“ท่านแม่เจ้าคะ ช่วงนี้ข้าเห็นว่าท่านดูแปลกไป ท่านมีเรื่องไม่สบายใจหรือไม่เจ้าคะ” เฉาหลันถามแม่สามี
ไฉซื่อมองลูกสะใภ้พร้อมกับส่งยิ้มให้ “หลันเอ๋อ ข้ารู้ว่าเจ้ารู้เรื่องของพ่อสามีกับสามีของเจ้าแล้วใช่ไหม”
“เรื่อง...เรื่องอะไรหรือเจ้าคะ” เฉาหลันก้มหน้าเพื่อซ่อนสายตาหวาดกลัวไว้ ตั้งแต่ที่นางได้ยินที่พ่อสามีกับสามีของนางพูดกัน ทำให้ตอนนี้นางไม่รู้ว่าจะเชื่อใจใครได้ อีกทั้งนางยังคิดไม่ตกว่าจะนำเรื่องที่ได้ยินไปบอกกับหยุนหนิงเอ๋อดีไหม เพราะถ้าหากพูดออกไปแล้วไม่มีใครเชื่อ ถึงตอนนั้นนางก็ไม่รู้ว่าสามีจะจัดการกับนางอย่างไร ยังมีลูกชายที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกขึ้นมาอีก นางกลัวว่าพ่อสามีกับสามีจะทำร้ายลูกชายของนาง
“ตั้งแต่เจ้าแต่งเข้ามาอยู่ในบ้าน เจ้าก็อยู่กับข้ามาตลอด นิสัยของเจ้าเป็นยังไงทำไมข้าจะไม่รู้ แล้วยิ่งพักหลังที่เจ้าดูจะกลัวตาเฒ่ากับอาเปียวถึงเพียงนั้น มีหรือที่ข้าจะเดาไม่ออกว่าเจ้าคงไปรู้เรื่องชั่วๆ ของพวกเขาเข้าแล้ว” ไฉซื่อยิ้มหยัน “เป็นยังไงบ้างล่ะ พ่อสามีที่ยุติธรรมกับสามีที่ซื่อสัตย์ที่สุดในหมู่บ้าน”
เฉาหลันคุกเข่าลงอย่างหวาดกลัว “ข้าสัญญาเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าสัญญาว่าจะไม่นำเรื่องนี้ออกไปบอกกับใคร ท่านแม่โปรดให้อภัยข้าด้วย ท่านแม่ไว้ชีวิตข้าด้วยเจ้าค่ะ”
“เจ้าลุกขึ้นมาก่อนเถอะ”
“ไม่เจ้าค่ะท่านแม่...ข้าพูดจริงนะเจ้าคะว่าข้าจะไม่นำเรื่องนี้ไปบอกใครอย่างแน่นอน หากข้าทำเช่นนั้นขอให้ข้าไม่ตายดี”
“เจ้าไม่จำเป็นต้องสาบาน เพราะข้าไม่ได้คิดที่จะเอาชีวิตเจ้า แต่ข้าอยากปรึกษาเจ้าเกี่ยวกับอนาคตของพวกเรา”
เฉาหลันเงยหน้าขึ้น “อนาคตของพวกเราอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ท่านแม่...ท่านคงไม่ได้หมายความว่าจะให้อาเปียวรับเถ้าแก่เนี้ยหูเข้ามาเป็นอนุของข้าใช่ไหมเจ้าคะ ข้า...ข้าเทียบกับนางไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ข้ายินดีหย่า ขอแค่ท่านแม่ยกเสี่ยวปิงให้ข้าจะได้หรือไม่เจ้าคะ”
“เสี่ยวปิงเป็นหลานชายคนแรกของข้า ข้าจะยกเขาให้เจ้าได้ยังไง เจ้าฟังข้าพูดให้จบก่อนดีไหม อย่าเพิ่งตีโพยตีพาย”
ไฉซื่อพยุงลูกสะใภ้ให้ขึ้นมานั่ง จากนั้นแม่สามีกับลูกสะใภ้ก็พูดกันอยู่เป็นนานสองนาน สุดท้ายเฉาหลันก็รับปากว่าจะทำทุกอย่างตามที่แม่สามีบอก ไฉซื่อพอใจกับท่าทางของลูกสะใภ้เป็นอย่างมาก จากนั้นทั้งคู่ก็แยกย้ายกันไปทำงานบ้าน ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ที่บ้านสกุลหยุน หลังจากที่แม่หยุนพาหยุนไป๋กลับมาจากศาลบรรพชน นางก็รีบเข้าไปเอาเงินเก็บเพื่อให้ลูกชายนำไปซื้อยาแก้พิษให้ลูกสาวตามที่ท่านหมอแนะนำ
