เมื่อเซียนอินทานอาหารที่เทียนคงนำมาให้เรียบร้อยแล้วจากนั้นไม่นานนักเ้าเมืองต้าเจิงก็มาถึงและพวกเขาก็ได้เดินทางไปที่สำนักวิหคครามสาขา เพื่อพาเทียนคงเข้าเป็ศิษย์ของสำนัก
“นี่เ้าหนุ่ม แม้จะยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเ้าเป็ใคร แต่ตอนนี้เ้าก็ได้ทำคุณงามความดีไว้ให้กับเมืองของข้าถึงสองครั้ง และแม้แต่ช่วยชีวิตธิดาข้า แน่นอนว่าข้าเป็หนี้บุญคุณเ้า และข้าจะถือว่าเ้าเป็สหายของข้า และข้าก็เป็สหายของเ้าเช่นกัน ฉะนั้นข้าหวังเป็อย่างยิ่งว่าไม่ว่าอนาคตเ้าจะรู้ความจริงแล้ว ว่าเ้านั้นเป็ใคร ข้าก็ได้แต่หวังว่าเ้าจะไม่ลืมเมืองของข้า ธิดาของข้า และไม่ว่ามันจะออกมาเป็เช่นไร ข้าขอให้เ้ายังมองเซียนอินเป็สหายของเ้า” ในระหว่างการเดินทาง เ้าเมืองต้าเจิงเอ่ยกับเทียนคงด้วยความคาดหวังเพราะเขานั้นได้รับทราบถึงความสามารถของเทียนคงจากธิดาของเขามาแล้วถึงแม้จะไม่ได้ประจักษ์ด้วยตนเองแต่ธิดาของเขานั้นไม่เคยโกหกต่อเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาจึงเชื่ออย่างสนิทใจ
“ท่านเ้าเมือง ขอให้ท่านอย่าได้เป็กังวล ต่อให้ในอนาคตข้ารู้ทุกอย่างแล้ว และตัวตนที่แท้จริงของข้าจะเป็ศัตรูกับฝ่ายของท่านแต่ข้าจะไม่เป็ศัตรูกับท่านอย่างแน่นอน” เทียนคงตอบอย่างแน่วแน่มั่นคงถึงเจตนารมณ์ของเขาที่มีต่อเมืองประกายเงินและเซียนอิน
“เช่นนั้นก็ดี เอาล่ะเราถึงที่หมายแล้ว”
เบื้องหน้าของคนทั้งสามปรากฏเป็อาคารขนาดใหญ่ ความสูงรวมร่วม 100 เมตรพื้นที่กว้างขวางหากเปรียบเทียบกับตำหนักเ้าเมืองแล้วใหญ่โตกว่าหลายสิบเท่า สำนักวิหคครามสาขาเมืองประกายเงินนี้ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างไกลพอสมควรทั้งสามใช้เวลาเดินทางด้วยเรือบินยังใช้เวลาถึงเกือบสองชั่วโมง
“ข้าหวังต้าเจิง เ้าเมืองประกายเงินมีความประสงค์ที่จะพบเ้าสำนักเพื่อส่งคนเข้าเป็ศิษย์ โปรดนำทางด้วย”เ้าเมืองต้าเจิงเอ่ยกับทหารเฝ้าประตู
จะสังเกตได้ว่าแม้จะเป็เ้าเมืองก็ไม่สามารถเข้าออกสำนักได้ตามอำเภอใจ แสดงให้เห็นว่าอำนาจในการปกครองของสำนักนั้นแยกออกจากการปกครองเมืองโดยสิ้นเชิงแม้สำนักตรงหน้าจะเป็สาขาที่ประจำเมืองประกายเงินก็ตาม
“ท่านเ้าเมืองเหตุใดท่านและเซียนอินถึงไม่สามารถเข้าออกสำนักได้เล่ามิใช่ว่าคนในสำนักสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระหรอกหรือ” เทียนคงเอ่ยถามเ้าเมืองต้าเจิงด้วยความประหลาดใจเนื่องจากเห็นว่าทั้งเ้าเมืองต้าเจิงและเซียนอินต่างถูกตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่หนึ่งในทหารเฝ้าประตูจะนำทางพวกเขาเข้าไป
