ตอนที่ 4 การซักถามของไป๋เพ่ยเพ่ย
“โอ๊ย เ้าถามถูกคนแล้ว พูดเื่นี้ขึ้นมา ข้าเองก็โกรธนัก...” แม่เฒ่าเฉียวตบเข่าฉาด "นางแต่งงานมาก็นานแล้ว กว่าจะมีข่าวดีได้นั้นไม่ง่ายเลย ข้าเองจัดเตรียมหุงหาข้าวปลาอย่างดีมาให้ ใครจะรู้ว่านางยังฉุนเฉียวดื้อดึง เลือกนั่นเลือกนี่ พลิกไปพลิกมาทำนั่นนี่เสียทุกอย่าง มาคราวนี้ยิ่งแย่ ไม่ระวัง หกล้มเข้าจึงเสียลูกไป...”
ยิ่งนางพูดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งโมโหมากขึ้นเท่านั้น ราวกับว่าเื่ราวเป็อย่างนั้นจริง ๆ นางเฝ้ารอลูกของเฉียวคนรองอย่างสุดใจ ทุก ๆ วันเซี่ยต้ายา้าอะไรก็คอยตระเตรียมมาให้ แต่เซี่ยต้ายากลับพลิกไปพลิกมา สร้างปัญหาจนทำให้แท้งลูกไปได้
นางไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนที่ก่อปัญหาได้เหมือนเซี่ยต้ายามาก่อน ั้แ่แต่งเซี่ยต้ายาเข้าบ้าน ตระกูลเฉียวก็ซวยไปหลายปีหลายชาติ
น้ำโคลนที่สาดให้กระเซ็นใส่เซี่ยต้ายานั้น ไม่กลัวว่าจะสาดจนนางตาย แต่กลัวว่าจะสาดไม่มากพอให้นางตายเสียมากกว่า
ไป๋เพ่ยเพ่ยโกรธมากจนกัดฟันกรอด เกลียดจนอยากจะฉีกหน้าแม่เฒ่าเฉียวออก
“พูดจาเหมือนหมาตด! ร่างกายของต้ายาเต็มไปด้วยาแ ไม่มีิัที่ปกติดีเลยสักจุดเดียว นี่คือสิ่งที่จัดเตรียมให้นางงั้นหรือ?”
“หากเ้าคิดอยากได้ความเป็สิริมงคลนี้ ข้าจะทุบตีเ้าเสีย ให้เ้าได้เสพสุขในทันที เ้าอยากลองไหม?”
“ข้าบอกเ้าไว้เลยนะแม่เฒ่าเฉียว หากครอบครัวของเ้าอธิบายเื่นี้ให้ข้าฟังไม่ได้ ข้าจะตามรังควานครอบครัวเฉียวของพวกเ้าแน่!”
…
แม่เฒ่าเฉียวไหนเลยจะยอมรับ ยอมรับต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้ นี่มิเท่ากับการตบหน้าตระกูลเฉียวหรอกหรือ?
นางพลันลุกขึ้นยืนเพื่อโต้เถียงกับไป๋เพ่ยเพ่ย
การทะเลาะกันครานี้มีการผลักไสกันเกิดขึ้น ไป๋เพ่ยเพ่ยเองก็ถูกผลักจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ผู้คนรอบข้างเพียงแต่โน้มน้าวไม่ให้มีการลงไม้ลงมือ ไม่มีใครก้าวออกมา แม่เฒ่าเฉียวเมื่อเห็นช่องให้เอาเปรียบ ในใจก็พลันฮึกเหิมคิดใช้กำลังเพื่อสอนบทเรียนให้แก่ไป๋เพ่ยเพ่ย จึงเอื้อมมือไปคว้าผมของไป๋เพ่ยเพ่ยไว้ แล้วข่วนหน้าของไป๋เพ่ยเพ่ย
แต่แม่เฒ่าเฉียวไม่อาจจะรู้ถึงแผนการของไป๋เพ่ยเพ่ยที่กำลังรอให้นางลงมือ ก่อนที่มือของนางจะได้ข่วนเข้าที่ใบหน้าของไป๋เพ่ยเพ่ย นางก็ไป๋เพ่ยเพ่ยจับตรึงแขนเอาไว้ แล้วดึงอย่างแรงจนแม่เฒ่าเฉียว
ง่ายถึงเพียงนี้เชียว?
