ข้าวต้มในถ้วยพร่องไปได้เพียงครึ่งอธิปก็วางช้อนลงเพราะฝืนทานไม่ไหว โมนิคจึงนำยาลดไข้มาให้เขาพร้อมกับน้ำดื่ม
เขารับเอาไว้แล้วทานยาลดไข้ในมือแล้วหันไปมองหน้าของโมนิคที่มองเขาด้วยความเป็ห่วง
“ฝีมือไม่เลวนี่”
“ยังจะมาชวนคุยอีก ไปนอนพักผ่อนเถอะค่ะ”
“ทำไมกลัวผมตายแล้วไม่มีคนช่วยเหลือตอนที่อยู่ไทยรึไง”เขาถามเธอเชิงกวนประสาทเล็กน้อย
“คุณนี่เดาใจฉันเก่งจังเลยนะคะ”เธอยิ้มรับอย่างท้าทาย ทำให้อธิปนั่นส่ายหัวเบาๆ ที่เ้าหล่อนดูเป็คนที่ไม่ยอมแพ้ใครง่ายๆ
“ฝากขอบคุณแมนเชสด้วยนะ เื่คอมเมนต์นั้นวันนี้ลูกค้าเริ่มเยอะแล้ว” เขาบอกเธอเสียงสุภาพขึ้นมา ท่าทีเปลี่ยนไปจากตอนแรก
“ฉันก็ทำตามหน้าที่”
“ผมหมายถึงขอบคุณ ‘เรียล’ แมนเชส” เขาพูดหมายถึงแมนเชสตัวจริงที่ไม่ใช่เธอ
“ก็ฉันนี่ไงแมนเชส”เธอบอกเขาแล้วทำหน้าตาจริงจัง
“เอาเถอะ ยังไงก็ขอบคุณก็แล้วกันแมนเชสจูเนียร์”เขาพูดพลางกระตุกยิ้มที่มุมปากเหมือนกับว่าขำที่เธอพยายามจะเอาหน้าเื่นี้แทนแมนเชสตัวจริง
‘พอบอกแล้วก็ไม่เชื่อ ตาทึ่มนี่’
“คุณป่วยอยู่ ขอสงบศึกชั่วคราวนะคะฉันไม่อยากเถียงคุณแล้ว” เธอพูดพลางทานข้าวต้มของตัวเองต่อไป
“ขอบคุณนะ” อธิปพูดขึ้นมาเสียงนุ่ม
โมนิคเงยหน้ามองเขาแล้วเอียงคออย่างสงสัยว่าเขากำลังขอบคุณใคร
“ขอบคุณที่ทำอาหารให้ผมทาน และหายาให้” เขาพูดแล้ววางกุญแจสำรองของบ้านหลังนี้ให้กับเธอ
“ออกไปไหนมาไหนอย่าลืมล็อกบ้านที่ประเทศไทยโจรและมิจฉาชีพเยอะจนคุณคาดไม่ถึงเลยล่ะ”
“ฉันรู้ค่ะ”เธอพูดเป็นัยถึงตอนที่เขาเองก็เคยเข้าใจผิดว่าเธอเป็พวกมิจฉาชีพ
“ขอบคุณอีกครั้งนะ โมนิค” เขาพูดขอบคุณอีกครั้งอย่างสุภาพแล้วลุกเดินตรงไปยังห้องพักบนชั้นสองของเขา
‘โชคดีแค่ไหนที่ได้ทานอาหารฝีมือฉันนายเชฟพิทบูล’
**********************
ในตอนกลางดึกโมนิคที่ยังปรับสภาพไม่ได้เธอพยายามข่มตาให้หลับแต่พอนึกได้ว่าอธิปไม่สบายจึงตัดสินใจลุกขึ้นไปดูแลเขา
“ไหนๆ ก็นอนไม่หลับ งั้นไปดูเขาก่อนก็แล้วกัน”
เธอเดินไปที่ห้องเขาลองบิดลูกบิดดูพบว่ามันไม่ได้ล็อกจึงเคาะห้องสามทีเพื่อขออนุญาต แล้วจึงเปิดประตูเข้าไป
โมนิคนำปรอทวัดไข้ที่เขาวางไว้หัวเตียงมาวัดไข้ให้เขาพบว่าไข้ยังไม่ลดจึงไปหาผ้ามาเช็ดตัวให้กับเขา
อธิปสะดุ้งตื่นเมื่อความเย็นโดนที่ร่างกายเขาจับมือเธอเอาไว้ตามสัญชาตญาณป้องกันตัว ทำให้โมนิคใมาก
“ฉันมาเช็ดตัวให้คุณ”
“ขอบคุณ แต่คราวหลังไม่ต้อง ผมเป็ไข้นิดหน่อยไม่ได้จับสั่นจนต้องให้คนมาช่วยเช็ดตัวให้เหมือนในละครอีกอย่างคุณเป็ผู้หญิงจะเข้ามาห้องผู้ชายยามวิกาลแบบนี้มันไม่เหมาะ อ๋อ ลืมไปคุณเกิดและโตที่ต่างประเทศคงไม่ถือเื่พวกนี้สินะ” เขาพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ
“ฉันก็แค่หวังดี”
“หวังดีหรือว่าหวังอย่างอื่น อยากอยู่ไทยยาวๆเลยอยากได้ผัวคนไทยจดทะเบียนเอาสัญชาติหรือยังไง”
เพี๊ยะ! เสียงฝ่าเล็กๆของโมนิคฟาดเข้าที่ใบหน้าของอธิป
เธอยืนขึ้นแล้วโยนผ้าขนหนูหมาดน้ำนั้นใส่หน้าของเขาแล้วเดินกลับไปที่ห้องโดยไม่พูดจา
อธิปรู้ตัวว่าตนเองพูดแรงไปแต่เพราะความที่เป็คนหวงเนื้อหวงตัวและพิษไข้ที่ทำให้หงุดหงิดจึงทำให้ปากเสียใส่เธอทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอหวังดี
