ขุนสามีให้อ้วนพี ท่านจะได้มีแรงตบตีกับญาติเหล่านั้น

    บทที่ 36 ถ่ายทอดราชโองการ

    บทที่ 36 ถ่ายทอดราชโองการ

             

            สองคนเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก รู้จักนิสัยของกันและกันดีดังนั้นองค์ชายรองพูดเช่นนี้ ไป๋ซีอวิ๋นก็ไม่หงุดหงิด เพราะรู้ว่าเขามิได้มีเจตนาอื่นใด

            เพียงแต่ฉีเมี่ยวที่เพิ่งมาถึงทางเดินกลับรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้างพูดตามตรงก็ยังคงเป็นไป๋หย่งชุนเฒ่าสารเลวผู้นั้นทำเรื่องสกปรกจนโด่งดัง ทำให้ผู้อื่นทิ่มถึงสันหลังของสามีนาง

            “เหตุใดไม่เห็นฉีซื่อ” องค์ชายรองเชิดสายตามองรอบด้าน

            ไป๋ซีอวิ๋นยิ้มพูดว่า“เมื่อครู่นางเหนื่อยแล้ว ข้าเลยให้นางไปพักผ่อนก่อน”

            “ไม่นึกว่าคนใจไม้ไส้ระกำเช่นเจ้าจะรู้จักเอาใจใส่ภรรยาด้วย!” องค์ชายรองหัวเราะลั่น

            ไม่ทันสิ้นเสียงหัวเราะกลับได้ยินเสียงอ่อนโยนของสตรีเอ่ยเรียกเบาๆ

            “อาจาว”

            บ่าวเลิกม่านไข่มุกขึ้นจากสองฝั่งองค์ชายรองเบนสายตาจ้องมอง เห็นเพียงใต้แสงไฟวูบไหวปรากฏหญิงสาวอ่อนหวานแช่มช้อยเดินเข้ามาผมยาวหวีมวยเมฆคล้อยง่ายๆ นอกจากปิ่นหยกก็ไร้เครื่องประดับอื่น แต่งกายด้วยเสื้อกั๊กยาวผ้าทองามสีน้ำผึ้งทั่วไปไม่ใหม่ไม่เก่าแต่นางอมยิ้มเดินมา ดวงตาเปล่งประกายระยิบระยับ ทำให้คนไม่อาจละสายตา

            ในใจองค์ชายรองก็เกิดความรู้สึกหนึ่งขึ้นมา

            มิน่าล่ะ! เฒ่าบ้ากามเช่นไป๋หย่งชุนถึงควบคุมตนเองไม่ได้

            เมื่อนางเข้ามาใกล้กลิ่นดอกไม้อ่อนๆ ที่ไม่รู้จักชื่อก็วนเวียนอยู่ตรงปลายจมูก ไม่ใช่กลิ่นหอมแป้งชาดแต่อย่างใดแต่คล้ายกลิ่นหอมเย็นเฉพาะตัวของหญิงสาว

            คนที่สง่างามมีเกียรติเช่นองค์ชายรองยังเลี่ยงไม่ได้ที่จะลอบสูดหายใจ

            “อาจาว” ฉีเมี่ยวยิ้มแย้ม คิดว่ายามนี้ซื่อจื่อของนางไม่ได้เผยสีหน้าครุ่นคิดบิดเบี้ยวก็ดูดีขึ้นมากที่จริงขอเพียงเขาไม่เผยสีหน้ามืดมนปานนั้น แม้บัดนี้ซูบผอมไม่เหลือเค้าเดิม เค้าโครงก็ยังคงงดงามอย่างยิ่ง

            สายตาที่ฉีเมี่ยวมองเขาจึงเต็มไปด้วยแสงระยิบระยับแวววาว

            ไป๋ซีอวิ๋นถูกมองจนใจเต้นรัวหน้าแดงต้องเบนสายตาออกไอแห้งเล็กน้อยก่อนพูดว่า “นี่คือองค์ชายรอง” ครั้นสบสายตาหยอกล้อขององค์ชายรองก็ยิ่งอึดอัดมากขึ้น“องค์ชายรอง นี่คือภรรยาข้า ฉีซื่อ”

            “ถวายบังคมองค์ชายรอง” ฉีเมี่ยวหันไปย่อกายทำความเคารพชายหนุ่มสวมชุดหรูและกวานทองคำข้างๆ

