เจอพวกประสาทเสียซะได้
- ณ ห้องโถงของสถาบัน -
“นี้ๆๆ แถวนี้เลย คนน้อย” ธีโอลากเชลบี้มาที่แถวที่ 15 ที่ตอนนี้ทั้งแถวรวมพวกเขาสองคนแล้วก็มีแค่เกือบ 20 คนเอง “โชคดีชะมัดเลย รอคิวแค่สิบกว่าคนเอง แป๊บเดียว อิอิ”
“ดีแล้วละ แล้วตอนนายมารายงานตัวก่อนนายต้องมาเข้าแถวแบบนี้รึเปล่า”
“เปล่าๆ” ธีโอรีบโบกมือปฏิเสธ “ฉันไปคุยกับอาจารย์โดยตรงน่ะ”
“อ๋อออ…. แล้วรายงานเราต้องทำยังไงบ้าง” วันนี้มารายงานตัวแท้ๆ แต่เขาไม่รู้อะไรเลย น่าขายหน้าชะมัดเลยแต่ก็ดีที่ถามธีโอได้ไม่งั้นมันต้องน่าอายมากกว่านี้แน่ๆ เพราะคนอื่นรอบๆ ตัวเขาดูเตรียมพร้อมกันทั้งนั้น
“ง่ายมาก! บอกชื่อ โชว์ไอดีการ์ดแล้วก็บอกระดับพลังของเราเท่านั้นเอง ง่ายใช่ไหมล่ะ” อิอิ เชลบี้ถามเขาด้วยละเชลบี้ต้องเห็นความฉลาดในตัวฉันแล้วแน่ๆ
“นายคิดอะไรแปลกๆ ใช่ไหม ทำหน้าประหลาดชะมัดเลย” ไอ้หมอนี่ยิ่งรู้จักยิ่งเพี้ยนขึ้นไปทุกวัน ดูๆ ทำหน้าตาประหลาดไม่เลิก
“เปล๊าาา แล้ว แล้วเชลบี้ระดับอะไรหรอ ที่นี่แบ่งชั้นเรียนตามระดับพลังของเรานะ”
“ฉันระดับซี นายล่ะ”
“เหมือนกันเลยย! นี่แหละเพื่อนแท้!”
อะไรกัน.. ระดับซีเหมือนกันหรอกหรอ แต่ก็แน่ละ ท่าทางเพี้ยนๆ แบบนี้ไม่น่าจะระดับบีหรือเอหรอก
“นี่ๆ รู้ไหมว่าที่นี่มีคลาสพิเศษด้วยนะเชลบี้ คลาสปกติจะแบ่งตามระดับพลังก็คือ ABCD ตามลำดับล่ะ แต่คลาสพิเศษเป็คลาสของคนที่มีพลังระดับ Sล่ะ”
เขาฟังธีโอพูดอย่างตั้งใจเพราะนี่ถือเป็ข้อมูลสำคัญอีกอย่างหนึ่ง
“แล้ววันนี้พวกคนระดับเอศมารายงานตัวไหม”
“พวกนั้นไม่มารายงานตัวที่นี่หรอกเพราะว่าระดับพลังที่ต่างกันเยอะจะทำให้คนที่ระดับพลังน้อยๆ อย่างเรากดดันจนแทบจะหายใจไม่ออกเลยล่ะ” คิดแล้วก็ขนหัวลุก เขายังจำความรู้สึกที่โดนพี่โมโหใส่ได้อยู่เลย พี่ชายของเขามีพลังระดับเอสก็จริงแต่พี่ก็ไม่ได้เข้าร่วมกองทัพหรอกเพราะอยากทำตามความฝันตัวเองที่อยากเป็ดารา
“ขนาดนั้นเลยหรอ.. แล้วเรามีโอกาสที่จะได้เรียนที่คลาสเรียนพิเศษไหม” เชลบี้คิดอย่างตื่นเต้น ถ้าเขาสามารถเข้าเรียนที่คลาสพิเศษได้ความฝันของเขาก็ไม่ไกลเกินเอื้อม
“มีสิ! เรามีเวลา 5 ปีที่เรียนที่นี่ ขอแค่เราตั้งใจฝึกฝนเพิ่มระดับเราก็จะได้เข้าเรียนที่คลาสพิเศษไงล่ะ” ธีโอพูดกับเชลบี้อย่างมีความหวังแต่เชลบี้ยังไม่ทันได้ตอบกลับก็มีเสียงเยาะเย้ยดังขึ้นจากด้านหลังพวกเขาซะก่อน
“ดูสิ! พวกไม่เจียมตัว ฮ่าๆๆ พวกนายสองคนคิดว่าการเลื่อนระดับมันง่ายขนาดนั้นเชียว? ถ้ามันง่ายขนาดนั้นคนที่มีพลังระดับเอสก็คงเกลื่อนดาวหมดแล้ว! โง่จริงๆ ฮ่าๆ”
“นายพูดถูกเฟลอร์ พวกนี้ไม่เจียมตัวจริงๆ ฮ่าๆๆ” สิ้นเสียงพูดของสองคนนั้นรอบๆ พวกเขาก็เกิดเสียงหัวเราะเยาะ เสียงพูดดูถูกอย่างต่อเนื่อง สายตาหลายคู่ต่างมองมาที่เชลบี้และธีโอแล้วหันไปซุบซิบกันอย่างสนุกสนาน
ธีโอที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับเืขึ้นหน้า มือเล็กกำแน่นจนไม่มีสี ั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยอับอายขนาดนี้มาก่อน มันจะทำไม! สิ่งที่เขาคิดมันผิดตรงไหนกัน!
