ปรุงรักนักชิมรส

    บทที่ 9 คำขอบคุณ

             ข้าวต้มในถ้วยพร่องไปได้เพียงครึ่งอธิปก็วางช้อนลงเพราะฝืนทานไม่ไหว โมนิคจึงนำยาลดไข้มาให้เขาพร้อมกับน้ำดื่ม

            เขารับเอาไว้แล้วทานยาลดไข้ในมือแล้วหันไปมองหน้าของโมนิคที่มองเขาด้วยความเป็๞ห่วง

            “ฝีมือไม่เลวนี่”

            “ยังจะมาชวนคุยอีก ไปนอนพักผ่อนเถอะค่ะ”

            “ทำไมกลัวผมตายแล้วไม่มีคนช่วยเหลือตอนที่อยู่ไทยรึไง”เขาถามเธอเชิงกวนประสาทเล็กน้อย

            “คุณนี่เดาใจฉันเก่งจังเลยนะคะ”เธอยิ้มรับอย่างท้าทาย ทำให้อธิปนั่นส่ายหัวเบาๆ ที่เ๯้าหล่อนดูเป็๞คนที่ไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ

            “ฝากขอบคุณแมนเชสด้วยนะ เ๱ื่๵๹คอมเมนต์นั้นวันนี้ลูกค้าเริ่มเยอะแล้ว” เขาบอกเธอเสียงสุภาพขึ้นมา ท่าทีเปลี่ยนไปจากตอนแรก

            “ฉันก็ทำตามหน้าที่”

            “ผมหมายถึงขอบคุณ ‘เรียล’ แมนเชส” เขาพูดหมายถึงแมนเชสตัวจริงที่ไม่ใช่เธอ

            “ก็ฉันนี่ไงแมนเชส”เธอบอกเขาแล้วทำหน้าตาจริงจัง

            “เอาเถอะ ยังไงก็ขอบคุณก็แล้วกันแมนเชสจูเนียร์”เขาพูดพลางกระตุกยิ้มที่มุมปากเหมือนกับว่าขำที่เธอพยายามจะเอาหน้าเ๱ื่๵๹นี้แทนแมนเชสตัวจริง

            ‘พอบอกแล้วก็ไม่เชื่อ ตาทึ่มนี่’

            “คุณป่วยอยู่ ขอสงบศึกชั่วคราวนะคะฉันไม่อยากเถียงคุณแล้ว” เธอพูดพลางทานข้าวต้มของตัวเองต่อไป

            “ขอบคุณนะ” อธิปพูดขึ้นมาเสียงนุ่ม

            โมนิคเงยหน้ามองเขาแล้วเอียงคออย่างสงสัยว่าเขากำลังขอบคุณใคร

            “ขอบคุณที่ทำอาหารให้ผมทาน และหายาให้” เขาพูดแล้ววางกุญแจสำรองของบ้านหลังนี้ให้กับเธอ

            “ออกไปไหนมาไหนอย่าลืมล็อกบ้านที่ประเทศไทยโจรและมิจฉาชีพเยอะจนคุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ”

            “ฉันรู้ค่ะ”เธอพูดเป็๞นัยถึงตอนที่เขาเองก็เคยเข้าใจผิดว่าเธอเป็๞พวกมิจฉาชีพ

            “ขอบคุณอีกครั้งนะ โมนิค” เขาพูดขอบคุณอีกครั้งอย่างสุภาพแล้วลุกเดินตรงไปยังห้องพักบนชั้นสองของเขา

            ‘โชคดีแค่ไหนที่ได้ทานอาหารฝีมือฉันนายเชฟพิทบูล’

    **********************

            ในตอนกลางดึกโมนิคที่ยังปรับสภาพไม่ได้เธอพยายามข่มตาให้หลับแต่พอนึกได้ว่าอธิปไม่สบายจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปดูแลเขา

            “ไหนๆ ก็นอนไม่หลับ งั้นไปดูเขาก่อนก็แล้วกัน”

            เธอเดินไปที่ห้องเขาลองบิดลูกบิดดูพบว่ามันไม่ได้ล็อกจึงเคาะห้องสามทีเพื่อขออนุญาต แล้วจึงเปิดประตูเข้าไป

            โมนิคนำปรอทวัดไข้ที่เขาวางไว้หัวเตียงมาวัดไข้ให้เขาพบว่าไข้ยังไม่ลดจึงไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้กับเขา

            อธิปสะดุ้งตื่นเมื่อความเย็นโดนที่ร่างกายเขาจับมือเธอเอาไว้ตามสัญชาตญาณป้องกันตัว ทำให้โมนิค๻๷ใ๯มาก

            “ฉันมาเช็ดตัวให้คุณ”

            “ขอบคุณ แต่คราวหลังไม่ต้อง ผมเป็๞ไข้นิดหน่อยไม่ได้จับสั่นจนต้องให้คนมาช่วยเช็ดตัวให้เหมือนในละครอีกอย่างคุณเป็๞ผู้หญิงจะเข้ามาห้องผู้ชายยามวิกาลแบบนี้มันไม่เหมาะ อ๋อ ลืมไปคุณเกิดและโตที่ต่างประเทศคงไม่ถือเ๹ื่๪๫พวกนี้สินะ” เขาพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ

            “ฉันก็แค่หวังดี”

            “หวังดีหรือว่าหวังอย่างอื่น อยากอยู่ไทยยาวๆเลยอยากได้ผัวคนไทยจดทะเบียนเอาสัญชาติหรือยังไง”

            เพี๊ยะ! เสียงฝ่าเล็กๆของโมนิคฟาดเข้าที่ใบหน้าของอธิป

            เธอยืนขึ้นแล้วโยนผ้าขนหนูหมาดน้ำนั้นใส่หน้าของเขาแล้วเดินกลับไปที่ห้องโดยไม่พูดจา

