ฮ่าวเหรินมองไปยังเฟิงฉือจินผู้ที่มีใบหน้าแน่วแน่ “ศิษย์เอ๋ยหากเ้าถึงระดับิญญาเมื่อไหร่แล้วข้าจะเริ่มสอนเส้นทางแห่งวิถีปรุงยาให้กับเ้าวิชายุทธ์อื่นๆเองก็เช่นกันดังนั้นแล้วตอนนี้ข้าจะกลับเข้าไปอยู่ในแหวนผนึกมารก่อน ’’ เขาหยุดครู่หนึ่งก่อนกล่าว“ ตอนนี้ิญญาของข้าถูกปลดผนึกแล้วดังนั้นข้าที่อยู่ภายในแหวนย่อมสามารถเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอกแหวนผนึกมารได้ตลอดฉะนั้นแล้วหากเ้ามีเื่เป็กังวลหรือไม่เข้าใจเ้าก็สามารถใช้กระแสจิตถามข้าผ่านแหวนผนึกมารได้ตลอด’’ สิ้นเสียงิญญารูปงามก็ได้พุ่งกลับเข้าสู่แหวนผนึกมารบนนิ้วของเฟิงฉือจินทันที
“ เข้าใจแล้วท่านอาจารย์ ’’เฟิงฉือจินพยักหน้าก่อนหันไปทางทิศเหนือและเริ่มพุ่งตัวออกไปพร้อมคิดในใจ “ก่อนอื่นข้าคงต้องกลับไปที่สํานักเทวาลัยก่อนสินะ แล้วกลายเป็ศิษย์สายในเพราะว่าจากระดับพลังของข้ารวมถึงความรู้และความสามารถในการเล่นแร่แปรธาตุย่อมสามารถที่จะเข้าเป็ศิษย์สายในได้อย่างง่ายดาย’’
…
สํานักเทวาลัย ณทางเข้าของสํานักได้มีเด็กหนุ่มผู้ที่มีใบหน้าหล่อเหลาแต่ร่างกายผอมแห้งยืนอยู่ “เส้นทางแห่งจอมยุทธ์ ’’เฟิงฉือจินมองไปยังสํานักเทวาลัยตรงหน้าจึงอดพึมพําออกมาไม่ได้หลังจากนั้นเขาก็ไม่รอช้าและเดินก้าวเข้าผ่านทางเข้า เข้าไปอย่างรวดเร็ว
“ ศิษย์เอ๋ยเหตุใดที่มุมปากของเ้าถึงมีคราบโลหิตผสมพิษหญ้าฟ้าม่วงได้ล่ะ ?’’ ฮ่าวเหรินที่อยู่ข้างในแหวนผนึกมารสงสัยจึงกล่าวถาม
เฟิงฉือจินชะงักก่อนกล่าวตอบออกไปและใช้แขนเสื้อเช็ดคราบโลหิตที่มุมปาก“ เรียนท่านอาจารย์ข้าไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับเื่สมุนไพรมากนักดังนั้นข้าจึงเผลอกินมันเข้าไปโดยไม่รู้ตัวยังดีที่ร่างกายของข้าแปลกประหลาดกว่าคนทั่วไปจึงไม่ได้รับผลจากมัน ’’แน่นอนว่าเขาลืมเช็ดคราบโลหิตบนมุมปากไปเลยและการที่เขาไม่บอกความจริงออกไปว่าตัวเขาได้ตายไปแล้วทั้งยังเพิ่งมาโลกนี้มันเป็เพราะเขายังไม่มั่นใจว่าจะไว้ใจฮ่าวเหรินผู้ซึ่งพบเจอกันเพียงไม่ถึงวันได้“ เป็เช่นนั้นเอง ’’ ภายในแหวนผนึกมารฮ่าวเหรินได้พยักหน้าเข้าใจ
หลังจากที่เดินเข้ามาได้ไม่นานแล้วเฟิงฉือจินก็ได้ตรงไปยังทางเข้าศิษย์สายนอกเมื่อเดินมาถึงแล้วเขาพลันถูกหยุดด้วยเสียงๆหนึ่ง “หยุดอยู่ตรงนั้นแหละเ้าคนรับใช้ ’’