ทางด้านเชลบี้ที่โดนว่าด้วยก็ไม่นิ่งนอนใจ ไอ้คนพวกนี้ คิดว่าตัวเองเก่งมากรึไง สูงส่งมาจากไหนกันถึงมาดูถูกเขากับธีโอแบบนี้
“แล้วพวกนายคิดว่าตัวเองดีกว่านักรึไง! พวกนายก็เรียนคลาสเรียนปกติแบบพวกฉันสองคนเหมือนกันนั่นแหละ เหอะ ทำมาเป็ดูถูกกัน พวกนายสูงส่งกันสักแค่ไหนเชียว มาว่าฉันสองคนว่าไม่เจียมตัว พวกนายก็ไม่มีปัญญาไปถึงขั้นนั้นเหมือนกันนั่นแหละ!” เสียงของเชลบี้ดังก้องไปทั่วห้องโถงทำให้คนอื่นๆ ยิ่งให้ความสนใจเยอะขึ้นเท่าตัว
“ใช่! ไอพวกประสาทเสีย ดีแต่ปาก ฉันรู้นะว่าที่พลังของนายน่ะไม่สูงขึ้นเพราะว่านายเอาแต่เที่ยวเล่นไม่ฝึกฝนไงล่ะ นายถึงตามหลังน้องนายอยู่ตลอดน่ะเฟลอร์ หึ!”
“หน็อยยย! เหอะ ถึงฉันจะเรียนคลาสปกติแบบพวกนายแต่ฉันก็ระดับสูงกว่าพวกนายอยู่ดีนั่นแหละ โดยเฉพาะนายธีโออย่าคิดว่าพี่นายให้ท้ายแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรนะ!”
“แล้วนายจะทำไม! เข้ามาเลย ฉันไม่กลัวหรอก! มาเลย! ไอ้-” ยังไม่ทันได้พ่นคำนั้นออกมาก็มีคนเข้ามาห้ามซะก่อน
“จะหยุดกันได้รึยัง” หนึ่งในอาจารย์ผู้ดูแล ทริสตัน ไบรท์ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเข้มอย่างไม่พอใจสุดๆ “รู้ใช่ไหมว่าที่พวกเธอทุกคนทะเลาะกันมันสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น” เขาเอามือไพล่หลังจ้องมองไปที่ตัวต้นเื่ทุกคนอย่างช้าๆ
“ขอโทษครับอา…” เป็ธีโอที่พูดขอโทษออกมาก่อน แน่ล่ะ ถ้าเขาไม่ขอโทษออกมามีหวังกลับบ้านไปเื่นี้ได้ถึงหูพี่แน่ๆ
ทริสตันปรายตามองไปที่ธีโออย่างเอือมๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ธีโอมีปากเสียงกับเด็กเฟลอร์นั่น เจอกันทุกครั้งก็ทะเลาะกันทุกครั้ง ไอ้เ้าเด็กเฟลอร์นั่นก็ปากหาเื่ดีจริงๆ
“แยกย้ายกันเข้าแถวให้เรียบร้อยเหมือนเดิมซะ การรายงานตัวจะได้เริ่มต่อ” ทริสตันว่าจบก็จับเฟลอร์และพรรคพวกไปต่อแถวที่อื่น
“เฮ้ออ ฉันนึกว่าจะโดนลงโทษซะแล้ว ยังไม่ทันได้เข้าเรียนก็มีเื่ซะแล้ว” แต่สิ่งที่เ้าหมอนั่นพูดมันก็น่าโมโหจริงๆ แหละๆ
“ไม่หรอก อาไม่ทำหรอก แต่ฉันต้องภาวนาอย่างเดียวว่าอาจะบอกพี่ไหม ไม่งั้นฉันตายแน่ๆ” เขาไม่อยากโดนพี่ลงโทษอีก ไม่เอาหรอก
“อาจารย์คนเมื่อกี้เป็อาของนายจริงๆ หรอ เขาดู… ไม่ค่อยเหมือนเท่าไหร่” จากที่เห็นเมื่อกี้ดูยังไงก็ไม่คล้ายธีโอสักนิด สูงยาวเข่าดี หน้าคมอย่างกับนายแบบ มีแค่สีตากับสีผมเท่านั้นแหละที่เหมือนกัน
“เชลบี้! ขอโทษแล้วกันที่ฉันมันตัวเล็กน่ารัก พี่ชายฉันกับอาน่ะเหมือนกันอย่างกับพี่น้อง มีแค่ฉันที่เหมือนแม่มากไปหน่อย….”
