สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 83 ถึงตาข้าแล้วหรือ

            อันเจิงยังคงนั่งอยู่ เขาใช้มือซ้ายคว้าลูกธนูอีกดอกที่พุ่งเข้ามาแล้วโยนทิ้งออกไปด้านข้างจากนั้นก็ลากโต๊ะมาบังตัวของลีเหยียนเนียนเอาไว้

     

            “ช่วงนี้ท่านมีเรื่องขัดแย้งกับใครบ้างหรือไม่?” อันเจิงถาม

     

            ลีเหยียนเนียนส่ายหน้าด้วยความกลัวเขาตกใจจนพูดอะไรไม่ออก

     

            อันเจิงนิ่งฟังเสียงด้านนอกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดเสียงต่ำแล้วพูด“ด้านนอกน่าจะมีประมาณสิบกว่าคน เสียงเดินวุ่นวายมาก พวกเขาไม่น่าใช่คนของหน่วยทหาร”

     

            อันเจิงยื่นมือออกไปลากตัวลีเหยียนเนียนขึ้นจากนั้นก็เหวี่ยงตัวเขาลอยขึ้นไปบนคานบ้าน โชคดีที่การตอบสนองของเขาก็ไม่ได้ช้ามากจึงกอดคานบ้านเอาไว้ได้อย่างรวดเร็ว

     

            อันเจิงยืนหลบอยู่ข้างประตูหลังจากที่มีธนูยิงเข้ามาครู่หนึ่ง ประตูบ้านก็ถูกคนด้านนอกใช้เท้าถีบจนพังทันใดนั้นก็มีคนพุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว อันเจิงยื่นมือออกไปดึงเสื้อของผู้บุกรุกคนแรกเอาไว้จากนั้นก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่คอ ร่างนั้นอ่อนแรงล้มลงทันที อันเจิงหยิบลูกธนูบนพื้นแล้วเขวี้ยงออกไปดับเทียนในบ้านจนหมด

     

            ด้านนอกยังมีคนบุกเข้ามาเรื่อย ๆพวกเขาเดินสะเปะสะปะเข้ามาท่ามกลางความมืด

     

            อันเจิงยืนนับจำนวนคนอยู่หน้าประตูคนที่เข้ามาในบ้านแล้วมีหกคน และที่เหลือด้านนอกอย่างน้อยก็น่าจะมีประมาณหกถึงเจ็ดคน

     

            เพียงแค่ผู้ดูแลฝ่ายต้อนรับของกรมพิธีการที่ไม่มีวรยุทธ์แต่กลับมีคนมากมายมาตามฆ่า...นี่ไม่ใช่การฆ่าปิดปากคนคนเดียวแต่นี่คือการจงใจสังหารหมู่ต่างหาก

     

            เมื่อด้านนอกไม่มีคนเข้ามาแล้วอันเจิงจึงลอบเดินไปด้านหลังและฟาดฝ่ามือไปที่ท้ายทอยของคนเหล่านั้น จากนั้นก็คว้ามีดจากเอวของคนที่ล้มลงภายในบ้านมีแสงสะท้อนของมีดกะพริบไปทั่ว แล้วคนที่บุกเข้ามาก็ล้มลงตาม ๆ กันไป

     

            คนที่อยู่ด้านนอกไม่มีใครคาดคิดว่าในบ้านจะมียอดฝีมืออยู่ด้วยเพียงครู่เดียวต่างก็อึ้งไปกันหมด อันเจิงเก็บลูกธนูบนพื้นขึ้นมา จากนั้นก็ใช้แรงเขวี้ยงออกไปหลายครั้งคนสวมชุดดำด้านนอกล้มลงสี่ห้าคน ทุกคนต่างก็ถูกลูกธนูปักเข้าที่ลำคอทั้งหมด ทำให้ผู้บุกรุกที่เหลืออยู่รู้สึกหวาดผวาขึ้นมาทันที

     

            “มียอดฝีมือ”

     

            คนที่อยู่ด้านนอกพูดด้วยเสียงเบาเห็นได้ชัดว่าเขาไม่อยากทำให้ชาวบ้านแตกตื่น

     

            อันเจิงเจาะรูที่หน้าต่างแล้วมองออกไปตอนนี้ในสวนบ้านมีคนอยู่ไม่มากแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็ไม่ได้มีทีท่าจะจากไปแต่อย่างใดมือธนูราวกับถอยหลังไปเล็กน้อย ทันใดนั้น อันเจิงก็หันไปเห็นกลุ่มคนชุดดำจำนวนมากกำลังมุ่งมาทางเขา

     

