“เฮ้อ...คู่ต่อสู้คนต่อไปจะเป็ใครนะ?”
เจี่ยปิงอวี่เก็บความสามารถของตัวเอง น้ำแข็งย้อยสีฟ้าที่อยู่ในมือของเธอหายไปกับกลางอากาศ
วันนี้เธอสวมใส่ด้วยชุดกีฬาสีดำทั้งชุด ผมของเธอถูกมัดเป็หางม้าสองข้าง ที่แตกต่างไปจากเดิมคือเธอไม่ได้สวมแว่นตา นี่เป็การแต่งตัวที่เธอชอบ และเธอก็แต่งแบบนี้มาโดยตลอด
หลังจากที่เธอย้ายมาอยู่สายศิลปะการต่อสู้ เธอก็ไม่ต้องแสร้งทำเป็สาวน้อยคงแก่เรียนที่เ็าอีกต่อไป เธอสามารถใช้ชีวิตตามที่เธอ้าได้ รวมถึงสวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างอิสระ
เป็เพราะหลังจากที่เธอปลุกความสามารถของตัวเองได้สำเร็จ เจี่ยไท่จึงเปิดใจยอมรับคำขอของเธอ ขอแค่สิ่งที่เธอ้าไม่เกินกว่าเหตุ เธอก็สามารถทำทุกอย่างที่เธอ้าได้
หลังจากที่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ เธอก็ไม่ต้องมาโรงเรียนเพื่อเข้าเรียนใน่เช้าอีก
เจี่ยไท่ไม่ได้ถามเธอเกี่ยวกับเื่นี้ สิ่งที่เขา้าก็คือเธอต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้อันดับหนึ่งของเมืองหลวงให้ได้
ผู้มีความสามารถขอบเขตพิเศษขั้น 1 เงื่อนไขนี้ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเจี่ยปิงอวี่
อันที่จริงเมือง Y เป็แค่เมืองที่อยู่ติดชายแดนแห่งหนึ่งเท่านั้น มีเพียงไม่กี่คนที่จะสามารถเอาชนะเธอได้
ถ้าจะพูดให้ถูกต้องก็คือการคัดเลือกคุณสมบัติของนักเรียนในวันนี้ เจี่ยปิงอวี่สามารถผ่านการทดสอบได้แบบสบาย ๆ
แม้กระทั่งด่านที่เธอกำลังเผชิญหน้าอยู่ในเวลานี้ เธอก็ยังไม่พบศัตรูที่ยากเกินกว่าจะรับมือแม้แต่คนเดียว การต่อสู้จึงเริ่มต้นและสิ้นสุดได้อย่างรวดเร็ว
“เหลืออีกแค่คนเดียวเท่านั้น!”
เจี่ยปิงอวี่แอบรู้สึกดีใจอยู่ภายในใจ ไม่ใช่เพราะเธอกำลังจะได้รับคุณสมบัติให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ แต่เป็เพราะเธออยากสิ้นสุดการต่อสู้ที่แสนน่าเบื่อนี้ให้เร็วที่สุดต่างหากล่ะ
เธอรู้สึกว่าการต่อสู้ที่นี่ยังไม่สะใจเท่ากับการทำภารกิจภายในแก๊งของเธอเลย
ที่นี่ไม่มีคนเก่งแม้แต่คนเดียว
คิดเช่นนี้ เจี่ยปิงอวี่ก็กดปุ่มเพื่อจับคู่อีกครั้ง......
ภาพตรงหน้าถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาว ฉากภายในสนามต่อสู้กำลังเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่งแล้ว
เซี่ยฮุยมองดูหมอกสีขาวที่กำลังเลือนหายไป เขายืนยืดตัวตรงอยู่กับที่และเตรียมตัวป้องกันการโจมตีของศัตรูที่กำลังจะมาถึง
วินาทีที่หมอกตรงหน้าหายไป ฉากถนนใหญ่ก่อนหน้านี้ก็ถูกเปลี่ยนไปจากเดิม ภาพที่อยู่ตรงหน้ากลับมาชัดเจนอีกครั้ง ร่างของหญิงสาวสวมใส่ด้วยชุดกีฬาทั้งชุดปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
“เจี่ยปิงอวี่?”