สีหน้าและน้ำเสียงเศร้าๆ ของธีโอทำเอาเขาไปต่อไม่ถูกทีเดียว มิน่าล่ะ เท่าที่เห็นเมื่อกี้ ทุกคนในบ้านคงโอ๋ธีโอน่าดูถึงแม้จะดูดุๆ ก็เถอะ
“โทรหาสิ ถ้าคิดถึง”
“ฉันจะโทรหายังไงล่ะในเมื่อทั้งแม่กับพ่อก็ไม่อยู่แล้ว” ยิ่งพูดยิ่งคิดถึง… “ทำไมนายต้องถามถึงเื่นี้ด้วย… ฮืออออ”
“เฮ้ย ฉันขอโทษ ฉัน- ฉันไม่รู้จริงๆ ขอโทษนะ อย่าร้องตรงนี้เลยนะอายคนเขา” เชลบี้กอดปลอบไปพลางมองรอบๆ ไปพลาง โดนมองอีกแล้วววว ใครก็ได้เอาฉันออกไปจากที่นี่ทีเถอะ…..
.
.
.
หลังจากที่รอมาสักพักก็รายงานตัวเสร็จสักที เชลบี้รีบลากธีโอออกมาอย่างรวดเร็ว ใครมันจะอยากไปอยู่นานกัน แค่นี้ก็เป็เป้าสายตาเกินพอแล้ว เชลบี้รีบโทรหาให้พ่อกับแม่รีบมารับทันทีที่ออกมาได้
“รอแป๊บนะ เดี๋ยวพ่อกับแม่ฉันก็มาแล้ว” เขาหันไปบอกธีโอที่ตอนนี้เริ่มจะงอแงแล้ว
“อือออ”
รอแค่ 5 นาทีรถโฟลตติ้งของพ่อก็มาจอดลงตรงหน้าเขา เขารีบลากให้ธีโอขึ้นรถก่อนเลยเป็อันดับแรก
“ตรงไปย่านการค้าเลยครับพ่อ” ขึ้นรถปุ๊ปเขารีบบอกให้พ่อตรงไปย่านการค้าทันทีเพราะถ้าช้ากว่านี้เขาจะไม่ได้ซื้อของกันพอดี
“ธีโอ นายบอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ว่าหมอนั่นเป็ใคร” ได้ทีเชลบี้ก็จี้ถามธีโอด้วยความอยากรู้ มองจากดาวอื่นยังรู้เลยว่าเชลบี้อยากรู้ขนาดไหน
“เฮ้อออ..” ธีโอกอดอกมองบนทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เชลบี้ถามเขา “เฟลอร์ เรดเนส ลูกชายคนโตของท่านพลตรีฟีนิกส์ เรดเนส เราเคยเป็เพื่อนกันตอนเด็กๆ เพราะแม่ฉันกับแม่เขารู้จักกัน แต่พอแม่กับพ่อฉันเสียก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนเมื่อตอนฉัน 10 ขวบย้ายโรงเรียนแล้วก็บังเอิญเจอกันน่ะ หมอนั่นนิสัยเปลี่ยนไปจนฉันจำแทบไม่ได้เลยเพราะฉันเป็เด็กใหม่เลยโดนแกล้งแน่นอนว่าหัวโจกก็คือหมอนั่น” ยิ่งนึกถึงยิ่งโมโห ไอ้เด็กเหลือขอ!