เฟิงฉือจินเขามองไปยังศิษย์สายนอกที่อยู่ตรงหน้าทางเข้าด้วยความสบายๆ“ เหตุใดเ้าจึงหยุดข้า ’’เขาไม่กลัวศิษย์สายนอกตรงหน้าแม้แต่น้อยเนื่องจากเขาสามารถตรวจสอบระดับพลังของอีกฝ่ายได้ซึ่งอีกฝ่ายนั้นอยู่ในชั้นจุติขั้นหกเขาผู้ซึ่งอยู่ในจุติขั้นสิบจะต้องไปกลัวคนที่มีระดับพลังน้อยกว่าทําไม
เด็กหนุ่มผู้เป็ศิษย์สายนอกมองประเมินเฟิงฉือจินที่สวมชุดของคนรับใช้ตรงหน้าก่อนแค่นเสียงเยาะเย้ย“ หึ เ้าเป็เพียงคนรับใช้ยังจะกล้ามายังทางเข้าของศิษย์สายนอกอีกรึ ’’ “ก็ข้าจะมาเข้าสมัคเป็ศิษย์สายนอก ’’เฟิงฉือจินเดินตรงไปยังทางเข้าและเริ่มก้าวผ่านศิษย์สายนอกโดยไม่สนใจแม้แต่น้อย
ศิษย์สายนอกเมื่อเห็นว่าตัวมันเองถูกเมินเฉยโดยคนรับใช้อันตํ่าต้อยมันพลันะโเสียงดัง“ หยุดซะเ้าขยะ ’’ ต่อจากนั้นมันก็ยื่นมือออกไปหมายจะคว้าจับคอของเฟิงฉือจินเฟิงฉือจินทําเพียงหลบฝ่ามือของอีกฝ่ายและเดินตรงไปเรื่อยๆโดยไม่สนใจอีกฝ่าย
“ เ้าขยะเ้ากล้าเมินเฉยข้ามู่หลงหลิงตง ฉะนั้นข้าจะสั่งสอนเ้าเอง ’’ศิษย์สายนอกเห็นว่าฮวางจินหลบฝ่ามือของมันได้มันจึงรู้สึกอับอายต่อศิษย์สายนอกคนอื่นๆที่อยู่รอบๆเอาเป็มากๆ
“ ดูนั่น มู่หลงหลิงตงมันหาเื่คนรับใช้อีกจนได้ไอ้เ้าคนรับใช้นั่นคงจะไม่รอดแน่ๆ ’’
“ มู่หลงหลินตงมันก็แค่เก่งกับคนที่มีพลังด้อยกว่าเท่านั้นแหละ ’’
“ น่าสงสารเ้าเด็กรับใช้นั่นจริงๆหากมันไม่ยุแหย่มู่หลงหลิงตงมันคงจะไม่โดนดีแบบนี้’’
เหล่าศิษย์สายนอกที่อยู่รอบๆต่างพูดคุยกันเกี่ยวกับเหตุการณ์ตรงหน้าของพวกมันด้วยความสนุกชอบใจที่จะได้เห็นเื่สนุกๆ
มู่หลงหลิงตงพุ่งเข้าหาเฟิงฉือจินจากด้านหลังและปล่อยหมัดที่แฝงไปด้วยลมปราณเข้าหาเฟิงฉือจินเฟิงฉือจินทําเพียงแค่นเสียงอย่างเ็า “ หึ ’’ก่อนหันไปมองอีกฝ่ายและยื่นมือออกไปรับหมัดที่กําลังพุ่งเข้ามา “ อยู่ดีไม่ชอบดีฉะนั้นข้าจะมอบบทเรียนให้แก่เ้าเอง ’’
ควับ
เฟิงฉือจินรับหมัดของมู่หลงหลิงตงได้อย่างสบายๆพร้อมกับบีบมันอย่างแรงจนส่งเสียงดัง“ กร็อบ ’’ ตามมาด้วยเสียงร้องโหยหวน “ อ๊าก ’’มู่หลงหลิงตงมันรีบะโอย่างรวดเร็ว “ บัดซบ ปล่อย ปล่อยมือข้าได้แล้ว ’’มันไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดคนรับใช้ตรงหน้ามันถึงสามารถรับหมัดของมันได้ทั้งยังสามารถบีบจนแตกได้ง่ายๆ