“เซี่ยฮุย?”
ทั้งสองคนเรียกชื่อของอีกฝ่ายพร้อมกันด้วยความงุนงง
เซี่ยฮุยมองเจี่ยปิงอวี่อย่างพินิจพิเคราะห์ ใบหน้าของเธอยังคงดูงดงามเหมือนเคย แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือสีหน้าและแววตาของเธอที่เ็ามากกว่าเก่า
เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ราวกับก้อนน้ำแข็งพันปีที่ไม่มีวันละลาย อีกทั้งยังแอบส่งพลังปราณที่เย็นะเืออกมาเล็กน้อยด้วย
เจี่ยปิงอวี่ก็กวาดตามองเซี่ยฮุยเช่นกัน เธอไม่ได้เจอหน้าเขาเพียงแค่หนึ่งเดือนกว่า ๆ เท่านั้น
เพื่อนร่วมโต๊ะที่นั่งข้างเธอก่อนที่จะย้ายมาเรียนสายศิลปะการต่อสู้ เขายังเป็เซี่ยฮุยคนเดิมในความทรงจำของเธอ แตกต่างตรงที่เขามีบุคลิกบางอย่างที่เธอไม่สามารถอธิบายได้แทรกเข้ามา จนทำให้เปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย
ความแข็งแกร่งเหรอ?
คิ้วได้รูปของเจี่ยปิงอวี่ขมวดเข้าหากัน เธอรู้สึกประหลาดใจที่ไม่สามารถมองเห็นความแข็งแรงของเซี่ยฮุยได้
แม้แต่เธอที่เป็ผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตพิเศษขั้น 1 ก็ไม่สามารถมองเห็นได้ นอกจากนี้เขายังเดินมาถึงด่านสุดท้ายเพื่อเข้าสู่รอบคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติสอบเข้ามหาวิทยาลัยด้วย
เห็นได้ชัดว่าเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอคนนี้ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด
มิตรภาพระหว่างพวกเขาทั้งสองยังไม่ได้ดำเนินไปถึงขั้นของความรัก
“เพื่อนร่วมโต๊ะ นายซ่อนความลับเก่งเหมือนกันนะ”
บนฝ่ามือของเจี่ยปิงอวี่ปรากฏน้ำแข็งย้อยสีฟ้าขึ้น
เธอกระตุกยิ้มเล็กน้อย “แถมยังเดินมาถึงจุดนี้ได้ด้วย...”
เซี่ยฮุยรู้สึกประหลาดใจ คิดไม่ถึงเลยว่าเจี่ยปิงอวี่จะปลุกความสามารถของเธอสำเร็จแล้ว ดูเหมือนว่าความสามารถของเธอคงจะเป็สายน้ำแข็งสินะ
เขาแอบรู้สึกราวกับเจอทางตัน จากความสามารถของเธอ เขาคาดเดาได้ว่าเธออาจจะเข้าสู่ขอบเขตพิเศษแล้ว
“ยุ่งยากขึ้นมาแล้วสิ”
ในใจของเขาคิดเช่นนี้ แต่ปากกลับพูดว่า “คิดไม่ถึงเลยนะว่าเพื่อนร่วมโต๊ะจะเข้าร่วมการประเมินของสายศิลปะการต่อสู้ด้วย”
“เหอะ!”
