ตอนที่8การคัดเลือกศิษย์สำนักกระบี่เมฆา
สุดท้ายหลินฉีก็เดินไปหาฮุ่ยเหอแล้วแนะนำหลินเฟิงให้ฮุ่ยเหอรู้จักฮุ่ยเหอไม่มองหน้าหลินฉีแต่สำรวจหลินเฟิงั้แ่หัวจดเท้าถึงขนาดเดินวนรอบหลินเฟิงก่อนจะพยักหน้าเบาๆ กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มแบบmaternalloveว่า “หน้าออกไปทางแม่จริงๆ”
หลินฉีดูชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร หลินเฟิงได้แต่มองหน้าพ่อของตนสลับกับฮุ่ยเหอได้แต่คิดในใจว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์ยังไงกันแน่ ชักอยากรู้แล้วสิ
เวลาผ่านไปไม่นานก็มีศิษย์กระบี่เมฆาคนหนึ่งวิ่งมาคำนับฮุ่ยเหอแล้วพูดว่า“ท่านผู้าุโฮุ่ยเหอ ถึงเวลาแล้วขอรับ” ฮุ่ยเหอพยักหน้าจึงสั่งการไปว่า“ เริ่มเลย”
เสียงกลองก็ดังขึ้น ก่อนศิษย์คนนั้นจะะโว่า “การคัดเลือกศิษย์สำนักกระบี่เมฆาเริ่มต้นขึ้นณ บัดนี้!!!” ผู้ชมทุกคนไม่ว่าจะอยู่ชั้นบนหรือล่างต่างเฮลั่นลานประลอง
“การคัดเลือกศิษย์ครั้งนี้ที่เมืองหลินอานพิเศษกว่าครั้งก่อน เพราะผู้าุโแห่งภูผากระบี่ธารามาทำการคัดเลือกศิษย์ด้วยตัวเองดังนั้นถึงเวลาแล้วที่พวกท่านต้องแสดงคุณสมบัติที่โดดเด่นเพียงพอให้ผู้าุโได้ประจักษ์ขอเชิญผู้้าคัดเลือกคู่แรกขึ้นเวทีปะลอง จินเปียว กับป่าวหู้”
สิ้นเสียงประกาศของศิษย์พี่ผู้นั้นชายหนุ่ม2คนก็ขึ้นเวทีไปประลองทันที การคัดเลือกศิษย์สำนักกระบี่เมฆาก็มีเกณฑ์ดังนี้อายุ18ปีไม่เกิน25ปี มีเส้นลมปราณสามารถฝึกลมปราณได้ที่เหลือก็มาประลองกันโชว์ความสามารถให้ผู้าุโได้เห็น
‘นึกว่าจะมีหินวัดพร์แบบในนิยายซะอีก’หลินเฟิงคิดในใจแต่ก็พอเข้าใจได้ว่าหากมีหินนั้นจริงๆคงไม่เอาออกมาวัดโชว์ในการคัดเลือกศิษย์ต่อหน้าผู้คนเยอะขนาดนี้แน่ๆเกิดใครมีพร์มากเกินไป สำนักคู่อริย่อมต้องขัดขวาง ต่อสู้แก่งแย่งผู้เข้าทดสอบก่อนที่จะเข้าสำนักแน่นอนหรืออาจถึงขั้นกำจัดคงวุ่นวายน่าดู
ทั้งหลินเปียวและป่าวหู้ต่างก็อยู่ในขั้นกายหยาบระดับ5เท่ากัน ซึ่งน่าจะเป็การจัดเรียงของศิษย์พี่คนนี้เพื่อให้ระดับเท่ากันมาเจอกันเพื่อให้สูสีและแสดงศักยภาพออกมาให้ได้มากที่สุด
ทั้งสองคนใช้กระบี่ห้ำหั่นกันย่างดุเดือดสุดท้ายหลินเปียวก็สามารถใช้เล่ห์เตะขาหลังของป่าวหู้ที่เริ่มเหนื่อยล้าให้เสียหลักจนล้มได้เมื่อป่าวหู้ตั้งสติและเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับกระบี่มาจ่อที่ใบหน้าของเขาแล้ว
“หลินเปียวเป็ฝ่ายชนะ” ศิษย์พี่หันหน้าทางฮุ่ยเหอ เห็นฮุ่ยเหอยืนกอดอกและส่งสัญญาณพยักหน้า2ครั้งจึงประกาศว่า “ทั้งหลินเปียวและป่าวหู้ได้รับเลือกเป็ศิษย์นอกสำนักกระบี่เมฆา”
หลังจากนั้นการคัดเลือกศิษย์ก็ดำเนินต่อไปั้แ่กว่า2วัน สำหรับหลินเฟิงแล้วถือว่าไม่รู้สึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย เพราะเป็การปะลองการต่อสู้เพื่อเข้าเป็ศิษย์สำนักดังเมืองหลินอานก็เป็หัวเมืองหลักทางเหนือ ลูกหลานตระกูลชั้นสูงส่วนใหญ่โชว์กระบวนท่าไม้ตายก้นหีบกันอย่างสุดความสามารถเปิดหูเปิดตาหลินเฟิงที่พึ่งข้ามภพมาเป็อย่างมาก