“ถูกต้อง หากเป็ศิษย์ของสำนักย่อมสามารถเข้าออกได้ตามใจ แต่ข้าและเซียนอินไม่ได้เป็ศิษย์ของสำนัก”เ้าเมืองต้าเจิงชี้แจง
“เช่นนั้นหรือ เพราะเหตุใดกันข้าเข้าใจมาตลอดเลยว่าพวกท่านเป็หนึ่งในศิษย์ของสำนัก” เทียนคงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
“เื่ราวมันค่อนข้างซับซ้อน ให้เล่าให้เ้าฟังตอนนี้ก็คงไม่เหมาะ เอาเป็ว่าตอนนี้หน้าที่ข้าคือพาเ้าเข้าสำนักเพื่อเป็หนทางที่เ้าจะสามารถเข้าร่วมการทดสอบคัดเลือกได้ส่วนเื่อื่น ไว้ข้าจะอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดภายหลัง”เ้าเมืองต้าเจิงมองซ้ายมองขวา เอ่ยตอบด้วยท่าทีระมัดระวัง ดูเหมือนกลัวว่าจะมีใครได้ยิน
“เข้าใจแล้วขอบคุณท่านมากที่ช่วยเหลือ ภายภาคหน้ามีโอกาสข้าจะตอบแทนบุญคุณครั้งนี้แน่นอน”
“คนที่เ้าควรขอบคุณและตอบแทนไม่ใช่ข้าแต่เป็ธิดาข้า เ้าควรมอบมันให้กับนาง หากไม่ใช่เพราะนางข้าคงไม่มีทางเสี่ยงทำอะไรแบบนี้แน่นอน” เ้าเมืองต้าเจิงเอ่ยต่อเทียนคงด้วยความเป็กังวล เพราะถ้าหากว่าสำนักตรวจสอบอย่างจริงจัง และพบว่าเทียนคงไม่ใช่ประชาชนของเมืองประกายเงินอย่างที่เขาสร้างเื่ขึ้นมา จะต้องเป็เื่ใหญ่มากแน่ ๆและแน่นอนว่า ผู้ที่จะต้องโดนลงโทษอย่างหนักก็ไม่พ้นเขาและธิดา ซึ่งหากว่าการลงโทษเขาสามารถแบกรับได้เพียงคนเดียว เขาก็ยินดีที่จะรับมัน แต่มันไม่มีทางเป็ไปได้ว่าเขาจะสามารถรับโทษเพียงคนเดียวหากเื่แดงขึ้นมาจริง ๆ
“ข้ามาส่งเ้าได้เท่านี้ที่เหลือเป็หน้าที่ของสำนัก ซึ่งข้าและท่านพ่อไม่สามารถอยู่กับเ้าภายในสำนักได้ที่เหลือล้วนขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว” เซียนอินเอ่ยต่อเทียนคงด้วยท่าทีเป็ห่วงอยู่ไม่น้อย
“เท่านี้ก็เพียงพอแล้วรบกวนท่านทั้งสองมามากแล้ว เดินทางปลอดภัย”
หลังจากเ้าเมืองต้าเจิงและเซียนอินได้นำพาเทียนคงเข้ารับการเป็ศิษย์ของสำนักเรียบร้อยแล้ว ก็เดินทางกลับโดยทันทีและจากนั้นเพียงครู่เดียว บุคคลผู้หนึ่งก็ค่อย ๆปรากฏกายออกมาจากมุมหนึ่งของโถงรับรองแขก
“เ้าคือ เทียนคง?” ชายชราผู้หนึ่งรูปร่างสูงโปร่งสวมใส่เครื่องแต่งกายสีดำมีแถมลวดลายสีครามเป็ริ้ว เป็ลักษณะเสื้อคลุมทั้งตัวั้แ่ศรีษะจนถึงข้อเท้า เอ่ยขึ้นหลังจากเซียนอินและเ้าเมืองต้าเจิงออกจากโถงรับรองไปได้ไม่นานนัก
“ใช่แล้วเป็ข้าเอง”
“ข้าได้ยินจากเ้าเมืองต้าเจิงว่าเ้าเป็ผู้ที่สามารถใช้พลังได้ และพร์ของเ้าค่อนข้างสูงสมควรแก่การได้เป็หนึ่งในตัวแทนของเมืองในการเข้าประลองคัดเลือกข้าขอทดสอบเสียหน่อย เ้าพร้อมหรือไม่”
“ข้าพร้อม โปรดสอนสั่ง” เทียนคงเอ่ยตอบอย่างมั่นใจ
