ตะวันวาดทำท่าจะหมุนตัวรีบเดินกลับออกจากห้อง ทว่านัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่ส่องสว่างชัดในความมืดนั้นตรึงเธอไว้กับที่ ใบหน้าหล่อเหลาส่อแววอ่อนล้าแม้อยู่ในความมืด เขากะพริบตามองเธอก่อนจะหันไปมองวาเลนไทน์ ตะวันวาดถือโอกาสนั้นดึงตัวเองให้หลุดออกจากห้วงสายตาของอีกฝ่าย
เธอกระซิบผ่านความมืด
“วาเลนไทน์เป็นไงบ้าง.. คะ” คำถามที่ตะวันวาดคว้าคำพูดของตัวเองเอาไว้ไม่ทัน
ตะวัน.. แกถามอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ออกแล้วเหรอ!?
อันธกานต์นิ่ง ยังคงมองลูกสาวที่หลับอย่างสงบอยู่บนเตียง เขาไม่ตอบเธอ.. ตะวันวาดกัดริมฝีปากของตัวเองก่อนจะเอ่ยต่อ
“ฉัน.. ขอโทษนะคะ..” เสียงหวานกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่เธอเก็บเอาไว้ตั้งแต่หลายชั่วโมงก่อน
นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดกลับมามองที่อีกฝ่าย ร่างบางยืนห่างจากเขาไปไม่ถึงหนึ่งเมตรศีรษะก้มลงเล็กน้อย เธอไม่สบตาเขา
“ฉันไม่รู้ว่าวาเลนไทน์อยู่ในรถด้วย” เธอกล่าวต่อยังคงไม่มองหน้าอีกฝ่าย อันธกานต์มองเห็นตะวันวาดชัดเจนขึ้นเมื่อสายตาปรับเข้ากับความมืดภายในห้อง เขาจ้องมองเธอพร้อมตั้งคำถามกับความรู้สึกของตัวเอง..
คำถามที่เขาตอบไม่ได้..
“ฉันไปก่อนนะคะ” ตะวันวาดกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงเงียบอยู่
ร่างเล็กหมุนตัวกลับเดินออกจากห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มมองแผ่นหลังเล็กที่เดินกลับออกไปจนลับสายตา..
ครึ่งชั่วโมงถัดมา..
ตะวันวาดปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งทำให้อันธกานต์ประหลาดใจเล็กน้อย เขาจ้องมองร่างเล็กที่เดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ตะวันวาดหยุดตรงโต๊ะเล็กห่างจากเตียงนอนไปไม่มาก เธอหยิบน้ำกล่องที่อันธกานต์ไม่แน่ใจว่าคือน้ำอะไรออกมาจากถุงที่ถือมาด้วยก่อนจะเดินตรงมายังเขา
มือเล็กยื่นกล่องให้.. อันธกานต์จึงสังเกตได้ว่ามันคือนมถั่วเหลือง
เขาเกลียดนมถั่วเหลือง..
อันธกานต์มองมันก่อนจะเมินสายตาออกไป
“ดื่มเถอะค่ะ..” เธอกล่าวเมื่อเห็นเช่นนั้น
“หวาน” เสียงทุ้มกล่าวตอบน้ำเสียงเรียบ
ตะวันวาดถอนหายใจ ยิ้มบาง.. เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นทำให้เธอฝืนยิ้มไม่ได้มากนัก
“ฉันรู้ค่ะ เลยซื้อแบบหวานน้อยมากมาให้” เธอตอบน้ำเสียงสดใสกว่าเดิมเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มตวัดมองเธอ
มือยาวเอื้อมมือมารับกล่องนมถั่วเหลืองจากเธอ ตะวันวาดยิ้มบางตอบกลับแววตาที่มองมา.. ระหว่างที่นั่งเฝ้าบุหลันรังสรรค์ สิ่งหนึ่งตะวันวาดระลึกได้ก็คือ ไม่ใช่แค่เธอที่เสียหลานแท้ ๆ ไม่แค่ใช่พี่สาวของเธอเสียลูกไป เด็กคนนั้นเป็นลูกของผู้ชายตรงหน้าเช่นกัน..
