ตอนที่31
ตอนที่31 คำเตือนวันหยุดแห่งความสุขได้ผ่านไปเร็วเหลือเกิน หลังกลับจากแคมป์แห่งคำคืนอันเร่าร้อนที่ทะเล ฉันและคุณเมฆยังคงสวีทหวานทำตัวเหมือนคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ตัวติดกันตลอดเวลา ไม่ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันกันเลยทีเดียว(แล้วแต่จินตนาการผู้อ่านเลยนะจ๊ะ อิอิ)เช้าวันจันทร์แสงแดดอ่อนๆพร้อมกับลมเย็นลอดผ่านผ้าม่านสีเบสอ่อนๆเข้ามาทางหน้าต่างพร้อมกับกลิ่นหอมของอาหารอบอวลไปทั่วห้อง“กลิ่นอะไรหอมจัง” ฉันละเมอพูดออกมาฉันลืมตาตื่นขึ้นอย่างช้าๆ ด้วยอาการเหนื่อยเพลีย ปวดเมื่อยตามตัวไปหมด (เมื่อคืน…หนักไปหน่อย) ฉันลุกขึ้นนั่ง เริ่มบิดขี้เกียจไปมา ก่อนจะปรือตามองหาคุณเมฆทว่ากลับไม่เจอเขาบนที่นอน สงสัยทำหารอยู่ข้างนอกแน่เลย “โอ๊ย! ปวดเมื่อยจัง”ฉันพูดพลางลุกขึ้นเดินไปนวดตามคอไหล่แขนไปพลางจากนั้นค่อยๆเดินไปที่ห้องครัว ชายรูปร่างสูงโปร่ง แผ่นหลังกว้าง สวมกางเกงผ้าชิโนสีน้ำตาลอ่อน เสื้อยืดสีขาว รองเท้าแตะสีดำ ยืนหันหลังให้อยู่ในครัว“ไง คนขี้เซา ตื่นแล้วหรอ” คุณเมฆพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆพร้อมกับหันมองมาที่ฉันแล้วยิ้มให้ “แค่รู้สึกเพลียๆ เพราะนอนน้อยไปหน่อยค่ะ” ฉันพูดไปอย่างไม่ทันคิดทำเอาคุณเมฆที่กำลังทำกับข้าวอยู่ถึงกับหยุดวางมีดแล้วหันมองฉันทันที“แล้วเมื่อคืนทำอะไรดึกดื่น ทำไมไม่นอน” คุณเมฆแกล้งถามพลางสิ่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้ฉันพอถูกแกล้งถามฉันถึงกลับไปไม่เป็นเลย จะให้บอกว่าเหนื่อยเพราะเมื่อคืนเราจู๋จี๋กันจนดึกนะหรอ บ้าไปแล้ว“คนบ้า นิชาไม่คุยด้วยแล้ว ไปอาบน้ำดีกว่า”ฉันเขินหน้าแดงรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปหลังจากอาบน้ำเสร็จ ฉันได้มาช่วยคุณเมฆทำอาหาร เราทั้งสองต่างมีความสุขมากช่วงนี้ สุขจนฉันรู้สึกกลัวจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นระหว่างเราทั้งคู่ไหม เพราะช่วงนี้ตาขวากระตุกบ่อยมาก(เป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ)และมันก็เป็นอย่างที่ฉันกังวล เสียงกริ่งหน้าประตูดังขึ้นกริ๊งๆ!ฉันถึงกับมองหน้าคุณเมฆ เพราะช่วงที่อยู่ด้วยกันฉันไม่เคยเห็นใครมาที่คอนโดนี้เลยสักพักคุณเมฆล้างมือแล้วเดินไปเปิดประตูแอ๊กกก!