สายลมในฤดูหนาวที่พัดโชยมาปะทะผิวกาย ทำให้ร่างกายที่อ่อนล้าอยู่แล้ว รู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บ ภายในเรือนใหญ่ใจกลางสวนบุปผานานาพันธุ์ ปรากฏร่างของสตรีที่มีดวงหน้างาม แต่ทว่ายามนี้กลับหม่นหมอง นางกำลังยืนเหม่อมองออกไปยังเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย ไม่ว่านางจะมองไปยังสถานที่ใด นางก็มักจะเห็นภาพในอดีตแวบผ่านเข้ามา ทำให้หัวใจของนางรู้สึกบีบรัดยิ่งนัก เหตุใดชีวิตคู่ของนางกับเขา ถึงมีจุดจบเช่นนี้ได้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาเขาก็รักนาง ให้เกียรตินางมาตลอด และนางเองก็รักเขาเช่นกัน แม้ทั้งสองจะไม่เคยแสดงความรู้สึกจริงๆ ออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็นเลยก็ตาม
“นายหญิง…กลับเข้าห้องเถิดนะเ้าคะ ประเดี๋ยวต้องลมหนาวแล้วจะไม่สบายเอาได้ พักนี้ท่านยิ่งนอนน้อยอยู่ด้วย”
ซู่เอ๋อสาวรับใช้ข้างกายของสตรีที่มีรูปโฉมงดงามตรงหน้า เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเป็กังวล หนึ่งเดือนมาแล้วที่เซี่ยโหว หรือท่านแม่ทัพเซี่ยจากไป ทว่าไม่มีวันไหนเลย ที่ฮูหยินน้อยจะไม่มายืนเหม่อมองออกไปทางประตูจวนเช่นนี้ ซู่เอ๋อรู้สึกเศร้าใจยิ่งนัก
“ข้าอยากจะยืนอยู่ที่นี่อีกสักพัก” ราวกับว่านางยังคงรอคอยใครบางคนให้กลับมา แต่ทว่าผู้ที่นางกำลังรอคอยนั้นไม่อาจหวนกลับคืนมาได้อีกแล้ว
“นายท่านผู้เฒ่าเซี่ยอนุญาตให้นายหญิงกลับสกุลเดิมได้แล้วนะเ้าคะ”
เพราะเรือนที่ไร้เ้าของ ย่อมมีแต่ความหม่นหมอง หลานชายที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวของท่านผู้เฒ่าเซี่ย อดีตแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเจิ้ง บัดนี้เหลือเพียงแค่ชื่อเสียงอันดีงามให้ได้กล่าวถึงเพียงแค่นั้น นั่นเป็เพราะเขาได้พลีชีพในสนามรบไปเสียแล้ว คุณหนูของนางต้องมาตกพุ่มม่ายั้แ่ยังสาว นายท่านผู้เฒ่าเซี่ยย่อมเห็นใจ จึงเขียนหนังสือหย่าให้คุณหนูของนางได้กลับไปยังสกุลเดิม
“ข้าไม่กลับ ข้ารู้สึกผิดต่อเขายิ่งนัก” จ้าวฟางเซียนตอบออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่ทว่าฟังดูแล้วหนักแน่น
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน วันนั้นที่อี้จง ลูกน้องคนสนิทของสามีได้กลับมาจากชายแดน พร้อมกับข่าวร้ายที่นางไม่อยากได้ยิน ป้ายประจำกายเปื้อนเืของเซี่ยเฟยหลงถูกส่งมาให้แก่นาง จ้าวฟางเซียนรับมาด้วยมือที่สั่นเทา พลันน้ำตาอุ่นร้อนก็ไหลลงมาอาบใบหน้างาม นางพยายามกลั้นสะอื้น และฟังสิ่งที่อี้จงกำลังจะพูด
