ตอนที่ 4 — เงาที่สะท้อนในกระจกบานเดิม
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงสะท้อนก้องไปตามทางเดินแคบๆ ของอาคารพาณิชย์เก่าแก่ย่านชานเมือง กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและคราบสนิมผสมผสานกับกลิ่นกระดาษเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบเชียบ แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากเพดานสาดแสงสีส้มสลัวกระทบกับผนังปูนเปลือยที่หลุดล่อนออกเป็แผ่นๆ
ในห้องทำงานขนาดเล็กที่อัดแน่นไปด้วยกองหนังสือปรัชญาและชั้นเอกสารไม้สัก ลูคัสนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์พกพา หน้าจอแสดงผลกราฟิกเส้นใยสีแดงที่กำลังกระพริบเตือนถี่รัว รินะยืนกอดอกอยู่ข้างๆ ดวงตาคมกวาดมองชุดข้อมูลชุดใหม่ที่เพิ่งถอดรหัสออกมาได้จากเซิร์ฟเวอร์สำรองขององค์กรเงา
ลูคัสถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือข้างหนึ่งขยี้เส้นผมของตัวเองด้วยความเครียดจัด
ลูคัส:
"ให้ตายเถอะรินะ... ยิ่งแกะรอยโค้ดอัลกอริทึมพวกนี้ลึกเท่าไหร่ ฉันยิ่งรู้สึกว่าพวกมันไม่ได้แค่ควบคุมพฤติกรรมคนเป็รายบุคคล แต่มันกำลังสร้าง 'ระบบนิเวศน์ทางจิตวิทยา' ที่สมบูรณ์แบบ พวกมันรู้ว่าจุดอ่อนของคนกลุ่มนี้คืออะไร เชื้อนิสัยตัวไหนมีความเข้มข้นสูงสุด และต้องใช้สิ่งแวดล้อมแบบไหนไปกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่"
รินะพยักหน้ารับ สีหน้าของเธอยังคงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความกังวลลึกซึ้ง นิ้วเรียวเคาะลงบนพื้นโต๊ะเบาๆ เป็จังหวะ
รินะ:
"ถูกต้อง... สิ่งที่ AI ของดร.วิชญ์ทำ ไม่ใช่การบังคับขู่เข็ญ แต่มันคือการ 'ป้อนอาหาร' ให้กับเชื้อต้นกำเนิดนิสัยที่หลับใหลอยู่ในตัวมนุษย์แต่ละคนอย่างแเี ยกตัวอย่างเช่น คนที่มีเชื้อความระแวงและความกลัวรุนแรง ระบบจะส่งข่าวสารปลอม ข่าวลือ หรือจัดฉากสถานการณ์รอบตัวให้เขารู้สึกว่าตนเองกำลังตกอยู่ในอันตราย เมื่อสิ่งกระตุ้นภายนอกตรงล็อกกับเชื้อภายใน เชื้อตัวนั้นก็จะเติบโตและขับเคลื่อนให้แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวออกมาโดยอัตโนมัติ โดยที่เ้าตัวคิดว่าเขาทำไปเพราะการปกป้องตัวเอง"
เสียงฝีเท้าแ่เบาแต่หนักแน่นดังขึ้นจากด้านหลัง เซบาสเตียนเดินเข้ามาในห้องด้วยท่าทีสงบนิ่ง สวมเสื้อคลุมสีเข้ม รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้า ทว่าแววตากลับฉายแววครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง เขากวาดสายตามองหน้าจอที่แสดงผังโครงข่ายพฤติกรรมหมู่คณะ
เซบาสเตียน:
"มนุษย์เรามักจะเข้าใจว่าความคิดและความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจตนเองคือ 'ตัวตนที่แท้จริง' ของเรา... แต่ความจริงแล้ว หากเราเฝ้าสังเกตดูให้ดี ความคิดส่วนใหญ่เป็เพียงผลลัพธ์จากการถูกกระตุ้นของโปรแกรมเก่าๆ ที่สะสมมานานต่างหาก"
ลูคัสหันมามองเซบาสเตียนด้วยความสงสัย
ลูคัส:
"แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะเซบาสเตียนว่า อันไหนคือความรู้สึกนึกคิดจริงๆ ของเรา และอันไหนคือโปรแกรมเชื้อนิสัยที่ถูก AI หรือสิ่งแวดล้อมภายนอกป้อนเข้ามาปลุกเร้า?"
