พวกเขาสองคนเดินเข้าไปในศูนย์การค้าของผู้วิเศษ มีสิ่งของหลายอย่างที่ทำให้เขาตื่นตาตื่นใจอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็ร้านขายพืชเวทมนตร์ที่มีต้นไม้แปลกประหลาดมีดอกเป็นกร้องเสียงเจื้อยแจ้ว หรือผลไม้ที่มีรูปร่างเป็เด็กเล็กกำลังหลับอยู่ในเปล ร้านเครื่องซักผ้าที่พนักงานขายเครื่องซักผ้าโดยใช้พลังเวทมนตร์ฟองอากาศ ร้านค้าสัตว์เลี้ยงที่มีหมูมีปีก กบที่เปลี่ยนสีตัวเองตลอดเวลา หรือแมวที่ล่องหนตัวเองได้ครึ่งตัว
“ว่าแต่พี่ริศ เงินในโลกผู้วิเศษเหมือนกับเงินในโลกสามัญหรือเปล่าครับ”
“แน่นอนว่าต้องไม่เหมือน หน่วยเงินที่นี่มีสามแบบคือ เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง... สิบสองเหรียญทองแดงเป็หนึ่งเหรียญเงิน เก้าสิบแปดเหรียญเงินเป็หนึ่งเหรียญทอง จะอธิบายยังไงดี หนึ่งเหรียญทองแดงซื้อขนมปังแข็งได้หนึ่งก้อน สามเหรียญทองแดงซื้อหนังสือพิมพ์ได้หนึ่งเล่ม พี่มีเงินเดือนตอนนี้อยู่ที่หนึ่งเหรียญทองสี่สิบเหรียญเงิน เธอเองก็จะได้หนึ่งเหรียญทองทุกเดือน แต่ได้ที่พักฟรีคือที่ที่เธออยู่ตอนนี้ พี่ว่าก็ไม่แย่นะถึงจะเก่าไปหน่อยก็เถอะ”
“อย่างนี้นี่เอง”
เขามองไปเรื่อยๆ ผ่านร้านขนมแปลกๆ และร้านเสื้อผ้าที่ดูไม่ปกติสักชุด จนเห็นร้านสีดำขนาดใหญ่ ป้าย้าเป็รูปไม้กายสิทธิ์ไขว้กันเขียนด้วยตัวหนังสือสีสดใสว่า ‘ร้านไม้กายสิทธิ์ สมาพันธ์เวทมนตร์อาคาเนตะวันออก’ เขารีบเดินไปดูที่กระจกตั้งโชว์ มีไม้กายสิทธิ์หน้าตาแตกต่างมากมาย มีทั้งไม้ที่ประดับประดาไปด้วยหินสีสดใส ไม้ที่ด้ามแกะสลักมาจากเขาสัตว์ หรือไม้กายสิทธิ์สีขาวเป็ผลึกคล้ายคริสตัล
ภัทรหันไปหาริศด้วยความตื่นตาตื่นใจ แต่ริศที่เห็นภัทรดูมีความสุขกลับพูดขัดด้วยน้ำเสียงมีเลศนัย
“ไปกันเถอะ”
“เอ๊ะ เราไม่ได้มาร้านไม้กายสิทธิ์กันเหรอครับ” ภัทรวิ่งตามริศไปติดๆ
“ใช่ เรามาร้านไม้กายสิทธิ์แต่ไม่ใช่ร้านนี้”
เขาเดินตามริศไปยังซอยแคบด้านข้างที่ดูร้างผู้คน เดินไปยังสุดซอย เป็บ้านไม้เก่าๆ สีดำหลังหนึ่งที่มีปล่องไฟยังคงทำงานอยู่แม้จะไม่ใช่พื้นที่เขตหนาวก็ตาม เขาอ่านป้ายที่เขียนว่า ‘ร้านไม้กายสิทธิ์ของออกัสทัส’
พวกเขาเข้าไปในร้านและมานั่งรอกันที่เคาน์เตอร์ไม้ กลิ่นไม้หอมลอยเข้าจมูกทำให้รู้สึกสดชื่น ภัทรถามอย่างสงสัย