            อันเจิงยกมือทั้งสองขึ้นมาบังหน้าด้วยสัญชาตญาณแล้วระเบิดพลังออกไปทันที

     

            ทว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

     

            ขณะที่อันเจิงกำลังรู้สึกว่าเรื่องนี้มีบางอย่างแปลกไปเขาก็รู้สึกเจ็บขึ้นมาจากทางด้านหลัง

     

            ร่างของอันเจิงกระเด็นออกไปอย่างไม่สามารถควบคุมได้ตัวเขากระแทกกับหน้าต่างจนทะลุออกมาด้านนอก ใต้แสงจันทร์สว่าง...อันเจิงเห็นเงาดาบกำลังพุ่งเข้ามาหาตนเขากระชากแขนอีกฝ่ายเข้าหาแล้วแย่งดาบในมือนั้นมา ใช้แรงและน้ำหนักฝ่ายตรงข้ามทำให้ตัวเองหล่นลงบนพื้นอย่างปลอดภัยอันเจิงกระแทกฝ่ามือไปด้านหน้าจนดาบแตกละเอียด พลังที่ส่งออกมาผลักเศษดาบเหล่านั้นพุ่งไปปักชายชุดดำจนตายทั้งหมด

     

            แอ๊ด! เสียงเปิดประตูดังขึ้นจากนั้นก็มีคนเดินออกมาจากในบ้าน

     

            “เจ้าไม่ใช่ลีเหยียนเนียน”

     

            เสียงพูดของคนคนนี้แปลกมากรูปร่างก็ดูแปลกด้วยเช่นกัน

     

            อันเจิงจ้องอย่างละเอียด จากนั้นก็พูดขึ้น“เยาโซ่วรึ?”

     

            คนคนนั้นส่ายหน้า

     

            “จิงโซ่ว?”

     

            คนคนนั้นส่ายหน้าอีกครั้ง

     

            อันเจิงถอนหายใจยาว “ที่แท้ก็เป็นสิ่งที่ต่อกรด้วยยากที่สุดนั่นเอง...หมัวโซ่ว”

     

            หมัวโซ่วปล่อยผมกระเซอะกระเซิง มันสวมหน้ากากที่ทำจากเหล็กกล้าบนหน้ากากไม่มีรูจมูก มีเพียงรูที่ดวงตาสองข้างเท่านั้น ดวงตานั้นมีแสงสีแดงริบหรี่มันเป็นแสงอ่อน ๆ แต่กลับแยงตาคนมองอย่างน่าประหลาด

     

            มันสวมชุดสีดำตัวใหญ่ แต่สามารถมองเห็นแสงสะท้อนจากเกราะเหล็กที่อยู่ภายใต้ชุดดำได้ชัดเจน

     

            ไม่ว่าจะเป็นเยาโซ่ว จิงโซ่วหรือหมัวโซ่ว ต่างต้องมีพลังในระดับสีม่วงเท่านั้นจึงจะสามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้ฉะนั้นเมื่ออันเจิงถามคำถามนั้นออกมา ในใจก็มีความรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่แล้ว สามารถฝึกพลังวัตรจนแปลงกายได้ขนาดนี้อันเจิงรู้ตัวเองดี ด้วยพลังที่มีในตอนนี้ไม่อาจต่อกรกับมันได้แน่ แต่ถึงกระนั้นเมื่ออันเจิงเห็นชุดเกราะของมันแล้วก็รู้ว่าควรทำอย่างไรเยาโซ่วคือสัตว์ที่ฝึกฝนพลังวัตร จิงโซ่วคือพืชพันธุ์และสิ่งของ ส่วนหมัวโซ่วคืออากาศธาตุ

     

            ในเมื่อเป็นแค่อากาศธาตุ ฉะนั้นโดยธรรมชาติจึงไม่สามารถมีร่างกายได้หมัวโซ่วนี้แปลงร่างเป็นคนได้เพราะมีชุดเกราะหุ้มอยู่ด้านนอก ดังนั้นหากชุดเกราะแตกออกร่างกายมันก็ต้องแตกซ่าน

     

            “ลีเหยียนเนียนอยู่ที่ไหน?” หมัวโซ่วถามขึ้น

     

            อันเจิงถามกลับ“ทำไมเจ้าต้องฆ่าลีเหยียนเนียน?”

