หลังจากที่แน่ใจว่าชากลับไปเรียบร้อยแล้วนัชก็เดินกลับเข้ามาในบริเวณสตูดิโออีกครั้งบรรดาทีมงานต่างพากันเร่งมือเก็บข้าวของอุปกรณ์ไฟกันอย่างขะมักเขม้นบ่งบอกชัดเจนว่าภารกิจการถ่ายทำประจำวันได้สิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการแล้วนัชเดินตรงดิ่งไปยังห้องพักส่วนตัวของนางเอกสาวทันที
“เรียบร้อยดีใช่ไหมครับพี่ออย เดี๋ยวไปรถผมแล้วกันครับ”
“เอาแบบนั้นก็ได้เดี๋ยวฉันโทรบอกให้ผู้จัดการเอารถของฉันกลับไปก่อน... ว่าแต่เธอแน่ใจนะว่าจะไม่มีปัญหาอะไรกับยัยผู้จัดการคนนั้นน่ะ”
“จะมีปัญหาอะไรล่ะครับก็แค่ผู้จัดการรับจ้างทั่วไป ป่านนี้คงออกไปไกลแล้วแหละครับ”
“ฉันไม่ได้หมายถึงเด็กซื่อบื้อคนนั้นหรอกนะหมายถึงวี... ผู้จัดการคนเก่าคนแก่ของเธอต่างหากล่ะ”
เมื่อได้ยินชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากนางเอกรุ่นพี่นัชถึงกับชะงักกึกนิ่งอึ้งไปชั่วขณะเพราะรู้ดีว่าออยกำลังหมายถึงวีคนสนิทที่เพิ่งมีปัญหาหมางใจกันไปแต่เขาก็เลือกที่จะปั้นหน้ายิ้มกลบเกลื่อนความอึดอัดแล้วตอบเสียงเรียบ
“คนเก่าก็คือคนเก่าคนที่จบกันไปแล้ว..จะต้องกังวลไปทำไมครับคืนนี้...เราไปมีความสุขด้วยกันดีกว่า..อย่าสนใจคนอื่นเลย”
จากนั้นทั้งคู่ก็เดินออกไปขึ้นรถส่วนตัวแล้วขับออกไปจากกองถ่ายด้วยกัน
นัชขับรถพาออยนางเอกสาวมุ่งหน้าไปยังบ้านของเขา แถวชานเมืองบ้านหลังนี้เขาซื้อเก็บไว้ตั้งแต่หลายปีก่อนและแวะเวียนมาพักผ่อนบ้างเป็นครั้งคราวซึ่งทันทีที่ออยก้าวเท้าลงจากรถและกวาดสายตามองรอบ ๆเธอก็รู้ทันทีว่าสถานที่ลับตาคนแห่งนี้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเรื่องอะไร
“บ้านสำหรับปาร์ตี้สินะ”
“แหม...มองผมทะลุปรุโปร่งเลยนะครับ”
ออยหัวเราะและเดินนำเข้าไปในบ้านทันทีแต่ยังไม่ทันจะเดินพ้นขอบประตูห้องนั่งเล่นด้วยซ้ำออยก็จัดการปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจนหมดเปลือกปล่อยเรือนร่างเปลือยเปล่าล่อนจ้อนกลางบ้าน ในขณะที่นัชเดินตรงดิ่งไปเปิดตู้เย็นหยิบขวดไวน์รสเลิศที่แช่เย็นจัดออกมาแล้วรินใส่แก้วออยเดินตามเข้าไปในโซนครัวด้วยสภาพเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิด พิงขอบประตูและส่งสายตายั่วยวนชายหนุ่มที่กำลังรินไวน์
“เตรียมพร้อมจังนะ” ออยส่งสายตาไปที่นัชอีกครั้ง
“แช่ไว้นานแล้วต่างหากครับ...”