ปรากฏเป็นพลอยใสที่ยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเครียดๆ“เข้ามาก่อนสิ” คุณเมฆเชิญเธอเข้ามาราวกับว่าเขารับรู้ว่าต้องมีเรื่องที่น่ากังวลรออยู่แน่ๆ พลอยใสเข้ามาในห้องแล้วมองฉันด้วยสีหน้ากังวล เหมือนเธอไม่สะดวกที่จะคุยต่อหน้าฉัน“ดิฉันขอคุยส่วนตัวกับคุณเมฆได้ไหม” พลอยใสพูด“งั้น เชิญที่ห้องทำงานผม” คุณเมฆพูดหลังจากนั้นทั้งคู่ก็ได้เข้าไปคุยธุระกันในห้องทำงาน ฉันได้แต่เหลือบมองพวกเขาผ่านกระจกใส ทั้งคู่คุยกันพลางมองมาที่ฉัน มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับฉันหรือเปล่า ทั้งสองคุยอะไรกันทำไมดูเครียดๆ ต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ อยากรู้จังแต่จะไปแอบฟังก็ดูจะเสียมารยาทไปภายในห้องทำงาน“พลอยใสคุณถูกเรียกไปช่วยงานพ่อที่แคนนาดาไม่ใช่เหรอ ไหนถึงมาอยู่นี่ได้” คุณเมฆเอ่ยถาม“ฉันมาที่นี่เพื่อจะเตือนคุณเมฆค่ะ นายท่านรู้เรื่องการถอนหมั้นคุณเมฆกับคุณแพทริเซียแล้ว ท่านดูโมโหมาก แล้วตอนนี้ท่านกำลังให้คนตามสืบความสัมพันธ์ของคุณกับนิชาอยู่” คุณพลอยใสพูดพอได้ยินพลอยใสพูดถึงพ่อสีหน้าคุณเมฆดูเปลี่ยนไปทันที“คุณรู้อะไรมาบ้าง บอกผมให้หมด” คุณเมฆเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง“ฉันรู้แค่ว่านายท่านไม่พอใจมากๆเรื่องที่คุณถอนหมั้น พรุ่งนี้ท่านคงจะเรียกคุณเมฆให้ไปพบแน่ๆ ช่วงนี้คุณต้องอยู่ห่างๆนิชาไว้ เพื่อความปลอดภัยของเธอ อีกอย่างในฐานะที่พลอยเห็นนิชาเป็นเพื่อนคนนึงของพลอย พลอยก็อดเป็นห่วงเธอไม่ได้ค่ะ ถ้าคุณไม่คิดจะจริงจังกับนิชาก็ควร….ปล่อยเธอไปได้แล้วนะคะ” พลอยใสเตือนคุณเมฆด้วยความหวังดี“เรื่องนั้นผมจะจัดการเอง ระหว่างที่ผมบินไปแคนนาดา ผมฝากคุณดูแลนิชาแทนผมด้วย อย่าให้ลูกน้องของพ่อเห็นเธอเป็นอันขาดและอย่าให้นิชารู้เรื่องนี้ด้วย” คุณเมฆพูดพร้อมกับจับไหล่คุณพลอย“ไม่ต้องห่วงค่ะ คุณเมฆเองก็ระวังเรื่องกฎเหล็กของตระกูลด้วยนะคะ” พลอยใสรับปากคุณเมฆว่าจะช่วยดูแลฉัน“อืม”หลังจากนั้นทั้งสองออกมาจากห้องประชุม สีหน้าทั้งคู่เปลี่ยนเป็นปกติเมื่อเห็นฉัน“นิชา” คุณเมฆเรียกฉัน“คะ” ฉันรีบเดินเข้าไปหาอย่างไว“ช่วงนี้คุณช่วยไปอยู่กับคุณพลอยใสก่อนได้ไหม ผมมีธุระต้องไปแคนนาดา” คุณเมฆพูด“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัย“ผมมีงานต้องไปทำ ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เป็นห่วง กลัวเพื่อนรักกับแฟนเก่าของคุณจะตามมารังควานคุณตอนที่ผมไม่อยู่” คุณเมฆพูด“ค่ะ” ฉันยอมทำตามที่เขาบอก