“คืนนี้ข้าต้องออกไปข้างนอกเ้าสั่งอาหารมากินในห้องแล้วอาบน้ำเข้านอนได้เลย ไม่ต้องรอข้า…”
“อื้ม” เด็กหญิงรับคำมองคนตัวโตตาแป๋วดวงตากลมโตที่มีหางตาชี้ขึ้นตรึงใจให้เซียวจิ่งหลงอดลูบศีรษะเล็กด้วยความเอ็นดูมิได้ััอันอบอุ่นทำให้เสี่ยวมาวยิ้มตาหยีออกมาอย่างมีความสุข
เขาเปิดห้องพิเศษที่มีสองเตียงนอนเพราะไม่้าให้เด็กน้อยอยู่ห่างจากสายตาเมื่อสั่งความแล้วจึงใช้วิชาตัวเบาแกะรอยไปตามสัญลักษณ์ที่องครักษ์ทิ้งเอาไว้
“ขออภัยที่กระหม่อมไร้สามารถจึงพึ่งตามหาท่านอ๋องพบพ่ะย่ะค่ะ”บุรุษเรือนร่างกำยำสูงใหญ่เผยตัวออกมาจากที่ซ่อนคุกเข่าลงตรงหน้าสำนึกผิดที่ทำงานบกพร่อง
“ไม่เป็ไรเหตุการณ์ครั้งนี้ข้าประมาทศัตรูเกินไปไม่คิดว่าพวกมันจะใช้แผนสกปรกถึงขั้นวางยาจนทำให้ข้าอ่อนแรงโชคดีที่ได้เสี่ยวมาวช่วยเหลือเอาไว้”น้ำเสียงทุ้มห้าวบอกเล่าเื่ราวด้วยจังหวะไม่เร็วไม่ช้า
“เสี่ยวมาว หรือพ่ะย่ะค่ะ ?”เยี่ยนเป่าขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
“นับแต่นี้เสี่ยวมาวคือน้องบุญธรรมของข้าเ้าไปหาบ้านสักหลังแล้วส่งข่าวให้เหยาเอ๋อร์กับอาเฉินตามไปพบข้าที่นั่นด้วย”
“พ่ะย่ะค่ะ” ร่างสูงใหญ่ขานรับก่อนเร้นกายหายลับไปในความมืดมิด
โรงเตี๊ยมเสียงหาง เมืองตี้อาน
“เสี่ยวมาว เหตุใดเ้ายังไม่นอนอีก ?” เซียวจิ่งหลงรู้สึกแปลกใจ เมื่อเห็นเด็กหญิงนั่งสัปหงกอยู่ที่โต๊ะ ครั้นได้ยินเสียงพี่ชายบุญธรรมเสี่ยวมาวจึงรีบสะบัดศีรษะขับไล่ความง่วงงุน
“ต้าหลง ท่านกลับมาแล้วหรือ ?ข้ากลัวท่านหิวเลยทำโจ๊กสมุนไพรเอาไว้ รอสักครู่นะ… ข้าจะไปอุ่นโจ๊กแล้วยกขึ้นมาให้ท่านกิน” แม้น้ำเสียงจะยังงัวเงียแต่เด็กน้อยก็รีบเดินลงไปที่ครัวของโรงเตี๊ยมอย่างกระตือรือร้น
ทีแรกเซียวจิ่งหลงไม่ได้รู้สึกหิวนักแต่พอตักโจ๊กคำแรกเข้าปากเนื้อััอันหอมกรุ่นนุ่มลื่นทำให้รู้สึกคล่องคอเป็อย่างมากสุดท้ายจึงกินโจ๊กจนหมดหม้ออย่างไม่รู้ตัวเสี่ยวมาวนั่งเท้าคางมองดูเขากินอย่างเพลิดเพลินดวงตาคู่งามทอประกายระยิบระยับออกมาอย่างมีความสุข ริมฝีปากชมพูแวววาวยกยิ้มน้อย ๆอย่างพึงพอใจเมื่อชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาเห็นภาพตรงหน้าพลันรู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนต์
“ท่านอิ่มแล้วหรือ ?” เด็กหญิงถามพลางเทน้ำชาจากกาแล้วยกจอกส่งให้เขา
“อิ่มแล้ว…โจ๊กของเ้าอร่อยมาก ขอบใจนะ” เซียวจิ่งหลงรับน้ำชามาดื่มอย่างเก้ ๆ กัง ๆ เริ่มสับสนกับความรู้สึกของตนเอง
“ท่านจะอาบน้ำเลยหรือไม่ ? ตอนที่ข้าลงไปอุ่นโจ๊กได้บอกให้เสี่ยวเอ้อร์ต้มน้ำขึ้นมาให้ท่านอาบแล้ว”
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปลูบศีรษะเล็กอย่างรู้สึกประทับใจกับความเอาใจใส่ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ข้ารู้สึกเหนียวตัวพอดี ขอบใจมากนะเสี่ยวมาว”