“นายเลยไม่ถูกกับหมอนั่นั้แ่นั้นมา?”
“ใช่! ถ้าเจออีกนะฉันจะซัดให้หมอบเลยคอยดู!”
เขามองธีโอที่ตอนนี้ั์ตา,นัยนาลุกโชนไปด้วยไฟแค้นไม่พอ ยังทำท่าชกอากาศนั่นอีก ตัวก็แค่นี้จะไปสู้อะไรได้ หมอนั่นตัวใหญ่อย่างกับหมี
เซเลน่าที่ได้ยินเด็กๆ คุยกันถึงกับต้องปาดเหงื่อเย็นๆ ที่ไหลออกมาตอนไหนก็ไม่รู้ มิน่าล่ะ ตอนที่เธอได้ยินว่ามีเด็กทะเลาะกันที่โถงรายงานตัวตาขวาเธอถึงกระตุกยิกๆ ไม่หยุด จอมก่อเื่จริงๆ เลยสองคนนี้!
.
.
.
- ย่านการค้า -
รถโฟลตติ้งของพวกเขาจอดลงที่ DPS ศูนย์รวมสินค้าขนาดใหญ่หรือจะเรียกตามยุคก่อนก็คือห้างนั่นเอง ลงจากรถเสร็จก็ใช้บริการฝากรถของที่นี่เพื่อความสะดวก
ภายใน DPS อากาศเย็นช่ำทำให้อาการหัวร้อนของธีโอกับเชลบี้เย็นลงมาเยอะเลย
“ก่อนอื่นก็ต้องซื้อของใช้ส่วนตัวก่อน เฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ค่อยส่งตามไปทีหลังแล้วกันนะจ๊ะ” เซเลน่าดูลิสต์รายการที่ต้องซื้ออย่างละเอียดเสร็จแล้วก็เดินนำไป
“ฉันก็อยากให้แม่ทำอย่างนี้ให้ฉันบ้างจัง…” ธีโอพึมพำกับตัวเองเบาๆ ถ้าแม่เขายังอยู่ก็คงทำให้เหมือนที่แม่เชลบี้ทำให้เชลบี้
“อย่าน้อยใจไปเลย นายยังมีพี่กับอานะ อีกอย่างคิดซะว่าพ่อแม่ฉันก็เหมือนพ่อแม่นายละกันนะ” เชลบี้จับมือธีโอเดินตามแม่ไปโดยทิ้งชาร์ลีเดินตามหลังอีกที
ชาร์ลีที่เดินอยู่ข้างหลังยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน เชลบี้ของเขาเป็เด็กน่ารักถึงแม้จะอารมณ์แปรปรวนไปบ้างแต่ก็เข้าอกเข้าใจคนอื่นเป็อย่างดี
.
.
.
ใช้เวลาซื้อของไปเกือบสามชั่วโมงในที่สุดก็เสร็จสักที
ที่ซื้อนานไม่ใช่อะไรหรอกนะ แม่เขาต่างหากละ อันนั้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่ได้ เ้าเพี้ยนธีโอก็เหมือนกันเออออตามแม่เขาไปหมด
“โอยยย ปวดขา”
“แค่นี้เองจะบ่นทำไมละลูก ส่วนใหญ่แม่ก็เลือกให้ทั้งนั้น” เซเลน่าเอามือเท้าเอวมองเชลบี้เอือมๆ เ้าลูกคนนี้ สู้ธีโอก็ไม่ได้ ไม่บ่นสักนิดแถมยัง่เธอเลือกอีกต่างหาก ไม่ได้เื่จริงๆ
“เอาน่าๆ ไปทานข้าวกันเถอะ ผมจองร้านไว้แล้ว เห็นว่าร้านที่ทำอาหารแบบยุคก่อนได้อร่อยมาก” ชาร์ลีรีบห้ามทัพทันที ถ้าปล่อยให้เถียงกันนานกว่านี้คงไม่ได้ไปกินข้าวกันพอดี
“ค่ะคุณ ป่ะธีโอ ปล่อยเชลบี้เขานั่งอยู่ตรงนั้นแหละค่ะ”
“เอ้าาา..” อะไรของแม่ เดินกอดแขนกันไปแล้วทิ้งเขาไว้เนี่ยนะ เชื่อเขาเลย เขาเดินไปกับพ่อก็ได้ เชอะ…
กินข้าวเสร็จก็รีบกลับบ้านทันทีเพราะตอนนี้ก็ใกล้จะดึกแล้ว แถมพรุ่งนี้ก็เป็วันสุดท้ายที่ได้อยู่กับพ่อกับแม่ ถ้านับตามกำหนดการเปิดเรียนก็เกือบสองอาทิตย์ แต่หลังจากมีเื่ผู้บุกรุกคราวนั้นก็เลื่อนขึ้นมากระชั้นชิดจนเขาเหลือเวลาอยู่กับพ่อแม่แค่พรุ่งนี้วันสุดท้าย
ส่วนธีโอที่อ้อนแม่เขาขอมานอนด้วยที่บ้านพักเพราะกลับไปที่บ้านก็ไม่มีใครอยู่ แม่เขาสงสารเลยให้มาด้วย เท่ากับว่าวันพรุ่งนี้มีตัวป่วนเพิ่มมาอีกหนึ่งสินะ…
.