ไป๋เพ่ยเพ่ยแอบใ ก่อนจะดึงแม่เฒ่าเฉียวกลับมา แล้วอุ้มนางขึ้นราวกับว่ากำลังอุ้มลูกเจี๊ยบ
โอ้โห?
ข้ามีพละกำลังแข็งแกร่งถึงขนาดนี้เลยหรือ?
ไป๋เพ่ยเพ่ยพลันเบิกต้ากว้าง รู้สึกราวกับว่าตนได้ค้นพบทวีปใหม่
แม่เฒ่าเฉียว้าที่จะตอบโต้กลับ แต่ด้วยเพราะถูกโยนไปโยนมาเช่นนี้จึงไม่อาจยืนอย่างมั่นคงได้ ขาและเท้านั้นอ่อนยวบ พร้อมกับจิตใจที่หวาดกลัว หญิงชราจึงอ้าปากแล้วกัดไป๋เพ่ยเพ่ยเหมือนสุนัข
ไป๋เพ่ยเพ่ยตบหน้าแม่เฒ่าเฉียวจนหน้าหัน จากนั้นจึงฉวยโอกาสนี้จับแม่เฒ่าเฉียวลงไปที่พื้น แล้วใช้มือข้างหนึ่งกดลงบนท้ายทอย คว้าผมของนางแล้วกดลงไปบนพื้นโดยตรง
การเคลื่อนไหวนั้นราบรื่นอย่างยิ่ง
ก่อนจะยินเสียง ‘ปึก’ จากการที่หน้าผากของแม่เฒ๋าเฉียวกระแทกลงกับพื้น
“โอ๊ย...”
แม่เฒ่าเฉียวกรีดร้องด้วยความเ็ป
เจิงชุ่ยชุ่ยก้าวถอยหลังทันที
ชาวบ้านที่พยายามโน้มน้าวอยู่รอบ ๆ ต่างก็ใเช่นกัน
ทั่วทั้งบริเวณสงบเงียบไปครู่หนึ่ง
แม่เฒ่าเฉียวก่นด่าสาปแช่ง ทั้งบอกว่านางสมควรโดนมีดแทงเป็พันครั้ง สมควรไปอยู่กับบรรพบุรุษเสีย ถ้อยคำสบถหยาบคายทุกคำล้วนถูกเอ่ยออกมา
“ด่าอีกแล้ว!” ไป๋เพ่ยเพ่ยคว้าผมที่ด้านหลังศีรษะของแม่เฒ่าเฉียว จากนั้นจึงออกแรงบิดพร้อมกด ทำให้หน้าผากของแม่เฒ่าเฉียวกระแทกกับพื้นถึงสองครั้งและเกิดเสียงดังลั่น จนทำให้แม่เฒ่าเฉียวเกิดอาการวิงเวียนตาพร่าจนมองเห็นดาว
“ฆ่าคน! ฆ่าคนแล้ว!” เจิงชุ่ยชุ่ยเมื่อเห็นเืจึงกรีดร้องและวิ่งหนีไปไกล
เมื่อคนอื่นเห็นดังนั้น ก็พลันรู้สึกว่าไม่ได้การ หากเกิดเื่ขึ้นมาแล้วเผลอคร่าชีวิตคนไป เื่นี้จะยังแก้ไขได้หรือไม่?
พวกเขาจึงรีบวิ่งไปขัดขวางนางเอาไว้
ป้า ๆ หลายคนของหมู่บ้านหนิงซานพลันยื่นมือเข้ามาช่วย พยายามแกะมือของไป๋เพ่ยเพ่ยออก พร้อมกับพยายามดึงแม่เฒ่าเฉียวขึ้นมาจากพื้น
“ปล่อยมือ ปล่อยมือเสีย ภรรยาของเซ่ยเหล่าเอ้อร์ รีบปล่อยมือ ไม่เช่นนั้นเ้าจะฆ่าคนจริง ๆ แล้ว!”
“รีบปล่อยมือเร็วเข้า ต้ายาของเ้าเองยังไม่ตาย!”