            องค์ชายรองเกิดมาร่างผอมแข็งแรงสง่างามฉีเมี่ยวอดคิดไม่ได้ ถ้าอนาคตอาจาวของนางหายดีแล้ว อาจเป็นชายหนุ่มที่สง่างามไม่แพ้องค์ชายรอง

            “ล้วนเป็นคนกันเอง ไม่ต้องมากพิธี” องค์ชายรองยกมือยิ้มๆพูดกับฉีเมี่ยวอย่างอ่อนโยน “เรื่องในวันนี้เจ้าคงจะตกใจแล้ว”

            ฉีเมี่ยวส่ายหน้ายิ้มพลางพูด“องค์ชายรองพูดเกินไปแล้ว ไม่นับว่าตกใจ”

            เห็นนางไม่ได้เผยสีหน้าตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูกเจอเขาครั้งแรกยังคงมีสีหน้าปกติ ทั้งไม่ตกใจลนลานและไม่ประจบประแจง องค์ชายรองเลี่ยงไม่ได้ที่จะลอบพยักหน้าตบหัวไหล่ไป๋ซีอวิ๋น “จื่อจิน เจ้าเป็นคนนำโชค อนาคตจะต้องขมสิ้นหวานตาม[1]”

            ไป๋ซีอวิ๋นรู้อยู่แล้วว่าองค์ชายรองประเมินฉีเมี่ยวสูงนักในใจเลี่ยงไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นเกียรติ “สมพรปากท่าน” แล้วจึงฉวยมือจูงฉีเมี่ยวให้นางนั่งข้างตนเอง

            ต่อหน้าองค์ชายรองสตรียืนอยู่ข้างๆ ตอบสักสองประโยคได้ก็ไม่ง่ายแล้ว ไป๋ซีอวิ๋นกลับให้นางนั่งลง ฉีเมี่ยวแม้รู้ว่าเช่นนี้นับเป็นการละเมิดกฎเกณฑ์แต่นางรู้ว่าไป๋ซีอวิ๋นเฉลียวฉลาด ทำธุระย่อมรู้หนักรู้เบา ในเมื่อนางไม่แน่ใจก็เพียงต้องเชื่อฟังเท่านั้น

            บอกใบ้แล้วนางไม่ได้เผยสีหน้าตื่นตระหนกแต่อย่างใดหลังจากพยักหน้ายิ้มให้องค์ชายรองตามมารยาทก็หลุบตาทำตัวเป็นของประดับเงียบๆ

            องค์ชายรองเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตาจึงอดยิ้มไม่ได้“เสด็จแม่เพิ่งตรัสว่ายังไม่ได้เจอภรรยาเจ้า อยากหาสักวันที่อากาศสดใสเจ้าก็สบายใจ ให้เจ้าพาภรรยาเข้าวังไปเข้าเฝ้านาง”

            “ในเมื่อกุ้ยเฟยรับสั่ง จื่อจินย่อมไม่กล้าปฏิเสธ เพียงแต่...” ไป๋ซีอวิ๋นพูดอย่างลังเล “เรื่องในจวน กุ้ยเฟยทรงรู้แล้วหรือไม่”

            องค์ชายรองพยักหน้า“เจ้าก็รู้เสด็จแม่ทรงเห็นเจ้าราวกับลูกชายแท้ๆ เรื่องของเจ้าจะต้องทรงรู้ทันที”

            ฉีเมี่ยวคิดว่าองค์ชายรองผู้นี้ฉลาดพูดยิ่งนักเช่นประโยคเมื่อครู่นี้ ก็เข้าใจได้ว่าเพราะกุ้ยเฟยรู้ก่อนเขาถึงบอก และเข้าใจได้ว่าเขาไม่ได้บอกกุ้ยเฟยแต่คนของกุ้ยเฟยได้รู้

            ไป๋ซีอวิ๋นฝากลั่วหย่งส่งจดหมายให้องค์ชายรองพวกเขาย่อมมีวิธีติดต่อที่คนนอกไม่รู้ แต่กุ้ยเฟยกลับรู้ หรือบอกว่าข้างกายองค์ชายรองยังมีหูตาของกุ้ยเฟยอยู่ด้วยอีกทั้งองค์ชายรองกับไป๋ซีอวิ๋นก็รู้?

