ฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก

    บทที่ 61

    “อะไรกัน!! พวกมันยังมีลูกเล่นอะไรอีก...” กาเวนต์กล่าวออกมาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าทหารม้าของเข้าไปสู่กับดักของอีกฝ่าย มันเรียกได้ว่าโหดร้ายมากที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเห็นเลยก็ว่าได้ ทหารคนสนิทควบม้าเข้ามาใกล้ก่อนจะรายงานทันที“ท่านผู้บัญชาการขอรับ ทหารของเราพบเส้นทางตรงยาวทั้งหมดสามทางที่ไม่มีกับดักหลุมพวกนั้นขอรับ ท่านจะสั่งการเช่นไรดีขอรับ..” ทหารคนนั้นกล่าวออกมาอย่างลนลาน ตอนนี้ทัพหน้ากำลังระส่ำระสาย พวกเขาไม่กล้าที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าต่อ เพราะจากภาพที่เห็นเพื่อนร่วมรบต่างก็ตกตายกันอย่างอนาถ และพวกเขาก็ไม่อยากเป็นอย่างเพื่อนๆ มันทำให้ทัพเริ่มชะลอตัวลง กาเวนต์ที่ได้ฟังอย่างนั้นถึงจะรู้ว่าตรงทางนั้นมันต้องมีอะไรพิเศษอย่างแน่นอน และมันเป็นทางที่ศัตรูต้องการให้พวกเขาเดินทางนั้น แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ถ้าถึงตัวกำแพงเมืองด้วยทหารเพียงแค่ครึ่งเดียวของทั้งหมด เขาก็ยังสามารถเอาชนะได้ แต่ถ้าไม่ งานนี้คงได้ตายกันหมดแน่ ดังนั้นในเมื่อถอยหลังไปก็ไปรับความตายที่เมืองหลวงกับตายที่ตรงนี้มันก็มีค่าเท่ากัน เขาเลือกที่จะเสี่ยงบุกเข้าไปต่อ “สั่งการให้เคลื่อนตามแนวทางนั้นไป อย่าได้ประมาท ให้เคลื่อนกำลังอย่างช้าๆไม่ต้องรีบร้อน อีกฝ่ายยังไม่ได้ส่งทหารมาเข้าร่วม รีบจัดแถวเป็นตอนลึก 3 แถวซะ..” กาเวนต์สั่งการทันที และแน่นอนว่าทัพหน้าที่ตอนแรกไปไม่เป็น ตอนนี้กลับมาคงที่อย่างรวดเร็ว นั่นมันแสดงให้เห็นเลยว่าพวกทหารต่างเชื่อมั่นในตัวของผู้บัญชาการคนนี้เป็นอย่างมาก ทัพดีไวท์เริ่มจัดแถวเดินเข้าไปอย่างช้าๆตามคำสั่ง พวกเขาเดินมาเรื่อยๆ จะมีบ้างบางแถวที่เดินกว้างไปสักหน่อยทำให้ตกหลุมไปตาย แต่การเคลื่อนกำลังมันเดินเท้าไปอย่างช้าๆทำให้สูญเสียกำลังพลเพียงแค่น้อยนิดเท่านั้น “ท่านพี่... พวกดีไวท์ใกล้เข้ามาแล้ว เราสั่งยิงปืนใหญ่เลยดีไหมเจ้าคะ...” แคทเทอรีนที่เห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มตั้งตัวได้ เธอก็เป็นเดือดเป็นร้อนในทันที แต่รีออนยังคงนิ่งไม่ไหวติงใดๆ เขากำลังรอ รอให้ทัพของดีไวท์ก้าวเท้าเข้ามายังทุ่งสังหารของเขาให้ได้มากกว่าครึ่งของทั้งหมดเสียก่อน เพื่อเป็นการบีบให้พวกมันไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสู้เสี่ยงวิ่งตายกันเข้ามา แล้วเวลานั้นจะได้เก็บงานให้หมดในคราวเดียว ความตึงเครียดเกิดขึ้นในหมู่ทหารทั้งสองฝ่าย ทหารซาทารอสก็เหงื่อไหลออกมาเมื่อเห็นว่ากับดักที่พวกเขาสร้างมาหลายวันกลับใช้ไม่ได้ผลกับอีกฝ่าย