นัชหันกลับมาสบตาพร้อมกับยกแก้วไวน์ขึ้นจิบเคล้ากับสายตาที่กวาดมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ดูรีบจังนะครับ”
“พรุ่งนี้มีถ่ายแต่เช้า...อยู่นานไม่ได้หรอกนะ”
“แย่จัง...นึกว่าจะได้จัดสักหลาย ๆ รอบเสียหน่อย”
หลังนัชพูดจบ ออยก็ไม่รอช้าเธอเดินเข้าไปประชิดตัวนัชในห้องครัวทันที ก่อนเอื้อมมือไปดึงขอบกางเกงของเขาลงอย่างรู้หน้าที่ปรนเปรอเล้าโลมชายหนุ่มด้วยชั้นเชิงของมืออาชีพนัชหลับตาพริ้มดื่มด่ำกับสัมผัสนั้น แก้วไวน์ถูกกระดกดื่มมรวดเดียวจนหมดเกลี้ยงก่อนจะโยนทิ้งไปจากนั้นก็จัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมดแล้วอุ้มร่างออร่าของนางเอกสาวขึ้นไปนั่งแปะอยู่บนเคาน์เตอร์ครัวเริ่มต้นบทรักเร่าร้อนแลกลิ้นกอดจูบลูบไล้อย่างไม่รีรอทั้งคู่โถมเข้าหากันอย่างแนบแน่นบนเคาน์เตอร์ครัวจนกระทั่งจังหวะรักดำเนินมาถึงจุดไคลแม็กซ์
“ไม่มีถุงยางอนามัยนะครับ”
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันกินยาคุมอยู่... กระแทกแรงๆ ให้ถึงใจฉันหน่อยสิทำต่อให้เสร็จนะ”
สิ้นคำอนุญาตนั้นนัชก็เดินหน้าต่อด้วยความลุ่มหลงอย่างไร้ความลังเลและไม่คิดจะฉุกคิดสักนิดว่าการปล่อยตัวตามอารมณ์ดิบเถื่อนเช่นนี้จะอันตรายแค่ไหนสัญชาตญาณความต้องการเข้าครอบงำจนเขาไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไปปล่อยให้อารมณ์พาไปจนกระทั่งปลดปล่อยทุกหยาดหยดไว้ภายในออยส่งเสียงครางกระเส่าด้วยความเสียวซ่านสะท้านทรวง เธอยังคงต้องการรสรักซ้ำ ๆต่ออีกรอบ แต่แรงขับเคลื่อนของนัชกลับมอดดับลงจนไม่สามารถสานต่อได้ไหวแล้ว
“เสร็จแล้วเหรอ....”
“เก็บไว้คราวหน้าแล้วกันครับพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไม่ใช่เหรอ”
ออยทำหน้าเซ็งเล็กน้อยก่อนจะยอมหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ตามเดิม
นัชขับรถไปส่งออยที่บ้านพักจนเรียบร้อย ก่อนจะวกกลับมาถึงคอนโดของเขา ก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่งกว่าแล้วร่างกายเหนื่อยล้าจนแทบอยากจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงให้รู้แล้วรู้รอดแต่พอไขกุญแจเปิดประตูห้องและกดเปิดไฟสว่าง นัชก็ต้องสะดุ้งด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โซฟา
“วี”
“เธอมาทำอะไรที่นี่?” นัชถามขึ้น
“เดี๋ยวนี้ฉันมาที่นี่ไม่ได้แล้วเหรอถ้าไม่อยากให้ฉันโผล่มา ก็เปลี่ยนรหัสผ่านกับคีย์การ์ดใหม่ซะสิ”
นัชถอนหายใจเฮือกใหญ่โยนกระเป๋าลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด
“มีอะไรก็รีบ ๆพูดมา นัชเหนื่อย...อยากนอนแล้ว”
“ไปเอากับอีแก่นั่นมาจนเหนื่อยเลยงั้นเหรอไหนสัญญากันไว้แล้วไงว่าถ้าฉันยอมถอยเรื่องยัยชา นัชก็จะเลิกยุ่งกับคนอื่น!”