“ทำไมเราถึงมาซื้อไม้กายสิทธิ์ที่ร้านนี้เหรอครับ”
“เพราะร้านนี้คือร้านไม้กายสิทธิ์จากธรรมชาติที่ดีที่สุดในเขตนี้แล้วอย่างไรเล่า ร้านด้านหน้าที่เธอเห็น เป็ร้านไม้กายสิทธิ์สังเคราะห์ ที่ดูสวยงามแต่ไร้แก่นสาร มันสร้างขึ้นเพื่อคนที่คิดว่าไม้กายสิทธิ์จากธรรมชาติไม่ดีพอ อยากจะต่อเติมเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุดงบประมาณก็บานปลาย แถมมีค่าบำรุงรักษาอีก ไหนจะค่าใช้จ่ายหลังจากใช้พลังในหินเวทมนตร์หมดก็ไม่ต่างจากไม้ธรรมดาเลย... ในขณะที่ร้านนี้เป็ไม้กายสิทธิ์แบบดั้งเดิม ใช้เวทมนตร์ที่อยู่ในร่างกายเธอ ไม่ได้พึ่งสิ่งภายนอก ดังนั้นถ้าเธอเจออะไรใน่วิกฤต เธอก็พอที่จะใช้เวทมนตร์ต่อไปได้”
“เข้าใจแล้วครับ”
“อีกอย่าง ไม้แบบดั้งเดิมน่ะ บางทีก็ทรงพลังกว่าไม้พวกนั้นที่ต่อเติมตั้งมากมายด้วยนะ แถมร้านนี้ก็ดีที่สุดในภาคกลางแล้ว”
“ขอบใจหนูริศที่ชมร้านไม้กายสิทธิ์เล็กๆ ของฉันนะ”
พวกเขาหันไปมองในร้านพบชายชราผมขาวทั้งหัว มีปอยผมสีเขียวจางๆ ที่ด้านข้าง รูปร่างผอมแห้ง หลังเริ่มงุ้มแล้ว แต่ดวงตาสีฟ้าสดใสยังดูมีจิติญญา
“สวัสดีครับ/ค่ะ” ทั้งคู่ทักทาย
“สวัสดี สวัสดี ไม้กายสิทธิ์มีปัญหาเหรอหนูริศ”
“ต้องไม่ใช่อยู่แล้วค่ะ เราจะมาซื้อไม้กายสิทธิ์ให้เด็กคนนี้ เขาเพิ่งขึ้นทะเบียนเป็ผู้วิเศษได้วันนี้เองค่ะ”
“โอ้ ช่างน่ายินดี เ้าหนูชื่ออะไรล่ะ”
“ผมชื่อคณาภัทรครับ”
“ฉันชื่อออกัสทัสที่สาม เรียกฉันออสก็ได้นะ”
“ครับ ลุงออส”ภัทรพยักหน้าตอบ
ไม่พูดต่อให้ยืดยาวลุงออสหยิบเครื่องมือขึ้นมาบนเคาน์เตอร์ มันคล้ายที่ตรวจธาตุของหน่วยงาน แต่ขนาดเล็กกว่า มีลูกแก้วทรงกลมอยู่หัวเครื่องและที่วางฝ่ามือลงไป
“ลองเอามือวางลงบนนี้”
ภัทรทำตามอย่างว่าง่าย เขาวางมือลงไป แสงสีขาวอ่อนๆ ค่อยๆ สว่างขึ้น แต่ก็สว่างอย่างเลือนรางแทบจะดับให้ได้
“นี่... นี่มัน” ลุงออสหันไปทางริศ ริศก็พยักหน้ายืนยัน
“ยาก ยาก... ช่างเป็งานที่ยากงานหนึ่ง”
ลุงออสส่ายหัวก่อนจะหยิบเครื่องมือที่มีปุ่มมากมายคล้ายเครื่องพิมพ์ดีดออกมาวาง ก่อนจะร่ายคาถาบางอย่างตามพิมพ์หมายเลขพร้อมพูด
“หนึ่งสี่หนึ่งสอง... หนึ่งสี่สองแปด... หนึ่งห้าแปดเจ็ด... หนึ่งหกหนึ่งสาม”
แท่งผลึกก็เปล่งแสงสีขาวอ่อนออกมาเผยให้เห็นอักขระมากมายที่สลักไว้