“ หึ ’’ เฟิงฉือจินแค่นเสียงก่อนจะปล่อยหมัดของมู่หลงหลิงตงไปมู่หลงหลิงตงที่เห็นว่าอีกฝ่ายปล่อยหมัดของมันแล้วมันจึงะโถามอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดระแวง“ เ้าเป็ใครกันแน่ ’’ มันเชื่อว่าคนรับใช้ตรงหน้ามันจะต้องไม่ใช่คนรับใช้ธรรมดาเป็แน่
เฟิงฉือจินไม่ตอบคําถามอีกฝ่ายและพุ่งตัวเข้าไปยังเขตศิษย์สายนอกอย่างรวดเร็วเมื่อเข้ามาแล้วเขาก็ได้พุ่งไปยังตําหนักลงทะเบียนและลงทะเบียนเป็ศิษย์สายนอกพร้อมกับรับชุดศิษย์สายนอกมาเฟิงฉือจินไม่รอช้าและเปลี่ยนชุดของเขาเป็ชุดศิษย์สายนอกและนําชุดคนรับใช้ไปทิ้ง
ต่อจากนั้นเขาก็ได้มุ่งหน้าไปยังลานประลองศิษย์สายนอกเนื่องจากวันนี้แม้เขาจะเป็เพียงคนรับใช้ทว่าเขาก็ได้รับรู้มาว่าอีกในหนึ่งชั่วยามข้างหน้าจะมีการประลองระหว่างศิษย์สายนอกเพื่อคัดเลือกศิษย์ที่จะได้เข้าเป็ศิษย์สายในดังนั้นแล้วเป้าหมายที่จะเป็ศิษย์สายในของเขา เขาจะต้องไม่พลาดมันอย่างแน่นอน
ในที่สุดเฟิงฉือจินก็ได้มาถึงยังลานประลองศิษย์สายนอกและทําการลงทะเบียนเข้าแข่งขันเมื่อลงทะเบียนเสร็จเฟิงฉือจินจึงไปนั่งยังที่นั่งผู้ชมที่ว่างอยู่และได้คิดในใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่“ โลกนี้ช่างคล้ายโลกนักเล่นแร่แปรธาตุของข้าเสียจริงผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอผู้อ่อนแอไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากยอมให้ผู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองกดขี่ข่มเหงยิ่งโลกที่มีการบ่มเพาะลมปราณเป็หลักย่อมอันตรายเป็อย่างมากหากไม่มีพลังแล้วคงจะมีเพียงความตายเท่านั้นที่รออยู่ ! ’’หากในตอนที่เขาปะทะกับมู่หลงหลิงตงตะกี้ในตอนที่มีระดับเพียงชั้นจุติขั้นหนึ่งเขาคงจะได้รับาเ็ไม่ก็ตายเป็แน่ยังดีที่ตอนนี้เขาเป็เขาที่มาจากโลกนักเล่นแร่แปรธาตุดังนั้นแล้วเขาจะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกตัวเขาบนโลกใบนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่ามันจะเป็ใครก็ตามหากมันกล้ามาหาเื่เขาเขาก็จะมอบบทเรียนให้มันอย่างสาสม !