“ให้ตายสิ! แม่เฒ่าเฉียว เ้าจะสงบปากสงบคำบ้างได้หรือไม่? ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วหรือไร?”
“พวกเรามาคุยกันดี ๆ เถอะ มีเื่อะไรก็คุยกันดี ๆ!”
...
ป้าหลิวเองไม่ได้เป็คนดีอะไรนัก นางย่อมรู้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ย้าจะเล่นลูกไม้อะไร แต่นางไม่คาดคิดว่าไป๋เพ่ยเพ่ยจะเป็เช่นนี้
ไม่ใช่ว่าเ้าควรจะ้าเงินชดเชยหรอกหรือ?
นี่เงินชดเชยใด ๆ ยังไม่ทันเรียก เหตุจึงไปทำร้ายคนเขาก่อนแล้วเล่า?
นางดึงไป๋เพ่ยเพ่ยออกไปแล้วจับแขนของไป๋เพ่ยเพ่ยไว้แน่น “ภรรยาเซี่ยเหล่าเอ้อร์ เ้าใจเย็นลงหน่อย ต้ายายังรอเ้าอยู่ เ้าไม่อาจฆ่าแม่เฒ่าเฉียวให้ตายได้ หากเ้ายังคิดอยากจะคร่าชีวิตนางจริง ๆ เ้าเองก็จะได้รับโทษด้วยการจำคุก... เ้าติดคุกขึ้นมา แล้วต้ายาจะทำอย่างไร?”
“เอาผ้าห่มและเสื้อผ้าทั้งหมดในห้องของแม่เฒ่าเฉียวออกมาแล้วส่งไปยังบ้านของต้ายา” ไป๋เพ่ยเพ่ยปริปากเอ่ยอย่างไม่เกรงใจ
“ได้ ๆ ๆ หา ๆ ๆ พวกเ้าไปหามาเสีย...” ป้าหลิวเอ่ยบอกให้ไปหาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
อีกด้านหนึ่ง แม่เฒ่าเฉียวซึ่งได้รับการช่วยเหลือให้พยุงตัวขึ้น มาคราวนี้ นางไม่กล้าแม้แต่จะอยู่ใกล้ไป๋เพ่ยเพ่ย เมื่อไป๋เพ่ยเพ่ยกล่าวบอกให้ไปรื้อค้นข้าวของในบ้าน นางก็ไม่กล้าจะพูดจาเหลวไหลใดขึ้นมาอีก
เสื้อผ้าและผ้าห่มในบ้านแม่เฒ่าเฉียวถูกรื้อค้นออกมา ทว่าไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ยอมเอาไปเปลี่ยนให้เซี่ยต้ายา เพราะนางคิดว่าผ้าห่มนั้นเป็ผ้าห่มที่แม่เฒ่าเฉียวใช้ห่มนอน กลัวมีเชื้อโรค จึงโยนผ้าเ่าั้ออกไปยังลานบ้าน จากนั้นนางก็ให้พวกชาวบ้านช่วยไปค้นในห้องเจิงชุ่ยชุ่ย สะใภ้ใหญ่ตระกูลเฉียวอีกครั้ง
“อ้าว จะมาค้นในห้องของข้าทำไม?” เจิงชุ่ยชุ่ยเห็นดังนั้นก็พลันร้อนใจ
“ต้ายาของข้า แต่งงานเข้าตระกูลเฉียวของเ้า นางกินอาหารน้อยที่สุด แต่กลับทำงานมากที่สุด ไม่มีความสำเร็จ แต่มีวิริยะอุตสาหะ แต่ก็ยังไม่สามารถได้รับผ้าห่มขาด ๆ สักสองสามผืนจากตระกูลเฉียวของเ้าได้งั้นหรือ?” ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่มีทางยอมรับ นางแค่อยากจะ "แก้แค้น" หาเื่ให้คนรำคาญใจเสียหน่อยก็เท่านั้น
เจิงชุ่ยชุ่ยกลัวจนหัวหด