อี้จงได้บอกเล่าถึงเื่ราวความรัก และความเข้าใจผิดที่เซี่ยเฟยหลงมีต่อนาง รวมไปถึงคำสั่งเสียที่ท่านแม่ทัพฝากมาบอกกล่าวต่อนางผู้เป็ภรรยา ทำให้จ้าวฟางเซียนถึงกับทรุดนั่งลงไปบนพื้นแล้วร่ำไห้ออกมา เสียงร่ำไห้ของนางนั้นช่างน่าเวทนายิ่งนัก จนทำให้พวกบ่าวสาวรับใช้ภายในเรือน พากันหลั่งน้ำตาออกมาเช่นเดียวกัน สาวรับใช้ของจ้าวฟางเซียนรีบประคองนางก่อนที่จะเป็ลมไป
ตลอดระยะเวลาที่จ้าวฟางเซียนได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับเซี่ยเฟยหลงมา จ้าวฟางเซียนรู้ดีว่าเขามีบางอย่างติดอยู่ในใจ ราวกับว่าไม่ยอมเปิดใจให้นางได้เข้าไป แท้จริงแล้วเกิดจากความเข้าใจผิดนั่นเอง หากเขาถามนางออกมา แล้วนางกับเขาได้พูดคุยกันดีๆ นางคงจะไม่รู้สึกเสียดาย และเสียใจมากมายถึงเพียงนี้
จ้าวฟางเซียนคือคุณหนูรอง บุตรีคนที่สามของจ้าวหวังเหล่ย นายท่านใหญ่แห่งจวนสกุลจ้าว ตระกูลคหบดีแห่งเมืองหนานจาง ก่อนหน้านี้เคยเป็สตรีที่มีรูปโฉมงดงาม และมีบุคลิกร่าเริงสดใสสมกับวัย แต่ทว่าหลังจากออกเรือนมายังตระกูลเซี่ย ตระกูลแม่ทัพแห่งเมืองหนานจง ความสดใสร่าเริงที่เคยมีก็ค่อยๆ เลือนหายไป
จริงอยู่ที่การแต่งงานของทั้งสองตระกูล เป็เื่ของสัญญาที่ต้องตอบแทน แต่ทว่าความรู้สึกของสองหนุ่มสาวที่มีต่อกันในภายหลังนั้นช่างลึกซึ้ง หากไม่ใช่เพราะความเข้าใจผิด ที่เซี่ยโหว หรือคุณชายใหญ่เซี่ยเฟยหลงมีต่อบุตรีของตระกูลจ้าวมาก่อนแล้ว ชีวิตคู่ของทั้งสองหนุ่มสาวคงจะมีความสุขและราบรื่นมากกว่านี้
ครั้นได้มาใช้ชีวิตร่วมกัน แม้เซี่ยเฟยหลงจะมีท่าทีเ็าต่อภรรยา แต่ทว่าลึกๆ ภายในใจแล้ว เขากลับรักใคร่นาง และให้เกียรตินางโดยที่นางไม่รู้ตัว จ้าวฟางเซียนเองก็แอบมีใจรักใคร่สามี โดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวเช่นกัน สุดท้ายกว่าที่ทั้งสองจะรู้ว่าตนรักใคร่อีกฝ่ายมากเพียงใด ก็เป็วันสุดท้ายของชีวิตเสียแล้ว มิอาจหวนกลับไปแก้ไขสิ่งใดได้อีก
“นายหญิง…”
ซู่เอ๋อครวญออกมาด้วยความเศร้า เสียงของสาวรับใช้คนสนิททำให้สติของจ้าวฟางเซียนกลับคืนมา นางหันไปส่งยิ้มจางๆ ให้แก่ซู่เอ๋อ
ซูเอ๋อดึงร่างบางของคุณหนูเข้ามาโอบกอดเอาไว้ ร่างบางในอ้อมกอดสั่นไหว คุณหนูของนางกำลังร่ำไห้ออกมา ซู่เอ๋อร์กลั้นสะอื้น หากยามนี้นางไม่เข้มแข็ง แล้วคุณหนูของนางจะมีผู้ใดคอยปลอบโยนกันเล่า หากได้กลับสกุลเดิมย่อมเป็เื่ที่ดี แต่จะทำเช่นไรให้คุณหนูของนางยอมกลับไป