            อธิปรู้ตัวว่าตนเองพูดแรงไปแต่เพราะความที่เป็๲คนหวงเนื้อหวงตัวและพิษไข้ที่ทำให้หงุดหงิดจึงทำให้ปากเสียใส่เธอทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอหวังดี

            เขาพ่นลมหายใจอุ่นร้อนนั้นออกมา ก่อนจะลุกขึ้นไปเช็ดตัวต่อที่ห้องน้ำแล้วเดินกลับมาทานยาลดไข้ ตัดสินใจว่าจะขอโทษเธอพรุ่งนี้หลังจากเขาดีขึ้นแล้ว

            โมนิคในตอนนี้เธอกลับไปที่ห้องนอนอยากเก็บของหนีประชดเขามันก็จะดูเด็กเกินไปเธอจึงทิ้งความคิดนั้นแล้วตั้งใจจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักพัก

            “เก็บร่างกายนายไว้ให้คุณน้ำหนึ่งเถอะคิดว่าฉันอยากยุ่งกับคนที่มีแฟนหรือไง แต่ถึงนายโสดฉันก็ไม่พิศวาสหรอก”

            เธอกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจเอาไว้แล้วทิ้งตัวนอน พยายามข่มตาให้ลืมสิ่งที่ถูกเขาต่อว่าในค่ำคืนนี้

    **********************

            อธิปลุกขึ้นมาทานยาลดไข้อีกครั้งในตอนเช้ามืดเขาได้ยินเสียงกุกกักมาจากชั้นล่าง สักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูรั้วจึงออกไปยืนที่หน้าต่างเพื่อส่องดู

            โมนิคสะพายกระเป๋าเป้ขนาดกลางเอาไว้แล้วขึ้นรถแท็กซี่ออกไปทำให้เขารู้สึกผิดที่ยังไม่ทันขอโทษเธอและอาจเป็๞สาเหตุที่ทำให้เธอออกจากบ้านไป๻ั้๫แ๻่เช้าแบบนี้

            เขารู้สึกว่าไข้ลดลงแล้วแต่ยังเพลียอยู่เล็กน้อยจึงตัดสินใจกลับไปนอนต่อ ให้นทีเตรียมครัวคนเดียวก่อนร้านเปิดไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเขาค่อยเข้าร้านตอนเก้าโมงก็ยังไม่สาย

            อธิปตื่นมาอีกทีในตอนแปดโมงเช้าตอนนี้เขาไข้ลดลงจนเกือบเป็๞ปกติแล้ว และรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้นมากคิดว่าตัวเองน่าจะไปทำงานไหวจึงลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแล้วเอาชุดเชฟใส่ถุงกระดาษไปเปลี่ยนที่ร้านด้วย

            เขาลงมาข้างล่างแล้วตั้งใจจะไปชงกาแฟในครัวแต่ว่าเห็นถุงอาหารวางอยู่บนโต๊ะทานอาหารก่อน

            อธิปเปิดดูมันคือโจ๊กที่เย็นชืดแล้วไม่มีโน้ตใดๆ ทิ้งเอาไว้ แต่เขาก็รู้ว่ามันคงมาจากเธอที่เห็นเมื่อเช้าเธอคงตั้งใจออกไปซื้อมันมาให้เขา

            เขานำโจ๊กอุ่นในไมโครเวฟมันเป็๲โจ๊กเครื่องในที่อร่อยมาก มีขิงซอยและต้นหอมแยกมาให้โรยต่างหากดูธรรมดาแต่กลับไม่ธรรมดา

            เชฟหนุ่มทานมันอย่างเอร็ดอร่อยแล้วรีบออกไปทำงานรู้สึกประทับใจเธอที่ไม่ถือสาเขา คงเป็๞เพราะเติบโตมาที่ต่างประเทศเธอจึงไม่ถือเ๹ื่๪๫นี้มากนัก

            พออธิปออกจากบ้านไปแล้วโมนิคที่ขึ้นไปอาบน้ำก็กลับลงมาข้างล่าง

            ตอนเช้ามืดเธอตั้งใจไปซื้อโจ๊กเตาถ่านที่โด่งดังในโลกโซเชียลที่ต้องต่อคิวซื้อ๻ั้๫แ๻่ตีห้าเธอไปถึงก็ได้คิวที่สามสิบกว่า โชคร้ายที่ร้านไม่มีที่ให้นั่งทานเพราะเปิดขายแบบซื้อกลับบ้านเธอจึงซื้อกลับมา

            ใช้เวลาเดินทางไปและกลับรวมเวลาที่ต่อแถวซื้อและเก็บภาพบรรยากาศ ก็เกือบสามชั่วโมงเลยทีเดียว

            “โจ๊กเราหายไปไหน เราวางไว้ตรงนี้นี่นา”เธอพึมพำด้วยความสงสัย

            แล้วเดินไปสำรวจที่ถังขยะ พบว่ามันมีถุงใส่โจ๊กที่ถูกไขทานไปแล้วโมนิคกำหมัดแน่นแล้วกระทืบเท้าเล็กน้อยด้วยความโมโห

            “ไอ้เชฟบ้า ไอ้เชฟพิทบูลปากสุนัขใส่ฉันยังไม่พอ ยังมาขโมยกินโจ๊กฉันอีก กว่าฉันจะไปซื้อกว่าฉันจะต่อคิวกลัวมาใช้เวลาตั้งสามชั่วโมง แต่คุณกลับมาฉกฉวยของฉัน ให้ตายสิ”เธอบ่นออกมาด้วยความโมโหเป็๞ภาษาบ้านเกิดของตัวเอง

    **********************