ไม่นานข้างๆเฟิงฉือจินก็ได้มีเด็กหนุ่มศิษย์สายนอกคนหนึ่งมานั่งข้างๆ“ ข้าไม่เคยเห็นหน้าเ้ามาก่อนเลยนะหรือว่าเ้าจะเป็คนรับใช้ที่เพิ่งเข้ามาเป็ศิษย์และมาเพื่อดูการประลองนี้ ? ’’ เฟิงฉือจินหันไปมองเด็กหนุ่มศิษย์สายนอกข้างๆ“ ถูกแล้ว ’’ เขาไม่้าที่จะบอกว่าตัวเขามาเพื่อเข้าร่วมการประลองในตอนนี้เนื่องจากเขาคาดว่าอีกฝ่ายคงจะพูดมากดูถูกเขาจนเขารําคาญอย่างแน่นอน
“ เป็เช่นนั้นเอง ข้าเชิงหลิง แล้วเ้าล่ะ ? ’’ เด็กหนุ่มศิษย์สายนอกที่หน้าตาธรรมดาพยักหน้าเข้าใจและแนะนําตัวมันเองกับเฟิงฉือจินเฟิงฉือจินจึงกล่าว “ ข้าเฟิงฉือจิน ’’เขาคิดว่าการที่เชิงหลิงรู้ว่าเขาเป็คนรับใช้แล้วแต่ยังแนะนําตัวเองกับเขาก็คงจะไม่ใช่พวกหยิ่งยโสเหมือนมู่หลงหลิงตงที่เขาได้จัดการไปเมื่อกี้เป็แน่
“ เป็นามที่ดี ’’ เชิงหลิงพยักหน้าก่อนกล่าว “ งั้นเ้าคอยดูข้าแล้วกันวันนี้หลังจากที่เป็ศิษย์สายนอกมานานข้าก็จะได้กลายเป็ศิษย์สายในเสียที ’’เฟิงฉือจินมองเชิงหลิงพร้อมกล่าวถาม “ หรือว่าเ้าจะเข้าร่วมการประลอง ’’ “ถูกต้อง ข้าจะเข้าร่วมการประลองและข้าก็มั่นใจว่าในการประลองครั้งนี้ข้าจะต้องได้รับเลือกเป็ศิษย์สายในอย่างแน่นอน’’ เชิงหลิงกล่าวด้วยนํ้าเสียงที่มั่นใจ เฟิงฉือจินจึงกล่าว “งั้นก็ขอให้เ้าโชคดีแล้วกัน ว่าแต่เ้ามีความมั่นใจมากแค่ไหนล่ะ ? ’’ ที่เขาถามเชิงหลิงเป็เพราะว่าเขารู้ว่าเชิงหลิงมีระดับเพียงจุติขั้นแปด
“ เ้าเห็นเ้านั่นไหม ’’ เชิงหลิงไม่ตอบแต่กลับมองไปยังทิศทางหนึ่งเฟิงฉือจินจึงมองตามและทิ้งสายตาไปยังร่างของเด็กหนุ่มผู้หล่อเหลาที่ดูทะนงตน “เ้านั่นทําไมงั้นรึ ? ’’ “ นอกจากเ้านั่นแล้วข้าก็มั่นใจว่าจะชนะทุกคน’’ เชิงหลิงกล่าวด้วยนํ้าเสียงจริงจังก่อนจะหัวเราะอย่างสบายๆ “ ฮี่ๆก็คงจะประมาณนั้นแต่ว่านอกจากเ้านั่นแล้วก็ยังคงมีศิษย์สายนอกคนอื่นๆที่เก็บตัวบ่มเพาะลมปราณอย่างลึกลับบางทีอาจจะไม่ได้มีแค่เ้านั่นก็ได้ที่ข้าจําต้องระวัง ’’
เฟิงฉือจินเนื่องจากมีระดับลมปราณชั้นจุติขั้นสิบจึงสามารถตรวจสอบระดับพลังของเด็กหนุ่มที่เชิงหลิงพูดถึงได้เด็กหนุ่มที่เชิงหลิงพูดถึงนั้นมีระดับชั้นจุติขั้นเก้าซึ่งเป็ระดับที่ใกล้เคียงกับเขาเป็อย่างมากแน่นอนว่าเขามีระดับมากกว่าอีกฝ่ายดังนั้นเขาจึงไม่กลัวระดับชั้นจุติขั้นเก้าอย่างแน่นอน
