“อะไรนะ”นักปรุงยาระดับกลางไม่กล้าเชื่อหูตัวเอง
จากนั้นเขาก็ดีใจจนแทบคลั่งถึงแม้เตาไฟกึ่งศักดิ์สิทธิ์นี้จะมีราคาไม่แพงมากนักแต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเตาไฟกึ่งศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้! ด้วยสถานะของเขาในตอนนี้แม้ต้องใช้เงินสามหมื่นตำลึงทองเพื่อซื้อเตาไฟนี้จนสิ้นเนื้อประดาตัวก็ยอม
มูลค่าของสมบัติขึ้นอยู่ความหายากและความต้องการ
เมื่อฟ่านเสวี่ยหลีพูดเช่นนี้ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ก็ตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมเหตุการณ์ในวันนี้เหนือความคาดหมายของพวกเขาอย่างแท้จริงฟ่านเสวี่ยหลีทำให้พวกเขาแปลกใจครั้งแล้วครั้งเล่า!
ในที่สุดอิงเทาก็โล่งใจ ที่แท้ฟ่านเสวี่ยหลีก็มีความคิดเช่นนี้ตอนแรกเขายังคิดว่าฟ่านเสวี่ยหลีจะฆ่าคนชิงทรัพย์!
ตอนนี้เขารู้สึกเคารพนับถือฟ่านเสวี่ยหลีอย่างจริงใจใช้เงินแค่หนึ่งพันตำลึงก็ได้มาซึ่งเตาไฟนี้ จากนั้นก็พลิกแพลงขายมันออกในราคาที่สูงขึ้นสองร้อยห้าสิบเท่าเพื่อแลกมาซึ่งลูกแก้วดาราสวรรค์ที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างโหยหาสุดชีวิตวิธีการเช่นนี้ ช่างล้ำเลิศยิ่งนัก!
“ข้าแลก! ข้าจะแลก!” นักปรุงยาระดับกลางตะโกนออกอย่างต่อเนื่องราวกับเพิ่งตื่นจากความฝันใบหน้าของเขาแดงก่ำ ดูเหมือนสติจะหลุดไปแล้ว
คำพูดของเขาเป็นดั่งเสียงแทนใจของทุกคน หากได้แลกกับเตาไฟแบบนี้นักปรุงยาระดับกลางถือว่าได้กำไรอย่างแน่นอน
“แต่ก่อนจะแลก ข้ามีคำขอเล็กน้อย” ฟ่านเสวี่ยหลียิ้มเล็กน้อยรอยยิ้มนี้ราวกับสีหน้าของมารร้าย “เป็นเพียงคำของ่ายๆ ข้อเดียวเท่านั้นซึ่งไม่เหนือบ่ากว่าแรงสำหรับเจ้า ไม่แม้แต่จะระคายผิวด้วยซ้ำ”
ขณะที่เขากำลังพูด สายตาก็จ้องมองไปยังใบหน้าอันซีดเซียวของหงอีฟาน
“ไม่ทราบว่าเป็นคำขออะไรหรือ” นักปรุงยาระดับกลางถามอย่างแผ่วเบาแม้ในใจของเขาจะพยักหน้าตอบรับนับครั้งไม่ถ้วน แต่ในฐานะนักปรุงยาเขายังคงมีบรรทัดฐานและศักดิ์ศรีของตัวเอง จึงไม่ได้ตอบรับอย่างบุ่มบ่าม
“ง่ายมาก เมื่อครู่นี้คุณชายหงอีฟานด่าทอหอสมบัติโอสถอยู่ตลอดเวลาและทำลายลำดับของงานประมูล ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของหอสมบัติโอสถต้องแปดเปื้อนข้าหวังว่าทางหอจะระบุบุคคลผู้นี้ไว้ในบัญชีดำและไม่อนุญาตให้เข้ามาที่แห่งนี้อีก”ฟ่านเสวี่ยหลีพูดอย่างเฉยเมย
สำหรับเขาแล้วหงอีฟานเป็นเพียงแมลงวันตัวหนึ่งที่คอยบินไปมาและท้าทายเขาอย่างไม่หยุดหย่อนก่อนหน้านี้เขารังเกียจที่จะสนใจ แต่พอเขาเริ่มมีน้ำโหก็ไม่เกรงใจที่จะตบมันให้ตาย!