“เจ้ารีบไปซื้อยากลับมา ข้าจะได้ต้มยาให้หนิงเอ๋อกิน” แม่หยุนยัดเงินใส่มือลูกชาย แต่หยุนไป๋ไม่รับ
“ท่านแม่ใจเย็นก่อนขอรับ”
“ยังจะมาใจเย็นอะไรอีก เรื่องของน้องสาวเจ้าใจเย็นได้หรือ ถูกพิษแล้วไม่รีบรักษา ไม่เท่ากับให้นางรอวันตายหรือไง”
หยุนไป๋ทำท่าทางให้มารดาเบาเสียงลง จากนั้นเขาก็กระซิบบอก “เรื่องวันนี้เป็นแผนของหนิงเอ๋อขอรับ นางจะหาคำตอบว่าใครเป็นคนวางยา ส่วนเรื่องยาแก้พิษ นางก็ซื้อมาแล้วขอรับ”
“ที่เจ้าพูดมาเป็นความจริงใช่ไหม คงไม่ได้โกหกข้าอยู่หรอกนะ” แม่หยุนหรี่ตาถามลูกชาย
“ไม่โกหกแน่นอนขอรับ” หยุนไป๋มองหน้ามารดาด้วยท่าทางจริงจัง “ความจริงหนิงเอ๋อพอจะรู้แล้วว่าใครวางยานาง เพียงแต่นางต้องการหลักฐานเพิ่มเท่านั้น ท่านแม่...หากเรื่องนี้จบลง ข้าจะหย่ากับหม่าหลงนะขอรับ”
“เจ้าอยากทำอะไรข้าก็จะไม่ห้าม แต่คนสกุลหม่าเล่า เราจะทำยังไง” ใจหนึ่งแม่หยุนก็ยินดีที่ลูกชายคิดได้ แต่อีกใจก็ยังกังวล
“เรื่องนั้นค่อยคิดกันทีหลัง แต่ตอนนี้ข้าอยากเล่าความจริงถึงเบื้องหลังที่ข้าต้องแต่งงานกับหม่าหลงให้ท่านฟังก่อน รวมถึงเรื่องที่นางแอบสวมเขาให้ข้า ไม่ว่าจะเป็นตาเฒ่าหม่าหรือหยุนเปียว พวกนี้ล้วนเป็นชายชู้ทั้งนั้น”
จากนั้นหยุนไป๋ก็เล่าเรื่องในอดีตของตนเองให้มารดาฟังอย่างละเอียด แม่หยุนที่เกลียดลูกสะใภ้คนนี้อยู่แล้วก็ยิ่งเกลียดนางยิ่งกว่าเดิม
“นังลูกสะใภ้ไม่รักดี ที่ผ่านมาข้าคงดีกับเจ้ามากไปสินะ วันนี้เจ้าถึงอยากให้ลูกสาวของข้าแต่งไปกับตาแก่หม่ามากตัณหาคนนั้น ข้าเคยบอกไปแล้วว่าเรื่องคู่ครองของนาง ข้ากับตาเฒ่าจะไม่เข้าไปยุ่ง นางรักใครชอบใครหรืออยากจะไปใช้ชีวิตร่วมกับใครพวกเราก็จะให้นางเลือกเอง แต่เจ้าเป็นใคร...เป็นแค่พี่สะใภ้ที่ไม่รู้ว่าจะถูกลูกชายของข้าหย่าให้วันไหนยังมีหน้ามาเสนอความเห็นอีก วันนี้ข้าจะตีเจ้าจนกว่าเจ้าจะรู้จักสถานะที่แท้จริงของเจ้าในบ้านหลังนี้” แม่หยุนใช้ไม้เรียวตีหม่าหลงอย่างแรง ตีจนเสื้อผ้าด้านหลังเริ่มมีรอยเลือดซึมออกมาแล้ว อีกทั้งการตีครั้งนี้ยังตีเพื่อระบายความโกรธที่หม่าหลงใส่ร้ายเพื่อหวังจะแต่งกับลูกชายของนาง จนชื่อเสียงของลูกชายเสียหาย รวมถึงที่หม่าหลงแอบมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายอื่นลับหลังลูกชายของนางอีก
