวกับเงาวาดขาเตะไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาดใส่ด้านข้างของแมงป่องเกราะตรงบริเวณที่ไม่มีเกราะป้องกัน
"กี๊..."
แมงป่องเกราะส่งเสียงแหลมร้องด้วยความเ็ปเืไหลทะลักออกมา ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นก่อนจะสิ้นใจ
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่สังหารแมงป่องเกราะขั้นเนื้อหนังระดับสองหนึ่งตัวสำเร็จการใช้ท่าเตะสังหาร ค่าเทียนซิ่ว +100!】
สังหารศัตรูได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวต้วนจื่อไม่หยุดยั้งและลงมืออย่างต่อเนื่อง
ทุกครั้งที่เตะออกไปจะสังหารแมงป่องเกราะได้หนึ่งตัว
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นอย่างต่อเนื่องฝูงแมงป่องเกราะกำลังถูกทำลายด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ
ผ่านไปสามนาทีพื้นดินก็เต็มไปด้วยซากของแมงป่องเกราะ
"ดีล่ะ สะสมค่าเทียนซิ่วได้ 1,600แต้มแล้ว เหลืออีก 1,400 แต้มก็จะเลื่อนขั้นไปสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับห้าได้" ต้วนจื่อเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก เขานั่งพักเล็กน้อยก่อนจะเร่งความเร็วเดินทางไปยังเขตตอนกลางของเทือกเขาจื่อหราน
เมื่อมาถึงเขตตอนกลางสัตว์อสูรไม่ได้รวมตัวกันเป็กลุ่ม ความถี่ในการปรากฏตัวก็น้อยลงเรื่อยๆทว่าพลังของพวกมันกลับยิ่งสูงขึ้น
ต้วนจื่อเพิ่งมาถึงเขตตอนกลางก็พบกับตะขาบหน้าทองขั้นเนื้อหนังระดับสาม รูปร่างใหญ่มหึมาร่างกายแข็งแกร่งราวกับหิน เขาต้องใช้เวลาถึงสามนาทีจึงจะจัดการมันได้และได้รับค่าเทียนซิ่ว 250 แต้ม
"การต่อสู้ด้วยมือเปล่ามันเหนื่อยเกินไปแถมสัตว์อสูรบางตัวก็มีพิษร้าย ข้าไม่กล้าลงมือสุ่มสี่สุ่มห้านัก..." ต้วนจื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเลือกอาวุธในร้านค้าของระบบ
อาวุธในทวีปเทพยุทธ์ก็เหมือนกับวิชายุทธ์แบ่งออกเป็เก้าขั้น สอดคล้องกับขอบเขตทั้งเก้าของวิถีแห่งการฝึกยุทธ์ ได้แก่อาวุธขั้นเนื้อหนัง อาวุธขั้นเริ่มต้นยุทธ์ อาวุธขั้นนักรบกำเนิดอาวุธขั้นนักรบจิต อาวุธขั้นนักรบลึกลับ อาวุธขั้นนักรบดิน อาวุธขั้นนักรบฟ้า อาวุธขั้นนักรบเซียนและอาวุธขั้นนักรบเทพ
แต่ละขั้นยังแบ่งออกเป็ระดับต่ำ ระดับกลางระดับสูง ระดับสุดยอด เพื่อใช้เป็มาตรฐานในการวัด
หลังจากเลือกสรรอยู่พักใหญ่ต้วนจื่อก็ใช้ค่าเทียนซิ่ว 1,500 แต้มเพื่อซื้อกระบี่เทียนซิ่วจากร้านค้าของระบบ เป็อาวุธขั้นเนื้อหนังระดับกลางในภายหลังจะสามารถใช้ค่าเทียนซิ่วเลื่อนระดับได้อีก
เมื่อได้กระบี่เทียนซิ่วมาอยู่ในมือเขาก็รู้สึกถึงประสบการณ์เกี่ยวกับกระบี่ไหลเข้ามาในสมองราวกับเกิดมาเพื่อใช้กระบี่
ซื้อกระบี่แถมการสอนระบบบริการดีเลิศอะไรเช่นนี้!