ตอนนี้พวกเขาได้แต่หวังพึ่งสิ่งที่เรียกว่าปืนใหญ่ มันเป็นอาวุธใหม่ที่พวกเขาบางคนยังไม่ทันได้เห็นประสิทธิภาพของมันเลยด้วยซ้ำ แต่นั่นก็เป็นหนทางสุดท้ายแล้วที่พวกเขาจะรอดไปได้ ส่วนทหารของดีไวท์ต่างระแวงทุกๆฝีก้าวที่พวกเขานั้นเหยียบลงไป มันอาจจะเป็นเวลาไหนก็ได้ที่พวกเขาจะตกลงไปในบ่อแห่งความตายอย่างนั้น แต่ถ้าตกลงไปจริง พวกเขาร้องกับพระเจ้าเลยว่าขอให้พวกเขานั้นตายสนิทอย่าได้ทรมานเหมือนเพื่อนๆที่ตกลงไป พวกเขาได้แต่ภาวนาเท่านั้น เพราะเมื่อพวกเขามาถึงในจุดที่อลิสได้คำนวณเอาไว้ รีออนก็ไม่รอช้า รีบสั่งการเตรียมยิงปืนใหญ่ทุกกระบอกในทันที มือของเขาถือธงขนาดเล็กเพื่อเป็นตัวบ่งบอกสัญญาณในตอนโจมตี เขาสะบัดมือลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก หลังจากนั้นพลธงที่ถือธงขนาดใหญ่ก็เริ่มโบกสะบัดในทันที ไม่นานเสียงดังกึกก้องกัมปนาทก็ได้ร้องออกมาจากทุกทิศทางของกำแพงเมืองเลบานอนแห่งนี้ มันเปรียบเสมือนเสียงร้องแห่งความโกรธเกรี้ยวของพระเจ้า พวกทหารดีไวท์ในตอนนี้ก็ได้แต่มองสิ่งที่มันกู่ร้องออกมาในขณะที่ตัวเองนั้นทำอะไรไม่ได้ พวกเขาเคยเห็นประสิทธิภาพของเจ้านี่มาแล้ว มันคือสิ่งที่ทำให้พี่น้องของพวกเขานั้นตายกันเป็นจำนวนนับร้อยเพียงแค่เจ้าก้อนกลมๆนั้นลอยตกมาทางพวกเขา“ใครจะอยู่ก็อยู่ไป ข้ายอมกระโดดลงไปในหลุมนั่นจะดีกว่าโดนเจ้าสิ่งนั้น..” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาก่อนที่ขาทั้งสองข้างจะกระโดดไปข้างทาง แน่นอนว่าชายคนนี้ยอมเสี่ยงที่จะโดนไม้แหลมแทนระเบิดของลูกปืนใหญ่ที่โดนไปแล้วไม่สิทธิ์ใช้คำว่ารอดได้เลย“เจ้าพวกซาทารอส.. หน้าตาของอาวุธนั้นมันคืออะไรกัน ไม่ใช่ว่ามันสามารถใช้ได้อย่างจำกัดอย่างนั้นเหรอ..” ผู้บัญชาการทัพดีไวท์ กาเวนต์ตะโกนด้วยความโมโห ตอนนี้สิ่งที่เขาเห็นก็คือกองทัพของเขาที่มากกว่าครึ่งกำลังถูกสังหารไปอย่างไร้ปราณี นี่มันเป็นการฆ่าฟันอยู่ฝ่ายเดียวชัดๆ จะให้ถอยทัพตอนนี้มันก็ไม่ทันแล้ว ทหารข้างกายหลายคนก็ไม่มีจิตใจที่อยากจะสู้อีกต่อไปแล้ว อย่าว่าแต่กำแพงเมืองเลย เพียงแค่มองใกล้ๆในระยะ 200 เมตรจะมีโอกาสหรือเปล่าก็ไม่รู้“สั่งให้บุกเข้าไปทั้งอย่างนั้น.. ข้าไม่เชื่อว่าพวกมันจะสามารถปล่อยเจ้าก้อนกลมๆนั่นมาได้ตลอดเวลาหรอก.. บุกเข้าไป!!.. กองกำลังเวทมนตร์เตรียมตัวรวบรวมพลังงานธรรมชาติให้พร้อม เราจะต้องทำลายเจ้าเครื่องนั่นให้หมด..” กาเวนต์ตะโกนขึ้นเสียงดัง ก่อนจะหันไปสั่งกลุ่มจอมเวทย์ที่โลกนี้มันมีอยู่น้อยนิด มันอาจจะเรียกว่า หนึ่งในแสนคนเลยก็ว่าได้ที่จะพบสักคนหนึ่งที่เป็นนักเวทย์ และพวกเขาก็เป็นทรัพยากรที่มีค่า ไม่ว่าอาณาจักรไหนๆก็ต่างแย่งชิงกันทั้งนั้น แต่ในสนามรบนี้ทางฝ่ายของดีไวท์มีนักเวทย์นี้ถึง 5 คนเลยทีเดียว“..