บทที่ 11 ภูมิใจอะไรนักหนา
โรงเรียนมัธยมปลายที่สาม เขตหมี่ซี
ฟ่านซีซีถูกจัดให้อยู่ห้องเดียวกับนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีที่ 2 คนอื่น ๆ และตอนเช้าตรู่แบบนี้ พวกเขาก็กำลังทำความรู้จักและทักทายกันอยู่
สิ่งที่ทำให้ฟ่านซีซีไม่พอใจคือ เธอดันมาเจอ เถียนซือซือ ผู้หญิงที่เธอเกลียดที่สุดในชั้นเรียน
ชาติที่แล้ว ผู้หญิงคนนี้จงใจทำเป็เพื่อนกับเธอเพื่อที่จะได้ใกล้ชิดกับพี่จิ่นเฉิง แถมยังแอบเขียนจดหมายรักให้เขาอีกต่างหาก ต่อมายัยนั่นยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยแพทย์ ซึ่งเป็มหาวิทยาลัยเดียวกับพี่จิ่นเฉิง แถมยังมีเล่ห์เหลี่ยมกลเม็ดต่าง ๆ นานา ที่ทำให้เธอและพี่ชายจิ่นเฉิงแตกคอกัน จนเธอต้องหึงหวงและโมโห
เพราะเหตุนี้ เธอจึงทำเป็ไม่สนใจเถียนซือซือโดยสิ้นเชิง
แต่เถียนซือซือไม่ได้คิดแบบนั้น เมื่อเห็นว่าฟ่านซีซีอยู่ในห้องเรียนเดียวกัน เธอก็รีบเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ ฟ่านซีซีทันที
“ซีซี บังเอิญจังเลย พวกเรากลายมาเป็เพื่อนร่วมชั้นกันอีกแล้ว”
“แค่เพื่อนร่วมชั้น เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” น้ำเสียงของฟ่านซีซีเ็า เธอไม่อยากอยู่ห้องเดียวกับผู้หญิงคนนี้
เถียนซือซือถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอพูดด้วยความน้อยใจว่า “ซีซี ทำไมเธอถึงพูดว่าเราไม่สนิทกันล่ะ หรือว่าตอนนี้ฐานะทางบ้านของเธอดีขึ้น เลยไม่อยากสนใจเพื่อนเก่าอย่างฉันแล้ว?”
เพราะเสียงของเถียนซือซือดังขึ้นเล็กน้อย ทำให้เพื่อนนักเรียนรอบข้างต่างหันมามองด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นดวงตาของเถียนซือซือแดงก่ำ เหมือนกำลังจะร้องไห้ หลายคนจึงคิดว่าฟ่านซีซีพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้เถียนซือซือต้องร้องไห้
เมื่อมองเห็นท่าทางที่เหมือนจะร้องไห้และดูน่าสงสารของเถียนซือซือ ฟ่านซีซีก็ขมวดคิ้ว “เถียนซือซือ เธอเรียนการแสดงอยู่หรือไง ฉันไปทำอะไรให้เธอกัน? แต่ในเมื่อน้ำตาสั่งได้ขนาดนั้น ถ้าเธอชอบที่นี่ เธอก็นั่งไปสิ”
หลังจากพูดจบ ฟ่านซีซีก็เดินตรงไปนั่งที่มุมห้องแถวหลังสุด
เถียนซือซือยืนงง เธอเช็ดน้ำตา พลางมองฟ่านซีซีด้วยสีหน้าซับซ้อน
ทำไมฟ่านซีซีถึงทำตัวไม่เหมือนชาติที่แล้ว?
ในชาติที่แล้ว ก่อนที่ฟ่านจิ่นเฉิงจะเรียนจบมหาวิทยาลัย พวกเธอก็เป็เพื่อนที่ดีที่สุดมาตลอด
ถ้าปีนั้น ฟ่านซีซีไม่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ และเธอไม่ได้โง่เขลาถึงขั้นแอบไปดึงสายออกซิเจนของฟ่านซีซีออก ฟ่านซีซีอาจจะมีอนาคตร่วมกับฟ่านจิ่นเฉิงก็ได้
ตอนนั้น ฟ่านซีซีาเ็สาหัส หลังจากที่เธอทำผิดพลาดไปแล้ว เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ต่อให้เธอไม่ทำแบบนั้น ฟ่านซีซีก็คงอยู่ไม่รอด
แต่เมื่อเห็นท่าทางคลั่งรักของฟ่านจิ่นเฉิง เธอไม่อยากให้ฟ่านซีซีมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้แต่นาทีเดียว ดังนั้นเธอจึงดึงเครื่องช่วยหายใจและสายออกซิเจนออก ตัดขาดลมหายใจของฟ่านซีซีอย่างสิ้นเชิง...