เมื่อมีกระบี่เทียนซิ่วความเร็วในการล่าสัตว์อสูรของต้วนจื่อก็เพิ่มขึ้นเป็เท่าตัว
ต้วนจื่อเดินหน้าต่อไป สังหารยุงหัวเสือ วัวเหล็กทรายสัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับสามอย่างต่อเนื่องในเวลาตีสี่เขาก็สะสมค่าเทียนซิ่วได้ 3,700 แต้มสำเร็จ
【ติ๊ง!ขอแสดงความยินดีกับผู้ใช้ที่ใช้ค่าเทียนซิ่ว 3,000 แต้มเลื่อนระดับไปสู่ขอบเขตนักรบขั้นเนื้อหนังระดับห้า เหลือค่าเทียนซิ่ว 700 แต้ม】
"เหลืออีกสองชั่วโมงครึ่งเพียงพอที่จะให้ข้าเลื่อนไปถึงขั้นเนื้อหนังระดับหก" ต้วนจื่อดูเวลาเตรียมสังหารสัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับสี่
แต่ไม่รู้ว่าทำไม หลังจากค้นหาอยู่หลายครั้งเขากลับไม่พบสัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับสี่แม้แต่ตัวเดียว
กว่าจะพบเข้า ก็กลายเป็ศพไปเสียแล้ว
"รอยเืใหม่มากหรือว่ามีคนกำลังล่าสัตว์อสูรอยู่ด้วย?" ต้วนจื่อหรี่ตาลงพลางพึมพำกับตัวเอง
ในเวลานั้นเขาก็สังเกตเห็นรอยเืที่ชัดเจนบนถนนสายหนึ่งร่องรอยนั้นมาจากสัตว์อสูรขั้นเนื้อหนังระดับสี่ที่ตายไป
ฆาตกรอยู่ข้างหน้านี่เอง!
"ไปดูกันหน่อย" ต้วนจื่อครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจทันที
หลังจากเดินไปตามเส้นทางสายนั้นเกือบหนึ่งร้อยก้าวเขาก็ชะงักฝีเท้า
เบื้องหน้ามีพื้นที่เป็ทุ่งหญ้าเตี้ย
ในเขตตอนกลาง ท่ามกลางทุ่งหญ้ามีร่างเงาของคนยืนอยู่ ดูจากด้านหลังแล้วน่าจะเป็ผู้หญิง
นางสวมใส่เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นยั่วยวนจนเห็นสายตู้โตว [1] ที่สกปรกคล้ำและสวมถุงน่องสีดำที่ขาดรุ่งริ่งราวกับถูกบางอย่างขีดข่วนห้อยอยู่ที่เรียวขาอย่างไม่เป็ระเบียบนางเดินกะเผลก ท่าทางดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง
เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาใช้เนตร์มากเกินไปตอนนี้จึงอยู่ในสถานะคูลดาวน์ทำให้ต้วนจื่อไม่สามารถวิเคราะห์เป้าหมายตรงหน้าได้ในตอนนี้
"ระวังตัวไว้ก่อนดีกว่า..."ต้วนจื่อพึมพำในใจ อยากจะเข้าไปใกล้กว่านี้เพื่อสังเกตทว่าเขากลับเหยียบกิ่งไม้ผุๆ โดยไม่ระวัง ทำให้เกิดเสียง 'กร๊อบ'เบาๆ
เสียงนั้นแ่เบาก็จริงแต่ในบริเวณที่เงียบสงัด เสียงนี้กลับดังลั่นราวกับฟ้าร้อง
ในขณะที่เกิดเสียงขึ้นร่างของผู้หญิงที่อยู่ด้านหน้าก็ชะงักกึกก่อนจะหันกลับมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อใบหน้าของผู้หญิงปรากฏขึ้นต้วนจื่อก็อดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ในเวลานั้นเองเขาก็รู้สึกว่าท้องไส้ปั่นป่วน เกิดความรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรง
พูดตามตรงต้วนจื่อเคยดูหนังสยองขวัญมามากมาย แต่เมื่อเทียบกับผู้หญิงคนนี้แล้วทั้งหมดนั่นก็แค่เด็กอนุบาล
ต่อหน้าเขา คือใบหน้าที่บิดเบี้ยวถึงขีดสุดเขาไม่สามารถมองเห็นอวัยวะบนใบหน้าได้อย่างชัดเจนเพราะอวัยวะเ่าั้บิดเบี้ยวรวมกันจนหมดแล้วแขนขาเ่าั้ก็วางอยู่ในท่าทางที่แปลกประหลาดมนุษย์ปกติไม่มีทางทำท่าทางแบบนั้นได้แน่นอน
ศพิญญามรณะสิ่งมีชีวิตที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างอสูริญญามรณะและมนุษย์เมื่อมีคนตายในเทือกเขาจื่อหราน จะมีโอกาส 1% ที่จะถูกอสูริญญามรณะเลือกให้เป็ปรสิตเมื่อรวมร่างกันสำเร็จก็จะกลายร่างเป็ศพิญญามรณะมีพลังและความเร็วที่แข็งแกร่งมาก อย่างน้อยก็เป็ขั้นเนื้อหนังระดับห้า
เพื่อล่าเหยื่อบางครั้งพวกมันจะมายังเขตตอนกลางเพื่อล่าสัตว์อสูรระดับต่ำเมื่อกินอิ่มแล้วก็จะจากไป
บรรยากาศตึงเครียดอยู่ประมาณห้าวินาที...