ไป๋เพ่ยเพ่ยไม่ปล่อยนางไป เมื่อเห็นชาวบ้านนำผ้าห่มผืนใหม่ออกมา เพียงมองแวบเดียวก็รู้ว่าเป็ของใหม่ปีนี้ จึงเอ่ยเยาะเย้ยว่า “คนที่ชอบเปรียบเทียบกับใครต่อใคร ช่างน่าโมโหเสียจริง เป็สะใภ้เช่นเดียวกัน แต่ห้องของเ้ากลับมีถึงเตียงสองเตียงสาม ซ้ำยังมีผ้าห่มใหม่ที่เพิ่งเย็บปีนี้ด้วย ส่วนต้ายาของข้ามีเพียงเตียงหัก ๆ เท่านั้น ไม่มีมาเปลี่ยนให้นางเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้จริง ๆ ว่านางที่ต้ายาของข้าทำหลังแต่งเข้ามาในตระกูลเฉียวหลายปีนี้ นางทำไปเพื่อใครกัน”
สิ่งที่น่าหงุดหงิดที่สุดคือเมื่อไปดูที่ด้านหลัง ไป๋เพ่ยเพ่ยก็พบว่าสามีของเซี่ยต้ายามีเสื้อผ้าถึงสามสี่ชุด ในขณะที่เซี่ยต้ายามีเสื้อผ้าเพียงชุดเดียวเท่านั้น และนางแทบไม่ได้ผักเสื้อผ้าให้ตัวเองเลย
แต่เมื่อพิจารณาว่าเซี่ยต้ายาไม่มีเสื้อผ้าให้เปลี่ยน หญิงสาวจึงเลือกชุดที่ดีที่สุดเพื่อเปลี่ยนให้เซี่ยต้ายา
“นี่คือของเฉียวคนรองใช่หรือไม่? ข้าไม่ได้หยิบมาผิดแน่นะ?”
“ไม่ผิด นี่เป็ของเล่อเซิง”
ไป๋เพ่ยเพ่ยเหลือบมองเซี่ยต้ายา โดยไม่ได้ปรับแก้วิธีการเรียกขานของตน
เรียกก็เรียกไปเถอะ อย่างไรเสียอีกไม่นานก็ไม่ใช่แล้ว
ชื่อนั่นไพเราะไม่น้อยเลยทีเดียว ชื่ออะไรนะ เฉียวเล่อเซิง แต่แล้วทำอะไรได้เล่า?
ผู้ชายแบบนั้นไม่สมควรได้ชื่อดี ๆ แบบนี้
ไม่รู้ว่าบรรดาผู้ชายของตระกูลเฉียวนี้ไปมั่วสุมอยู่ที่ไหน แต่ฝ่ายไป๋เพ่ยเพ่ยนั้นเตรียมพร้อมเก็บกวาดพวกเขาแล้วในขณะที่พวกเขาเดินกรีดกรายจนมาสาย
เห็นได้ชัดว่าพวกผู้ชายตระกูลเฉียวไม่ได้ตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ แต่ละคนต่างมีกลิ่นสุราติดตัว ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเข้ามาในบ้านของตัวเองแล้วเห็นคนจำนวนมาก
“หมายความอย่างไร? มัดภรรยาและสะใภ้ใหญ่ของข้าไว้อย่างนี้ ทั้งยังทำให้พวกเขาเป็เช่นนี้ พวกเ้าคิดจะทำอะไร คิดจะตัดขาดกันหรือ?”
“เ้ายังกล้าที่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้นอีกหรือ?” ทันทีที่ไป๋เพ่ยเพ่ยได้กลิ่นสุรา ในอกของนางก็พลันร้อนรุ่มดั่งไฟ “ลูกสาวของข้าถูกลูกชายของเ้าทุบตีจนาเ็ไปทั้งตัว ซ้ำยังแท้งลูกด้วย ตอนนี้นางยังคงนอนอยู่บนเตียงในบ้านของเ้า เป็ตายเท่ากัน แต่คนในตระกูลเฉียวของเ้ากลับมีความสุขมาก น่าแปลกที่ยังพากันไปร่ำสุรา... ทำไม เ้า้าเฉลิมฉลองการดับทุกข์ด้วยการตายเร็ว แล้วจุติใหม่ของลูกสาวของข้างั้นหรือ?”
ใครกันคาดคิดว่าผู้เฒ่าเฉียวจะมองไป๋เพ่ยเพ่ยและเอ่ยขึ้นมาตรง ๆ ว่า “สามีของเ้าเล่า?”