เซบาสเตียนเดินไปหยิบแก้วน้ำชาบนโต๊ะ ยกขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะวางลงและหันมาสบตากับเพื่อนสนิททั้งสอง
เซบาสเตียน:
"ความแตกต่างมันอยู่ที่ 'ความตื่นตัว' และ 'ความว่าง' ลูคัส เมื่อไหร่ก็ตามที่เราถูกกระตุ้นด้วยเชื้อนิสัย ไม่ว่าจะเป็ความโกรธ ความโลภ หรือความหวาดระแวง จิตใจเราจะไหลตามกระแสความคิดนั้นทันที มันคือความเร่งรีบ รุ่มร้อน และยึดติดอย่างเหนียวแน่น แต่ถ้าเราฝึกฝนการ 'แว๊บว่างแบบบริสุทธิ์' ถอยออกมารับรู้ทุกอย่างด้วยความรู้สึกเป็กลางอย่างยิ่งยวด ไม่เข้าไปตัดสิน ไม่ต่อต้าน และไม่ไหลตาม... เราจะเห็นทันทีว่าตัวเชื้อนิสัยมันพยายามดิ้นรนหาอาหารกินจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว"
รินะั์ตาประกายแสงขึ้นมาทันที เธอนึกถึงหลักการที่เคยศึกษาและทดลองมา
รินะ:
"ฉันเข้าใจแล้ว... ยิ่งเรามีความรู้สึกเป็กลางจากการฝึกว่างที่เจือจางเข้าไปััรับรู้ตัวเชื้อฯ มากเท่าไหร่ ตัวเชื้อฯ ที่เคยเติบโตและถูกกระตุ้นซ้ำๆ ก็จะค่อยๆ ขาดอาหาร มันจะเริ่มฝ่อแคระแกร็นลง แต่จะไม่ตายหายไปไหน เพราะมันคือรากฐานทางชีวภาพของมนุษย์ แต่มันจะ 'หมดฤทธิ์' ที่จะมาควบคุมเราได้"
เซบาสเตียนพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ
เซบาสเตียน:
"ถูกต้องที่สุดรินะ... และนั่นคือเหตุผลที่องค์กรเงาพยายามสร้างระบบ AI ขึ้นมาเร่งเร้าความเข้มข้นของเชื้อนิสัยในหมู่ประชากร เพราะพวกเขารู้ดีว่า หากมนุษย์คนใดหลุดพ้นจากการควบคุมของเชื้อเหล่านี้และเข้าถึงความว่างได้ อำนาจในการครอบงำจิตใจผู้คนของพวกเขาก็จะพังทลายลงทันที"
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดเก่าๆ เกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ราวกับเสียงกระซิบจากโลกภายนอกที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในกำมือของอัลกอริทึม
ลูคัสขมวดคิ้วเล็กน้อย นึกถึงข้อมูลอีกส่วนหนึ่งที่เพิ่งดึงออกมาได้จากรายงานลับ
ลูคัส:
"แต่ยังมีอีกเื่หนึ่งที่ฉันเป็ห่วง... จากข้อมูลที่เราแกะรอยได้ องค์กรเงาไม่ได้หยุดอยู่แค่การทดลองในเขตอุตสาหกรรมชานเมืองแล้ว พวกเขากำลังขยายโครงการนี้ไปยังสถาบันการศึกษาและกลุ่มองค์กรการเมืองขนาดใหญ่ เป้าหมายต่อไปของพวกเขาคือการสร้าง 'พฤติกรรมความสัมพันธ์ในกลุ่มที่คงตัว' ในระดับโครงสร้างประเทศ ถ้าพวกเขาสามารถควบคุมทิศทางความคิดของกลุ่มผู้นำและเยาวชนได้พร้อมๆ กัน สังคมทั้งสังคมจะถูกล็อกให้อยู่ในวงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันหลุดพ้น"
รินะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเลื่อนหน้าจอแสดงภาพแผนผังโครงสร้างขององค์กร พร้อมกับจุดพิกัดลับที่ซ่อนอยู่ใจกลางเมืองหลวง
รินะ:
"ศูนย์ปฏิบัติการหลักของพวกมัน หรือที่เรียกว่า 'โครงการแพนอปติคอน' (The Panopticon Project) ตั้งอยู่ใต้ดินของอาคารศูนย์วิจัยเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ ที่นั่นมีเซิร์ฟเวอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทเทียม และมีดร.วิชญ์เป็หัวหน้าทีมควบคุมทั้งหมด"
เซบาสเตียนหันไปมองภาพแผนผังนั้น แววตาสุกสกาวทอประกายความเด็ดเดี่ยว มั่นคงดั่งขุนเขา
เซบาสเตียน:
"ถ้าอย่างนั้น... ก็ถึงเวลาที่เราจะต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง เพื่อเปิดเผยความจริงนี้ให้ผู้คนได้เห็นว่า พวกเขาไม่ได้ถูกควบคุมด้วยโชคชะตา แต่กำลังถูกครอบงำด้วยโค้ดและเชื้อนิสัยที่ถูกป้อนเข้ามา"
ลูคัสสูดหายใจเข้าลึก ผุดลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ แววตาเต็มไปด้วยความฮึกเหิมและความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย
ลูคัส:
"แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เซบาสเตียน?"
เซบาสเตียนยิ้มรับ ั์ตาสะท้อนภาพแสงไฟนีออนจากภายนอกหน้าต่าง
เซบาสเตียน:
"เริ่มต้นจากจุดที่ใกล้ที่สุด... คืนนี้ เราจะไปเยือนเขตทดสอบที่ 4 เพื่อปลุกสติและส่งต่อ 'ความว่าง' ให้กับผู้คนที่กำลังหลงทางอยู่ในกำมือของ AI เป็ก้าวแรก"