“ได้ๆ ข้ารับปากเจ้า!” นักปรุงยาระดับกลางตอบอย่างไม่ลังเลเพราะเขามีความคิดเช่นนี้ตั้งแต่แรกแล้วตอนนี้จึงอาศัยคำพูดของฟ่านเสวี่ยหลีเพื่อไหลไปตามน้ำภายในใจของเขารู้สึกดีใจอย่างยิ่ง
จากนั้นเขาก็ปรบมือและพูดกับองครักษ์ที่อยู่ข้างกายอย่างเคร่งขรึมว่า“เชิญคุณชายหงออกไป สำหรับการร่วมมือระหว่างตระกูลหงและสมาคมนักปรุงยาข้าจะรายงานต่อหัวหน้าหอ และให้เขาพิจารณาตามความเหมาะสม”
องครักษ์เหล่านี้เดินไปข้างกายหงอีฟานในทันที จากนั้นก็หิ้วปีกหงอีฟานออกจากหอสมบัติโอสถ
ตอนนี้หงอีฟานหน้าซีดเผือด เขาเป็นถึงนายน้อยตระกูลหง กิจการหลักของตระกูลหงคือการจำหน่ายโอสถเขาจึงพกเงินมหาศาลของตระกูลมาที่นี่เพื่อซื้อโอสถ หากที่แห่งนี้ปฏิเสธเขา แล้วเขาจะมีที่ยืนในตระกูลได้อย่างไร
เกรงว่าไม่เพียงแต่ตระกูลที่ทอดทิ้งเขาแม้แต่คุณชายใหญ่จวนเจ้าเมืองก็อาจทอดทิ้งเขาด้วย เพราะสิ่งที่เขาล่วงเกินก็คือสมาคมนักปรุงยา
และสิ่งที่เขากังวลยิ่งกว่าคือหากตระกูลถูกสมาคมนักปรุงยาปฏิเสธเกรงว่าสถานะของตระกูลหงจะต้องเสื่อมถอยลงมาก และเขาจะกลายเป็นคนบาปของวงศ์ตระกูล!
ตอนนี้เขาอยากจะดิ้นรน แต่เหมือนคนจมน้ำที่ยิ่งดิ้นรนก็ยิ่งสิ้นหวัง ตะโกนออกมาอย่างอดไม่ได้ว่า“คุณชายอิง ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วย ไม่ว่าอะไร ข้าก็ยินดีทำ”นี่เป็นครั้งแรกที่เขาอ้อนวอนอิงเทา
เขารู้ว่าฟ่านเสวี่ยหลีทำเพื่อระบายความโกรธให้อิงเทาเขาจึงต้องอ้อนวอนอิงเทา
“เดินทางกลับดีๆ ล่ะ ข้าไม่ส่ง” แน่นอนว่าอิงเทาไม่มีทางสนใจคำพูดของอีกฝ่ายเขาตอบกลับพร้อมรอยยิ้มบาง มันเป็นสุขที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน
ทันใดนั้นผู้คนโดยรอบก็รู้สึกผวา เมื่อครู่นี้พวกเขาก็เยาะเย้ยอิงเทาและฟ่านเสวี่ยหลีเช่นกันจะถูกคิดบัญชีย้อนหลังหรือไม่นะ
ตอนแรกพวกเขาคิดว่าฟ่านเสวี่ยหลีเป็นเพียงผู้ช่วยปรุงยาจึงมองฟ่านเสวี่ยหลีเหมือนเป็นเรื่องตลก แต่ตอนนี้ฟ่านเสวี่ยหลีกลับมีฝีมือล้ำเลิศสามารถควบคุมไฟเตาไฟเจ็ดดารา แลกลูกแก้วดาราสวรรค์ กีดกันหงอีฟานและกดขี่ตระกูลหงอำนาจเหนือคำบรรยายจนทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัว
หลังจากนี้เป็นต้นไป ใครจะกล้าล่วงเกินนักปรุงยาหนุ่มผู้นี้อีกเล่า