หลังจากวันคืนพ้นผ่าน จ้าวฟางเซียนมีแต่อาการแย่ลง นางตรอมใจจนกินอาหารได้เพียงน้อยนิด วันๆ ก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย แม้ผู้ใดจะมาเยือนนางก็ไม่ขอพบหน้า แม่สามีเห็นลูกสะใภ้ตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ เช่นเดียวกับที่นางเคยพบเจอ ด้วยความเห็นอกเห็นใจ จึงลองมาเกลี้ยกล่อมให้สะใภ้คนดี กลับไปอยู่สกุลเดิม ที่นางทำหาใช่เป็การขับไล่ไสส่งอีกฝ่ายไม่ แต่เป็เพราะนางอยากให้ลูกสะใภ้ได้ออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ จะมีประโยชน์อันใด ที่จะมาอยู่ในสถานที่ที่ไร้ซึ่งสามีอยู่แล้ว แม้พวกตนจะดีต่อนางเพียงใด แต่จะให้เหมือนคนข้างหมอนได้เช่นไร
“เซียนเอ๋อร์…เ้ากลับไปสกุลเดิมเสียเถิด นายท่านผู้เฒ่าทำหนังสือหย่าให้เ้ากับหลงเอ๋อร์แล้ว บัดนี้เ้าเป็อิสระแล้วนะลูก”
จางหลี่น่าบอกสะใภ้ออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นางมองสตรีที่เคยมีรูปโฉมงดงาม ทว่ายามนี้กลับซูบโทรมและผ่ายผอมจนน่าใ หากเป็เช่นนี้ต่อไปมีหวังสะใภ้ของนางผู้นี้ คงได้สิ้นใจตามบุตรชายของนางไปเป็แน่
“ข้าไม่ไปเ้าค่ะท่านแม่…ข้าจะรอท่านพี่อยู่ที่นี่”
จ้าวฟางเซียนตอบออกมาน้ำเสียงแหบแห้ง เซี่ยฮูหยินถึงกับถอนหายใจออกมา นางบีบมือลูกสะใภ้เบาๆ ก่อนที่จะยื่นมือไปลูบลงบนเรือนผมที่ยามนี้ไร้ความนุ่มนวลเช่นเดิม
“ปล่อยวางเสียเถิดนะเซียนเอ๋อร์…หลงเอ๋อร์เขาไปดีแล้ว”
นางเองก็เป็หญิงหม้ายเช่นกัน ชีวิตภรรยาของแม่ทัพ น้อยนักที่จะมีความสุขเช่นสตรีอื่น นางเข้าใจหัวอกของลูกสะใภ้เป็อย่างดี เพราะชีวิตนางก็พบเจอแต่ความสูญเสียมาถึงสามครั้งสามครา แต่ทว่านางกลับไม่รู้สึกเสียดาย เพราะที่ผ่านมานางได้มอบความรักให้แก่สามี และบุตรชายผู้ล่วงลับทั้งสองอย่างเต็มที่แล้ว
จ้าวฟางเซียนส่ายหน้าไปมา นางออกเรือนมาแล้ว ก็ถือว่าไม่ใช่คนของสกุลเดิมอีกแล้ว ไม่ว่าสกุลจ้าวจะยินดีต้อนรับนางกลับไปหรือไม่ แต่ใจนางก็มิอาจหวนกลับไปได้ จางหลี่น่ามองลูกสะใภ้ด้วยแววตาเวทนา นางถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ ก่อนที่จะหันไปมองสาวรับใช้คนสนิทของจ้าวฟางเซียน นางกำชับให้สาวรับใช้คนสนิทของลูกสะใภ้ ว่าให้ดูแลนายหญิงของตนให้ดี แล้วจึงออกจากเรือนนี้ไปด้วยความรู้สึกเศร้าใจ