“ แล้วทําไมเ้าถึงมั่นใจแบบนั้นล่ะหรือว่าการประลองครั้งนี้จะคัดเลือกศิษย์สายในหลายคน ? ’’ เฟิงฉือจินรู้เพียงแค่ว่าวันนี้จะมีการคัดเลือกนอกจากนั้นเขาก็ไม่ได้รู้อะไรมากนัก“ ใช่แล้วทุกๆปีจะคัดเลือกศิษย์สายนอกเป็ศิษย์สายในจํานวนปีละสามคนดังนั้นแล้วถึงข้าจะแพ้เ้าเหม่ยกงนั่นข้าก็ยังคงมีโอกาสอยู่ ’’เชิงหลิงพยักหน้าก่อนเหลือบมองชายหนุ่มชั้นจุติขั้นเก้า
“ เป็เช่นนั้นนี่เอง ’’เฟิงฉือจินพยักหน้าเข้าใจพร้อมกับกล่าวถามฮ่าวเหรินผ่านกระแสจิต “ท่านอาจารย์ในลานประลองแห่งนี้มีผู้ที่ระดับพลังมากกว่าข้าหรือไม่ ? ’’ เขาคิดว่าฮ่าวเหรินผู้ที่สามารถคงอยู่ได้โดยไร้ร่างกายจะต้องมีความสามารถรับรู้ระดับพลังคนอื่นๆในที่นี้ได้
ฮ่าวเหรินในแหวนผนึกมารกล่าวด้วยนํ้าเสียงสบายๆ “ จุติขั้นสิบหนึ่งคนิญญาขั้นหนึ่งหนึ่งคน ที่เหลือนอกนั้นเ้าคงไม่อยากรู้ ’’ “ ิญญาขั้นหนึ่ง !’’ เฟิงฉือจินอุทานขึ้นผ่านกระแสจิตฮ่าวเหรินััได้ถึงความกังวลเล็กน้อยของเฟิงฉือจินจึงกล่าวอย่างสบายๆ “ ศิษย์ข้าเ้าอย่าได้กังวลไปแม้อีกฝ่ายจะอยู่ในชั้นิญญาทว่าอีกฝ่ายก็เป็เพียงผู้บ่มเพาะลมปราณธรรมดาๆเท่านั้นซึ่งมันแตกต่างจากเ้าที่เป็ถึงผู้บ่มเพาะลมปราณที่ร่างกายธาตุแสงดังนั้นแล้วแม้อีกฝ่ายจะมีระดับพลังมากกว่าเ้า เ้าย่อมสามารถเอาชนะได้ไม่ยาก !’’
“ ท่านอาจารย์บอกข้าได้หรือไม่ว่าขีดจํากัดของข้าอยู่ที่ระดับพลังใด ’’เฟิงฉือจินไม่กังวลแล้วจึงกล่าวถามเื่ที่อยากรู้แทน “เื่นี้ข้าไม่รู้เช่นกัน เ้าต้องหาคําตอบด้วยตัวเองแล้วล่ะ ’’ฮ่าวเหรินพยักหน้ายิ้มในแหวนผนึกมารอย่างสบายๆ “ ข้าเข้าใจแล้ว ’’เฟิงฉือจินพยักหน้าด้วยความเข้าใจ
“ เฟิงฉือจินเ้าดูแม่นางคนนั้นสิั้แ่ข้าเข้าสํานักเทวาลัยนี้มาข้าก็เพิ่งที่จะเคยพบเห็นนางนี่แหละบางทีนางอาจจะมาเข้าร่วมการประลองครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ’’เชิงหลิงมองไปยังเด็กสาวคนหนึ่งที่งดงามราวกับเทพธิดาที่ได้กําลังเดินไปนั่งยังมุมๆหนึ่งเฟิงฉือจินมองตามสายตาของเชิงหลิงจนไปตกอยู่ที่ร่างของเด็กสาวผู้งดงามคนหนึ่ง