“วี...อย่ามาหาเรื่องชวนทะเลาะตอนนี้ได้ม่ะ บอกแล้วไงว่าเหนื่อย!”
นัชตัดบทแล้วทำท่าจะเดินหนีเข้าห้องนอน วีไม่ยอมแพ้เดินตามไปติดติด
“นัชบอกเองไม่ใช่เหรอว่าถ้าฟันยัยราชาวดีนั่นให้หนำใจแล้วก็จะยอมแต่งงานกับฉันไง แล้วทำไมตอนนี้เธอยังแอบไปเอากับคนอื่นอยู่อีก....ฉันอุตส่าห์ลงทุนจ้างแฟนเก่าของนายดินให้กลับไปหาเพื่อที่ชาจะได้อกหักจนต้องวิ่งแจ้นมาซบไหล่นายแล้ว ฉันทำทุกอย่างแล้วนะนัช คงไม่คิดจะผิดสัญญากับฉันใช่มั้ย”
วีจ้องเขม็งด้วยแววตาอาฆาตแต่นัชกลับตีหน้ามึนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เดินไปรินน้ำดื่มกินอย่างสบายใจเฉิบวีลุกขึ้นและยื่นคำขาด
“วีให้เวลานัชอีกแค่สามเดือนเท่านั้น...ไปจัดการยัยราชาวดีนั่นให้หนำใจซะ และหลังจากนั้น ทั้งชีวิตนี้อย่าหวังว่านัชจะได้มีใครอีกเด็ดขาดและถ้านัชกล้าผิดสัญญาเมื่อไหร่ วีนี่แหละจะเป็นคนทำลายทุกสิ่งในชีวิตนัชเอง”
วีระเบิดอารมณ์โกรธเกรี้ยว คว้ากระเป๋าแล้วก้าวออกจากห้องไป ก่อนจะกระแทกประตูปิดดังสนั่นนัชทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาแล้วพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียดด้วยความเบื่อหน่ายเขาไม่ได้รู้สึกสะท้านสะเทือนกับคำขู่นั้นเลยสักนิดสิ่งเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวสมองตอนนี้คือ ทำอย่างไร วีถึงจะไสหัวออกไปจากชีวิตของเขาได้เสียที
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
หกโมงเช้าของวันถัดมา เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นปลายสายคือทีมงานกองถ่าย แจ้งข่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่าจนป่านนี้นัชยังไม่มาเข้าฉากถ่ายทำเลยฉันประหลาดใจเล็กน้อย เพราะเห็นเขาบอกว่าจะค้างที่กอง
“นัชไม่ได้ค้างที่สตูดิโอเหรอคะ”
“เปล่าเลยครับเลิกกองตั้งแต่ทุ่มครึ่งและก็ออกไปกับคุณออย..แจ้งไปแล้วนะครับว่าขอเก็บงานวันนี้อีกรอบเฉพาะส่วนของคุณนัชก็เห็นรับปากเป็นอย่างดี...เฮ้อ...รู้อย่างนี้ผมน่าจะโทรแจ้งคุณชาตั้งแต่เมื่อวาน”
“ทราบแล้วค่ะเดี๋ยวชาจะลองโทรตามดู”
ฉันไม่รอช้า รีบกดเบอร์โทรหานัชยิก ๆ ในใจก็กังวลว่าเขาจะเกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นระหว่างทางหรือเปล่าอีกใจก็ขุ่นมัวที่เขาโกหกว่าจะค้างที่กอง แต่โทรไปเท่าไหร่ก็ไร้การตอบรับฉันเลยตัดสินใจขับรถไปที่คอนโดส่วนตัวของเขาโดยด่วน ยืนกดกริ่งเรียกอยู่หน้าห้องเป็นนานสองนานกว่าคุณหล่อจะยอมเปิดประตูออกมา แล้วก็กลับไปนอนซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงนอนอย่างสบายใจเฉิบเหมือนเดิม
“วันนี้มีคิวถ่ายไม่ใช่เหรอ...ทำไมยังมานอนอยู่อีก”
“เมื่อคืนเหนื่อยล้าสะสมมาทั้งวันขี้เกียจเกินกว่าจะลุกไหวแล้วเนี่ย” นัชส่งเสียงงอแง
