บทที่ 15
สภาแห่งรุ่งอรุณ
บนกระดานหมากรุกแห่งโชคชะตา... เรามักจะจดจ่ออยู่กับการเดินของ 'เบี้ย' แต่เพียงผู้เดียว...
โดยหลงลืมไปว่า... ยังมี 'ผู้เล่น' ที่มองไม่เห็น...
กำลังเฝ้าดูและวางแผนการเดินครั้งต่อไปจากนอกกระดานอยู่เสมอ
— จาก "ตำรากลยุทธ์ของราชันย์เงา"
(ฉากเริ่มต้นที่ห้องทำงานของวัลแคนในสมาคมช่างฝีมือ กลางดึก)
แสงจากตะเกียงเวทมนตร์ส่องสว่างบนโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยแบบแปลนและอุปกรณ์กลไก วัลแคนกำลังจ้องมองแผ่นกระดาษในมือ... มันคือรายงานฉบับล่าสุดจากไคเอนที่ถูกส่งมาด้วยวิธีพิเศษ
"...สภาวะของเฟลิกซ์อันตรายกว่าที่เราประเมินไว้... พลังใจของเขาเชื่อมโยงกับร่างกายโดยตรง..."
วัลแคนถอนหายใจ... เขาไม่ได้แปลกใจกับเนื้อหาในรายงานนัก
ั้แ่ครั้งแรกที่เขาเห็นเฟลิกซ์ซ่อมเข็มทิศดวงดาว... เขาก็ััได้ถึง "พร์" ที่ผิดปกติ... พลังในการ "มองเห็นโครงสร้าง" ที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ แต่เขามองว่ามันเป็เพียง "พร" ที่หาได้ยากเท่านั้น
แต่สิ่งที่ไคเอนบรรยายมา... ออร่าสีดำสนิทที่เย็นเยียบ... สถานะเืไหลไม่หยุดที่ถูกเสริมพลังจนการรักษาทั่วไปไม่ได้ผล...
นี่มันไม่ใช่แค่ "พร" อีกต่อไปแล้ว... แต่มันคือ "คำสาป" ที่น่าสะพรึงกลัว... คำสาปที่เขาไม่เคยััได้มาก่อนเลย... ราวกับว่ามันซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของพร์นั้นมาตลอด
วัลแคนหยิบ "ศิลาสื่อสาร" ขึ้นมา... มันเป็หินสีขาวนวลที่สลักอักขระซับซ้อนไว้ เขาค่อยๆ ส่งมานาเข้าไป... และอักขระบนหินก็เริ่มเรืองแสง
ในเวลาไม่นาน... ภาพโฮโลแกรมของบุคคลอีกแปดคนก็ปรากฏขึ้นรอบๆ ห้องทำงานของเขา พวกเขามีทั้งชายชราในชุดนักปราชญ์, หญิงสาวในชุดนักบวชชั้นสูง, เอลฟ์ในชุดนักธนู, และคนแคระในชุดเกราะหนา... พวกเขาคือ "สภาแห่งรุ่งอรุณ" (The Dawn Council)... กลุ่มบุคคลลึกลับที่ทำงานอยู่เื้ัเพื่อรักษาสมดุลของโลก
"มีเื่ด่วนอะไร... วัลแคน?"
— เสียงของนักปราชญ์ชราดังขึ้นเป็คนแรก
วัลแคนไม่ได้ตอบ... แต่ส่งสำเนารายงานของไคเอนไปให้สมาชิกทุกคนผ่านศิลาสื่อสาร
ความเงียบเข้าปกคลุม... มีเพียงเสียงสูดลมหายใจที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง
"คำสาปที่เชื่อมโยงกับ 'พลังใจ' โดยตรง... และถูกเสริมพลังด้วย 'ความว่างเปล่า'..."