เจี่ยปิงอวี่เปล่งเสียงออกมาจากลำคอ เธอสะบัดข้อมือและปล่อยน้ำแข็งย้อยเข้าใส่เซี่ยฮุย
“ผู้หญิงคนนี้ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย คิดจะลงมือก็ลงมือไม่บอกไม่กล่าวกันสักคำ”
เซี่ยฮุยแอบบ่นภายในใจ ระหว่างที่คิด สายตาของเขาก็จ้องมองไปที่น้ำแข็งย้อยที่กำลังพุ่งเข้าใส่ เขาเตรียมตัวที่จะรับมือกับสิ่งนี้ไว้ั้แ่แรกอยู่แล้ว
ความเร็วของน้ำแข็งย้อยถือว่าอยู่ในจุดที่สูงมาก เพียงชั่วพริบตากรวยแหลมคมก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
เซี่ยฮุยยืนอยู่บนพื้นอย่างมั่นคง สายตาของเขาเกิดแสงสว่างวาบขึ้น เขามองไปยังทิศทางของน้ำแข็งย้อยและปล่อยหมัดขวาออกไปสุดกำลัง
ผัวะ! โดนหมัดเข้าเต็ม ๆ!
น้ำแข็งย้อยความยาว 30 เิเแตกร้าว ก่อนจะเปลี่ยนเป็เศษน้ำแข็งเล็ก ๆ จำนวนนับไม่ถ้วน
น้ำแข็งย้อยที่ไร้พลังร่วงกราวลงตรงหน้าเซี่ยฮุยทีละชิ้นสองชิ้นในระยะรัศมีหนึ่งเมตร
?
เซี่ยฮุยดึงหมัดกลับมาและมองไปที่เจี่ยปิงอวี่ด้วยความสงสัย
เขาแอบหวาดระแวงอยู่ภายในใจ แม้ว่าน้ำแข็งย้อยเมื่อครู่จะรวดเร็วมาก แต่มันกลับไม่ใช่การโจมตีที่หวังปลิดชีพเขา
มันเป็เพียงแค่การหยั่งเชิงเท่านั้น
“เพื่อนร่วมโต๊ะ ทักษะลับของนายพิเศษมากเลยนะเนี่ย”
เจี่ยปิงอวี่เห็นเซี่ยฮุยสามารถทำให้น้ำแข็งย้อยของเธอแหลกเป็ชิ้น ๆ ได้เช่นนี้ ก็ยกนิ้วขึ้นมาถูปลายจมูกเบา ๆ
ความสงสัยที่เคยมีอยู่ภายในใจผุดขึ้นมาในหัว เธอจึงตัดสินใจทดสอบเขาอีกครั้ง
วินาทีต่อมาน้ำแข็งย้อยสองแท่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเธอ
“รับการโจมตีจากฉันอีกครั้งก็แล้วกันนะ”
เจี่ยปิงอวี่ควบคุมน้ำแข็งย้อยด้วยจิต น้ำแข็งย้อยที่กำลังพุ่งทะยานออกไปจึงเปลี่ยนทิศทางเล็กน้อย
แท่งหนึ่งอยู่ด้านหน้า ส่วนอีกแท่งหนึ่งตามมาจากด้านหลัง น้ำแข็งย้อยทั้งสองพุ่งเข้ามาอยู่ในจุดเดียวกันได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนแหลมของน้ำแข็งย้อยกำลังเจาะไปที่กลางศีรษะของเซี่ยฮุย
น้ำแข็งย้อยหายไปจากการมองเห็น สิ่งนี้ทำให้คู่ต่อสู้รู้สึกเสียวสันหลังวาบ เซี่ยฮุยจึงรีบตัดสินใจในทันที
ตอนที่เขากำลังจะถูกโจมตีด้วยน้ำแข็งย้อย เขาก็เบี่ยงตัวหลบน้ำแข็งย้อยสองแท่งไปทางด้านขวามืออย่างรวดเร็ว
หลังจากเซี่ยฮุยหลบการโจมตีได้ไม่นาน ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไร ร่างของเขาเบี่ยงตัวหลบอีกครั้ง เนื่องจากเจี่ยปิงอวี่แอบลอบโจมตีเขาขณะที่กำลังหลบการโจมตีในครั้งแรก
น้ำแข็งย้อยขนาดเล็กจำนวนนับไม่ถ้วนแหวกอากาศออกมาราวกับห่าฝนจนเกิดเสียงหวือ
ตึง!