“แต่ทางกองถ่ายเขาบอกว่านัชออกไปกับคุณออยตั้งแต่เลิกกองตอนทุ่มครึ่งนะไหนมากันแน่”
ฉันขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัยปนความไม่พอใจเล็กน้อย นัชใช้ไม้ตาย ดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้แน่น ก่อนพล่ามคำโกหกออกมา
“จู่ๆผู้กำกับก็ขอเลื่อนให้มาถ่ายช่วงเช้า พี่ออยให้ผู้จัดการขับรถกลับไปแล้วก็เลยต้องไปส่งเขาที่บ้านน่ะ ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกก่อน”
ฉันรู้ทันทีว่านั่นเป็นคำโกหก ความสามารถพิเศษของเขาคือการตลบตะแลงเอาตัวรอดไปวันๆเดาได้ไม่ยากเลยว่าเมื่อคืนเขาคงแอบไปนอนกกกับดาราสาวรุ่นใหญ่คนนั้นและแน่นอนว่าความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเริ่มกัดกินหัวใจฉันอีกครั้งเพราะมันชัดเจนเหลือเกินว่าเขาไม่ได้จริงใจกับฉันอย่างที่ปากพูดเลยสักนิด
ฉันจิกให้นัชลุกไปแต่งตัว กว่าจะออกจากคอนโดได้ก็9 โมงกว่าทันทีที่ก้าวเท้าลงจากรถ สายตาของคนทั้งกองก็หันขวับมามองเป็นตาเดียว ฉันรู้สึกอับอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนี และยิ่งไปกว่านั้นคุณออยนางเอกสาวคนสวยก็เดินตรงปรี่เข้ามาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้กับนัชแค่กวาดตามองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่ารอยยิ้มแบบนั้นมันหมายความว่าอย่างไรเมื่อคืนพวกเขาแอบไปทำลับ ๆ ล่อ ๆ อะไรกันมาบ้าง ฉันฉุนขาดจนทนยืนดูต่อไม่ไหวตัดสินใจสะบัดหน้าพรืดเดินหนีออกมายืนสงบสติอารมณ์อยู่ด้านนอกสตูดิโอ
นัชเดินตามออกมาและพยายามจะเคลียร์ใจกับฉันเรื่องเมื่อคืน
“ขอโทษนะชาที่ไม่ได้บอกก่อนว่าไปไหน”
“อืม...มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับชาสักหน่อยนี่คะ ที่นัชจะไปไหนกับใครหรือทำอะไร จนถึงตอนนี้ชายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสถานะของตัวเองในชีวิตนัชคืออะไร”
“ชาก็เป็นคนพิเศษที่สุดของนัชยังไงล่ะ”
เขาส่งยิ้มพิฆาตมาให้แต่ครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ใจฉันสั่นไหว ฉันยังคงนิ่ง ไม่โต้ตอบกลับอะไรนัชจึงเขามานั่งใกล้ๆ และใช้ไม้ตายท่าใหม่อีกครั้ง
“ชา...นัชไม่ได้มีคนอื่นหรอกนะไม่ได้โกหกจริงๆ ถ้าชาไม่เชื่อ ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ กันก็ได้ คอนโดฝั่งตรงข้ามนัชเขาให้คนเช่าอยู่มาอยู่ที่นั่นมั้ย จะได้ไปมาหากันสะดวก และก็จะได้มีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นด้วยไง”
แม้ในใจจะแอบคิดทบทวนอยู่บ้าง แต่การที่เขากล้าเสนอให้ฉันมาอยู่ใกล้ๆก็ซื้อใจฉันได้ส่วนหนึ่ง ฉันพยักหน้าลงเพื่อตอบรับแล้วทุกอย่างมันก็จบลงด้วยความใจอ่อนของฉันอีกเช่นเคย
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*