ผ่านไปไม่ถึงเจ็ดวัน หลังจากที่จางหลี่น่ามาเยี่ยมจ้าวฟางเซียน ตระกูลจ้าวที่ได้รับจดหมายจากท่านผู้เฒ่าตระกูลเซี่ย ก็ได้เดินทางมาจากเมืองหนานจาง ครั้นนายท่านใหญ่จ้าวหวังเหล่ยและฮูหยินใหญ่หวงฟางหรง ได้เห็นบุตรีที่นอนไร้เรี่ยวแรงอยู่บนเตียงก็รู้สึกเวทนา ต่างก็โทษว่าเป็ความผิดของพวกตน ที่ยินยอมให้จ้าวฟางเซียนออกเรือนมากับเซี่ยเฟยหลง ชีวิตของทหารไหนเลยจะยืนยาว
เฉกเช่นที่จ้าวฟางหรู บุตรีคนโตของพวกตนเคยกล่าว ว่านางจะไม่มีวันยอมออกเรือนกับตระกูลแม่ทัพเป็อันขาด เพราะการได้ออกเรือนมากับบุรุษที่ทำหน้าที่จับดาบปกป้องบ้านเมือง โอกาสน้อยนักที่อีกฝ่ายจะมีชีวิตยืนยาว สุดท้ายแล้วชีวิตของผู้เป็ภรรยา คงจะหนีไม่พ้นตกพุ่มม่ายั้แ่ยังสาว เช่นเดียวกับบุตรสาวคนเล็กของพวกตน ที่กำลังประสบพบเจออยู่ในยามนี้
“เซียนเอ๋อร์…กลับบ้านเรากันเถิดนะลูก” หวงฟางหรงบอกบุตรสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ท่านปู่บอกว่าให้พวกเรามารับเ้า ตัดใจจากที่นี่เสียเถิดหนา”
จ้าวหวังเหล่ยกลั้นใจกล่าวออกมาบ้าง สภาพของบุตรสาวในยามนี้ช่างน่าเวทนายิ่งนัก เด็กน้อยที่เคยสดใสยามที่อยู่จวนสกุลจ้าวหายไปไหนเสียแล้ว
“ท่านพ่อ…ท่านแม่ ข้าไม่กลับเ้าค่ะ ข้าจะรอท่านโหวอยู่ที่นี่” จ้าวฟางเซียนหันหน้าไปมองบิดามารดา ก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
จ้าวหวังเหล่ยกับหวงฟางหรงหันหน้ามามองกันทันที หวงฟางหรงยกมือขึ้นมาปิดปากเพื่อกลั้นสะอื้น จ้าวหวังเหล่ยโอบไหล่ที่กำลังสั่นไหวของภรรยาเอาไว้ แล้วบีบไหล่นางเบาๆ เป็เขาเองที่ผิดต่อบุตรี หากเขาไม่ยินยอมให้จ้าวฟางเซียนออกเรือนมายังตระกูลแม่ทัพในวันนั้น เหตุการณ์เช่นนี้ก็คงจะไม่เกิดขึ้น เซียนเอ๋อร์กับบุตรเขยของเขา ช่างมีความรักที่ลึกซึ้งเหลือเกิน ทว่าเสียดายที่วาสนาตื้นเขินยิ่งนัก
“เซียนเอ๋อร์… พี่เขาไม่อาจกลับมาได้แล้วลูก แต่พี่เขาจะคอยเฝ้ามองเ้าอยู่บน์ หากเ้ายังคงทุกข์ระทมอยู่เช่นนี้ เ้าคิดว่าเขาจะจากไปอย่างสงบสุขหรือ” จ้าวหวังเหล่ยตัดสินใจเอ่ยออกมา
“ไม่…เขาจะกลับมา หากเขากลับมาไม่ได้…ข้าก็จะเป็ฝ่ายไปหาเขาเอง”
จ้าวฟางเซียนหันไปมองบิดาั์ตาแดงก่ำ ก่อนที่นางจะตอบเขาออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง สองสามีภรรยาถึงกับถอนหายใจหนักๆ ออกมา หากพวกเขาดึงบุตรสาวให้กลับมาเป็คนเดิมไม่ได้ ก็คงต้องสูญเสียบุตรสาวไปตลอดกาลแน่แล้ว
