ตงเฟยเทียนเดินตามเสิ่นหรงลี่ออกมาด้านนอกและเห็นว่านางกำลังเดินอย่างไม่มีจุดหมายในสวนใหญ่ของจวนสกุลกง เมื่อเห็นว่าเรียกอย่างไรนางก็ไม่ยอมหยุดเดิน เขาจึงคว้าไปที่ข้อมือเล็กเพื่อให้นางหันกลับมาฟัง
“หยุดฟังข้าก่อนเ้าโกรธหรือ”
“ไม่ได้โกรธเ้าค่ะ…เพคะ หม่อมฉันแค่ใและรู้สึกไม่เหมาะสมกับองค์ชาย” หรงลี่ที่ได้สติกลับคืนมาเล็กน้อยตอบออกไป
“หากไม่ได้โกรธแล้วใหญ่จึงเดินหนีออกมา”
“ออกมาคิดเพคะ แม้กระทั่งในภพมนุษย์เองหม่อมฉันยังไม่เหมาะสมกับองค์ชายในที่แห่งนั้น เมื่อข้ามมายังภพแห่งนี้ ข้ายิ่งไม่เหมาะสมในประการทั้งปวง บุตรสาวคนรองผู้มิได้มาจากภรรยาเอก จะเสนอตนไปเป็ชายาขององค์ชายได้อย่างไรเ้าคะ…ไม่สิ เพคะ”
“ข้ามีข้อตกลงกับบิดาของข้า เหมาะสมหรือไม่เป็ตัวข้าเท่านั้นที่เป็ผู้กำหนด บิดาของข้าได้โอกาสสรรหาชายาให้ข้ามาถึงสองครั้ง และล้มเหลวไปทั้งสองครั้ง ครั้งที่สามนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์กำหนดกะเกณฑ์”
“งั้นเื่ยัดเยียดที่ว่า องค์ชายโกหกหรงลี่หรือเพคะ” นาง นึกย้อนถึงข้อตกลงที่จอมมารผู้นี้้าให้นางเป็ไม้กันหมาต่อสตรีทั้งหลาย
“อย่าทำหน้าโกรธเคืองเช่นนั้นสิ ข้าไม่ได้โกหกเ้าเลย เพียงแค่พูดความจริงไม่หมดก็เท่านั้น เลือกชายาเอกเองได้ ก็มิได้หมายความว่าตำแหน่งอื่นจะไม่มีใครพยายามยัดเยียดให้เสียหน่อย” เฟยเทียนรีบแก้ตัวดั่งคนถูกจับได้ว่ามีความผิด
หรงลี่แม้จะรู้สึกสงสัยในความข้อนี้ว่าเป็ความจริงแน่แท้หรือไม่ แต่เมื่อนางมิได้อยู่ในเหตุการณ์ของการตกลงกัน คงไม่อาจบอกได้ว่าอันใดคือความจริง อันใดคือความเท็จ
“ต่อไปนี้ห้ามโกหก ห้ามพูดความจริงไม่หมด ต้องบอกหม่อมฉันทุกเื่นะเพคะ ความจริงเจอเื่เช่นนี้หม่อมฉันโกรธได้เสียด้วยซ้ำ ที่พระองค์ปิดบังตัวตนทั้งยังบอกให้ลูกน้อง และบอกให้คนรอบตัวร่วมกันโกหก”
“ข้ากลัวว่าหักบอกสถานะที่แท้จริงไปแล้วเ้าจะไม่ยอมช่วยเหลือข้า ลี่เออร์ อย่าโกรธเคืองกันเลย ปิดบังเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
“หรือความจริงองค์ชายกลัวว่าหม่อมฉันจะมาหาประโยชน์จากองค์ชายกันเพคะ”
“คราแรกที่เจอบอกตามตรงว่าสงสัยอยู่ ด้วยตัวข้าเองก็ถูกปองร้ายมา แต่เมื่อรู้จักกันแล้วข้าขอสาบานว่ามีเพียงความคิดเป็ห่วงกลัวเ้าจะใเท่านั้นจริงๆ เรียกพี่เฟยเทียนเช่นเดิมเท่านั้น เรียกว่าองค์ชาย เรียกพระองค์เช่นนี้ห่างเหินนัก” ตงเฟยเทียนยามนี้คลายสงสัยไปเก้าส่วน แต่ขอละอีกส่วนไว้ ด้วยอย่างไรก็เป็ผู้ที่พึ่งรู้จัก ย่อมต้องใช้เวลาเรียนรู้
“ก็เลยให้หม่อมฉันมาใต่อหน้าผู้คนแทน หากบอกกันเงียบๆ แล้วไปใกับท่านเพียงสองคน คงจะดูน่าอายน้อยกว่านี้”
“น่าอายอันใดกัน ข้าว่าน่าเอ็นดูออก”
“อย่าลืมนะเพคะ ว่าตัวหม่อมฉันอยู่ในสถานะที่ผู้คนรังเกียจ หากอะไรที่รักษาหน้าตาไว้ได้พี่เฟยเทียนก็ควรจะทำ เื่นี้สำคัญต่อแผนการของพี่ด้วยเช่นกัน หากจะให้ข้าเป็ไม้กันหมาที่มีประสิทธิภาพ หรงลี่ผู้นี้ต้องได้รับความเคารพ”
“เพราะอยู่กับครอบครัวจึงไม่ได้คิดเผื่อไว้เช่นนั้น แต่หากอยู่กับผู้คนภายนอก อำนาจของข้าย่อมต้องใช้ปกป้องเ้า หากผู้ใดไม่เคารพย่อมไม่ปล่อยเอาไว้ ข้าขออภัยที่การกระทำนี้ทำร้ายความรู้สึกของลี่เออร์”