เด็กสาวคนนี้ไม่ว่าจะเป็ใบหน้าหรือรูปโฉมฮวางจินสามารถบอกได้เลยว่าหากนางไปอยู่ในโลกนักเล่นแร่แปรธาตุของเขานางจะต้องกลายเป็สาวงามอันดับหนึ่งอย่างแน่นอนเด็กสาวที่เฟิงฉือจินมองอยู่นั้นมีใบหน้ารูปไข่ทั้งยังมีส่วนโค้งส่วนเว้าสวยงามนอกจากนี้ยังมีรีมฝีปากสีแดงราวกับเชอร์รี่ทว่าสิ่งที่ด้อยที่สุดคงจะเป็หน้าอกที่แบนราบคู่นั้นของนางหน้าอกของนางจัดได้ว่าแบนราบแต่ไม่ได้แบนมากซะทีเดียวจนแทบจะเป็เหมือนของผู้ชายอย่างน้อยหน้าอกของนางก็ยังคงมีเนินเขาย่อมๆให้เห็น
ฉับพลันเด็กสาวได้หันมามองหน้าเฟิงฉือจินครู่หนึ่งจนเฟิงฉือจินใ “หรือว่านางจะรู้ว่าข้าจ้องมองนางอยู่ ? ’’ เขาคิดในใจก่อนที่จะจ้องมองหน้าของนางทว่านางก็ได้มองเขาเพียงแวปเดียวและหันกลับไปมองยังด้านล่างของสนามประลองเขาจึงทําเพียงแค่ถอนหายใจ “ เฮ้อ สงสัยข้าคงคิดมากไปเอง ’’
เชิงหลิงสงสัยจึงกล่าวถาม “ เ้าถอนหายใจทําไมหรือว่านางงดงามเกินจนเ้ามิอาจมองได้ ’’ “ แน่นอนว่าไม่ ’’เฟิงฉือจินส่ายหน้าก่อนกล่าว “ทว่านางอาจจะเป็คู่ต่อสู้ของเ้าที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็ได้ ’’เขาคิดว่าโอกาสที่หญิงสาวจะเป็ผู้ที่มีระดับชั้นิญญานั้นมีสูงมากเนื่องจากสัญชาตญาณของเขามันบอกแบบนั้น
เชิงหลิงใบหน้าเปลี่ยนไปเป็ใบหน้าที่จริงจัง “อาจจะเป็เช่นนั้นก็ได้เพราะข้าไม่เคยพบเห็นแม่นางคนนี้มาก่อนเลยบางทีนางอาจจะเป็คนของสี่ตระกูลใหญ่ก็เป็ได้ ’’ “ สี่ตระกูลใหญ่ ? ’’ เฟิงฉือจินสงสัยแต่ก็ไม่ได้กล่าวถามออกไปเนื่องจากเขาคิดว่ามันคงจะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเขา
ไม่นานหนึ่งชั่วยามก็ได้ผ่านพ้นไปจนในที่สุดด้านล่างภายในสนามประลองก็ได้มีผู้าุโที่สวมชุดผู้าุโสายในมายืนทําหน้าที่พร้อมกับประกาศ“วันนี้ข้าลั่วเชิงหลุยผู้าุโฝ่ายในจะมาทําหน้าที่คัดเลือกผู้ที่จะไปเป็ศิษย์สายใน’’ลั่วเชิงหลุยกวาดตามองไปยังที่นั่งผู้ชมรอบๆก่อนกล่าวอีกครั้งด้วยนํ้าเสียงสบายๆว่า“ การแข่งในปีนี้จะมีเพียงผู้เดียวที่จะได้เป็ศิษย์สายใน ’’ หลังจากนั้นมันหยุดครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้นด้วยนํ้าเสียงดังลั่น“ นอกจากนี้การแข่งจะเป็แบบแบทเทิลรอยัลผู้ที่เหลือรอดคนสุดท้ายเท่านั้นที่จะชนะและได้เข้าไปเป็ศิษย์สายใน ! ’’