ตอนที่สามสิบสอง Poker Face
มีเรื่องของตอนที่เม่ยกั๋วได้มีการกล่าวถึงภูมิรับศาสตร์ของใต้หล้าว่า
แดนจงหยวนถนัดศิลปะการต่อสู้martial art ล้อซั๊วะถนัดหมากรุก chessแต่มีใครเก่งไปกว่าเม่ยกั๋วในด้านของการเล่นโป๊กเกอร์ Poker
ว่าแดนเม่ยกั่วหน่วยสืบราชการลับไปทำเรื่องวุ่นวายในทวีปแอฟริกาต่อมิตรประเทศของตนเองด้วยซ้ำทำให้สมการและแผนการที่วางแผนไว้ต้องผิดไปจากที่คาดการณ์จนทั้งแดนจงหยวนและล้อซั๊วะนั้นคาดการณ์ไม่ได้
แต่อาจจะมองได้อีกแง่เพราะแนวคิดของแดนจงหยวนนั้นค่อนข้างจะขัดแย้งกับเม่ยกั่วอย่างเห็นได้ชัด
ว่าจะมากจะน้อยเราก็ไม่คิดที่จะสร้างความเดือดร้อนให้พันธมิตรหรือจะสร้างความวุ่นวายให้พันธมิตรได้อะไรขึ้นมา
แดนสวรรค์ของเรานั้นขอเพียงอีกฝ่ายยอมอ่อนน้อมรับตราตั้ง
พวกเราก็พร้อมที่จะทำการค้าด้วยและให้ของบรรณาการตอบแทนไปมากกว่าสองเท่าอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขข
แต่เม่ยกั๋วมิใช่คนเช่นนั้น
พวกเขาวางแผนสร้างความวุ่นวายไปทั่วโลก
เชื่อถือเรื่อง
การปั่นป่วนและปกครอง
ที่แดนเม่ยกั๋วจะยุ่งเกี่ยวไปกับทุกเรื่องและเชื่อว่าการที่ตนเองไม่ได้ยุ่งเกี่ยวไปทุกเรื่องจะเป็นสิ่งที่ทำให้อำนาจนำHegemony ความเป็นมหาอำนาจของพวกเขาถดถอยลง
แดนเม่ยกั๋วไม่เชื่อเรื่องการ
ไม่กระทำ
ปล่อยใจไปพร้อมกับมหามรรคอย่างเหลาจื้อ
นี่คือสิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจหากเผชิญหน้ากับคนที่โดนแนวคิดจักรวรรดินิยมเม่ยกั๋วครอบงำ
เม่ยกั๋วยังเป็นแค่ชนเผ่าพื้นเมืองในยุคนี้แต่แนวคิดอันอุบาทว์ชาติชั่วเชนนั้นก็มีคู่มาตั้งแต่กำเนิดของมนุษยชาติ
เห็นได้จากพวกขุนพลทหารพวกนี้เวลาเห็นทองคำก็ตาโตแล้วนั่นเอง
แต่พวกเขากลับละทิ้งแนวคิดเรื่องกำลังคนประชากรมนุษย์ไป
อาจจะเพราะพวกเขาไม่เชื่อว่าผมจะสามารถสร้างกอทัพให้เก่งกตาจเท่าพวกเขาได้
หรือได้คนไปก็ใช่ว่าจะฝึกทหารทัพแกร่งขึ้นมาได้
พวกเขาก็คงคิดถูก
ผมคงสร้างทัพแกร่งอย่างพวกเขาไม่ได้
ผมแค่จะสร้างกองทัพในรูปแบบของผม
ผมเก็บซ่อนสีหน้าใช้ทักษะที่ได้มาจากการเจรจาต่อรองและต่อสู้กับพวกเม่ยกั่วที่ผ่านมา
Poker Face
สีหน้าโป๊กเกอร์
เก็บซ่อนอารมณ์ความรู้สึกไว้ภายในอย่างที่มีการบรรยายถึงเล่าปีว่ายินดีโศกศัล์ไม่แสดงออกทางสีหน้า
“ขอบคุรท่านลิยูและพวกท่านอาขุนพลต่างๆมากแล้ว”
“ฮา ฮา ฮา ไม่ต้องเกรงใจไม่ต้องเกรงใจ พวกเราคือคนกันเองทั้งนั้น”
ลิยูรับคำอย่างยิ้มกริ่ม
ดีใจที่ตนเองได้รักษาความชื่นชอบจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะทางตั๋งโต๊ะตั๋งฮวงหรือแม้แต่ขุนพลทหาร
หากดูจากเปลือกนอกแล้ว
ลิยูคือที่ปรึกษาที่เก่งกาจกว่ากาเซี่ยงอย่างมากในเรื่องของการทำให้คนรักได้
งานเลี้ยงดำเนินไปอีกสักครู่หนึ่ง
จนกาเซี่ยงที่ดื่มสุราไม่ค่อยมากเท่าพวกขุนพลนั้นขอตัวกลับก่อน
ผมได้โอกาสจึงเดินไปส่ง
“นายน้อยมาส่งข้ามีเรื่องปรึกษาอันใดหรือ?”
กาเซี่ยงสมกับเป็นที่ปรึกษาแห่งยุคสามารถเดาใจผมได้อย่างง่ายดาย