ไม่นานก็มีกล่องไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหลายกล่องลอยออกมาจากชั้นวางด้านหลังมาวางที่เคาน์เตอร์ ลุงออสเปิดกล่องใบแรก ด้านในคือไม้สีน้ำตาลอ่อนตลอดด้าม
“ลองดูอันนี้”
ภัทรหยิบขึ้นมา เขาไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่น้อย เหมือนหยิบดินสอขึ้นมาถือเสียมากกว่า
“ยัง... ก็ยังไม่ใช่” ลุงออสหยิบไม้กลับมาแล้วเปลี่ยนเป็ด้ามที่สองสีน้ำตาลเข้มเป็เงา ส่งให้ภัทร
ภัทรหยิบมันขึ้นมากลับเริ่มรู้สึกแปลกๆ บริเวณที่ถือ แต่ลุงออสขมวดคิ้วแล้วหยิบออกไปจากมือเขาอย่างรวดเร็ว
ไม้อันที่สามมีสีน้ำเงินเข้ม ยังไม่ทันที่เขาจะหยิบมันขึ้นมา มันก็กลิ้งหนีมือของเขาเหมือนรังเกียจเขาจนลุงออสต้องพูด
“เอ่อ มันมีแกนิญญาธาตุน้ำแข็งจากเส้นผมของหญิงหิมะน่ะ มันมีความเป็หยินสูง อาจจะไม่ถูกกับเธอเท่าไหร่”
หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้ทดลองหยิบไม้กายสิทธิ์อีกหลายไม้ จากหลักหน่วยกลายเป็หลักสิบกองอยู่บนเคาน์เตอร์ เขามองไปหาริศ ริศเองก็ได้แต่ปลอบใจเขาเพราะไม่รู้จะช่วยอย่างไรดี ลุงออสเองก็เหงื่อตก เขาไม่เคยเจอผู้วิเศษที่ไม่มีธาตุใดๆ เลยมาก่อน ทำให้เป็เื่ยากที่จะหาไม้กายสิทธิ์ที่ถูกใจ
“เ้าหนู” ลุงออสวางผลึกสีขาวที่มีอักขระเช่นกันแต่มีขนาดเล็กเพียงหัวแม่มือให้ภัทร
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงไม่มีไม้ใดเลยที่เหมาะสมกับเธอ และฉันก็ไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้มาก่อน ฉันลองแทบจะทุกประเภทแล้วแต่มันกลับไม่สามารถเข้ากับเธอได้เลย งั้นฉันจะลองให้เธอเรียกหามันด้วยตัวเองดู... หยิบขึ้นมากำไว้แล้วอธิษฐานถึงไม้กายสิทธิ์ที่อยากได้ดูนะ อาจจะมีไม้สักอันที่อยากไปกับเธอก็ได้ แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ฉันอาจจะต้องลองสร้างไม้ด้ามใหม่ให้เธอ”
ภัทรพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะลองหยิบแท่งคริสตัลขึ้นมาและกำเอาไว้ด้วยสองมือ เขาหลับตาอธิษฐาน
‘เราไม่ได้้าไม้กายสิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุด ทรงพลังที่สุด หรือมีพลังพิเศษอื่นใด เราแค่้าไม้ที่อยากอยู่กับเรา ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราเพียงเท่านั้น’
เพล้ง!