— นักบวชหญิงพึมพำ "...นี่มัน... เหมือนกับ 'โรคระบาดทางจิติญญา' ที่เคยเกิดขึ้นในยุคแห่งความมืดไม่มีผิด"
"แต่ที่น่าสนใจกว่าคือเด็กผู้หญิงคนนั้น"
— เอลฟ์นักธนูพูดขึ้น "องค์หญิงลูนาเรีย... สายเื 'บรรพบุรุษแห่งราตรี' ของเธอ... มันสามารถ 'ระงับ' ผลกระทบทางกายของคำสาปได้... ราวกับว่าพวกเขาคือด้านตรงข้ามของสมการเดียวกัน"
วัลแคนพยักหน้า "นั่นคือสิ่งที่ข้ากังวล... ไคเอนรายงานว่าองค์หญิงต้องใช้มานาไปเกือบทั้งหมด เพื่อหยุดเืที่ถูกเสริมพลังด้วยคำสาป ทั้งที่ปกติทักษะ 'ััแห่งราตรี' ควรแทบจะไม่ใช้มานาด้วยซ้ำ... ดูเหมือนว่าเธอจะมีสายเืนั้นเพียง 'เศษเสี้ยว' ทำให้ต้องใช้พลังงานมากกว่าปกติหลายเท่า... ถ้าเด็กคนนั้นเกิดอาการแบบนี้บ่อยๆ... องค์หญิงก็อาจจะตกอยู่ในอันตรายเสียเอง"
"แล้วเ้าจะทำอย่างไรต่อ?"
— คนแคระถามเสียงห้วน
"ข้าได้มอบหมาย 'ภารกิจ' ให้เขาแล้ว... ให้เขาสร้างวงเวทป้องกันบ้านของตัวเอง... ข้า้าจะดู... ว่าเขาจะสามารถควบคุมพร์และคำสาปของตัวเองได้หรือไม่เมื่ออยู่ภายใต้แรงกดดัน" วัลแคนตอบ
ในตอนนั้นเอง... ไคเอน... ซึ่งเป็หนึ่งในสมาชิกของสภาฯ เช่นกัน... ก็เอ่ยขึ้นผ่านศิลาสื่อสารของเขา
"ข้าเองก็เป็ห่วงเื่นี้... การที่ข้าพยายามห้ามเขาไม่ให้ใช้พลังเกินขีดจำกัด... ก็เพราะข้าเคยเห็นมันมาก่อน"
ภาพในความคิดของไคเอนแวบขึ้นมา...
ภาพของาในอดีต... เพื่อนสนิทของเขา... นักเวทอัจฉริยะคนหนึ่ง... ที่ฝืนใช้พลังชีวิตของตัวเองแทนมานาที่หมดไปเพื่อร่ายเวทป้องกันสุดท้าย... ปกป้องหน่วยของเขาไว้... ก่อนที่ร่างกายของเธอจะสลายไปเป็ฝุ่นผงต่อหน้าต่อตา...
"...การที่มานาหมด... แล้วพลังงานย้อนกลับมากิน HP... มันคือการตัดสินใจที่สิ้นหวังของนักเวท" ไคเอนพูดต่อ "แต่สำหรับเฟลิกซ์... มันดูเหมือนจะเป็ 'กลไกอัตโนมัติ' ของร่างกายเขา... ซึ่งมันน่ากลัวกว่ามาก"
"เด็กคนนี้... คือตัวแปรที่ 'โชคชะตา' ส่งมาให้เรา" นักปราชญ์ชรากล่าวสรุป "เขาคือความหวังเดียวของเราที่จะต่อกรกับ 'การกัดกร่อน'... แต่ในขณะเดียวกัน... เขาก็อาจจะเป็ 'ะเิเวลา' ที่สามารถทำลายทุกสิ่งได้เช่นกัน"
วัลแคนมองออกไปนอกหน้าต่าง... แสงจันทร์สาดส่องลงมายังเมืองแอชวูดที่หลับใหล
"หน้าที่ของเราในตอนนี้... คือการเฝ้าดู... และชี้นำ..."
"...โดยหวังว่า... แสงสว่างในตัวเขา... จะแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะเงาที่มืดมิดที่สุดได้"
การประชุมลับของเหล่าผู้พิทักษ์โลกจบลง... โดยที่เด็กชายผู้เป็ศูนย์กลางของทุกสิ่ง... กำลังนอนหลับอย่างไม่รู้เื่... และฝันถึง "การบ้าน" ชิ้นแรก... ที่เขารู้สึกว่าอยากจะทำให้สำเร็จอย่างแท้จริง