บทที่ 30 ชาติหน้าอย่าเสแสร้ง
คืนนั้นผ่านไปอย่างราบรื่น จนกระทั่งหกโมงเช้าเว่ยเสี่ยวซูก็ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงนาฬิกาปลุกอย่างงัวเงีย แล้วไปล้างหน้าแปรงฟัน
วันนี้เขาจะกลับบ้าน บ้านเกิดของเขาอยู่ที่หมู่บ้านเป่าสือ ตำบลชิงเหออำเภออันโจว เมืองชิงหยาง ระยะทางก็ประมาณร้อยกิโลเมตร การเดินทางกลับบ้านต้องต่อรถ 3 ครั้ง ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง
หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จเว่ยเสี่ยวซูก็หยิบขนมปังกับนมกล่องหนึ่งแล้วรีบออกจากห้อง ตอนนี้ข้างนอกยังมืดอยู่ มองขึ้นไปบนฟ้าก็ยังเห็นพระจันทร์เสี้ยวอยู่
รถเที่ยวแรกที่ไปอำเภออันโจวคือ 6 โมงครึ่ง ตอนนี้เพิ่งจะ 6 โมง เว่ยเสี่ยวซูจึงเดินเล่นไปตามถนนที่ยังมืดอยู่
เขาเปิดโทรศัพท์มือถือ เปิดแอปอ่านนิยาย แล้วก็หานิยายที่น่าสนใจไว้ เผื่ออ่านฆ่าเวลาตอนอยู่บนรถ
“หนังสือเล่มนี้น่าสนใจดีนะ แต่ชื่อเื่ยาวและดูโอ้อวดมาก ชื่อว่า [ผ่ามิติวิถีเทพ: อัญเชิญสุดขอบไร้ขีดจำกัด ทลาย์]
นักเขียนสมัยนี้ไม่มีหัวคิดเลย ตั้งชื่อเื่ยาวและน้ำเน่า แต่อาจเป็ เพราะเว่ยเสี่ยวซู่มีอาชีพเป็ผู้อัญเชิญิญญา เขาจึงสนใจเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เป็พิเศษ
เขาคลิกเข้าไปอ่าน กะว่าจะอ่านแค่ไม่กี่นาที แต่พออ่านแล้วก็ติดหนึบ
จนทำให้เขาไม่ทันระวังตัว ไม่รู้เลยว่ามีคนสะกดรอยตามเขามาตั้งหลายสิบเมตร
ตอนที่เว่ยเสี่ยวซู่เดินผ่านตรอกแคบๆ ความยาวร้อยกว่าเมตร ชายคนนั้นก็เริ่มลงมือ
เขาดึงมีดออกมาจากเอว ปลายมีดคมกริบ สะท้อนแสงจันทร์เป็ประกาย
ชายคนนั้นสวมหมวกแก๊ป ปิดหน้าด้วยหน้ากากอนามัย เผยให้เห็นแค่ดวงตาเ็า
ทันใดนั้น ชายลึกลับคนนั้นก็วิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว แต่ที่แปลกคือ ถึงจะวิ่งเร็วขนาดนั้น กลับไม่มีเสียงฝีเท้าเลย น่าขนลุกมาก
ระยะทางไม่กี่สิบเมตรผ่านไปอย่างรวดเร็ว ดวงตาของชายคนนั้นฉายแววคมกริบ ร่างกายของเขาเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เว่ยเสี่ยวซู่ในระยะครึ่งเมตรอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี
จากนั้นเขาก็สะบัดข้อมือ มีดสั้นที่แวววาวก็กรีดผ่านลำคอของเว่ยเสี่ยวซู่ เสียงเนื้อหนังฉีกขาดดังขึ้น เือุ่นๆพุ่งกระฉูดออกมา
“ไอ้หนู จำไว้ ชาติหน้าอย่าไปยุ่งกับคนที่ไม่ควรยุ่ง ตระกูลเฉียนไม่ใช่สิ่งที่แกจะยุ่งด้วยได้”
ชายลึกลับคนนั้นพูดกับเว่ยเสี่ยวซู่ที่ล้มลงไป พลางมองเืที่ไหลหยดลงมาจากปลายมีด เขาเงยหน้ามองพระจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้า น้ำเสียงเ็าและเย่อหยิ่ง
1 วินาที…
2 วินาที…
3 วินาที…
ยังไม่มีเสียงคนล้มลง ชายลึกลับเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขามั่นใจว่ามีดของเขาได้กรีดเข้าที่หลอดลมของเว่ยเสี่ยวซู่แล้ว แผลแบบนี้ อย่าว่าแต่ผู้อัญเชิญิญญาระดับ 1 เลย ต่อให้เป็ระดับ 9 ก็ต้องตายแน่นอน
คนที่คอถูกกรีดแล้วยังไม่ตาย นอกจากฮิลเลอร์ระดับสูงแล้ว ก็คงจะเป็พวกสัตว์ประหลาดที่ทรงพลัง
“ชาติหน้านายก็จำไว้ด้วยล่ะ ถ้าไม่แน่ใจว่าศัตรูตายสนิทแล้ว อย่าหันหลังให้เขา แล้วก็อย่าทำแอ็ก”
เสียงแ่เบาดังมาจากด้านหลังของชายคนนั้น แค่ประโยคเดียว ก็ทำให้เขาขนลุกซู่ รู้สึกถึงอันตราย
ฉึก!