หากใครถามว่าเมื่อไหร่จะถึงตาหลินเฟิงขึ้นไปปะลองน่ะหรอ ฮะฮ่า รู้รึป่าวว่านี่ลูกใคร ลูกชายเพียงคนเดียวของเ้าเมืองหลินอานเลยนะเฟ้ยแม้ไม่มีพร์ก็สามารถฝากไปเป็ศิษย์ได้โดยไม่มีใครว่า ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลินเฟิงที่พึ่งทะลุผ่านระดับหลอมกระดูกขั้นแรกมาหลังจากติดอยู่กายหยาบขั้น9มาั้แ่เ้าของร่างคนก่อนซึ่งถือว่ามีพร์มากเทียบเท่าเสี่ยวเหมยคู่หมั้นของตนดั่งคู่ักับหงส์เลยทีเดียวดังนั้นหน้าที่ของหลินเฟิงคือเป็ผู้ชมที่ดีนั่งหยิบป๊อบคอร์น เอ้ย จิบชาดูชิวๆ
เวลาล่วงผ่านไปเป็วันที่3ของการคัดเลือกศิษย์ในที่สุดผู้เข้าคัดเลือกที่ลงทะเบียนไว้ก็ขึ้นปะลองครบ หลินเฟิงพบว่าจากการคัดเลือกหนุ่มสาวที่ฝึกปราณได้ประมาณ800คนมีผู้ผ่านเข้าเป็ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาเพียง50คนเท่านั้นบางครั้งผู้ชนะก็ไม่ได้รับเลือกผู้แพ้กลับได้ หรือทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ได้รับเลือกทั้งคู่ทุกคู่ประลองอยู่ในสายตาของผู้าุโฮุ่ยเหอทั้งสิ้นการแข่งขันจึงเหมือนการสอบเข้ามหาลัยดัง โดยแม้จำนวนจะน้อยกว่ามากแต่ก็ต้องคำนึงด้วยว่าไม่ใช่คนทุกคนจะเกิดมามีเส้นลมปราณที่ฝึกปราณได้คนส่วนใหญ่เป็คนธรรมดาคนที่ลงทะเบียนมาทดสอบกว่า800คนต่างก็เป็ผู้ฝึกตนทั้งสิ้น จะเห็นว่าการแข่งขันของสำนักใหญ่จึงสูงมาก
ต่อจากนี้อีก1วันก็เป็รอบเก็บตกของผู้ที่มาสายไม่ได้ลงทะเบียนไว้ หรือผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินหรือแสดงผลงานไม่ดีให้มีโอกาสขึ้นมาท้าประลองใหม่ได้ โดยเรียกชื่อคนที่จะประลองด้วยโดยต้องไม่ห่างขั้นกับตนเกินไปผู้ถูกท้ามีสิทธิปฏิเสธ
ผู้เข้าคัดเลือกต่างก็ยังขึ้นไปประลองกันอย่างไม่ยอมแพ้ในโชคชะตาที่จะคว้าโอกาสเข้าสำนักดังหลินเฟิงที่กำลังมองคู่ประลองหนึ่งอย่างสนใจก็ต้องสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงแข็งกร้าวของหญิงสาวะโเรียกชื่อตนมาจากเวทีประลองหนึ่ง“หลินเฟิง ชั้นขอท้านายมาประลองเดี๋ยวนี้”
ผู้คนที่ได้ยินชื่อหลินเฟิงต่างหันไปทิศต้นทางของเสียงอย่างสนใจแม้แต่คู่ที่ประลองอยู่ก็หยุดห้ำหั่นกันแล้วหันมาสนใจต้นเสียงทันที
หญิงสาวคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหญิงงามอันดับหนึ่งของเมือง เสี่ยวเหมย นางเอกผู้ซึ่งตั้งปณิธานว่าจะอัดหลินเฟิงให้น่วมแก้แค้นเย่ฟานและตัวเธอเองที่โดนบังคับให้หมั้นหมายอย่างไม่ยินยอมนั่นเอง
‘เอ่อ..’ หลินเฟิงที่วางแผนว่าจะเป็ผู้ชมที่ดีก็ถึงกับไปไม่เป็ใครจะไปคิดว่าคู่หมั้นชองตนจะท้าประลองตนทั้งที่ไม่มีความจำเป็เลยแม้แต่น้อย เพราะด้วยพร์ขั้นหลอมกระดูกและอำนาจเส้นสายตระกูลของทั้งคู่ต่างก็เข้าเป็ศิษย์สำนักกระบี่เมฆาได้เลยโดยไม่ต้องออกเรี่ยวแรงแม้แต่น้อย