27.....
นัฏนรีตื่นแต่เช้ามาใส่บาตรพระที่หน้าบ้านเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับชวิน และทองก้อน เมื่อคืนนี้เธอฝันถึงสองพ่อลูก โดยในฝันนั้นทองก้อนกับชวินมีสีหน้าเศร้าหมองมากบอกว่าจะไปเกิดใหม่แต่ทั้งคู่เหมือนไม่ค่อยเต็มใจอยากจะไปเกิดนัก ในฝันนั้นนัฏนรีถามชวินไปว่าเหตุใดจึงไม่อยากไปเกิด ชวินไม่ทันได้ตอบก็มีเ้าดุ๊กดิ๊กวิ่งเข้ามาหานัฏนรีแทน แล้วเธอก็ตื่นจากความฝัน
“หรือว่าิญญาของชวินจะมาอยู่ในร่างของดุ๊กดิ๊ก”
นัฏนรีคาดเดาจากความฝัน
“แต่คุณยายเคยบอกว่าวินกับพ่อของเขาจะมาเกิดเป็ลูกของน้องต่ายนี่นา...”
เธอเฝ้าแต่ครุ่นคิดเื่นี้อย่างสับสน
นัฏนรีตัดสินใจโทรไปหาสิปปกรเพื่อขอให้เขามารับเธอไปหาคุณยายของเขาที่บ้านสวนสิปปกรบอกว่ายายกันยามาศไปปฏิบัติธรรมต่างจังหวัด นัฏนรีจึงเล่าเื่ความฝันให้ สิปปกร รับฟังด้วยซึ่งเขาก็เพียงแค่รับฟังเท่านั้นไม่สามารถที่จะตีความหมายให้เธอหายข้องใจได้
ทว่า..สิปปกรก็ทำให้นัฏนรีได้ข้อมูลใหม่เพิ่มเติมอีกเป็ข้อมูลที่ทำให้นัฏนรีเกิดความเชื่อถือศรัทธาคุณยายกันยามาศมากขึ้นไปอีก เมื่อสิปปกรบอกว่ายายกันยามาศเห็นภาพเหตุการณ์ล่วงหน้าของคุณศศิธรเพื่อนของคุณประภาวรรณที่จะเกิดอุบัติเหตุทางเครื่องบินและคุณยายของเขาก็ได้ส่ง
คำเตือนไปแต่มารดาของสิปปกรไม่ได้บอกเพื่อน จึงทำให้คุณศศิธรไปประสบเหตุร้ายจริง ๆ ตามคำเตือนของยายกันยามาศซึ่งทำให้คุณประภาวรรณรู้สึกเสียใจมาก
สิปปกรบอกว่าเขาจะต้องเดินทางไปดูไบพร้อมกับมารดาเพื่อไปร่วมงานศพของคุณศศิธรเขาสัญญาว่าระหว่างที่อยู่ดูไบจะวีดีคอลมาหานัฏนรีทุกวัน
“วันนี้ปอนด์ไม่แวะมาหาหรือจ๊ะ”
ดร.นีรนุชถามนัฏนรี วันนี้เป็วันหยุดทำให้พ่อแม่ลูกอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันที่โต๊ะอาหารเช้า
“ปอนด์ไปต่างประเทศค่ะ”
นัฏนรีบอกกับมารดาน้ำเสียงเหงาเศร้า
“ไปต่างประเทศคงไม่ใช่อเมริกาหรอกนะ”
ดร.ฉันทวัฒน์ถามด้วยความสงสัย
“เขาไปงานศพเพื่อนแม่ของเขาที่ดูไบค่ะ”
“แล้วไป..นึกว่าจะหนีไปเรียนเมืองนอกคนเดียวเสียแล้วแม่อุตส่าห์ฝากฝังให้ดรีมไปเรียนด้วย” ดร.นีรนุชบอก
“ปอนด์ก็บอกเหมือนกันค่ะว่าคุณพ่อคุณแม่ฝากดรีมไปเรียนต่อกับเขาที่อเมริกา”
“แล้วลูกว่าไง อยากไปไหม”
ดร.ฉันทวัฒน์ลูกสาว
“ตอนนี้ดรีมแล้วแต่คุณพ่อคุณแม่ค่ะให้ดรีมทำอะไร ดรีมจะทำให้หมดเลย..ดรีมขอชดเชยกับสิ่งที่ผ่านมาที่ไม่เคยเชื่อฟังพ่อกับแม่เลย”
นัฏนรีบอกด้วยน้ำเสียงที่กลั้นเอาไว้ไม่ให้สะอื้นดร.นีรนุชรีบเอื้อมมือมากุมมือลูกสาวพร้อมกับบอกว่า
“ขอบใจลูก..ที่เข้าใจถึงความรักที่พ่อกับแม่มอบให้”