หม่าหลงทนความเจ็บไม่ไหว นางแย่งไม้จากมือแม่สามีมาถือไว้ก่อนที่จะผลักแม่สามีออกไปจนอีกฝ่ายล้มลง “พี่สะใภ้ก็เปรียบเหมือนมารดา ท่านไม่เคยได้ยินคำนี้หรือเจ้าคะ ท่านกับท่านพ่อก็แก่ขนาดนี้แล้ว หากได้รับเงินสิบตำลึงนี้มา พวกท่านก็จะสบายไปทั้งชาติ ข้าเสนอให้รับสินสอดมาแล้วมันผิดตรงไหน”
“เหอะ...พี่สะใภ้ก็เหมือนมารดาอย่างนั้นหรือ รอให้ข้าตายก่อนเจ้าค่อยมาทำหน้าที่นั้น แต่ตอนนี้ข้ายังอยู่ เพราะฉะนั้นเจ้าไม่มีสิทธิ์มาตัดสินชีวิตของหนิงเอ๋อ”
“รอให้ท่านตายอย่างนั้นหรือเจ้าคะ คิดว่าข้าไม่กล้าหรือ” หม่าหลงโมโหมากจนอยากจะทำอย่างที่พูด แต่นางไม่กล้าหรอก ฆ่าคนต้องชดใช้ชีวิต นางแค่พูดขู่แม่สามีไปอย่างนั้นเอง
ส่วนแม่หยุนเมื่อได้ฟังคำของลูกสะใภ้ นางก็แอบยิ้มที่มุมปากก่อนจะส่งเสียงร้องขึ้นมาอย่างเจ็บปวด เพื่อนบ้านที่เพิ่งกลับมาจากไปช่วยกันดับไฟที่บ้านของหานซื่อ เมื่อได้ยินเสียงร้อง พวกเขาจึงรีบวิ่งมาที่บ้านสกุลหยุนทันที
“ลูกสะใภ้ เจ้าอย่าตีข้าอีกเลยนะ ข้าขอร้องล่ะ ไว้ชีวิตข้าเถอะ ที่ผ่านมาเจ้าจะตีจะด่าข้ายังไงข้าก็ไม่กล้าพูด แต่วันนี้ข้าไม่ไหวแล้วจริงๆ ร่างกายแก่ชราของข้าก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ถ้าเจ้ายังขืนตีข้าต่อไปอีก คราวนี้ข้าคงได้ตายสมใจเจ้าแล้ว”
“ท่านแม่! ท่านพูดอะไรเจ้าคะ เป็นท่านที่ตีข้าต่างหาก ไม่ใช่ข้าตีท่าน” หม่าหลงตะโกนขึ้นอย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าแม่สามีจะใช้อุบายนี้
“เฮ้ย! นังคนแซ่หม่าใจร้าย เจ้าจะใจกล้าเกินไปแล้วที่กล้าทำร้ายแม่สามีเช่นนี้ พวกเรา! เข้ามาช่วยป้าหยุนเร็วเข้า นางถูกนังคนแซ่หม่าตีจนเกือบตายแล้ว” ชาวบ้านที่วิ่งมาถึงก่อนรีบตะโกนเรียกคนอื่นทันที
เพื่อนบ้านใกล้เคียงวิ่งมาที่บ้านสกุลหยุนกันอย่างเร็ว เมื่อเห็นสภาพของแม่หยุนที่นั่งร้องไห้อยู่บนพื้น ทั้งเสื้อผ้าและผมเผ้าก็หลุดลุ่ยออกมา และยิ่งมองไปเห็นหม่าหลงที่ถือไม้เรียวอยู่ในมือ พวกเขายังจะต้องคิดอะไรอีก ผู้ชายหลายคนรีบเข้าไปแย่งไม้เรียวจากหม่าหลงและจับนางมัดไว้ทันที
“ป้าหยุน ท่านจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปไม่ได้ เราต้องไปทวงความเป็นธรรมกับคนสกุลหม่า”
“ไม่ๆ ข้าไม่ไป หากข้าไป…ข้า ตาเฒ่า แล้วก็อาไป๋ต้องถูกคนสกุลหม่าทำร้ายกลับมา ไม่เอาหรอก ข้ากลัว” แม่หยุนปฏิเสธ