"พรึ่บ..."
ในวินาทีต่อมาแสงสีเืก็พุ่งวาบขึ้นในดวงตาที่มืดหม่นของศพิญญามรณะปากที่ปิดสนิทเปิดอ้าออกเผยให้เห็นฟันที่แหลมคมดุจฟันฉลาม
ของเหลวสีเหลืองค่อยๆ ทะลักออกมาตามร่องฟันไหลเยิ้มเปื้อนไปทั่วคาง เสื้อผ้าที่เก่าขาดรุ่งริ่ง้าก็เปียกชุ่มไปด้วยน้ำลายทั้งสกปรกทั้งน่าขยะแขยง
"กี๊ซ!"
เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยสัญชาตญาณดิบดังก้องออกจากปากของศพิญญามรณะเมื่อรวมเข้ากับใบหน้าที่ชวนสะอิดสะเอียน ก็ทำให้ต้วนจื่อขนหัวลุก
ก่อนที่เขาจะล่าถอยศพิญญามรณะก็ก้าวเท้าออกมาอย่างไม่ให้ทันตั้งตัวหน้าดินที่หนาแน่นถูกมันเหยียบจนแตกละเอียด
เมื่อมองจากระยะไกลอีกฝ่ายราวกับม้าป่าที่หลุดจากบังเหียน เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงเกินจะต้านทาน
"เร็วมาก!" ต้วนจื่อหรี่ตา และขมวดคิ้ว
ศพิญญามรณะตัวนี้มีพลังถึงขั้นเนื้อหนังระดับห้าฟันและเล็บล้วนเคลือบด้วยพิษร้าย หากถูกข่วนเข้าละก็ เขาคงไม่อาจรอดชีวิตกลับไปได้
ในขณะที่คิดอยู่ในใจนิ้วมือที่เน่าเปื่อยและส่งกลิ่นเหม็นของศพิญญามรณะก็กลายเป็กรงเล็บพุ่งตรงไปยังศีรษะของต้วนจื่อ
แสงอันเยือกเย็นวาบวับ อันตรายมาถึงตัว
ต้วนจื่อตาไว มือไว ะโขึ้นไปบนฟ้า
"ตึง!"
ทันทีที่เขาออกจากที่เดิมเสียงโจมตีที่รุนแรงก็ดังขึ้น
เมื่อตั้งสติได้เขาก็เห็นว่าบริเวณที่ยืนอยู่เมื่อครู่ถูกกรงเล็บของศพิญญามรณะข่วนจนเป็หลุมขนาดใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น เพราะพลังที่มากเกินไปกรงเล็บของอีกฝ่ายจึงจมลงไปในดินลึก ไม่สามารถดึงขึ้นมาได้
"ซู้ด..." ต้วนจื่ออดไม่ได้ที่จะสูดอากาศเย็นๆ เข้าไป
พลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้แม้จะเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับเดียวกันโดนเข้าไปก็คงไม่รอด
"ต้องต่อสู้อย่างระมัดระวังแล้ว!"
เมื่อต้วนจื่อตั้งสติได้เขาซ่อนตัวราวกับภูตผีที่หายตัวไปอย่างเงียบเชียบ
ภายใต้แสงจันทร์ แสงสีดำพาดผ่านเมื่อร่างเงาชัดเจนขึ้น เขาก็ปรากฏตัวทางด้านขวาของศพิญญามรณะ
ต้วนจื่อสะบัดแขนครั้งหนึ่งกระบี่เทียนซิ่วก็พุ่งออกไปแทงหัวใจของศพิญญามรณะ
"วูบ!"
ศพิญญามรณะเบี่ยงตัวหลบการโจมตีได้อย่างหวุดหวิดการเคลื่อนไหวของมันทั้งแม่นยำและรวดเร็ว
"มันมีความคิดเป็ของตัวเองด้วยหรือ?"ต้วนจื่ออุทานด้วยความประหลาดใจเขากระชับกระบี่ในมือแล้ววางไว้ที่บริเวณหน้าอก ดวงตาคมกริบไม่ละไปจากศพิญญามรณะ
ลมพัดโชยมา พัดพาใบไม้ร่วงโรยสร้างบรรยากาศที่ชวนน่าขนลุก
ไอสังหารพุ่งออกมาจากตัวเขาทำให้บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความน่าสะพรึง
ในตอนนี้ต้วนจื่อราวกับเปลี่ยนไปเป็คนละคนร่างเงาแม้จะผอมบาง แต่กลับเปล่งประกายเจิดจ้า
ราวกับกระบี่ที่ถูกซ่อนไว้ในฝักเก็บงำประกายแสงเพราะคมกระบี่ไม่ปรากฏจึงไม่มีใครได้ยลโฉมความงดงามของมัน
แต่ตอนนี้กระบี่เล่มนี้ได้ชักออกมาจากฝักแล้ว!