นั่นกลุ่มจอมเวทย์นี่นา แย่แล้วท่านพี่ พวกเขามีกลุ่มจอมเวทย์เข้าร่วมสงครามในครั้งนี้..” แคทเทอรีนเห็นว่ามีกลุ่มพลังงานที่ถูกรวบรวมไว้ทางด้านหลังทัพ เพราะเธอเองก็เป็นคนหนึ่งที่สามารถใช้เวทย์มนตร์ได้ แต่มันเป็นเพียงแค่สายสนับสนุนประเภทตรวจสอบเพียงเท่านั้น เวทมนตร์เล็กๆเธอก็สามารถใช้ได้ แต่มันไม่สามารถเอามาใช้ในการต่อสู้ได้ รีออนที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็หันไปมองทางกลุ่มคนพวกนั้น ก่อนที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ‘ผลการวิเคราะห์จากระบบคือไม่สามารถตรวจสอบได้ ..เนื่องจากข้อมูลไม่เพียงพอค่ะด็อกเตอร์’ เพราะอลิสไม่สามารถวิเคราะห์พลังนั้นได้ มันทำให้เขาไม่สามารถประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้เลย แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไร บริเวณเหนือศีรษะของกลุ่มจอมเวทย์นั้นก็ปรากฏเป็นหินจากก้อนเล็กๆจนตอนนี้มันเริ่มที่จะใหญ่ขึ้นมาเรื่อยๆ และมันอาจจะมีขนาดเท่ากับบ้านสองชั้นในโลกก่อน จากนั้นมันก็พุ่งเข้ามาทางกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว ตูมมมมม!!!!! เสียงของหินก้อนใหญ่กระทบเข้ากับอะไรสักอย่าง ฝุ่นกระจายที่เกิดการแตกของหินยักษ์ก็ฟุ้งไปทั่วบริเวณ เศษของหินก้อนเล็กตกลงสู่พื้นดินหน้าเมือง ประชาชน และทหารของเลบานอนที่กำลังหลับตาด้วยความสิ้นหวัง แต่จู่ๆก็มีเสียงของทหารนายไหนสักนายเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง“ท่านผู้บัญชาการ..รีออน..” เขาพูดออกมาด้วยความอึ้ง เพราะตอนนี้ภาพที่เขาเห็นมันเหมือนไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นมาได้ปกติเลย มันเป็นภาพที่รีออนกำลังยืนลอยตัวอยู่บนอากาศหน้าเมือง และแน่นอนว่าเขาคือจุดศูนย์กลางของการปะทะ ทหารฝ่ายตรงข้ามเองก็เห็นเหมือนกับที่ทหารเลบานอนเห็น..“เล่นกันแรงเหมือนกันนะเนี้ย... ถ้าอย่างนั้นก็ขอเอาคืนสักหน่อยก็แล้วกัน!!” รีออนกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา แคทเทอรีนเองก็ตกใจเหมือนกัน ที่จู่ๆท่านพี่ของเธอก็หายไปจากสายตา มารู้ตัวอีกทีคือตัวของท่านพี่ของเธอก็ไปอยู่ตรงก้อนหินเสียแล้ว เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก“..เราลืมไปได้อย่างไรกันนะว่าท่านพี่น่ะ... แข็งแกร่ง..” ก่อนที่เธอจะยิ้ม เพราะสงครามครั้งนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ตั้งแต่ท่านพี่ของเธอออกโรงเองอย่างนี้..

    คล้ายกับเรื่องฉันนี่แหละ...ด็อกเตอร์ในต่างโลก ที่คุณอ่าน