มองจากวิธีที่เขาดูแลวาเลนไทน์.. อันธกานต์คงรักลูกมาก.. เขาคงเสียใจไม่น้อย..
ร่างสูงเจาะกล่องนมถั่วเหลืองก่อนจะเริ่มดื่มมัน นัยน์ตาสีน้ำตาลตวัดกลับไปมองร่างเล็ก
“ฉันเสียใจด้วยนะคะ.. เรื่อง..” เธอเอ่ยขึ้น.. เว้นวรรคเอาไว้เป็นที่รู้กัน..
ความมืดภายในห้องบดบังความตึงเครียดที่ปรากฏชัดเจนขึ้นบนใบหน้าของอันธกานต์.. ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก.. ไม่เอ่ยอะไร..
ตะวันวาดตัดสินใจเดินอ้อมกลับไปหยิบถุงที่เธอวางเอาไว้บนโต๊ะ
“ถ้ามีอะไรที่ฉันช่วยได้ ก็บอกได้นะคะ”
เธอหันกลับมาพูดประโยคสุดท้ายกับอันธกานต์ ก่อนจะเดินกลับออกไปจากห้อง
เย็นวันต่อมา.. ห้องผู้ป่วยบุหลันรังสรรค์
อันธกานต์เปิดประตูเข้ามาในห้อง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องอยู่ที่ร่างอวบแน่นที่นอนนิ่งสนิทอยู่บนเตียง ใบหน้าคมนิ่งเรียบไร้ซึ่งความรู้สึก เขาก้าวย่างช้า ๆ จนกระทั่งยืนอยู่ข้างเตียงเธอ..
ชายหนุ่มยืนจ้องเธอนิ่งอยู่เกือบนาที.. เวลาแสนสั้นที่ยาวนาน
“เธอท้องกับใครบุหลัน..” เสียงทุ้มเอ่ยแทบจะเป็นเสียงกระซิบ กรามใหญ่ขบกันแน่น นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มแข็งกร้าว มือใหญ่ที่จับอยู่ขอบเตียงกำแน่นขึ้นจนสามารถเห็นเส้นเลือด
เขาสูดลมหายใจลึก ความเดือดพล่านยังคงท่วมจิตใจ..
เขาจะทำให้ตัวเองสงบลงได้อย่างไร..
อันธกานต์ปล่อยให้ตัวเองยืนมองภรรยาของตัวเองอยู่เช่นนั้น.. เวลาผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง เขาจึงเดินกลับออกไปจากห้องผู้ป่วย...
หนึ่งอาทิตย์ต่อมา...
ตะวันวาดคาดว่าเรื่องทั้งหมดจะค่อยๆ ดีขึ้น.. พี่สาวเธอและวาเลนไทน์จะค่อย ๆ ฟื้นตัวและทุกอย่างจะค่อย ๆ กลับไปเป็นอย่างปกติ..
แต่เธอคิดผิด..
บุหลันรังสรรค์อาการแย่ลง อวัยวะภายในบอบช้ำแม้แต่การผ่าตัดก็ช่วยอะไรไม่ได้.. เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งอาทิตย์ทีมแพทย์ที่รักษาก็เรียกเธอและครอบครัวเข้าไปพูดคุย ตะวันวาดปิดบังอาการของพี่สาวกับพ่อแม่ต่อไปไม่ได้.. หมอแนะนำให้พวกเขารักษาบุหลันรังสรรค์ตามอาการเพราะช่วยอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ครอบครัวของเธออยู่ในสภาวะช็อกทันทีหลังพูดคุยกับหมอ แม่เอาแต่ร้องไห้ไม่หยุด ขณะที่พ่อของเธอนั้นซึมไปอย่างเห็นได้ชัด ทุกวันตั้งแต่จันทร์ถึงศุกร์เธอทำงานเสร็จก็รีบเดินทางไปที่โรงพยาบาลเพื่อดูแลทั้งพ่อแม่และพี่สาวที่ตอนนี้เหลือเพียงเศษเสี้ยวของชีวิต
และเธอเลือกที่จะไม่บอกพ่อแม่เรื่องที่พี่สาวตั้งครรภ์..