“ดี เ้าอาจจะรู้มาบ้างแล้วว่าการฝึกพลังแบ่งออกเป็สามรูปแบบดังนั้นข้าจะทดสอบเ้าสามอย่าง ข้าอยากรู้ว่าเ้าจะเหมาะกับรูปแบบใด ตามข้ามา”ชายชราเมื่อกล่าวเสร็จ ได้พาเทียนคงไปยังห้องโถงอีกห้องหนึ่งไม่ไกลจากโถงรับรองเมื่อสักครู่ ภายในโถงเต็มไปด้วยหุ่นที่สวมชุดเกราะเต็มตัวยืนเรียงรายล้อมห้องโถงแห่งนี้นับ 100 ตน แต่ละตนถืออาวุธนานาชนิด
“นี่คือบททดสอบแรกเ้าต้องรับการโจมตีจากหุ่นเชิดนี้โดยที่เ้าทำได้เพียงรับการโจมตีนั้นห้ามตอบโต้หรือหลบหลีกให้เ้าทนให้ได้นานที่สุด พร้อมหรือไม่”
“ข้าพร้อม” เมื่อเทียนคงเอ่ยตอบเพียงครู่เดียวหุ่นเกราะตนหนึ่งก็ขยับมาด้านหน้าเขา และปล่อยคลืนพลังชุดหนึ่งตรงไปที่เขา
วูบบ ตูมม การโจมตีแรกผ่านไปไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนปรากฏที่เทียนคงแม้แต่น้อย
“อย่าเพิ่งดีใจไป นี่แค่เพิ่งเริ่ม” ชายชราเอ่ยบอกเทียนคงและแสดงท่าทีไม่ได้ใส่ใจนักแต่ก็แอบเหลือบมองการทดสอบอยู่เป็ระยะ
หุ่นเชิดตนที่สองเข้าร่วมการโจมตีตนที่สาม ... ตนที่ห้า เข้าร่วมการโจมตีการโจมตีของหุ่นเชิดทั้งห้ากำลังจะผ่านพ้นไป โดยที่เทียนคงก็ยังยืนอยู่ที่เดิม
“!!! นี่มัน ... น่าสนใจจริง ๆ" แท้จริงแล้วชายชราผู้นี้เป็เพียงผู้ที่ผ่านทางมา และแค่นึกสนุก อยากแกล้งเด็กหนุ่มนี่สักหน่อย ตอนแรกที่เห็นเทียนคงผ่านการโจมตีของหุ่นเชิดตัวแรก เขายังเฉย ๆ แต่เมื่อการโจมตีของหุ่นเชิดผ่านไปถึงตนที่ 3 เขาก็เริ่มสนใจขึ้นมาเล็กน้อย และเมื่อหุ่นเชิดตนที่ห้ายังไม่สามารถล้มเทียนคงได้ เขาก็สนใจในตัวเทียนคงขึ้นมาแล้วจริง ๆ เพราะในระดับผู้ที่จะเริ่มต้นฝึกฝนการใช้พลัง ขอเพียงแค่เขาทนรับการโจมตีต่อเนื่องของหุ่นเชิดตนเดียวได้ เขาก็ผ่านการทดสอบการใช้พลังในรูปแบบส่งเสริมแล้ว
แม้การแสดงออกของชายชราจะเล็กน้อยมากแต่เทียนคงที่มีประสาทััที่ไวกว่าคนปกติทั่วไปมาก จึงสังเกตเห็นได้ ดังนั้นตัดสินใจลดการป้องกันลง จนทำให้เขาล้มลงเมื่อรับการโจมตีต่อเนื่องของหุ่นเชิดพร้อมกันเจ็ดตน
“ผู้าุโ ... ข้าทนได้เพียงเท่านี้” เทียนคงแกล้งทำได้อย่างสมบทบาทมาก ตอนนี้เนื้อตัวเขาเต็มไปด้วยาแ ใครมองก็รู้ได้ว่าผ่านศึกหนักมา
“เช่นนั้นรึ งั้นไปการทดสอบที่สอง”ไม่ทันให้เทียนคงได้พักชายชราก็นำเทียนคงไปยังโถงต่อไปโถงนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด คล้ายกับมีป่าดงดิบอยู่ภายในห้องโถงนี้ และห้องโถงนี้ก็มีหุ่นเชิดประจำอยู่เช่นกันแต่จำนวนน้อยกว่าโถงที่ผ่านมา แม้ขนาดโถงจะใหญ่กว่ามาก
“การทดสอบนี้เ้าจะต้องทำการฟื้นสภาพของพืชต่าง ๆที่อยู่ที่นี่ จากการถูกทำลายโดยหุ่นเชิดเ้าต้องทำการฟื้นสภาพให้ได้มากที่สุดเท่าที่เ้าทำได้ภายในเวลาหนึ่งชั่วโมง เ้าพร้อมหรือไม่"
“ข้าพร้อมแล้วขอรับ”