เสิ่นหรงลี่ที่ได้ยินคำกล่าวขออภัยอย่างจริงใจออกมาเช่นนี้ความขุ่นเคืองที่เคยมีก็มลายหายไปสิ้น แม้จะไม่แน่ใจว่าชายผู้นี้กล่าวคำขอโทษออกมาได้ยากหรือง่าย แต่เหล่าองค์ชายและอ๋องทั้งหลาย คือกลุ่มคนที่นางรู้มาว่ามักไม่ยอมรับในความผิดของตนเอง และกล่าวขออภัยกับผู้ที่มีศักดิ์ต่ำกว่าได้ยากเย็นที่สุด
เมื่อสถานการณ์คล้ายว่าจะสงบลงแล้วเฟยเทียนก็ดึงเสิ่นหรงลี่เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด ทั้งสองสบตากัน ฝ่ายหนึ่งมีแววตาโล่งใจ อีกฝ่ายมีแววตาขออภัย ในเวลาไม่นานนักสายตาทั้งสองคู่ก็แปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนหวาน ใบหน้าคมคายของตงเฟยเทียนค่อยๆ โน้มลงมา แต่ยังไม่ทันที่ริมฝีปากทั้งสองจะได้ัักัน เสียงเรียกหนึ่งก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
“แม่นางหรงลี่ ไปกันเถิดท่านป้าและน้องหญิงกำลังรอเ้าอยู่ หากช้ากว่านี้อาจแต่งห้องได้ไม่ทันการณ์” อิงเจากล่าวออกมาแกล้งทำเป็ไม่เห็นว่าเมื่อครู่หนึ่งชายหนึ่งหญิงกำลังจะทำสิ่งใดต่อกัน
“เ้าไปเถอะ ข้าเองก็ต้องแอบกลับเข้าวังของตนเองแล้วเช่นกัน พรุ่งนี้ข้าจะมาหาเ้าแต่เช้า”
ตงเฟยเทียนกล่าวบอกกับหรงลี่เช่นนั้น แล้วก็เดินกลับเข้าไปพร้อมกัน ฝ่ายหนึ่งกลับไปเพื่อเลือกสรรม่าน และสิ่งขอต่างๆ ในห้องของตนเอง ส่วนอีกฝ่ายกลับไปเพื่อลาเหล่าผู้าุโ
.
.
.
มารดาและพี่สาวบุญธรรมของนางเดินไปรอยังห้องที่จะยกให้นางอยู่อาศัยเรียบร้อยแล้ว อิงเจาจึงเป็ผู้เดินนำทางบุตรสาวคนใหม่ของบ้านหลังนี้ไปยังห้องนั้นแทน
ในระหว่างการเดินเสิ่นหรงลี่รู้สึกถึงสายตาที่ลอบมองเพื่อพิจารณาตัวนางอยู่ไม่ขาด และตัวผู้เมียงมองก็คล้ายจะจับได้ว่านางรู้ตัวเข้าเสียแล้ว จึงเริ่มชวนคุยเพื่อทำลายบรรยากาศกระอักกระอ่วนนี้
“ได้ยินว่าพี่รองจะรับเ้าเข้าเป็ชายา คงตื่นเต้นไม่น้อย”
“ไม่ตื่นเต้นเลยเพคะ หม่อมฉันเพียงแค่รู้สึกกังวล”
“อืม กังวลก็คงจะไม่ผิด แม้จะไม่ได้เคร่งครัดดั่งคนเผ่า์ แต่หากเทียบกับมนุษย์แล้วย่อมเคร่งครัดกว่ามาก หากเ้าอยากเข้ามาเป็พี่สะใภ้ของเปิ่นกง ย่อมต้องเรียนรู้ธรรมเนียมเหล่านี้ให้ครบครัน” อิงเจามอบรอยยิ้มจริงใจให้หรงลี่ แต่เมื่อเห็นว่าที่พี่สะใภ้ของตนมีสีหน้าไม่สู้ดีก็แสดงแววตารู้สึกผิดออกมา
“ข้าไม่ได้ตั้งใจดูถูกเหยียดหยามเ้า เพียงแต่แม้กระทั่งตัวข้าที่เป็บุตรสาวท่านราชครู ยังลำบากไม่น้อยเมื่อต้องเรียนมารยาทและธรรมเนียมใหม่”
เสิ่นหรงลี่ที่ได้เห็นความกังวลฉายแววออกมาจากองค์หญิงผู้นี้จึงฝืนยิ้มออกไปให้ “มิได้คิดไปไกลเช่นนั้นเลยเพคะ เพียงแค่เป็กังวลว่าตัวหม่อมฉันจะทำได้ดีหรือไม่”
“หากสงสัยอันใดมาถามข้าได้เลยนะ อย่างไรก็มาเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว ข้าย่อมต้องดีกับเ้าให้มาก พี่รองรักผู้ใด อิงเจาย่อมรักด้วย”
“ขอบพระทัยเพคะ”
“จะติดก็เพียงเื่เดียว”
“อันใดหรือเพคะ”
“พี่ชายของข้าที่ถูกเรียกขานว่าเป็จอมมารนั้น เป็เพราะว่าสามารถฆ่าชีวิตได้โดยไม่กะพริบตา เ้าไม่กลัวหรือ”
องค์หญิงตงอิงเจาถามออกมาคล้ายกับว่าพูดเื่ดินฟ้าอากาศ และก่อนที่นางจะได้ให้คำตอบก็มาถึงห้องพอดิบพอดี เสิ่นหรงลี่ที่้าถามเพิ่มจึงหมดโอกาสต้องสงบคำลง