     

            หมัวโซ่วนิ่งไปครู่หนึ่งจากนั้นก็เดินไปที่อันเจิง“หากหาเขาไม่เจอ เช่นนั้นข้าก็จะจับเจ้ากลับไปเค้นถาม ไม่นานก็คงจะได้คำตอบเหมือนกัน”

     

            อันเจิงไตร่ตรองครู่หนึ่งหากเขานำกระดิ่งแก้วออกมาก็จะนำเรื่องวุ่นวายเข้ามาเพิ่มอีกเพราะถ้ากระดิ่งแก้วปรากฏ เหล่ายอดฝีมือในเมืองนี้ต้องรู้อย่างแน่นอน พลังและความแข็งแกร่งที่เขามีในตอนนี้ก็ไม่สามารถปกป้องสมบัติวิเศษเหล่านี้ได้ฉะนั้นหากไม่จำเป็นจริง ๆ อย่าเอามันออกมาจะดีที่สุด เมื่อคิดถึงตรงนี้อันเจิงก็พลิกมือหยิบปิ่นแมลงปอทับทิมออกมา หากไม่มีพลังวัตรที่แข็งแกร่ง ก็ไม่สามารถใช้พลังอำนาจของอาวุธระดับสีม่วงพวกนี้ได้เต็มที่ฉะนั้นเมื่อปิ่นแมลงปอทับทิมอยู่ในมืออันเจิงจึงเป็นเหมือนอาวุธที่ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากนัก

     

            “เจ้าคิดต่อต้านรึ”

     

            เสียงที่เปล่งออกมาของหมัวโซ่วชุดเกราะราวกับเสียดสีกับเหล็กเล็กน้อยทำให้คนที่ได้ยินรู้สึกผิดแปลกและแสบแก้วหูยิ่งนัก มันเดินมาข้างหน้าจากนั้นก็ยกแขนชี้ไปที่อันเจิง“หากคิดต่อต้านก็ต้องตาย”

     

            เมื่อพูดจบ แขนเสื้อของมันก็เปิดออกและมีกลุ่มหมอกสีดำลอยออกมาอันเจิงขยับตัวออกไปด้านข้าง เมื่อหมอกดำนี้ลอยไปถึงที่ใด ต้นหญ้าและต้นไม้ที่นั่นก็ล้มตายกลายเป็นน้ำหนอง

     

            อันเจิงขมวดคิ้ว หมัวโซ่วนี้เกิดมาจากอากาศพิษหลากหลายชนิดฉะนั้นจึงไม่สามารถแยกแยะออกได้ว่าเป็นพิษอะไรบ้าง หากชวีหลิวซีอยู่ด้วยก็คงดีเพราะนางเข้าใจเรื่องพิษเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง

     

            เมื่อหมัวโซ่วชุดเกราะโจมตีไม่เข้าเป้า มันจึงกางแขนทั้งสองข้างออกหมอกดำกระจายออกเป็นงูหลายสิบตัว เลื้อยเข้าหาอันเจิงท่ามกลางบรรยากาศหม่นมัว

     

            อันเจิงไม่กล้าเข้าใกล้พิษพวกนั้น ร่างของเขาพุ่งออกไปจากจุดที่ยืนอยู่เพื่อหลบหลีกงูที่แปลงมาจากหมอกดำจากนั้นก็พุ่งเข้าใกล้ร่างของหมัวโซ่วชุดเกราะด้วยความเร็ว

     

            หึ! หมัวโซ่วชุดเกราะเปล่งเสียงเย็นยะเยือกแขนเสื้อทั้งสองของมันพองขึ้นราวกับผ้าที่ถูกลมพัดอย่างแรง ทันใดนั้นอากาศพิษก็พ่นออกมาอย่างต่อเนื่อง ราวกับลูกธนูก็ไม่ปาน

     

            เดิมทีการสู้กันในความมืดก็ไม่ใช่เรื่องดีนักเพราะไม่สามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น หมอกพิษเหล่านี้ยังเป็นสีดำและไม่มีเสียงอีกด้วยฉะนั้นอันเจิงจึงหลบมันได้ยาก

     

            อันเจิงสั่งการทางจิต สร้อยลูกประคำโลหิตในมือก็กะพริบแสงขึ้นครั้งหนึ่งโล่ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสี่สิบเซนติเมตรปรากฏในมืออันเจิง แสงที่ส่องประกายออกมาทั้งดูเก่าแก่และทรงอำนาจเป็นเกล็ดมัจฉานั่นเอง

     

            อันเจิงถือโล่เกล็ดมัจฉาและพุ่งไปด้านหน้าหมอกควันสีดำเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรเกล็ดมัจฉาได้เลยแม้แต่น้อย

     