            ฉีเมี่ยวส่ายหน้ารู้สึกเพียงเรื่องในวังหลวงไม่ใช่สิ่งที่หญิงสาวอ่อนต่อโลกเช่นตนเองจะคาดเดาได้จริงๆ

            เพียงแต่ไป๋ซีอวิ๋นอยู่เหนือความคาดหมายของนางเดิมทีนึกว่าเขาร่างกายอ่อนแอเช่นนั้น เกรงว่าจะกลายเป็นนิสัยโมโหร้ายเก็บตัว ผู้ใดจะรู้ว่าเขาเพียงแค่คิดมากเกินไปจนทำให้สีหน้ามืดมนแลดูบิดเบี้ยวเท่านั้นรู้จักสหายเป็นวงกว้าง มีพี่น้องร่วมสาบานเช่นลั่วหย่งกับก่วนจวินเยี่ยน ไปมาหาสู่กับองค์ชายรองอย่างสนิทสนมกลมเกลียวยิ่งนัก

            ถ้าเขาเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรงอาศัยเพียงฝีมือบัดนี้อาจมีตำแหน่งใหญ่โต ไม่ใช่ได้แต่นอนติดเตียง ลอบบริหารหอจวี้เสียนเท่านั้น

            มองใบหน้าด้านข้างที่มีเค้าโครงคมคายของเขาฉีเมี่ยวก็รู้สึกรักสงสารเขา

            ไป๋ซีอวิ๋นถูกคนจ้องมองเช่นนี้เป็นครั้งแรกจริงๆแม้ยังหัวเราะพูดคุยกับองค์ชายรอง แต่ในใจแทบทนไม่ไหวแล้ว เขาอยากปิดตาของสาวน้อยไว้บอกนางว่าวันหน้านอกจากเขาอยู่ด้วยห้ามมองบุรุษอื่นเช่นนี้ นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเองมีเสน่ห์มากเพียงใดไม่ต้องพูดให้มากความ เพราะเพียงแวบเดียวก็ทำให้คนใจเต้นรัว

            องค์ชายรองนั่งอยู่ชั่วครู่ก็จะอำลาไป๋ซีอวิ๋นกับฉีเมี่ยวย่อมส่งคนถึงหน้าประตู มองคู่สามีภรรยาที่เพิ่งแต่งงานใต้แสงไฟองค์ชายรองรู้สึกอิจฉาขึ้นมา

            บัดนี้เขายังไม่ได้แต่งงานในจวนมีเพียงอนุภรรยาโฉมสะคราญปานบุปผาสามนาง เดิมทีนึกว่าสามคนโฉมงามราวกับบุปผา บัดนี้ได้เจอฉีเมี่ยวกลับรู้สึกว่าพวกนั้นเทียบแล้วล้วนหน้าตาดาษดื่น ยิ่งกว่านั้นฉีเมี่ยวปฏิบัติต่อคนป่วยอ่อนแอเช่นไป๋ซีอวิ๋นนี้ยังจริงจังจริงใจย่อมไม่จำเป็นต้องพูดถึงจริยธรรมเลย ไม่รู้อนาคตเขาจะได้รับหญิงที่งดงามปานบุปผาเช่นนี้บ้างหรือไม่

            “นี่ก็สายมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถอะ ข้าจะไปทูลเรื่องในวันนี้กับเสด็จแม่ให้ชัดเจนเจ้ารักษาตัวให้ดี”

            ไป๋ซีอวิ๋นกับฉีเมี่ยวทำความเคารพ“ขอบพระทัยองค์ชายรอง”

            ทั้งสองส่งคนถึงประตูข้างเรือนชิ่นหยวนไป๋ซีอวิ๋นยิ้มพูด “เมื่อครู่ข้าสั่งคน ลงกลอนประตูใหญ่เรือนชิ่นหยวน เมื่อครู่ออกไปทางประตูข้างผ่านสวนดอกไม้เล็กๆก็คือประตูข้างที่มีทางออกนอกจวน เรือนชิ่นหยวนกลายเป็นลานบ้านเดี่ยวๆ พอดี วันหน้าองค์ชายรองเสด็จมาถ้าคร้านจะสนพระทัยคนนอกก็เข้าออกผ่านประตูนี้ได้ แม้ไม่ใช่ประตูใหญ่ แต่ถึงเรือนชิ่นหยวนโดยตรง”