ใบหน้าสวยมนต์ของบุหลันรังสรรค์ซูบซีดลง ริมฝีปากที่เคยแดงสดเหลืองจนแทบจะไม่มีสี.. ตะวันวาดรู้สึกเสียดายเวลาตลอดเกือบ 20 ปีที่ผ่านมาที่เธอไม่ได้พูดคุยกับพี่สาวให้มากกว่านี้.. ทำความรู้จักกันมากกว่านี้.. เธอได้รับรู้ถึงความรู้สึก ‘เสียดาย’ ในหลายสิ่งที่ไม่ได้ทำ ภาพวัยเด็กที่เธอเคยเดินตามพี่สาวตลอดเวลาผ่านเข้ามาในห้วงความคิดบ่อยกว่าที่เคยเป็น.. ภาพที่บุหลันรังสรรค์มักจะแกล้งเธอเป็นประจำ ตะวันวาดเคยโกรธสิ่งที่พี่สาวทำกับเธอ แต่เมื่อมาอยู่ในจุดที่ทั้งคู่ไม่สามารถสื่อสารกันได้อีกแล้ว ตะวันวาดกลับนึกถึงเหตุการณ์นั้นด้วยรอยยิ้มเศร้า ความทรงจำที่ดีและความทรงจำที่ไม่ดีดูมีคุณค่ามากขึ้นอย่างที่เธอไม่คาดคิด..
ในข่าวร้ายยังมีข่าวดี อาการของวาเลนไทน์นั้นค่อย ๆ ดีขึ้น.. หมอมีความหวังกับเด็กน้อยมากกว่ากรณีของบุหลันรังสรรค์ ทีมแพทย์ย้ำแล้วย้ำอีกว่าวาเลนไทน์โชคดีเพียงใดที่สวมเข็มขัดนิรภัยขณะที่บุหลันรังสรรค์นั้นไม่ได้สวม อวัยวะและร่างกายของเธอบอบช้ำน้อยกว่านัก นี่เป็นอีกบทเรียนที่ตะวันวาดได้รับ เธอสัญญากับตัวเองว่าจะเตือนและบังคับทุกคนที่เธอรักให้สวมเข็มขัดนิรภัยทุกครั้งที่ต้องเดินทาง..
เวลาหนึ่งอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอเจออันธกานต์แทบทุกวันทั้งช่วงเวลาทำงานและเวลาที่อยู่โรงพยาบาลแต่ทั้งคู่แทบจะไม่ได้คุยกันเลย เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะบอกเขาว่าเธอจะลาออก.. ตะวันวาดจึงเพียงบอกกับเพตราเอาไว้ว่าเธอจะไม่ทำงานต่อหลังจากจบช่วงทดลองงาน..