            เอ๋! หมัวโซ่วชุดเกราะเปล่งเสียงออกมาด้วยความสงสัยจากนั้นก็มีงูยักษ์เลื้อยออกมาจากแขนเสื้อทั้งสองข้างด้วยสายตาที่เฉียบคมของอันเจิง เขาสามารถดูออกได้ทันทีว่านั่นคือแขนของหมัวโซ่วนั่นเองชุดเกราะของหมัวโซ่วนี้สร้างได้ละเอียดอ่อนไม่น้อยเพราะมันสามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ด้วย งูยักษ์ทั้งสองเลื้อยเข้ามาทางอันเจิง เขาจึงใช้เกล็ดมัจฉาตัดทำลายงูตัวหนึ่งขณะเดียวกันงูอีกตัวก็เลื้อยเข้ามาที่เอวของอันเจิงแล้ว

     

            แขนข้างนั้นม้วนอย่างรวดเร็ว งูยักษ์ราวกับรัดเหยื่อเอาไว้อย่างแรงจากนั้นก็กระชากตัวอันเจิงเข้าหาหมัวโซ่วชุดเกราะ

     

            ในขณะที่ตัวอันเจิงลอยเกือบถึงตัวหมัวโซ่วแขนอีกข้างของมันก็ม้วนเข้ามาอีกครั้ง แขนข้างนั้นเปิดรูออกแล้วปล่อยพิษใส่หน้าอันเจิง

     

            ทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งเมตรอันเจิงจึงใช้ปิ่นแมลงปอทับทิมในมือฟาดออกไป ทำให้ชุดเกราะขาดเป็นทางยาวระหว่างที่หมอกพิษในร่างรั่วไหลออกมานั้น อันเจิงก็บิดตัวใช้เท้ายันพื้นแล้วพุ่งหลบเขาใช้มือซ้ายถือเกล็ดมัจฉาแล้วปักลงกับพื้น เพื่อใช้เป็นแรงเหวี่ยงส่งร่างให้พุ่งกลับเข้าไปจากนั้นก็พลิกตัวแล้วใช้เท้าทั้งสองถีบเข้าที่หน้าอกของหมัวโซ่วอย่างแรง

     

            หมัวโซ่วชุดเกราะถอยหลังไปหลายก้าวขณะที่ร่างกายยังไม่สามารถควบคุมได้ อันเจิงก็มาอยู่ข้างหน้าในระยะประชิดอีกครั้งแล้ว

     

            ปิ่นแมลงปอทับทิมถูกแทงเข้าไปแล้วดึงกลับมาหมัวโซ่วชุดเกราะฟาดมือทั้งสองออกไปพร้อมกัน แต่ทว่าอันเจิงก็หลบไปอยู่ด้านหลังของมันแล้วเขาใช้ปิ่นแมลงปอทับทิมแทงเข้าไปหลายสิบครั้ง หมัวโซ่วคำรามออกมาด้วยความโมโห มันกลายร่างเป็นงูยักษ์แล้วเลื้อยไปหาอันเจิงอย่างรวดเร็ว

     

            อันเจิงเหวี่ยงเกล็ดมัจฉาในมือออกไปเกล็ดมัจฉาหมุนตัวเป็นครึ่งวงกลม จากนั้นก็ฟาดเข้าไปที่หน้าของหมัวโซ่วชุดเกราะอย่างแรงกร๊อบ! ชุดเกราะเริ่มแตกออก หมอกพิษสีดำค่อย ๆ กระจายออกไปในอากาศ

     

            อันเจิงพุ่งตัวเข้าไปอีกครั้งและใช้ปิ่นแมลงปอทับทิมแทงเข้าไปอย่างต่อเนื่องชุดเกราะของหมัวโซ่วมีรูเต็มไปหมด เมื่ออันเจิงถอยหลังกลับออกมา หมัวโซ่วก็โมโหจนถึงขีดสุด

     

            “เป็นแค่คนที่มีพลังวัตรต่ำกว่าขอบเขตสุมารุยังกล้ามาต่อกรกับข้าอีกรึ!”

     

            มันพุ่งตัวออกมาด้านหน้าทว่ากลับเห็นอันเจิงแสยะยิ้มออกมา

     

            “ข้าจะมีพลังอยู่ในขอบเขตอะไรนั้นไม่สำคัญที่สำคัญคือข้ามีของดีเยอะ”

     

            อันเจิงยื่นมือข้างหนึ่งปล่อยพลังออกไปทันทีพลังของเขากระแทกเข้ากับตัวของหมัวโซ่วชุดเกราะ ตูม! ชุดเกราะแตกออกเป็นเสี่ยง ๆหล่นลงบนพื้น ก่อนหน้านี้ชุดเกราะถูกอันเจิงแทงเป็นรูมากกว่าร้อยรูอยู่แล้ว เมื่อปล่อยพลังกระแทกเข้าไปเพียงหนึ่งฝ่ามือชุดเกราะจึงแตกออก หมอกดำมากมายพวยพุ่งออกมาในทันที