ฟ่านซีซีตายแล้ว หลังจากที่ฟ่านจิ่นเฉิงคลุ้มคลั่งและเ็ปจนผ่าน่เวลานั้นมาได้อย่างสงบ เขากลับสืบหาสาเหตุการตายของฟ่านซีซีอย่างไม่คาดคิด...
ฟ่านจิ่นเฉิง คนบ้าคนนั้น ใช้วิธีการของตัวเองทรมานเธอจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ เธอต้องตกงาน ถูกคนสาปแช่ง พ่อแม่ก็ตกงาน พี่ชายก็ติดการพนัน สุดท้ายครอบครัวของเธอแทบจะแตกสลาย ส่วนตัวเธอเองก็ได้พบกับผู้ชายเลว ๆ เธอถูกคนที่เธอเรียกว่าสามีทำร้ายร่างกายจนพิการ จึงตัดสินใจะโตึกฆ่าตัวตายพร้อมกับลูก
เมื่อนึกถึงเื่ราวต่าง ๆ ในชาติที่แล้ว หัวใจของเธอก็ยังคงสั่นสะท้านไม่หาย
พอย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ เธอจะโยนความโชคร้ายทั้งหมดนี้ให้กับฟ่านซีซี เธอจะไม่ทำตัวโง่เขลาตามติดฟ่านซีซี และรอความสงสารจากฟ่านจิ่นเฉิงอีกต่อไป เธอจะไม่ทำร้ายฟ่านซีซี แต่เธอจะเหยียบย่ำฟ่านซีซีอย่างเปิดเผย และยืนอยู่ในจุดที่เปล่งประกายที่สุด เพื่อให้ฟ่านจิ่นเฉิงเห็นเธอ
เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็รีบลุกออกจากห้องเรียนทันที
สิบนาทีต่อมา เถียนซือซือก็ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องทำงานของครูใหญ่...
หลังจากเลิกเรียนคาบสุดท้ายของ่เช้า เถียนซือซือกลับมาพร้อมกับสีหน้าภาคภูมิใจ เธอเดินกลับไปที่โต๊ะ หยิบกระเป๋า แล้วเดินไปหาฟ่านซีซีที่ยังคงนั่งอยู่ตรงมุมห้อง พร้อมกับพูดว่า “ฟ่านซีซี ในเมื่อเธอเกลียดฉัน งั้นต่อไปนี้ฉันจะออกจากห้องนี้แล้ว ไม่ทำให้เธอต้องรำคาญใจอีก ลาก่อน!”
พอพูดจบ เถียนซือซือก็เดินจากไปอย่างองอาจ
ฟ่านซีซีมองตามหลังเถียนซือซือด้วยสีหน้าแปลกใจ ความภูมิใจบนใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นมาจากไหนกัน?
นักเรียนหญิงที่นั่งอยู่ข้างหน้าฟ่านซีซีพูดขึ้นเบา ๆ “ฉันได้ยินมาว่า หลังจากที่เถียนซือซือออกจากห้องเรียน เธอไปที่ห้องของครูใหญ่ เหมือนจะขอข้ามชั้นไปเรียนชั้นมัธยมปลายปีสุดท้าย ดูจากสีหน้าของเธอเมื่อกี้นี้ เธอน่าจะทำสำเร็จแล้วล่ะ”
ฟ่านซีซีมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ข้ามชั้น?”
เถียนซือซือ ผู้หญิงคนนั้นคงไม่ได้ข้ามชั้นไปอยู่ห้องเดียวกับพี่จิ่นเฉิงหรอกนะ?
แต่เธอจำได้ว่าผลการเรียนของผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ดีขนาดนั้นนี่นา!
“ใช่แล้ว! โรงเรียนมัธยมปลายที่สามเพิ่งย้ายมา แน่นอนว่าต้องมีสิทธิพิเศษสำหรับนักเรียนที่มีคุณภาพ”
ตอนนี้ฟ่านซีซีเริ่มไม่สงบแล้ว ไม่ได้! เธอไม่สามารถปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นไปอยู่ห้องเดียวกับพี่จิ่นเฉิงได้ ถ้าพี่จิ่นเฉิงจะต้องถูกผู้หญิงคนนั้นตามติดทุกวันั้แ่นี้ไป เธอคงทนไม่ไหว
พอคิดได้ดังนั้น เธอจึงรีบพูดทันที “เพื่อนคนนี้ เธอชื่ออะไรนะ? เธอไม่อยากข้ามชั้นบ้างเหรอ? พวกเราไปสอบข้ามชั้นด้วยกันไหม!”