เขาพ่นลมหายใจอุ่นร้อนนั้นออกมา ก่อนจะลุกขึ้นไปเช็ดตัวต่อที่ห้องน้ำแล้วเดินกลับมาทานยาลดไข้ ตัดสินใจว่าจะขอโทษเธอพรุ่งนี้หลังจากเขาดีขึ้นแล้ว
โมนิคในตอนนี้เธอกลับไปที่ห้องนอนอยากเก็บของหนีประชดเขามันก็จะดูเด็กเกินไปเธอจึงทิ้งความคิดนั้นแล้วตั้งใจจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีกสักพัก
“เก็บร่างกายนายไว้ให้คุณน้ำหนึ่งเถอะคิดว่าฉันอยากยุ่งกับคนที่มีแฟนหรือไง แต่ถึงนายโสดฉันก็ไม่พิศวาสหรอก”
เธอกลั้นน้ำตาแห่งความน้อยใจเอาไว้แล้วทิ้งตัวนอน พยายามข่มตาให้ลืมสิ่งที่ถูกเขาต่อว่าในค่ำคืนนี้
**********************
อธิปลุกขึ้นมาทานยาลดไข้อีกครั้งในตอนเช้ามืดเขาได้ยินเสียงกุกกักมาจากชั้นล่าง สักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูรั้วจึงออกไปยืนที่หน้าต่างเพื่อส่องดู
โมนิคสะพายกระเป๋าเป้ขนาดกลางเอาไว้แล้วขึ้นรถแท็กซี่ออกไปทำให้เขารู้สึกผิดที่ยังไม่ทันขอโทษเธอและอาจเป็สาเหตุที่ทำให้เธอออกจากบ้านไปั้แ่เช้าแบบนี้
เขารู้สึกว่าไข้ลดลงแล้วแต่ยังเพลียอยู่เล็กน้อยจึงตัดสินใจกลับไปนอนต่อ ให้นทีเตรียมครัวคนเดียวก่อนร้านเปิดไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเขาค่อยเข้าร้านตอนเก้าโมงก็ยังไม่สาย
อธิปตื่นมาอีกทีในตอนแปดโมงเช้าตอนนี้เขาไข้ลดลงจนเกือบเป็ปกติแล้ว และรู้สึกว่าร่างกายสดชื่นขึ้นมากคิดว่าตัวเองน่าจะไปทำงานไหวจึงลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวแล้วเอาชุดเชฟใส่ถุงกระดาษไปเปลี่ยนที่ร้านด้วย
เขาลงมาข้างล่างแล้วตั้งใจจะไปชงกาแฟในครัวแต่ว่าเห็นถุงอาหารวางอยู่บนโต๊ะทานอาหารก่อน
อธิปเปิดดูมันคือโจ๊กที่เย็นชืดแล้วไม่มีโน้ตใดๆ ทิ้งเอาไว้ แต่เขาก็รู้ว่ามันคงมาจากเธอที่เห็นเมื่อเช้าเธอคงตั้งใจออกไปซื้อมันมาให้เขา
เขานำโจ๊กอุ่นในไมโครเวฟมันเป็โจ๊กเครื่องในที่อร่อยมาก มีขิงซอยและต้นหอมแยกมาให้โรยต่างหากดูธรรมดาแต่กลับไม่ธรรมดา
เชฟหนุ่มทานมันอย่างเอร็ดอร่อยแล้วรีบออกไปทำงานรู้สึกประทับใจเธอที่ไม่ถือสาเขา คงเป็เพราะเติบโตมาที่ต่างประเทศเธอจึงไม่ถือเื่นี้มากนัก
พออธิปออกจากบ้านไปแล้วโมนิคที่ขึ้นไปอาบน้ำก็กลับลงมาข้างล่าง
ตอนเช้ามืดเธอตั้งใจไปซื้อโจ๊กเตาถ่านที่โด่งดังในโลกโซเชียลที่ต้องต่อคิวซื้อั้แ่ตีห้าเธอไปถึงก็ได้คิวที่สามสิบกว่า โชคร้ายที่ร้านไม่มีที่ให้นั่งทานเพราะเปิดขายแบบซื้อกลับบ้านเธอจึงซื้อกลับมา
ใช้เวลาเดินทางไปและกลับรวมเวลาที่ต่อแถวซื้อและเก็บภาพบรรยากาศ ก็เกือบสามชั่วโมงเลยทีเดียว
“โจ๊กเราหายไปไหน เราวางไว้ตรงนี้นี่นา”เธอพึมพำด้วยความสงสัย
แล้วเดินไปสำรวจที่ถังขยะ พบว่ามันมีถุงใส่โจ๊กที่ถูกไขทานไปแล้วโมนิคกำหมัดแน่นแล้วกระทืบเท้าเล็กน้อยด้วยความโมโห
“ไอ้เชฟบ้า ไอ้เชฟพิทบูลปากสุนัขใส่ฉันยังไม่พอ ยังมาขโมยกินโจ๊กฉันอีก กว่าฉันจะไปซื้อกว่าฉันจะต่อคิวกลัวมาใช้เวลาตั้งสามชั่วโมง แต่คุณกลับมาฉกฉวยของฉัน ให้ตายสิ”เธอบ่นออกมาด้วยความโมโหเป็ภาษาบ้านเกิดของตัวเอง
**********************