"วูบ!"
ต้วนจื่อใช้งานเคล็ดวิชา [วิ่งให้ไว]เขาราวกับลมที่พัดผ่าน ภายใต้แสงจันทร์จางๆ แสงสีดำสายหนึ่งเคลื่อนไหววูบวาบ
ในเวลานี้มีลมแรงพัดผ่านป่าเกิดเป็เสียงหวีดหวิวน่าขนลุก
ต้วนจื่อฟันกระบี่ออกไปแสงสีดำสนิทพุ่งไปยังลำคอของศพิญญามรณะ
กระบี่ยังไม่ถึงตัว ทว่าไอสังหารอันเย็นเยียบกลับปกคลุมไปทั่วร่างของศพิญญามรณะ
กระบี่วายุคล้อย สายน้ำไม่กระเพื่อม!
"ฉึก!"
กระบี่เล่มนี้เคลื่อนที่ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาดทะลวงลำคอของศพิญญามรณะ
เืสีดำพลันพุ่งออกมาจากลำคอของมัน
สำเร็จแล้วหรือ?
ไม่!
มันยังไม่จบ!
ระบบไม่แจ้งเตือน ค่าเทียนซิ่วก็ไม่เพิ่มนั่นหมายความว่ากระบี่เมื่อครู่ไม่ได้กำจัดศพิญญามรณะ
เมื่อมองไปยังศพิญญามรณะที่ล้มลงกลุ่มเืที่ถูกแทงทะลุที่ลำคอของมันเริ่มสมานกันอย่างเงียบเชียบ
ในชั่วพริบตาศพิญญามรณะก็ราวกับไม่ได้รับความเสียหายใดๆ ดวงตาสีเืหมุนคว้างจิตสังหารเดือดพล่าน
ต้วนจื่อขมวดคิ้ว
มีทั้งพลังขั้นเนื้อหนังระดับห้าแถมยังมีพลังสมานแผลศพิญญามรณะตัวนี้ยากที่จะรับมือยิ่งกว่าอสูรในระดับเดียวกันอย่างเห็นได้ชัด!
"กี๊ซ!"
ขณะที่ต้วนจื่อกำลังคิดหาหนทางศพิญญามรณะก็ส่งเสียงคำรามอีกครั้ง มันก้าวยาวๆ พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง
"เคร้ง!"
ต้วนจื่อไม่มีเวลาพอที่จะหลบหลีกอีกฝ่ายภายใต้วิกฤตครั้งนี้ เขาทำได้เพียงใช้กระบี่ป้องกันกรงเล็บของศพิญญามรณะรับการโจมตีนี้ได้อย่างเฉียดฉิว
พลังมหาศาลถาโถม ทำให้แขนของเขาชาไปทั้งท่อนทั้งร่างถอยกรูดอย่างไม่อาจควบคุม พื้นดินใต้เท้าถูกแหวกเป็ทางยาวสองสาย
"ทั้งพลังและความเร็วเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัวเป็ไปได้ไหมว่าทุกครั้งที่มันสมานแผล พลังก็จะเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่ง?"สีหน้าของต้วนจื่อกลายเป็เคร่งขรึมราวกับจะต้านทานไม่ไหวในสถานการณ์คับขันนี้ เขาทำได้เพียงเปิดใช้ทักษะ [อ่อนแอ]เพื่อลดพลังของศพิญญามรณะลง 50% จึงจะสามารถตั้งตัวได้
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้หายใจหายคอศพิญญามรณะก็อ้าปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมราวกับฉลาม พุ่งไปงับศีรษะของต้วนจื่อ
วิกฤตความเป็ความตายถาโถมเข้ามาทำให้ต้วนจื่ออะดรีนาลีนเดือดพล่าน
เขาเผลอทิ้งกระบี่ในมือออกไปแล้วเอนตัวไปด้านหลังเพื่อหลบคมเขี้ยวของศพิญญามรณะในขณะเดียวกันก็เคลื่อนที่ด้วยความเร็วดุจสายฟ้าขาข้างหนึ่งฟาดเฉียงขึ้นไปกระแทกศีรษะของศพิญญามรณะ...
เชิงอรรถ
[1] เสื้อชั้นใน