“เซียนเอ๋อร์…เ้าฟังแม่ให้ดีนะลูก ชีวิตของลูกยังต้องก้าวเดินต่อไป เ้ายังเยาว์วัยยังมีโอกาสได้พบเจอผู้คนอีกมากมาย แล้วลูกคิดว่าพี่เขาจะมีความสุขหรือ ถ้าเ้าจะตามเขาไปจริงๆ น่ะ กลับบ้านเราเถิดหนา พี่ชายพี่สะใภ้ของเ้าก็รอคอยเ้าอยู่ที่นั่น หากเ้าไม่อยากออกเรือนไปกับผู้ใดอีก แม่ก็จะไม่บังคับฝืนใจเ้า” หวงฟางหรงบอกจ้าวฟางเซียนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ทว่าจ้าวฟางเซียนกลับไม่ยอมรับฟัง นางส่ายหน้าไปมาน้ำตาไหลพรากอาบใบหน้า มองดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก จ้าวหวังเหล่ยรู้สึกเ็ปใจที่ช่วยเหลืออันใดบุตรสาวไม่ได้เลย สองสามีภรรยาตัดสินใจรั้งอยู่ที่จวนตระกูลเซี่ย จนกว่าจะเกลี้ยกล่อมจ้าวฟางเซียนให้กลับไปกับพวกเขา
ท่านผู้เฒ่าเซี่ยไม่ได้กีดกัน เขาเองก็รู้สึกผิดต่อหลานสาวของจ้าวหยวนจงเช่นกัน ผู้ใดจะรู้ว่าอนาคตลูกหลานของเขา จะต้องพลีชีพในสนามรบเช่นเดียวกัน ตระกูลเซี่ยคงจะสิ้นสุดลงแค่เขาแล้ว ไม่รู้ว่าเป็เวรกรรมอันใด เขาถึงต้องมาเสียบุตรชายและหลานชายไปในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน
ยามดึกสงัดในค่ำคืนหนึ่ง ลมหนาวที่พัดโชยมาสามารถทำให้ร่างกายของคนด้านชาได้ จ้าวฟางเซียนกำลังยืนเหม่อมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง ภาพของสามีที่เคยซ้อมฟันดาบอยู่ด้านนอก ผุดเข้ามาในห้วงความคิด เขาเบือนหน้ามองมายังนางที่กำลังมองออกไป ใบหน้าคมคายหล่อเหลาไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่ทว่าแววตาของเขาที่มองมายังนาง กลับทำให้จ้าวฟางเซียนรู้สึกอบอุ่น
หญิงสาวหลั่งน้ำตาลงมา จะให้นางจากไปได้เช่นไร ในเมื่อที่ผ่านมานางยังไม่เคยบอกเขาเลย ว่านางรักเขาเช่นกัน หากเขาไม่เข้าใจนางผิด หากนางกับเขาพูดคุยกันให้มากกว่าที่เคย เหตุการณ์วันนี้จะเปลี่ยนไปหรือไม่ นางจะยังคงรู้สึกเสียใจอยู่เช่นนี้หรือไม่ จ้าวฟางเซียนอยากรู้เหลือเกิน นางแหงนหน้ามองดวงจันทร์ พลางอธิษฐานอยู่ภายในใจ
‘์...หากท่านมีเมตตา ได้โปรดมอบโอกาสให้สตรีที่โง่เขลาเช่นข้า ได้กลับไปพบกับสามีผู้เป็ที่รักยิ่งของข้าอีกสักหน ครานี้ข้าจะรักเขาให้เต็มที่ ให้สมกับที่เขารักและให้เกียรติข้าเสมอมา’
จ้าวฟางเซียนหลับตาอธิษฐานซ้ำไปซ้ำมาอยู่นานเกือบหนึ่งก้านธูป จึงยอมตัดใจเดินกลับไปนอนบนเตียง ร่างกายของนางหนาวเหน็บจนรู้สึกด้านชา ก่อนจะข่มตาให้หลับลง ภาพของสามีก็ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงคำนึง น้ำตายังคงไหลลงมาราวกับสายธาร นางผล็อยหลับไปท่ามกลางความอ่อนล้า