หินผลึกนั้นแตกสลายแทบจะในทันทีที่เขาอธิษฐานจบ ในตอนนั้นเองก็มีเสียงดังโครมครามดังออกมาจากข้างหลังร้าน แต่ก็ดังอยู่อย่างนั้นไม่ออกมา
“หรือว่า...”
ลุงออสเดินไปหลังร้านเปิดประตูห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง เมื่อเปิดประตูก็มีกล่องไม้กายสิทธิ์กล่องหนึ่งลอยพุ่งออกมากระแทกที่หัวภัทรก่อนตกลงไปบนโต๊ะ
“โอ๊ย!” เขารู้สึกเจ็บที่หัวและมึนงงเล็กน้อย มันพุ่งมาค่อนข้างเร็วทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน
“เอ๊ะ...”
เสียงของลุงออสดังขึ้นหลังจากที่เห็นกล่องไม้กายสิทธิ์แล้ว ภัทรเองก็สังเกตเช่นกัน ไม้กายสิทธิ์กล่องนี้พันเอาไว้ด้วยผ้าสีขาวหนาจนเป็ทรงกลมเหมือนดักแด้ เขาคิดว่าต้องหัวแตกแน่ถ้ามันมาในสภาพกล่องปกติ ลุงออสแกะผ้าออกเผยให้เห็นกล่องไม้สีขาวฉลุด้วยลวดลายสีทอง เมื่อเปิดออกทำให้เห็นไม้กายสิทธิ์สีน้ำตาลอ่อนด้ามหนึ่งนอนสงบนิ่งอยู่ในกล่องที่บุด้วยกำมะหยี่สีแดง
“ลองถือมันขึ้นมาดูสิ” ลุงออสเองก็ดูตื่นเต้นแปลกๆ
เขาหยิบไม้กายสิทธิ์จากกล่องขึ้นมา มันมีสีน้ำตาลอ่อนเป็เงาทั้งด้ามไม่ฉลุลวดลาย ด้ามจับเป็สีน้ำตาลเข้มทรงกลมมลเมื่อถือเขารู้สึกจับได้อย่างเย็นสบาย เมื่อถือมามองใกล้ๆ เขารู้สึกถึงอากาศอบอุ่นรอบตัว เหนือหัวของเขา เกิดนิมิตท้องฟ้าสีสดใสเหมือนฤดูใบไม้ผลิ ลุงออสพูดอย่างอัศจรรย์ใจ
“ไม้จันทน์หอม ยาวเก้าเศษหนึ่งส่วนสี่นิ้ว แกนขนหางกิเลนแปลกประหลาดสายพันธุ์หนึ่ง ด้ามจับทำจากหนังวัวสงบสุขสัตว์วิเศษระดับสาม ไม่บิดงอ... แกนของขนหางกิเลนที่ไม่รู้ถึงสายพันธุ์ แต่ขนหางกิเลนนี้กลับมีพลังของธาตุทั้งห้า ทำให้ธาตุสมดุลเกื้อหนุนกัน แต่มีเงื่อนไขที่ผู้วิเศษที่ใช้จะต้องมีพร้อมด้วยธาตุทั้งห้าธาตุ ไม่อย่างนั้นจะเสียสมดุลควบคุมได้ไม่ดี แต่ฉันลืมไปว่าเธอไม่มีธาตุประจำตัว เธอจึงน่าจะใช้มันได้ แล้วอาจจะใช้ธาตุทั้งห้าได้เล็กน้อยด้วย”
“จริงสิ เธอลองร่ายมนตร์นี่ดูนะ พูดตามฉัน ‘อิกนิส อัคเซนเด’ (Ignis Accende)”
“อิกนิส อัคเซนเด”
ภัทรพูดตาม ปลายไม้ก็เกิดแสงสีแดงอ่อนขึ้นมา ก่อนจะเกิดประกายเปลวไฟสีเหลืองอ่อนออกมา แต่ไฟนั้นริบหรี่เหมือนจุดไม้ขีดไฟ มันบางเบามากจนเหมือนจะดับได้ง่ายๆ ด้วยการเป่าลมใส่