            ฉีเมี่ยวตื่นตะลึงมีที่ไหนให้องค์ชายเข้าออกผ่านประตูข้าง

            องค์ชายรองกลับยิ้มแย้มพยักหน้า“เช่นนี้ดีนัก เจ้าอุตส่าห์คิดรอบคอบ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ให้พวกเขารู้ชัดข้ามาจวนโหวไม่ใช่เพื่อพบพวกเขา แต่เพื่อพบเจ้า”พูดไปตบหัวไหล่ไป๋ซีอวิ๋นไป

            “ขอบพระทัยองค์ชายรองที่เมตตา”

            “เจ้ากับข้าพี่น้องกัน เหตุใดต้องพูดตามมารยาทเช่นนี้” องค์ชายรองยิ้มแล้วสั่งขันทีผู้ติดตามไปข้างหน้าพารถม้ามายังประตูข้าง จากนั้นกล่าวอำลาไป๋ซีอวิ๋นนั่งรถออกไป

            “ไม่นึกว่าท่านสนิทสนมกับองค์ชายรองเช่นนี้”กลับถึงห้องนอน ฉีเมี่ยวปรนนิบัติไป๋ซีอวิ๋นถอดเสื้อ จากนั้นรินน้ำอุ่นให้เขา

            ไป๋ซีอวิ๋นรู้อยู่แล้วว่าน้ำนั้นเป็นความจริงใจของนางเลี่ยงไม่ได้ที่จะดื่มอีกสองแก้วถึงยิ้มพลางพูดว่า “แม้ผู้ปกครองและขุนนางแตกต่างแต่ข้ากับองค์ชายรองสนิทสนมกันจริงๆ”

             

            • ••

             

            ขณะที่สองคนพูดไปหัวเราะไป ไป๋หย่งชุนที่รออยู่ตรงประตูใหญ่แทบจะโกรธจนควันออกจมูก

            ไป๋ซีมู่เห็นไป๋หย่งชุนหน้าแดงก่ำลังเลเล็กน้อยถึงโน้มน้าวว่า “ท่านพ่ออย่าได้โมโห ดูท่าองค์ชายรองทรงมีเรื่องด่วนต้องไปทำจึงเสด็จไปทางประตูข้างใกล้ๆ ก็ไม่อาจรู้ได้”

            “เหลวไหล!”ไป๋หย่งชุนสะบัดแขนเสื้อปัดมือที่ประคองมาของไป๋ซีมู่ ชี้ทางเรือนชิ่นหยวนด่าว่า “ข้าว่าเจ้าชาติสุนัขผู้นั้นไม่รู้พูดให้ร้ายข้าต่อหน้าองค์ชายรองมากเท่าใดองค์ชายรองถึงทรงกริ้วจากไปเช่นนั้น!เรื่องในวันนี้ถ้าแว่วถึงพระกรรณว่านกุ้ยเฟย ถูกพวกเขาพูดเสริมเติมแต่ง ภาพลักษณ์ของข้าจะยังเหลือชิ้นดี?”

            ไป๋ซีมู่จนปัญญาแอบคิดว่าภาพลักษณ์ของท่านก็ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว

            จนถึงยามนี้ไป๋ซีมู่ก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรเพียงแต่ไป๋หย่งชุนเหมือนแมวถูกเหยียบหาง ร้อนใจจนเรียกผู้ช่วยทั้งหมดไปปรึกษา

            เมื่อก่อนมีเรื่องบิดาจะปรึกษาเขาครั้งนี้กลับไม่เรียกเขา ดังนั้นไป๋ซีมู่จึงเป็นฝ่ายเข้ามาสอบถาม ไม่นึกว่ามาถึงห้องหนังสือผู้ช่วยแยกย้ายแล้ว ไป๋หย่งชุนก็มาหน้าประตูใหญ่นอบน้อมรอองค์ชายรองออกมาโดยตรง

            องค์ชายรองกลับสั่งขันทีมาเรียกรถกลับไปโดยตรงไม่ได้สนใจพวกเขาเลยด้วยซ้ำ

            พวกเขารอคอยเสียเปล่า

            รอคอยเสียเปล่าก็ช่างเถอะที่สำคัญที่สุดคือหนึ่งฝ่ามือนี้เท่ากับตบหน้าไป๋หย่งชุนอย่างแรงต่อหน้าผู้คน

            ไป๋ซีมู่ไม่เพียงแต่รู้สึกไม่สบายใจเกิดเรื่องอะไรกันแน่ ถึงทำให้องค์ชายรองไม่ไว้หน้าพวกเขาเช่นนี้

            หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไป๋หย่งชุนเจอโจรที่ชานเมืองเมื่อครู่?