“ความจริงพ่อกับแม่ก็ไม่อยากบังคับหนูหรอกลูกตอนนี้ถ้าดรีมยังไม่อยากจะไปเรียนต่อเมืองนอกก็ไม่เป็ไร จะเรียนที่เมืองไทยก็ได้ ขอเพียงให้ลูกเรียนต่อปริญญาโทเท่านั้น ถ้าเป็ไปได้พ่อกับแม่ก็อยากจะให้หนูเรียนจนถึงปริญญาเอกเลย เพื่อที่วันข้างหน้าหนูจะได้มีอนาคตที่ดี”
ดร.ฉันทวัฒน์บอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“แต่พ่อกับแม่เคยบอกว่าอยากจะเห็นดรีมไปเรียนต่อเมืองนอกไม่ใช่หรือคะดรีมจำได้เสมอว่าพ่อกับแม่อยากเห็นดรีมโตเป็ผู้ใหญ่มีความรับผิดชอบ ไปฝึกที่จะช่วยเหลือตัวเองในต่างแดน”
“เมื่อก่อนน่ะใช่..แต่หลังจากดรีมเกิดอุบัติเหตุแล้วแม่ก็ต้องแล้วแต่หนูจะเลือกจ๊ะ เรียน
เมืองนอกหรือเมืองไทยก็ได้ทั้งนั้นแหละลูก” ดร.นีรนุชบอก
“ดรีมอยากไปเมืองนอกค่ะ”
นัฏนรีบอกอย่างไม่ลังเล
“แน่ใจนะ” ดร.ฉันทวัฒน์จ้องหน้าลูกสาวยิ้ม ๆ
“ค่ะ..ก็ดรีมมีปอนด์เป็เพื่อนไปด้วยนี่คะ..”
“แม่ดีใจที่เห็นดรีมเต็มใจที่จะไปและพ่อกับแม่ก็สบายใจที่รู้ว่าปอนด์ก็จะไปเรียนเป็เพื่อนลูกด้วย”
“นายปอนด์เป็คนดีนะลูก...พ่อชอบผู้ชายแบบนี้”
ดร.ฉันทวัฒน์บอกกับลูกสาวเป็นัย ๆ
“แม่ก็คิดเหมือนพ่อเขาจ๊ะ..ถ้าดรีมคิดจะเลือกใครเป็แฟน แม่ขอให้ลองพิจารณาปอนด์เป็คนแรกนะลูก”
นัฏนรีก้มหน้านิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจของเธอเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะสิปปกรก็แสดงออกอย่างเปิดเผยตลอดเวลาว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอแต่เธอแกล้งที่จะไม่รับรู้เท่านั้นเองหากบิดามารดาต่างก็เห็นดีด้วยกันเช่นนี้ บางทีเธออาจจะทำใจให้รักสิปปกรเสียแล้ว...มันคงไม่ยากจนเกินไปที่เธอจะสามารถรับรักคนดีๆ อย่างสิปปกร
ลิลลี่แต่งตัวเรียบร้อยด้วยชุดสูทกระโปรงสีดำเสื้อตัวในสีขาวสะอาดตา สะพายกระเป๋าหนังสีดำเข้าชุดกับรองเท้าแคชชูสีดำเธอแต่งหน้าทาปากด้วยสีที่อ่อนที่สุด วันนี้เป็วันเริ่มต้นการทำงานวันแรกหลังจากที่เธอได้สมัครงานเอาไว้สามถึงสี่แห่ง แต่ก็ไม่มีที่ใดเรียกไปสัมภาษณ์สักที่ จนไปรยาต้องแนะนำให้เพื่อนไปสมัครงานกับบริษัทของคนที่ไปรยารู้จัก ซึ่งกำลังเปิดรับพนักงานขายและที่นี่ก็รับลิลลี่เข้าทำงานทันที
ตอนแรกลิลลี่ก็ไม่ยอมไป เธอได้แต่เฝ้ารอว่าบริษัทที่สมัครงานเอาไว้ที่ตรงกับสาขาที่เธอเรียนมาจะเรียกตัวแต่เมื่อรอแล้วรอเล่าก็ไม่มีวี่แววสักที เธอจึงตัดสินใจไปสมัครงานตามที่ไปรยาแนะนำ แม้ว่างานที่สมัครนี้จะไม่ตรงกับสายงานที่จบมาแต่เธอจำต้องเลือกเอาไว้ก่อนขืนมัวแต่เลือกงานที่ตรงกับสาขาที่เรียนมา เธอคงจะวิจัยฝุ่นอีกนาน เธอไม่อยากเป็ภาระของทางบ้านนานเกินไป เพราะยังมีน้องชายกับน้องสาวให้พ่อกับแม่ต้องรับภาระส่งเรียนอยู่อีก