ค่ำคืนวันศุกร์วันนี้ที่ใครหลายคนกำลังกินข้าวฉลองวันหยุดสุดสัปดาห์หรือปาร์ตี้ข้ามคืน.. ตะวันวาดเดินผ่านแหล่งชุมชนที่ครื้นเครงไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงดนตรีก่อนจะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปยังโรงพยาบาลที่พี่สาวเธออยู่
ระหว่างเดินเข้าโรงพยาบาล เธอเจอกับอันธกานต์อีกครั้ง.. นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บังเอิญพบกันในโรงพยาบาล แต่เป็นครั้งแรกแต่ในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่เธอได้ยินเสียงทุ้มที่คุ้นเคย
“ไปเซเว่นด้วยกันไหม” ชายหนุ่มถามขณะที่กดลิฟต์รอ
ตะวันวาดชั่งใจก่อนจะพยักหน้าตอบ
ทั้งคู่ก้าวขาเข้าไปในลิฟต์เพื่อไปยังชั้นโรงอาหารที่มีร้านสะดวกซื้อเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
“พ่อบอกว่าคุณจัดการค่าใช้จ่ายทุกอย่างให้.. ขอบคุณนะคะ” เธอกล่าวขึ้นบ้าง สายตาทั้งคู่ยังจับจ้องอยู่ที่ตัวเลขดิจิตอลภายในลิฟต์ที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ สองวินาที
อันธกานต์ไม่ตอบ เขาเพียงสบตาเธอก่อนเสียงลิฟต์จะดังขึ้น ทั้งคู่เดินออกจากลิฟต์ตรงไปร้านเป้าหมาย หลังจากใช้ชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลกว่าหนึ่งอาทิตย์ ทั้งตะวันวาดและอันธกานต์ต่างช่ำชองเรื่องเส้นทางไปร้านสะดวกซื้อดีทีเดียว
ร่างสูงเดินตรงดิ่งไปสั่งกาแฟอเมริกาโน่ที่เคาน์เตอร์ ตะวันวาดเดินไปหยิบน้ำเปล่าและน้ำผลไม้ตามความเคยชิน ร่างบางเดินดูของนิดหน่อยก่อนจะเดินไปจ่ายเงิน ทันทีที่เธอเห็นกาแฟในมืออีกฝ่ายตะวันวาดก็ท้วงขึ้นทันที
“วันนี้ดื่มกาแฟไปตั้งเยอะแล้วนะคะ” คิ้วเรียวขมวดยกตัวสูงขึ้นอย่างเป็นห่วง เธอเป็นคนยกกาแฟไปให้เขาเองทุกแก้ว
ทุกอิริยาบถของตะวันวาดได้รับการสังเกตจากอันธกานต์จนตัวเขาเองยังแปลกใจ
แต่เขาก็ยังคงดื่มกาแฟต่อไป..
ตะวันวาดทำแก้มป่องเล็กน้อยเมื่อห้ามเขาไม่สำเร็จ เธอหันกลับไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์ เมื่อจ่ายเงินเสร็จหันกลับมาก็พบว่าอันธกานต์ไม่ได้ถือแก้วกาแฟแล้ว นัยน์ตากลมโตขึ้น เผยให้เห็นรอยยิ้มประหลาดใจ
เธอนึกดีใจที่เขายอมทิ้งกาแฟไป
“พี่ดื่มหมดแล้ว” เสียงทุ้มกล่าวขึ้น ทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหวานหุบลงทันใด
ตะวันวาดคิดว่าอีกฝ่ายยอมหยุดดื่มกาแฟ.. แต่เขากลับดื่มหมดหน้าตาเฉย
“เดี๋ยวก็หัวใจวายตายหรอกค่ะ” เสียงหวานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
อันธกานต์กระตุกยิ้มเมื่อเห็นว่าร่างบางหลงเชื่อเขา รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าหล่อเหลาทำให้ตะวันวาดรู้ว่าเธอโดนอีกฝ่ายแกล้งเข้าให้แล้ว
นัยน์ตาสีน้ำตาลเหล่มองไปยังถังขยะที่มีแก้วกาแฟวางตะแคงอยู่.. ตะวันวาดมองตามเขา ทำให้เธอเห็นอเมริกาโน่ยังเหลืออยู่เกือบ 3 ส่วน 4 ของแก้ว
“เป็นห่วงพี่เหรอ” เขาถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม..
คำถามง่าย ๆ ที่ทำให้คนตัวเล็กใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ ตะวันวาดตวัดสายตากลับมามองเขา นัยน์ตากลมเบิกโตขึ้น คนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างอย่างติดนิสัย
เธอไม่ตอบ.. ขณะที่อันธกานต์อมยิ้มด้วยสายตา.. เขาได้คำตอบตั้งแต่ไม่ได้ถาม
ร่างเล็กหลบสายตาของเขา เธอหมุนตัวเดินตรงดิ่งออกไปจากร้านสะดวกซื้อทันที