             

            ค่ำคืนเงียบงันเช้าวันรุ่งขึ้นข้างนอกก็มีข่าว บอกว่าพลบค่ำเมื่อวานไป๋ซีอวิ๋นสั่งคนไปตามหาครอบครัวของหวังเฉวียนและจางใหญ่กับน้องชายบัดนี้หาเจอแล้ว อีกทั้งลั่วหย่งยังให้ลงนามสัญญาระยะยาวจ้างไปทำงานที่หอจวี้เสียนคนพวกนั้นไม่รู้สาเหตุ แทบอยากจะหาวิธีสร้างรายได้

            ฉีเมี่ยวหยิบหวีงาช้างหวีผมให้ไป๋ซีอวิ๋นจ้องเขาดื่มน้ำแกงปลา ‘เพิ่มส่วนผสม’ที่เตรียมให้เขาโดยเฉพาะในเช้านี้จนหมด นางถึงยิ้มแย้มแจ่มใสพูดว่า “อาจาว ข้าอยากปรึกษากับท่านเรื่องหนึ่ง”

            “เรื่องอะไร”

            “ข้าคิดถึงพี่สาวคนโตของข้า วันหลังท่านร่างกายดีขึ้นหน่อย ไปเยี่ยมนางกับข้าได้หรือไม่ถ้าผ่านตลาด ข้าก็อยากเดินเล่นหน่อย”เจ้าของร่างเดิมอยู่แต่เรือนในตั้งแต่เด็ก มีโอกาสออกไปข้างนอกน้อยครั้ง แม้เหมียวซื่อพาลูกสาวออกไปข้างนอกก็เป็นฉีชั่วไปไม่ถึงคราวพวกนางพี่น้อง ฉีเมี่ยวไม่เห็นตลาดในความทรงจำ แน่นอนว่าต้องสงสัย

            ไป๋ซีอวิ๋นรู้สถานการณ์ในครอบครัวนางอยู่แล้วจึงยิ้มแย้มพยักหน้า “นี่จะมีอะไร ถ้าเจ้าชอบ พวกเราไปวันนี้เลย”

            “รอก่อน รอข้ารู้สึกว่าร่างกายท่านไหวค่อยว่ากัน”ใช้ปิ่นหยกรวบมวยผมของเขา ฉีเมี่ยวเดินไปตรงหน้าเขาก้มตัวนั่งบนเก้าอี้พนักพิงโค้งระดับเดียวกับสายตาของเขาเห็นผมถูกหวีเรียบร้อยก็ยิ้มน้อยๆ

            “อาจาว ข้ารู้สึกว่าสองวันนี้สีหน้าท่านดีขึ้นมาก”

            เห็นนางยิ้มแย้มราวกับบุปผาไป๋ซีอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะลูบแก้มนางเบาๆ “เมื่อเจ้ามา ข้าก็ดีขึ้น”

            คนผู้นี้พูดจาไพเราะอ่อนหวานเก่งเสียจริง นี่ช่าง...

            ฉีเมี่ยวกำลังหน้าแดงข้างนอกปิงเหลียนก็รุดมายืนอยู่ข้างม่านฉลุรายงาน “ฮูหยินซุนกงกงข้างกายว่านกุ้ยเฟยมาเจ้าค่ะ บอกว่าพระสนมมีรับสั่ง เชิญท่านกับอานลู่โหวฮูหยินเข้าวังพร้อมกัน!”


    [1] ขมสิ้นหวานตาม สำนวนจีน มีความหมายว่าหลังผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความทุกข์ยากสิ่งดีๆ จะบังเกิดตามมา

    คล้ายกับเรื่องขุนสามีให้อ้วนพี ท่านจะได้มีแรงตบตีกับญาติเหล่านั้น ที่คุณอ่าน

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786