วูบบบ ตูมมการโจมตีของหุ่นเชิดกินอาณาเขตทำลายประมาณ 20 ตารางเมตรพืชพรรณในบริเวณดังกล่าวบ้างก็ถูกทำลายอย่างหนักแทบไม่เหลือเค้าเดิมบ้างก็ถูกทำลายเพียงเล็กน้อย ปะปนกันไป
เทียนคงไม่รอช้าเขาเริ่มทำการฟื้นสภาพ ต้นไม้ที่ถูกทำลายอย่างหนักก่อน จนเวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงเขาก็สามารถฟื้นสภาพต้นไม้ที่ถูกทำลายอย่างหนักราว ๆ 4-5 ต้นได้ จนเป็สภาพการถูกทำลายที่เท่า ๆกันกับต้นไม้อื่น ๆรอบด้าน ระหว่างนั้นเองใบหน้าตกตะลึงก็ปรากฏให้เห็นจากชายชราอีกครั้ง ในครั้งนี้เทียนคงไม่ทันได้สังเกตเห็น เพราะเขาใช้สมาธิทั้งหมดในการฟื้นสภาพต้นไม้อยู่
จากนั้นเทียนคงจึงส่งพลังที่ต่างจากรอบแรกที่ส่งพลังเข้าไปที่ต้นไม้ต้นใดต้นหนึ่งเพียงต้นเดียวระหว่างการฟื้นสภาพ แต่ในคราวนี้เขาส่งพลังไปครอบคลุมทั่วทั้งพื้นที่ปกคลุมพืชพรรณในบริเวณทั้งหมด และฟื้นสภาพไปพร้อม ๆกัน จนเวลาผ่านไปครบหนึ่งชั่วโมงเทียนคงก็สามารถฟื้นสภาพพืชพรรณในบริเวณทดสอบได้จนครบทุกต้นพอดิบพอดี !!!
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมากยังเหลืออีกหนึ่งการทดสอบ ตามข้ามา” ในครั้งนี้ชายชราไม่รอให้เทียนคงพักอีกเช่นเคยพาเขาไปสู่โถงที่สามเพื่อทำการทดสอบสุดท้าย
“นี่คือการทดสอบสุดท้าย เป็การทดสอบที่เรียบง่ายที่สุดแต่ก็ยากที่สุดเช่นกัน เ้าเห็นก้อนหินที่อยู่ตรงหน้าเ้าหรือไม่เ้าเพียงแค่ต้องพยายามใช้พลังของเ้า ทำให้หินนี้ลอยขึ้นและคงไว้ให้ได้นานที่สุด เท่าที่เ้าจะทำได้ เ้าพร้อมนะ"
“ข้าพร้อมแล้วขอรับ”
เมื่อเอ่ยจบเทียนคงนั่งลงกับพื้น ไม่นานเขาก็ทำให้หินตรงหน้าลอยขึ้นได้ และเขาคงสภาพการลอยนี้ของหินตรงหน้าที่หนักกว่า 10 กิโลกรัม ไว้ 5 นาที จากนั้นเขาจึงปล่อยมันลง เพราะเขาสังเกตได้ว่าชายชราผู้นี้ดูแล้วไม่น่าจะเป็คนของสำนักธรรมดา ๆ และดูเหมือนผลการทดสอบที่ผ่านมาจะทำให้เขาประหลาดใจอยู่ไม่มากก็น้อย เขาจึงเลือกที่จะเก็บความสามารถของตัวเองไว้ ไม่เปิดเผยออกมาทั้งหมดจะดีที่สุด
เพราะหากเขาแสดงความสามารถที่มีอยู่ในปัจจุบันทั้งหมดละก็ ในการทดสอบแรก อย่าว่าแต่หุ่นเชิดเจ็ดตัวเลย ต่อให้สัก 10-15 ตน เขาก็คงยังทนได้ และคงทนไม่ไหวจริง ๆที่ 30 ตน ในการทดสอบที่สองเทียนคงสามารถฟื้นสภาพต้นไม้ทั้งหมดในการทดสอบได้โดยใช้เวลาเพียง 10 นาที แต่เขาเลือกที่จะใช้เวลาจนครบ 1 ชั่วโมง ส่วนการทดสอบสุดท้ายเขาก็ไม่รู้ว่าจะทำให้หินก้อนนี้ลอยได้นานแค่ไหน เพราะตราบเท่าที่เขายังสามารถรวบรวมพลังงานรอบตัวได้ เขาก็ทำให้หินลอยได้เรื่อย ๆ
“นี่ นี่มัน ไม่น่าเชื่อจริง ๆ เ้าเด็กนี่ เป็คนที่มีพร์ในการฝึกพลังได้ครบทุกรูปแบบ!!!” ชายชราอุทานในใจ เพราะทันทีที่เทียนคงทำให้หินลอยได้ ชายชราก็ตกตะลึงพรึงเพริดแล้ว ...