“โอ้ เขาทำสำเร็จ!” ลุงออสพูดอย่างมีความสุข
ภัทรเองก็รู้สึกมีความสุขอย่างมากเช่นกัน เพราะนี่เป็ครั้งแรกที่ร่ายมนตร์ในชีวิตของเขา แม้แสงไฟจะอ่อนมาก แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใดเลย
เวลาไม่กี่วินาทีผ่านไปไฟก็ดับลง เขารู้สึกอ่อนแรงเหมือนออกกำลังกายอย่างหนักมากจนหน้ามืดเกือบจะล้มลง ริศรีบมาประคองเขาไว้แล้วเอายาเม็ดสีเขียวให้ภัทรเม็ดหนึ่ง ความสดชื่นเข้ามาในร่างกาย ริศเห็นภัทรปลอดภัยก็หันไปบ่นลุงออส
“คุณลุงคะ เขายังไม่ได้เปิดเส้นมานาเลย เขาอาจจะเป็ลมไปเลยก็ได้นะ”
“ฮ่าๆๆ ขอโทษที ขอโทษ ใครจะคิดว่าเ้าหนูนี่สามารถร่ายเวทมนตร์ได้ั้แ่ครั้งแรก เ้าหนูนี่ดูมีพร์นะ แต่ฟ้ากลับไม่เป็ใจ... เธอรู้รึเปล่าไม้อันนี้น่ะ เป็ไม้ที่ครอบครัวผู้วิเศษระดับสิบตระกูลใหญ่ครอบครัวหนึ่งว่าจ้างให้ฉันสร้างไม้กายสิทธิ์ที่สามารถใช้ได้หลายธาตุ ลูกชายของฉันเป็คนอาสาค้นหาแกนที่เหมาะสมจนที่สุดก็ได้ขนหางกิเลนสายพันธุ์หายากมาได้เส้นหนึ่ง แม้มันแทบจะไม่เหลือพลังแล้วก็ตาม เขาตั้งใจสร้างมันมากๆ แต่พอเขาทำเสร็จแล้วรอผู้มารับวันแล้ววันเล่า แต่สุดท้ายครอบครัวนั้นกลับเลือกที่จะไปใช้ไม้กายสิทธิ์สังเคราะห์แทน ทำให้เขาต้องจากไปโดยไม่เห็นไม้นี้ได้ใช้งานจริงเลยสักครั้ง ช่างน่าหัวร่อซะจริง"
ชายชราพูดอย่างเจ็บใจ “ถ้าเธอซื้อไม้นี้ฉันจะคิดให้ราคาถูกเป็พิเศษเลย
“ขอบคุณครับ” ภัทรวางไม้กายสิทธิ์ลงในกล่อง
จู่ๆริศก็ทำหน้าแปลกๆถามขึ้น
“นี่เป็ไม้ที่ จูเนียร์ ทำเหรอคะ”
“ใช่แล้ว เขาทำไม้นี้เป็ไม้สุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไป” ลุงออสทำหน้าเศร้า
“ผมไม่ควรรับมันไปรึเปล่าครับพี่ริศ นี่ดูเหมือนของต่างหน้าเลย” ภัทรกระซิบกับริศ
ลุงออสทำมือปัดไปมาพูดปฏิเสธทันที
“ไม่เลย ไม่เลย ฉันสิอยากให้เธอเป็คนรับมันไป ให้เธอได้แสดงวิธีใช้อย่างโดดเด่นเหนือใคร ประกาศผลงานของจูเนียร์ให้ทุกคนได้เห็นว่า ผลงานของเขามันเลิศล้ำเพียงใด”
“โอเคก็ได้ครับ แล้วมันราคาเท่าไหร่ครับ”
“สองเหรียญทองยี่สิบเหรียญเงิน”