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่ฟ่านเสวี่ยหลีมีฝีมือระดับนี้จะต้องถูกสมาคมนักปรุงยายกให้เป็นแขกกิตติมศักดิ์แน่นอนสถานะก็ยิ่งเพิ่มสูง แล้วใครเล่าจะกล้าข้องใจด้วย
พวกเขาถอยหลังไปหลายก้าวอย่างอดใจไม่ได้และก้มหน้าลงราวกับนกกระจอกเทศ
“ขอบคุณมาก” ฟ่านเสวี่ยหลีคำนับนักปรุงยาระดับกลาง จากนั้นก็รับลูกแก้วดาราสวรรค์ที่อีกฝ่ายยื่นมาให้แล้วพูดว่า“เสร็จธุระแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อน”
เมื่อลูกแก้วดาราสวรรค์ถึงมือ ความร้อนผ่าวนั่นก็ปะทุขึ้นอีกครั้งจนทำให้เขาปรารถนาที่จะใช้เพลิงสัจธรรมในทันที
“เชิญใต้เท้า” นักปรุงยาระดับกลางส่งฟ่านเสวี่ยหลีออกจากหอสมบัติโอสถอย่างเคารพเมื่อเขาได้รับเตาไฟเจ็ดดารานี้แล้วระดับการปรุงยาของเขาในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน กระทั่งอาจมีโอกาสได้เป็นนักปรุงยาระดับสูงที่ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างใฝ่ฝัน
ในหอสมบัติโอสถของเมืองฉางซานมีนักปรุงยาระดับสูงเพียงคนเดียวเท่านั้นซึ่งก็คือหัวหน้าหอ ด้วยสถานะของหัวหน้าหอผู้นี้ แม้แต่อยู่ต่อหน้าผู้นำตระกูลฟ่านและเจ้าเมืองฉางซานก็ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน
การมาครั้งนี้ ฟ่านเสวี่ยหลีได้รู้ว่านักปรุงยาระดับกลางผู้นี้ชื่อเว่ยเจ่าส่วนเขาให้ชื่อปลอมกับอีกฝ่ายว่าหลิงหลงจื่อ หลิงหลงที่แปลว่าสมบัติล้ำค่าใสละเอียดดั่งหยก และยังหมายถึงตัวเขาที่เป็นดั่งผีเสื้อที่ผลิตัวออกจากดักแด้
เมื่อองครักษ์ตรงประตูเห็นนักปรุงยาระดับกลางเดินมาส่งฟ่านเสวี่ยหลีและอิงเทาอย่างเคารพก็ถึงกับเผยสีหน้าตะลึง จากนั้นก็นึกถึงสภาพอันน่าสังเวชของหงอีฟานที่ถูกหิ้วปีกออกมาเมื่อครู่เขาก็เข้าใจทุกอย่างในทันทีและรู้สึกตื่นตระหนกก่อนหน้านี้เขาบังคับให้อิงเทาแสดงบัตรเชิญ ซึ่งปฏิบัติคนละมาตรฐานกับหงอีฟานหากอีกฝ่ายถือโทษล่ะก็...
เขาพลันก้าวไปข้างหน้าอย่างเคารพอย่างไม่เคยแสดงท่าทีขยันขันแข็งเช่นนี้มาก่อน
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนี้ของนักปรุงยาระดับกลางและองครักษ์ระดับเนื้อกายขั้นสี่ตรงประตูผู้คนตามท้องถนนก็หยุดดูอย่างประหลาดใจ
หรือว่าอิงเทาและคุณชายวัยหนุ่มผู้นี้จะเป็นบุคคลสำคัญ?