     

            “ที่นี่เป็นโลกมนุษย์หมัวโซ่วอย่างพวกเจ้าไม่ควรเข้ามาตั้งแต่แรก”

     

            อันเจิงยกมือขึ้น เกล็ดมัจฉาก็ลอยออกไปกระแทกหมอกดำจนแตกละเอียดท่ามกลางหมอกควัน มีไข่มุกสีแดงเม็ดหนึ่งปรากฏออกมา

     

            “หาของกินให้เสี่ยวช่านเพิ่มอีกหน่อยดีกว่า”

     

            ในขณะที่เกล็ดมัจฉากำลังโจมตีหมอกดำอยู่นั้นปิ่นแมลงปอทับทิมก็แยกไข่มุกสีแดงออกมา ไข่มุกหล่นลงบนพื้นแล้วกลิ้งออกไปเอง มันกำลังหนีอันเจิงอยู่เมื่อเห็นมันกำลังจะกลิ้งออกจากสวนบ้านไป ปิ่นแมลงปอทับทิมจึงลอยออกไปดักอยู่ตรงหน้าไข่มุกเมื่อไข่มุกหยุดกลิ้ง สร้อยลูกประคำโลหิตในมืออันเจิงจึงกะพริบแสงแล้วดูดไข่มุกสีแดงเข้าไป

     

            สร้อยลูกประคำโลหิตของอันเจิงตอนนี้สามารถใช้ได้เพียงสี่เม็ดเท่านั้นเม็ดแรกคือสวนสมุนไพร เม็ดที่สองคือช่องเก็บของ เม็ดที่สามใช้ดูดซับไอปราณที่เกินอัตราเม็ดที่สี่คือที่เก็บเกล็ดมัจฉา

     

           ลูกประคำเม็ดที่สองมีลวดลายเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยมนั่นเป็นช่องว่างที่ใช้เก็บของ เมื่อสร้อยลูกประคำโลหิตกะพริบแสงออกมา ไข่มุกสีแดงนั่นจึงถูกดูดเข้าไปเก็บทันที

     

            อันเจิงไม่กล้าอยู่ที่นี่ต่อแล้วเขารีบพุ่งเข้าไปในบ้านแล้วกระชากตัวลีเหยียนเนียนลงมาจากคาน ก่อนออกจากจวนเขาก็ทิ้งกระบอกไฟลงในบ้าน

     

            “เจ้าทำอะไรเนี่ย!”

     

            ลีเหยียนเนียนพูดด้วยความร้อนใจ

     

            อันเจิงลากตัวเขาแล้วเหาะออกไป“คนพวกนี้คงทำเรื่องชั่ว ๆ ไว้มาก ที่ข้าจุดไฟเผาบ้านท่านก็เพื่อเรียกคนของหน่วยฟางกู้มาตรวจสอบคนที่ตายพวกนั้นน่าจะถูกหน่วยฟางกู้หรือหน่วยอื่น ๆ สืบหาตัวตนจนเจอเมื่อถึงตอนนั้น คนที่อยากลงมือฆ่าท่านก็คงไม่กล้าลงมือซ้ำในเร็ว ๆ นี้แน่”

     

            ลีเหยียนเนียนชะงักไป ตอนนี้ตัวเขาถูกอันเจิงลากไปตามตรอกซอยแล้ว

     

           อันเจิงจงใจพาลีเหยียนเนียนเดินวนไปวนมาหลายรอบ ก่อนจะกลับเข้ามาในสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากตระกูลลีมาก น่าจะประมาณสามถึงสี่กิโลเมตร เมื่อกลับไปถึงสำนักอันเจิงก็พาลีเหยียนเนียนเข้ามาในห้องนอนของเขา ภายใต้แสงไฟสลัว สีหน้าของลีเหยียนเนียนซีดขาวราวกระดาษ

     

            “ท่านไปขัดแย้งกับใครมา?” อันเจิงเค้นถาม

     

            “เหตุใดจึงต้องใช้คนมากมายขนาดนี้มาฆ่าท่าน?”

     

            ลีเหยียนเนียนส่ายหัวจากนั้นก็พยักหน้าอย่างเร็ว ในแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวลึกล้ำ“ถึงตาข้าแล้วหรือนี่?”

     

            เมื่อเขาพูดคำนี้ออกมา ในแววตามีความสับสนที่มากจนไม่อาจประมาณได้

    คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115