“อื้ม” เด็กน้อยยิ้มกว้างดวงตาส่องประกายสุกใสก่อนลุกขึ้นยกถ้วยและหม้อโจ๊กลงไปเก็บที่ครัว
กว่าเซียวจิ่งหลงจะอาบน้ำเสร็จเด็กหญิงก็นอนหลับปุ๋ยไปแล้วคงเหลือเพียงเสียงลมหายใจอันแ่เบาสม่ำเสมอเขานอนพลิกตัวบนเตียงอยู่นาน สุดท้ายจึงตัดสินใจเดินไปอุ้มร่างเล็กกลับมานอนกอดที่เตียงกลิ่นกายหอมละมุนของเด็กน้อยทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยและผ่อนคลายจนสามารถนอนหลับได้สนิท
“เหตุใดข้าจึงมาอยู่บนเตียงของท่านได้เล่า?” เสี่ยวมาวขยี้ตาถามอย่างมึนงง เมื่อพบว่าตนเองตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของชายหนุ่ม
“เมื่อคืนเ้าคงละเมอจึงเดินมานอนที่เตียงของข้า”เซียวจิ่งหลงบอกหน้าตาเฉย
“จริงรึ ? น่าแปลก… ข้าพึ่งรู้ว่าตนเองเป็โรคนอนละเมอ” เด็กน้อยเกาหัวแกรกพูดเบา ๆเหมือนบ่นกับตนเองอย่างไม่แน่ใจ
“ไปล้างหน้าล้างตาเถิดเดี๋ยวข้าพาเ้าไปเดินเที่ยวตลาดหาของอร่อย ๆ กินกันดีหรือไม่ ?”ชายหนุ่มรีบเปลี่ยนเื่อย่างอารมณ์ดีก่อนฉุดตัวเด็กหญิงให้ลุกขึ้นจากเตียง
เมื่อถึงตลาดเสี่ยวมาวจูงมือเซียวจิ่งหลงวิ่งเข้าวิ่งออกแทบทุกร้านอย่างตื่นเต้นจนถึงร้านเครื่องประดับแห่งหนึ่ง เด็กหญิงจึงหยิบปิ่นเงินขึ้นมาดูอย่างสนใจ
“เ้าเลือกได้ตามใจชอบเลยเสี่ยวมาว…” เซียวจิ่งหลงเห็นนางมองปิ่นในมืออยู่นานจึงเอ่ยขึ้น
“ข้าอยากได้เครื่องประดับที่ไม่เหมือนใครข้าสามารถออกแบบเครื่องประดับด้วยตนเองได้หรือไม่ ?”เสี่ยวมาวเอียงคอถามชายหนุ่มด้วยทีท่าไร้เดียงสา
“ได้สิ!ทำไมถึงจะไม่ได้เล่า!”ที่แท้ก็เป็เื่นี้เองที่ทำให้เด็กน้อยยืนนิ่งคิดอยู่นานคนตัวโตบอกกับตนเองพลางฉีกยิ้มกว้าง
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปร้านเครื่องเขียนกันเถิด”เด็กน้อยส่งยิ้มหวาน ก่อนดึงมือของเขาออกจากร้านไปอย่างร่าเริง
ครั้นกลับถึงโรงเตี๊ยมเสี่ยวมาวก็ตั้งหน้าตั้งตาวาดรูปอย่างตั้งใจกระดาษแผ่นแล้วแผ่นเล่าถูกขยำโยนทิ้งจนเกลื่อนพื้นในที่สุดก็ได้ภาพที่เด็กหญิงพอใจอยู่สี่ห้าแผ่น นางเดินถือมันไปหาเซียวจิ่งหลงที่กำลังนั่งเหยียดยาวอ่านหนังสืออยู่บนเตียงนอน
“วาดเสร็จแล้วหรือ ?ดูใบหน้าของเ้าสิ เปื้อนหมึกเต็มไปหมดเหมือนแมวน้อยเข้าไปทุกทีแล้ว…” ปลายนิ้วเรียวยาวค่อย ๆบรรจงเช็ดน้ำหมึกออกจากใบหน้าเล็กของเสี่ยวมาวอย่างอ่อนโยน
“ขอบคุณ ท่านดูภาพของข้าสิ มีภาพไหนที่พอนำไปสลักเป็ลวดลายบนเครื่องประดับได้บ้าง”เสียงเล็ก ๆ เอ่ยปากเจื้อยแจ้วพร้อมกับยื่นภาพในมือทั้งหมดให้เขา
เซียวจิ่งหลงรับภาพจากมือของเสี่ยวมาวพลางพิจารณาไปทีละภาพอย่างรู้สึกทึ่งและได้คัดภาพที่ดีที่สุดเพียงสองภาพ
ภาพแรกเป็ัท่วงท่าองอาจงามสง่าเลื้อยพาดพันรอบกายลูกแมวน้อยตาแป๋วขนฟูดูน่ารักมีรายละเอียดสมจริงราวกับมีชีวิตส่วนภาพที่สองเป็รูปหน้าักับลูกแมวน้อยที่มีลายเส้นเรียบง่ายโดดเด่นดูมีเอกลักษณ์