หลังจากส่งฟ่านเสวี่ยหลีแล้ว นักปรุงยาระดับกลางก็สั่งให้นำเตาไฟไปยังห้องหัวหน้าหอที่อยู่บนชั้นสี่เพื่อให้หัวหน้าหอลองดูเตาไฟเจ็ดดารานี้ พร้อมกับรายงานเรื่องของหงอีฟาน
ห้องโถงหลักบนชั้นสี่มีชายชราสวมชุดขาวอยู่คนหนึ่ง ทั่วทั้งกายเปล่งแสงเจิดจ้าและมีกลิ่นโอสถเซียนราวกับเป็นร่างมนุษย์ที่หลอมขึ้นจากโอสถเซียน
เขากำลังจ้องมองเตาไฟเจ็ดดาราที่เพิ่งถูกส่งขึ้นมา จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วพูดว่า“ช่างน่าทึ่งเสียจริง ทั้งๆ ที่ค่ายกลเจ็ดดารานี้เสียหายและถูกผนึกไว้เป็นเวลานานแต่มันกลับถูกปลดผนึกในชั่วพริบตาด้วยหัตถ์นั่น เกรงว่าหลิงหลงจื่อจะมีความเข้าใจต่อเตาไฟไม่น้อยไปกว่าข้า”
นักปรุงยาระดับกลางชงักเล็กน้อยแล้วพูดด้วยสีหน้าลังเลว่า“ท่านหัวหน้าหอ หรือว่าระดับการปรุงยาของเขาจะสูงกว่าท่าน”นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหัวหน้าหอชื่นชมเช่นนี้
“ก็ไม่แน่ แต่ละคนมีความเชี่ยวชาญที่ต่างกัน ด้วยอายุของเขาการได้เป็นนักปรุงยาระดับต้นก็ถือว่าไม่เลวแล้ว แต่ดูจากสิ่งที่เขาทำ หัตถ์ที่สามารถปลดผนึกค่ายกลเจ็ดดารานี้ไม่ธรรมดามีความเป็นไปได้สูงว่าเบื้องหลังของเขาจะมีสำนักปรุงยาที่น่าสะพรึงกลัว!” ชายชราสีหน้าเคร่งขรึมเล็กน้อย
“สำนักปรุงยาหรือ” นักปรุงยาระดับกลางส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ
ทั่วทั้งอาณาจักรต้าเซี่ยในตอนนี้มรดกความรู้ด้านการปรุงยาล้วนอิงตามสมาคมนักปรุงยาเป็นหลัก ส่วนสำนักปรุงยาอื่นๆ เหลือไม่เพียงพอให้อ้างอิง
ทันใดนั้นก็มีผู้คุมการประมูลคนหนึ่งผลักประตูเดินเข้ามาอย่างเคารพและพูดอย่างแผ่วเบาว่า “ข้าทำการตรวจสอบแล้ว นักปรุงยาผู้นั้นได้ซื้อเตาไฟไปสองอันเตาไฟอีกอันหนึ่งเป็นเตาสำริดที่มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานครึ่งหนึ่ง”
“มีขนาดเล็กกว่ามาตรฐานครึ่งหนึ่ง เขาควบคุมมันได้อย่างนั้นหรือ!” ชายชราเผยสีหน้าตกตะลึง“ข้าเดาไม่ผิดจริงๆ เบื้องหลังของชายหนุ่มผู้นี้ต้องมีมรดกสำนักที่ล้ำเลิศแน่นอน! อีกทั้งมรดกสำนักนี้อาจสืบทอดจากเมื่อร้อยปีก่อน! และชายหนุ่มผู้นี้อาจจะเป็นศิษย์เอกของสำนักนั้น!”
เขาเป็นหัวหน้าหอมานานหลายปี มีท่าทีที่สุขุมแน่นิ่งมาโดยตลอดการยั้งสติไม่อยู่ในครั้งนี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากมาก
เมื่อเห็นเช่นนี้ นักปรุงยาระดับกลางก็รู้สึกจิตใจปั่นป่วนไม่แปลกใจที่ชายหนุ่มผู้นี้ยอมมอบเตาไฟเจ็ดดาราให้เขาอย่างไม่ลังเล! เตาสำริดนั่นจะทรงพลังถึงเพียงไหนกัน
“ถ่ายทอดคำสั่งข้าต่อจากนี้เรื่องของหลิงหลงจื่อถือเป็นความลับสูงสุดพวกเจ้าห้ามตามสืบและล่วงเกินเขา รวมทั้งผู้คนที่เขาติดต่อด้วยยกตัวอย่างเช่นอิงเทา จงปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเคารพ หากครั้งหน้าหลิงหลงจื่อมาหอสมบัติโอสถอีกจงรีบแจ้งข้าในทันที!ส่วนตระกูลหงนั้น ปิดกั้นให้หมด!”ชายชราออกคำสั่งอย่างจริงจังด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
นักปรุงยาระดับกลางพูดอย่างเคารพว่า “ขอรับ” ตอนนี้เขารู้สึกโชคดีอย่างอดไม่ได้โชคดีที่ก่อนหน้านี้เขาผูกไมตรีกับฟ่านเสวี่ยหลีอย่างดี ไม่เช่นนั้นคงแก้ไขได้ยากแล้ว
และไม่รู้ว่าเตาสำริดนั่นเป็นของแบบใดกันแน่
เขาเก็บความสงสัยนี้เอาไว้ในใจ