เพื่อนบ้านที่ได้ยินก็เริ่มลังเล เมื่อครู่ที่พวกเขาเห็นแม่หยุนถูกทำร้าย แม้ใจจะไม่อยากเข้ามาช่วยเพราะนึกถึงเรื่องเลวร้ายที่ครอบครัวนี้เคยทำไว้ แต่เมื่อนึกถึงหยุนหนิงเอ๋อที่มีน้ำใจช่วยเหลือพวกเขา ทั้งสอนภรรยาพวกเขาให้ปักผ้าเช็ดหน้าลวดลายง่ายๆ ไปขาย ทั้งสอนให้พวกเขาทำปุ๋ยหมักและรู้จักการปลูกพืชหมุนเวียน แม้รายได้ที่พวกเขาได้เพิ่มขึ้นมาจะไม่มาก แต่มันก็ถือเป็นน้ำใจ พวกเขาก็ควรจะตอบแทนน้ำใจของนางด้วยการช่วยเหลือเมื่อเห็นครอบครัวของนางถูกรังแก
“หลานชายทั้งหลาย ข้าขอบใจในน้ำใจของพวกเจ้า แม้ข้าจะเคยทำร้ายพวกเจ้ามามากมายแต่เจ้าก็ยังเต็มใจมาช่วยเหลือข้า น้ำใจนี้ข้าจะไม่มีวันลืม เพียงแต่ข้าไม่อยากทำให้พวกเจ้าเดือดร้อน ในเมื่อพวกเจ้าจับนางมัดไว้แล้วก็ถือว่าข้ายังปลอดภัยดี รอให้หนิงเอ๋อกับอาไป๋กลับมาเสียก่อน ข้าค่อยให้พวกเขาจัดการ ตอนนี้พวกเจ้ารีบกลับบ้านไปก่อนเถอะ ถ้าเกิดคนสกุลหม่าโผล่มา ถึงตอนนั้นข้าก็ไม่มีปัญญาจะช่วยพวกเจ้าแล้ว” แม่หยุนรีบบอก
ชาวบ้านไม่คิดว่าแม่หยุนจะหันมาขอบใจทั้งยังพูดขอโทษกับเรื่องราวในอดีต พวกเขาถึงกับพูดไม่ออกกันเลยทีเดียว เพียงแต่อย่างไรพวกเขาก็เป็นคนหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งใช้แซ่หยุนเหมือนกัน มีอะไรก็ควรอภัย เด็กหนุ่มบางคนไปสำรวจเชือกที่มัดหม่าหลงไว้อีกรอบ เมื่อเห็นมันยังแน่นหนา พวกเขาจึงทยอยกันกลับบ้านไป
แม่หยุนเดินไปส่งเพื่อนบ้านและปิดประตูรั้ว จากนั้นก็เดินกลับมาหาหม่าหลง “เป็นยังไง รู้สึกว่าแผนการนี้มันคุ้นใช่ไหม เมื่อก่อนที่เจ้าบังคับให้ลูกชายของข้าแต่งกับเจ้า เจ้าก็ใช้วิธีนี้ไม่ใช่หรือ”
“ท่านรู้ได้ยังไง” หม่าหลงตกใจ
“เจ้าใหญ่เล่าให้ข้าฟังหมดแล้ว”
“ท่าน...ท่านจะทำอะไร” หม่าหลงเริ่มกลัวและเริ่มดิ้นเมื่อเห็นแม่สามีเดินเข้ามา แต่น่าเสียดายที่เชือกที่มัดอยู่มันแน่นเกินไป
“ก็จะตบเจ้าอีกสักทีอย่างไรเล่า ไม้เรียวก้านเล็กๆ เจ้าคงไม่เจ็บหรอก ก็ไขมันเยอะออกปานนั้น” แม่หยุนตบเสร็จก็เดินเข้าครัว วันนี้นางจะทำหมูสามชั้นน้ำแดงตามสูตรที่ลูกสาวสอน จากนั้นก็จะหุงข้าวขาวสักหม้อ ‘วันนี้ข้าอารมณ์ดี คนที่บ้านต้องได้กินของดีด้วย’
หม่าหลงมองตามหลังแม่สามี นางทั้งเจ็บ ทั้งอาย ทั้งแค้น ไม่เคยมีใครกล้าทำกับนางอย่างนี้มาก่อน ‘รอก่อนเถอะ พออาไป๋กลับมา ข้าจะให้เขาแก้มัดให้ ไอ้คนขี้ขลาดพรรค์นั้น แค่ข้าตะโกนสั่งก็คงจะรีบทำตามจนตัวสั่นแล้ว ส่วนเจ้านะยายเฒ่า ต่อจากนี้ก็เตรียมตัวเป็นบ่าวรับใช้ให้ข้าเสียเถอะ’