ตึง!
ตึง!
น้ำแข็งย้อยบางส่วนที่ไม่สามารถหลบการโจมตีได้ เซี่ยฮุยจึงใช้หมัดของเขาซัดเข้าใส่จนกลายเป็ผุยผง
เศษน้ำแข็งย้อยที่แตกร่วงกราวลงสู่พื้นมีจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็น้ำแข็งบดที่ปกคลุมอยู่รอบตัวของเขาอย่างต่อเนื่อง
หืม?
วินาทีนี้เอง จู่ ๆ ร่างกายของเซี่ยฮุยก็แข็งทื่ออย่างฉับพลัน
เขาก้มหน้าลงมองที่พื้น ตอนที่เขาจัดการกับน้ำแข็งย้อยที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าน้ำแข็งที่แตกออกจากกันได้รวมเข้าด้วยกันอีกครั้ง มันกลายเป็ฝ่ามือคู่หนึ่งที่กำลังจับขาทั้งสองข้างของเขาไว้
“คิคิ หนีอีกสิ”
เซี่ยฮุยหันกลับไปมอง ภายในใจของเขาก็เริ่มเกิดความสงสัยมากยิ่งขึ้น
นิสัยของเจี่ยปิงอวี่ในตอนนี้ ไม่ใช่เจี่ยปิงอวี่คนเดิมที่เขาเคยรู้จัก
ท่าทางที่เ็าราวกับขุนเขาน้ำแข็ง โอกาสที่จะเผยรอยยิ้มที่พึงพอใจออกมามีระดับความยากอยู่ที่ 9,999+
เมื่อเห็นว่าเซี่ยฮุยกำลังมองมาที่เธอราวกับกำลังพินิจพิเคราะห์ด้วยท่าทางประหลาดใจ
เจี่ยปิงอวี่ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคงกำลังงุนงงกับท่าทางของเธอที่เปลี่ยนไป
เจี่ยปิงอวี่ไม่คิดจะปิดบัง หลังจากที่เธอก้าวเข้าสู่ขอบเขตพิเศษ แรงกดดันไร้รูปร่างที่อยู่บนร่างกายของเธอก็มลายหายไป ส่งผลให้เธอสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ
สำหรับความสามารถของเซี่ยฮุย เจี่ยปิงอวี่ยังทำได้เพียงแค่คาดเดาในใจ แต่ก็ยังมีบางเื่ที่ยังย้อนแย้งอยู่ภายในใจของเธอ
ยิ่งเซี่ยฮุยไม่เริ่มโจมตีเธอก่อน ภายในใจของเธอก็ยิ่งเพิ่มความสงสัยมากยิ่งขึ้น
วิธีการหลบหลีกที่รวดเร็วของเซี่ยฮุยราวกับหายตัวได้ ทำให้เจี่ยปิงอวี่รู้สึกคุ้นตามากขึ้นเรื่อย ๆ
ดังนั้นเธอจึงใช้การโจมตีเหล่านี้เพื่อทดสอบเขา ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้อีกฝ่ายเรียกใช้สิ่งนี้
“ดูสิว่าครั้งนี้นายจะหนียังไง”
น้ำแข็งย้อยขนาดใหญ่สามแท่งรวมตัวกันอยู่ตรงหน้าเจี่ยปิงอวี่ เธอควบคุมด้วยจิตเพื่อสั่งให้มันพุ่งเข้าใส่เซี่ยฮุยเป็รูปซิกแซก
เมื่อเห็นว่าน้ำแข็งย้อยเข้าใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ เซี่ยฮุยก็แอบยิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่นอยู่ภายในใจ คิดไม่ถึงเลยว่าความสามารถของเจี่ยปิงอวี่จะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้
ตอนนี้ ความคิดที่จะซ่อนความแข็งแกร่งของตัวเองดูเหมือนว่าจะเป็ไปไม่ได้แล้วสิ
วินาทีที่น้ำแข็งย้อยเข้าใกล้ร่าง เขาก็เปลี่ยนความคิด
ะโตลบวายุ!
เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับเปิดใช้วาร์ป วินาทีที่เซี่ยฮุยเรียกใช้สกิล เท้าทั้งสองข้างของเขาก็หลุดออกจากการจับกุมของหัตถ์น้ำแข็ง
ตอนที่เงาของเซี่ยฮุยปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็มาหยุดอยู่ข้างขวาของเจี่ยปิงอวี่
เมื่อเห็นเจี่ยปิงอวี่ยืนอยู่ตรงหน้า เซี่ยฮุยก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
วินาทีต่อมา เขาปล่อยพลังไปที่หมัดขวาเพื่อแหวกอากาศและปะทะเข้าที่ศีรษะของเธอ
โลงน้ำแข็งเหมันต์!
ยังไม่ทันที่หมัดของเซี่ยฮุยจะปะทะเข้าใส่ศีรษะของเธอ เสาคริสตัลน้ำแข็งสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าและแช่แข็งร่างของเธอไว้
ตอนที่เซี่ยฮุยมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ความรู้สึกหนาวเหน็บเข้ากระดูกก็ถาโถมเข้าใส่ร่างกาย จากแรกเริ่มที่มีบางจุดที่ััโดนความเย็น ในที่สุดความหนาวเหน็บเ่าั้ก็ครอบคลุมไปทั่วทั้งร่างกาย
หนาวชะมัด!
เซี่ยฮุยถอยหลังออกไปหลายก้าวก่อนจะหยุดนิ่งลงอีกครั้ง
เขามองหมัดขวาของตัวเองก็พบว่าแขนของเขาถูกปกคลุมด้วยผลึกน้ำแข็ง
“ความสามารถสายน้ำแข็งสุดยอดมาก!”
เซี่ยฮุยแกว่งมือตัวไปเองมาเพื่อกระจายความร้อนบนร่างกาย จากนั้นก็เริ่มสะบั้นผนึกน้ำแข็งที่อยู่บนมือ และมองไปที่เจี่ยปิงอวี่ที่หลุดออกจากทักษะโลงน้ำแข็งเหมันต์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว
ดูเหมือนว่าทักษะนี้ต้องแรกกับพลังทางกายภาพที่ค่อนข้างสูง หลังจากสิ้นสุดทักษะนี้ร่างของเจี่ยปิงอวี่ก็เริ่มเอนเอียงไปมา
“นายนี่เอง!”
หลังจากเจี่ยปิงอวี่กลับมายืนได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง สายตาของเธอก็มองไปที่เซี่ยฮุยด้วยความขมขื่น ทักษะทั้งหมดที่ใช้เป็แบบเดียวกัน สิ่งนี้ยืนยันการคาดเดาของเธอได้อย่างสมบูรณ์
ภายในใจของเธอรู้สึกถึงความสับสน คิดไม่ถึงเลยว่าผู้มีพระคุณที่เธอตามหามาโดยตลอดจะเป็คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ
เซี่ยฮุยพูดด้วยสีหน้าราวกับช่วยไม่ได้
“ฉันเอง”
เมื่อเห็นว่าเซี่ยฮุยยอมรับว่าเป็เขา เจี่ยปิงอวี่ก็มองลึกเข้าไปในตาของเขา จากนั้นเธอก็ตัดสินใจได้อย่างฉับพลัน
“ฉันยอมแพ้”
วินาทีต่อมาเงาของเธอก็หายไปต่อหน้าต่อตาเซี่ยฮุย
เมื่อเห็นว่าตัวเองได้รับชัยชนะ เซี่ยฮุยก็ชะงักไปเล็กน้อยราวกับทำอะไรไม่ถูก
การที่เขาได้รับคุณสมบัติให้สอบเข้ามหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ได้อย่างง่ายดายแบบนี้ ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีใจเลยสักนิด
“เฮ้อ...วุ่นวายขึ้นมาแล้วสิ!”
เมื่อเห็นฉากที่ค่อย ๆ หายไป เซี่ยฮุยก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