“หา? ฉันชื่อ ลู่เหยา ผลการเรียนของฉันธรรมดา คงข้ามชั้นไม่ได้หรอก”
ในตอนนั้นเอง เด็กสาวร่างสูงแต่งตัวเรียบง่ายที่นั่งอยู่ทางซ้ายของฟ่านซีซีก็ขยับเข้ามาใกล้ “ฟ่านซีซี เธอจะไปสอบข้ามชั้นเหรอ? นับฉันด้วยคนนะ ฉันชื่อ อวี๋เสี่ยวอิน ผลการเรียนของฉันค่อนข้างดี ถ้าข้ามชั้นได้ ฉันก็อยากข้าม”
“ได้ ตอนเที่ยงฉันไม่กลับบ้านแล้ว พวกเรามาอ่านหนังสือทบทวนกัน พรุ่งนี้เช้าค่อยไปหาครูใหญ่” ฟ่านซีซีพูดอย่างจริงจัง
“ดีเลย!”
“พวกเธอจะข้ามชั้นเรียนกันจริง ๆ เหรอ?” ลู่เหยาถามด้วยความสงสัย
นักเรียนห้องนี้ช่างมีความทะเยอทะยานกันจริง ๆ!
ฟ่านซีซียิ้มแล้วตอบ “แน่นอนสิ เธออยากร่วมด้วยไหม เราจะทบทวนบทเรียนและเน้นจุดสำคัญไปพร้อม ๆ กัน ฉันจะหาตัวช่วยที่เก่ง ๆ มาอีกแรง”
“หา...หาตัวช่วยได้ด้วยเหรอ? จะไปหาใครล่ะ?” ลู่เหยายิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก
ส่วนอวี๋เสี่ยวอินก็ค่อนข้างแปลกใจ เธอไม่เข้าใจว่าฟ่านซีซีจะไปหาตัวช่วยมาจากไหน
ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินฟ่านซีซีพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี “ตัวช่วยของฉันมาแล้ว!”
ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกัน เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงและหล่อเหลากำลังยืนอยู่ที่ประตูห้องเรียน พลางโบกมือให้ฟ่านซีซี
ฟ่านซีซีรีบวิ่งไปหา แต่ทันที่ที่กำลังจะเอ่ยปาก เธอก็ได้ยินฟ่านจิ่นเฉิงพูดด้วยน้ำเสียงดุเบา ๆ ว่า “ไม่ได้ตกลงกันแล้วเหรอ ว่าเลิกเรียนจะกลับบ้านไปกินข้าวด้วยกัน ลืมไปแล้วหรือไง?”
“ไม่ลืม ๆ พี่จิ่นเฉิง ฉันกับเพื่อนสองคนกำลังจะข้ามชั้นไปเรียน มัธยมปลายปีที่ 3 เลยว่าจะรีบใช้เวลาตอนเที่ยงทบทวนบทเรียน พี่ช่วยซื้อข้าวมาให้หน่อยสิ แล้วก็ช่วยเน้นจุดสำคัญให้ด้วย” ฟ่านซีซีอธิบายจุดประสงค์ของเธอภายในประโยคเดียว
ฟ่านจิ่นเฉิงแสดงสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “ข้ามชั้นเรียน?”
ผลการเรียนของยัยหนูนี่ก็แค่ธรรมดา จะข้ามชั้นเรียนไปทันได้ยังไง
ฟ่านซีซีเห็นสีหน้าเคลือบแคลงใจของเขา ก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที
เธอกัดริมฝีปากเบา ๆ พลางจ้องเขาอย่างไม่สบอารมณ์ “เถียนซือซือในห้องเรายังข้ามชั้นเรียนสำเร็จเลย ทำไมฉันจะข้ามบ้างไม่ได้ ผลการเรียนของเธอก็ไม่ได้ดีกว่าฉันสักหน่อย เธอข้ามจากมัธยมปลายปีที่ 2 ไป มัธยมปลายปีที่ 3 ได้ ฉันก็ต้องทำได้ ฉันยังคิดจะพยายามให้มากกว่านี้ จะได้เข้าไปเรียนห้องเดียวกับพี่ไง!”
ตอนที่ฟ่านจิ่นเฉิงได้ยินชื่อ ‘เถียนซือซือ’ ดวงตาของเขาดูเศร้าหมองลงในทันที แต่พอมองเห็นรอยยิ้มของฟ่านซีซี เขาก็กลับมามีท่าทางอ่อนโยนดังเดิมอย่างรวดเร็ว
“ในเมื่อเธออยากข้ามชั้นเรียน ฉันจะสนับสนุนเธอ ซีซี หยิบหนังสือของเธอมาให้ฉันหน่อย”