ชายลึกลับกำลังจะหนี ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่หน้าอก เขาก้มลงมอง เบิกตากว้างด้วยความใ จ้องมองมีดที่แทงทะลุหัวใจของเขา
“ไม่คิดเลยว่ามีดเล่มนี้ที่โรงเรียนให้มา ซึ่งเทียบเท่ากับอาวุธระดับ 3 จะได้เืจากมนุษย์เป็ครั้งแรก”
เว่ยเสี่ยวซู่พูดจบก็บิดมีด ชายคนนั้นก็ล้มลงขาดใจตาย หัวใจของเขาแหลกละเอียด
[ยินดีด้วย คุณได้สังหารมนุษย์ระดับ 3 เลเวล 39 อาชีพนักฆ่า (ระดับ สูง) ได้รับค่าประสบการณ์ +500,000]
เว่ยเสี่ยวซู่มองชายคนนั้นที่นอนตายอยู่บนพื้น เขายังคงรู้สึกหวาดกลัว นักฆ่าระดับสูง ระดับ 3 นี่มันน่ากลัวสุดๆ
ถ้าเขาไม่มีสกิลโอนย้ายความเสียหาย เขาคงไม่ทันได้ตั้งตัวก็ตายไปแล้ว
ตอนนี้เว่ยเสี่ยวซูคิดว่าเขาสามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันได้ แต่ถ้าเจอคู่ต่อสู้ที่สูงกว่าสองระดับ เขาก็ไม่มีทางชนะ แม้ว่าจะมีกองทัพโครงกระดูกเป็หมื่นเป็แสนก็ตาม
“เกือบไปแล้ว ถ้าหมอนี่ไม่ทำแอ็ก ฉันคงฆ่าเขาไม่ได้”เว่ยเสี่ยวซูพึมพำ
จากนั้น เขาก็มองเข้าไปในพื้นที่อัญเชิญ การโจมตีเมื่อครู่ ทำให้เขาเสียโครงกระดูกจอมเวทไปกว่าสองพันตัว ผู้แข็งแกร่งระดับ 3 สมกับชื่อเสียงจริงๆ
“ตระกูลเฉียน ตระกูลเฉียน…”เว่ยเสี่ยวซูพึมพำซ้ำๆ เขาเข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว เขาเพิ่งทำให้เฉียนจื่อห่าวาเ็สาหัสในดันเจี้ยน ก็มีนักฆ่ามาลอบสังหารเขา ช่างโเี้จริงๆ
ถึงแม้ว่าวันนี้เขาเกือบตาย แต่ก็ถือว่าโชคดี เพราะเขาได้รับค่าประสบการณ์ตั้ง 500,000 แต้ม ตอนนี้ค่าประสบการณ์ของเขาก็เพิ่มขึ้นเป็เลเวล 13.68% อีกไม่ไกลก็จะเลเวล 14 แล้ว
จากนั้นเว่ยเสี่ยวซูก็เริ่มค้นตัวศพ ไม่เลวนี่ เจอของดีเยอะเหมือนกัน
อย่างแรกคืออาวุธที่ชายคนนั้นใช้ ยังอยู่ครบ แสดงว่ามีดเล่มนี้ไม่ใช่อาวุธคู่กาย จึงไม่ได้หายไป
[มีดสั้นสังหาร (ระดับหัวหน้า)]
[เลเวล: 31]
[ระดับ: 3]
[พลังโจมตี: +299]
[ความเร็ว: +1899]
[เอฟเฟกต์: เพิ่มความเร็ว +100]
อาวุธระดับหัวหน้า ระดับ 3 ราคาต้องมากกว่าสามแสนหยวน เว่ยเสี่ยวซูเก็บมันใส่กระเป๋าอย่างดีใจ
จากนั้น เขาก็เจอกระเป๋าเก็บของของชายคนนั้น แต่บนกระเป๋ามีตราประทับจิติญญาของเ้าของเดิมอยู่ เขาจึงใช้ไม่ได้
“ตราประทับจิติญญาระดับ 3 ฉันคงทำลายมันไม่ได้ในเร็วๆ นี้”เว่ยเสี่ยวซูรู้สึกจนใจ ถึงเขาจะเป็อัจฉริยะแค่ไหน เขาก็เป็แค่นักเรียนระดับ 1
กระเป๋าเก็บของนี้ไม่สามารถใส่กระเป๋าอีกใบหนึ่งได้เว่ยเสี่ยวซูจึงเก็บมันไว้ในถุงมิติ รอให้แข็งแกร่งขึ้นกว่านี้แล้วค่อยลองเปิดดูอีกที
สุดท้ายเว่ยเสี่ยวซูก็มองไปที่ศพ ค่ำคืนมืดมิดแบบนี้ ถ้าไม่ทำอะไรเลย ก็คงจะไม่ดี
อีกอย่าง เขาไม่จำเป็ต้องมีมนุษยธรรมกับศัตรูที่คิดจะฆ่าเขา ถ้าจะให้พูด ก็คือการกำจัดทิ้งแบบมีมนุษยธรรม
เว่ยเสี่ยวซู่ลากศพออกจากตรอก แล้วก็ไปที่ป่าเล็กๆ ขุดหลุมอย่างชำนาญ แล้วก็สร้างหลุมศพขึ้นมาใหม่
ไม่นาน บนหลุมศพก็มีต้นอ่อนงอกออกมา ต้นอ่อนเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็ต้นไม้ใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 20 เิเเว่ยเสี่ยวซูมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
“ผู้นักฆ่าระดับ 3 น่ากลัวจริงๆ”