“อะไรนะ!” ริศสะดุ้งร้องเสียงดังขึ้นมา
ภัทรแทบจะทำกล่องไม้กายสิทธิ์หลุดมือ ยังดีที่เขารับมันเอาไว้ได้ทัน มองหน้าลุงสลับกับไม้ในมือ
“อะไรกัน ฉันคิดว่าพวกเธอรู้ซะอีก ขนของกิเลนเชียวนะ ขนาดราคาเส้นขนหนึ่งมัดของกิเลนที่ราคาต่ำที่สุดในตลาดมืดอย่างต่ำก็ห้าหกเหรียญทองแล้ว นี่เพราะมันสูญเสียพลังไปจนเหลือแต่เปลือกหรอกนะ ราคาถึงได้ต่ำปานนี้ แถมเ้าคนโง่นั้นก็เอาเงินมาจ่ายค่าล่วงเวลาแล้วไม่อย่างนั้นนะ... หึๆ”
“แต่ลุงบอกว่าคนอื่นใช้ไม่ได้นี่คะ ต้องเป็ผู้เกิดมาพร้อมธาตุทั้งห้า” ริศคัดค้าน
“ใครบอก คนที่มีระดับพลังระดับสี่ขึ้นไปก็ใช้ได้ทั้งนั้นแหละ แต่ไม่มีใครทำเพราะพลังทำลายมันอ่อนเกินไปเท่านั้นแหละ เอาไงเ้าหนุ่มฉันปิดตาข้างหนึ่ง คิดราคาแค่สองเหรียญทองแล้วกัน แถมซองใส่ไม้กายสิทธิ์ให้ด้วยเอ้า เห็นว่าถูกชะตานะเนี่ย” ชายชรายิ้มพยายามเอาชนะริศ
ภัทรคิดอยู่หลายอึดใจก่อนถอนหายใจออกมา “ก็ได้ครับ ผมจะซื้อ”
เขาพยักหน้าก่อนหยิบเหรียญทองออกมาวางสองเหรียญ ท่ามกลางสายตาของริศที่โกรธภัทรเล็กน้อยที่ไม่ปรึกษาเธอก่อน
ภัทรรู้สึกถึงสายตานั้นได้จึงหันมาบอกริศ “พี่ริศผมคิดว่าคงหาไม้ที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วนะครับ แถมนี่คือคนที่พี่ริศแนะนำให้ผม ผมเองไม่อยากให้ทั้งสองคนทะเลาะกัน”
ริศถอนหายใจและพยักหน้า ส่วนลุงออสหัวเราะชอบใจ
“ไหนๆ ก็ไหนๆ ฉันถูกใจเอ็งมาก จะทำพิธีผูกไม้กับเ้าของให้ก็แล้วกัน”
ลุงออสหยิบม้วนกระดาษสีน้ำตาลออกมากาง ในนั้นมีวงเวทที่มีอักขระมากมาย เขาหยิบไม้มาวางลงไปก่อนจะให้ภัทรหยดเืลงไปหนึ่งหยด เมื่อหยดแล้วก็เกิดอักษรสีแดงดำขยับ สีแดงเข้าไปในไม้ สีดำแทงแผลก่อนหายไปในมือ ทำให้เขารู้สึกเจ็บจี๊ด
“ทีนี้ถ้าเธอทำหาย ก็แค่หลับตาทำสมาธิ เธอก็จะรู้ทิศทางของมันได้ แต่ต้องอยู่ในมิติเดียวกันและไม่ถูกเอาไปด้วยตัวตนที่สูงกว่านะ”
“ครับ ขอบคุณมาก”
"งั้นหนูพาเขากลับก่อนนะคะ" ริสมองนาฬิกาก่อนจะพูด
"กลับกันดีๆล่ะ ไม้มีปัญหาอะไรก็มาก็มาได้ แน่นอนว่าไม่พรีนะ"
"ครับ/ค่ะ"
จากนั้นพวกเขาก็ลาลุงออสแล้วเดินออกมาจากร้าน ท้องฟ้าก็เปลี่ยนเป็สีชาเย็นพอดี