ห้องทั้งห้องเงียบสนิทราวกับโลกภายนอกไม่มีอยู่จริง
แสงจันทร์สาดลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาเบา ๆ
ลูบไล้ลงบนร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียง
ซู่เหยียนจื่อ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
ไม่มีแม้แววประหลาดใจในดวงตา
เหมือนเพียงแค่ตื่นมา…เพื่อ “อยู่อีกวันหนึ่ง” เท่านั้น
เขาขยับตัวช้า ๆ ยันกายขึ้นนั่งตรงขอบเตียง
หลังงองุ้ม ไหล่ตกตามแรงใจที่แทบไม่หลงเหลือ
เขานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน…ไม่พูดไม่จา
และจู่ ๆ ดวงตาของเขาก็เหม่อลอยขึ้น
...หันไปทางหน้าต่างบานนั้นโดยไม่มีเหตุผล
ไม่ใช่เพราะแสงจันทร์
ไม่ใช่เพราะลมที่พัดม่านไหว
แต่เป็ อะไรบางอย่าง ที่ทำให้เขา…
อยากมองไปทางนั้น
ดวงตาของเขาจ้องผ่านบานหน้าต่างนั้นออกไป
ว่างเปล่า...
แต่ลึกลงไปในหัวใจของใครอีกคน กลับสั่นะเือย่างรุนแรง
อีกฟากหนึ่งของหน้าต่างแห่งฝัน
เซ็นยืนนิ่ง
ร่างของเขาซ่อนอยู่ในเงา...แต่ดวงตายังคงมองไปยังเด็กหนุ่มที่นั่งอยู่ในลำแสงจันทร์
...และในชั่วขณะนั้น
สายตาของซู่...สบเข้ากับสายตาของเขา
มันไม่ใช่การสบตาของคนสองคน
แต่มันคือ “จิติญญา” ที่ัักันในเสี้ยววินาที
ไม่ใช่เงา
ไม่ใช่เสียง
ไม่ใช่สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตา
แต่ลึกลงไปในอก…
มีบางอย่างกระซิบบอกเขาว่า
ตอนนี้…เขาไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไป
เซ็นตัวสั่น
หัวใจเต้นแรงราวกับจะะเิ
ไม่ใช่เพราะกลัว
แต่เพราะ เขาแน่ใจ
"เขาเห็นผม...?"
แม้ซู่จะยังไม่ขยับ
แม้ในสายตานั้นจะยังไร้ความหมาย
แต่สำหรับเซ็นแล้วมันคือ “ครั้งแรก” ที่ดวงตาคู่นั้นมองมาที่เขา
ถึงจะเป็เพียงโดยไม่ตั้งใจ…
แต่มัน “เชื่อม” กันแล้วจริง ๆ
เขาขยับริมฝีปากแ่เบา
เสียงหลุดออกมาเบา ๆ ราวกับกลัวมันจะทำลาย่เวลานี้ไป
“...ได้ยินเสียงของผมมั้ย…”
ซู่เหยียนจื่อใ!
ทั้งร่างสะดุ้งพรวด
เขาดีดตัวไปชิดขอบเตียงอีกฝั่งทันที
“ใคร!? เสียงใครกัน!?”
เขามองรอบห้องอย่างระแวดระวัง
แต่ไม่มีสิ่งใดอยู่ตรงนั้นเลย
นอกจากความว่างเปล่ากับหัวใจของเขาเอง
“คุณ…มองไม่เห็นผมหรอ…”
เสียงจากความว่างเปล่าดังขึ้นอีกครั้ง
“ท่านคือใคร…” ซู่พึมพำ
“เหตุใดข้าถึงได้ยินเสียงท่าน…”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ผมแค่…อยากช่วยคุณ…”
เสียงนั้นอ่อนโยน
ไม่ใช่เสียงของคนที่้าอะไร
แต่เป็เสียงของ “ใครบางคน”…ที่ “อยู่” ตรงนี้มานานมากแล้ว
ซู่ค่อย ๆ ลดการป้องกันลง
เขานั่งลงช้า ๆ มองไปที่อากาศตรงหน้า
แล้วพูดกับความว่างเปล่า
“ท่านชื่ออะไร…”
“ผมชื่อ...เซ—”
จู่ ๆ เสียงก็ขาดหายไป
ราวกับมีบางอย่างตัดมันกลางอากาศ
หรือ…ราวกับว่าโลกนี้ “ปฏิเสธ” ที่จะรับฟังชื่อนั้น
“ข้าไม่ได้ยิน...” ซู่ขมวดคิ้ว
“ทำไมกัน... หรือว่า…”
เขาหันไปมองหน้าต่างอีกครั้ง
แล้วกระซิบกับตัวเอง
“หรือว่า…ท่านจะเป็เศษเสี้ยวิญญาของผู้ที่แข็งแกร่งมาก...?”
“ที่ล่วงลับไปแล้ว…แต่ยังไม่จากโลกนี้ไป…”
เซ็นเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงมั่นคง
“ผมอยากคุยกับคุณ…มานานแล้ว”
“ผมพยายามจะสื่อสารมาตลอด…แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่คุณรู้สึกหรือได้ยินเสียงถึงผมเลย…”
เขาหลุบตาลงเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มบาง ๆ
“แต่สุดท้าย…ผมก็ทำมันได้”
ซู่เงียบ
หัวใจของเขาเหมือนถูกบีบเบา ๆ
แม้จะยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคือใคร
แต่เขากลับรู้สึกถึงบางอย่าง…ที่เรียกว่า “อบอุ่น”
“...ท่านมาที่นี่…เพื่ออะไร…” เขาถามเบา ๆ
เซ็นไม่ลังเลเลยสักนิด
เสียงของเขาดังขึ้น ชัดเจนกว่าครั้งไหน
“เพื่อบอกคุณว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว”
...ในค่ำคืนนั้น
ซู่เหยียนจื่อยังคงนั่งนิ่งอยู่ตรงขอบเตียง
ไม่ตอบอะไรอีก
แต่ในแววตาของเขา
มีประกายเล็ก ๆ สะท้อนแสงจันทร์อยู่ในนั้น
ราวกับ…ใจของเขา
เริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เื่นี้เราจะไปกันแบบช้าๆ และจะไม่มีทางเร่ง
เพราะทุกตัวละคร...ต้องเติบโตในแบบของตัวเอง
บางครั้ง ความรู้สึกที่เหมือนไม่สำคัญ
อาจเป็สิ่งที่ “เปลี่ยนทั้งจักรวาล” ได้
ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้ ขอบคุณที่เฝ้ามองพวกเขาเติบโต
เราจะค่อย ๆ เดินไปด้วยกัน...ช้า ๆ แต่มั่นคง