.
.
“อืออออ วันนี้อากาศดีจังเลยน้าาา” วันนี้เขาตื่นเช้ากว่าปกติเพราะอยากใช่เวลาอยู่กับพ่อแม่นานๆ
“อืมมมม แจ๊บๆ”
เสียงเคี้ยวน้ำลายของธีโอทำเอาเขาหมดมู้ดทันที ให้ตายเถอะ ทำไมแม่ต้องให้ธีโอมานอนห้องเดียวกับเขาด้วยนะ หึ ไม่สนใจหรอก ไปล้างหน้าอาบน้ำดีกว่า
เชลบี้ส่องกระจกสำรวจความเรียบร้อยอยู่ในห้องแต่งตัว วันนี้เขาใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสามส่วนสีฟ้าเข้ากันสุดๆ ส่วนผมแค่ยางมัดพอ แต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาปลุกธีโอที่ตอนนี้นอนดิ้นจนจะตกเตียงอยู่รอมร่อ
“ธีโอตื่นได้แล้ว!!!”
“เฮือก! ใครตาย!” ธีโอสะดุ้งตื่นสุดตัวเพราะเสียงปลุกอันทรงพลังของเชลบี้ทำเอาธีโอถึงกับหูวิ๊งไปเลย
“นายสิตาย ตื่นได้แล้ว เช้าแล้ว นายจะได้กลับบ้านไปจัดของ” ปลุกธีโอสำเร็จเชลบี้ก็เดินออกจากห้องไปข้างล่างไปกินข้าวเช้า
“ตื่นเช้าจังนะ” เป็ชาร์ลีที่ทักเชลบี้ก่อน เขาเงยหน้าดูเวลาที่ฝาผนัง ตอนนี้แค่ 7 โมงนิดๆ เอง ปกติเชลบี้ตื่นเกือบๆ 9 โมงด้วยซ้ำ วันนี้แปลก
“ผมแค่อยากอยู่กับพ่อแม่ให้นานอีกหน่อย” เขาพูดอย่างหงอยๆ เฮ้อ พูดแล้วก็เศร้า พรุ่งนี้ก็ต้องย้ายเข้าหอของสถาบันแต่เช้า “ผมต้องคิดถึงพ่อกับแม่มากแน่ๆ”
“จ้าๆ คิดถึงก็โทรมาสิครับ ฟอดด” เซเลน่าได้ยินเชลบี้พูดก็รีบเดินมากอดแล้วหอมเชลบี้อย่างมันเขี้ยว ไม่ใช่แค่เชลบี้หรอกที่จะคิดถึงเธอกับชาร์ลี เธอกับชาร์ลีก็คงคิดถึงลูกไม่แพ้กัน “งั้นวันนี้กินหม้อไฟ ดูหนังกันเนอะ”
“ครับผม”
พรุ่งนี้ก็จะได้เป็นักศึกษาสถาบันพิเศษเต็มตัวแล้วสินะ….
ติดตามตอนต่อไป…..
(ย้ายเข้าหอของสถาบัน)
***********
ตอนหน้าน้องจะเป็นักศึกษาเต็มตัวแล้วค่าาาาาาา เย้ๆ เนื้อเื่จะเริ่มเข้มข้นขึ้นั้แ่ตอนหน้าไปนะคะ รอติดตามเลยค่ะ
ฝากเอ็นดูน้องเชลบี้กันเยอะๆ นะคะ