เสียงตีฆ้องร้องบอกยามเหม่าดังขึ้นมาจากทางด้านนอก ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงพลิกกายไปมา ไม่นานนักเสียงของสาวรับใช้และบ่าวรับใช้ในเรือนก็ดังจอแจ สาวรับใช้คนสนิทเข้ามาปลุกสตรีร่างเล็กที่กำลังนอนอยู่ ให้ลุกขึ้นจากเตียงเพื่อเตรียมตัวเดินทางไปไหว้บรรพบุรุษที่สุสานสกุลจ้าว จ้าวฟางเซียนสะดุ้งสุดตัว ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วมองไปรอบๆ กาย ที่นี่หาใช่เรือนที่นางเคยอาศัยอยู่ก่อนหน้านี้ไม่ ไม่ใช่…นี่คือเรือนที่นางเคยอาศัยอยู่มาั้แ่เยาว์วัยต่างหาก
“รีบลุกขึ้นไปล้างหน้าก่อนเถิดเ้าค่ะคุณหนูรอง นายหญิงใหญ่กำชับมาว่า วันนี้ต้องออกเดินทางไปสุสานตระกูลจ้าวกันแต่เช้านะเ้าคะ” ซู่เอ๋อบอกคุณหนูของนาง พลางหยิบผ้าห่มขึ้นมาพับ จัดหมอนที่คุณหนูรองนอนเมื่อคืนที่ผ่านมาให้เป็ระเบียบ
จ้าวฟางเซียนลุกขึ้นจากเตียงไปล้างหน้าบ้วนปากอย่างงุนงง วันนี้เป็วันที่ต้องเดินทางไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่สุสานตระกูลจ้าวเช่นนั้นหรือ ไม่ใช่ว่ายามนี้นางกำลังทุกข์ระทมอยู่ที่จวนตระกูลเซี่ยเช่นนั้นหรอกหรือ แล้วนี่มันเกิดเื่อันใดขึ้น หรือว่านางจะตายไปแล้ว หากตายไปแล้ว เหตุใดถึงได้ยังกลับมาอยู่ในจวนตระกูลจ้าว อีกทั้งยังได้พบกับซู่เอ๋อ สาวรับใช้คนสนิทของนางอยู่อีกเล่า
ไหนจะเื่ที่ซู่เอ๋อเพิ่งบอกนางเมื่อครู่ว่า วันนี้จะต้องเดินทางไปยังสุสานบรรพบุรุษตระกูลจ้าวอีก หากเป็วันเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ก็เป็เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อนมิใช่หรอกหรือ หรือ์รับฟังคำอ้อนวอนของนาง ให้นางได้ย้อนกลับมายังอดีตเช่นนั้นหรือ จ้าวฟางเซียนคิดทบทวนอยู่ภายในใจ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ล้วนแล้วแต่เป็ไปตามที่จ้าวฟางเซียนเคยประสบพบเจอมาทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็ยามที่พี่หญิงใหญ่สวมใส่อาภรณ์สีแดง ทำให้บิดาบ่นจนนางต้องกลับไปเปลี่ยนเป็สีขาวนวล พี่รองทำผลส้มหลุดมือ พี่ชายใหญ่สะดุดล้ม และพี่สามทำถ้วยน้ำชาคว่ำ เหตุการณ์ต่างๆ ทำให้จ้าวฟางเซียนเชื่อว่า ตนเองได้ย้อนเวลากลับมายังอดีต กลับมาก่อนที่นางจะได้ออกเรือนไปกับเซี่ยเฟยหลง
์ได้มอบโอกาสให้นางกลับมาแก้ไขเื่ราวในอดีตแล้ว ชีวิตนี้นางอยากจะทำให้ดีที่สุด ถึงแม้ท้ายที่สุดแล้วปลายทางของนาง จะต้องกลายเป็สตรีที่ต้องเดียวดายอีกครั้ง แต่นางก็จะไม่เสียดายหรือเสียใจเลย ขอเพียงแค่ให้เซี่ยเฟยหลง สามีที่แสนดีของนาง คลายความเข้าใจผิด และได้รับรู้ว่านางนั้นก็รักเขาเช่นกัน… แค่นั้นก็เพียงพอ จ้าวฟางเซียนยิ้มออกมาทั้งน้ำตา