พอได้ยินคำพูดของเขา ซูอิ่นเย่ว์เผลอคลายปากออกโดยไม่รู้ตัว เมื่อสบเข้ากับดวงตาเ็าของฉู่จี้เฟิง นางทั้งอับอายและโกรธเคือง
“สารเลว! รีบไสหัวไปซะ!”
แต่ไม่รู้ทำไม พอโมโหเืลมก็แล่นพล่านพุ่งขึ้นศีรษะ มุมปากพลันมีโลหิตสีดำซึมออกมา
ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆ พร่าเลือน ความรู้สึกหนักอึ้งราวกับก้อนศิลาทับบนหน้าอกทำให้นางหายใจไม่ออก นางยังไม่ทันจะกล่าวคำที่สองก็หมดสติไปทันที
ฉู่จี้เฟิงแค่นเสียงเ็า “ร้ายกาจนัก”
ใบหน้าของเขาซีดเซียวเล็กน้อย ยกมือกดลงบนหน้าอก อดไม่ได้ที่จะกระอักเืสีดำออกมา
โชคดีที่เขายังมีสติพอควบคุมตัวเองได้ ปริมาณพิษที่สูดเข้าไปจึงไม่มากนัก และสามารถใช้พลังภายในควบคุมเอาไว้ได้
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านนอก เขารีบดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของซูอิ่นเย่ว์ให้มิดชิด
“ซื่อจื่อ!”
ฉางอู๋อิ่งเพิ่งกลับมาก็ต้องตะลึงงันกับภาพตรงหน้า
นี่มันเื่อะไร!
เขาเพิ่งออกไปไม่นาน กลับมาเ้านายก็ฟื้นขึ้นมาเข้าห้องหอได้แล้ว?
“เ้าหายหัวไปไหนมา” ฉู่จี้เฟิงถามเสียงเย็น
ก่อนหน้านี้ ฉางอู๋อิ่งยืนยันหนักแน่นว่าจะเฝ้าดูแลเรือนชูอวิ๋น ทว่าตอนเกิดเื่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา
“ข้าน้อยไปไล่ตามนักฆ่ามา!” ฉางอู๋อิ่งรู้สึกขนลุก รีบคำนับรายงานสถานการณ์ทันที
ฉู่จี้เฟิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
หากนักฆ่าผู้นั้นสามารถล่อฉางอู๋อิ่งออกไปได้ แสดงว่าฝีมือไม่ธรรมดา สวีชิงหย่วนมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่เก่งกาจถึงเพียงนี้เชียว หรือว่ามีเบื้องลึกเื้ับางอย่างกันแน่?
เขาไอหนักขึ้นอีกครั้ง ราวกับคนป่วยที่กำลังอาการหนักและใกล้หมดลมหายใจ
ฉางอู๋อิ่งร้อนใจ “ซื่อจื่อ! ท่านไม่ได้บอกว่าพักสักครู่ก็จะดีขึ้นหรือ เหตุใดยังสำรอกโลหิตอีก”
“มีคนกรอกยาพิษ ‘จุ้ยเหรินหง’ ใส่ตัวซูอิ่นเย่ว์ บัดนี้ข้าได้รับพิษซ้อนพิษแล้ว ที่ว่านางแต่งเข้ามาเพื่อเสริมดวง แท้จริงแล้วคือการส่งยาพิษมาให้ข้าต่างหาก” ฉู่จี้เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังพูดเื่ไม่สำคัญอะไร
“อะไรนะ!” ฉางอู๋อิ่งตกตะลึงจนพูดไม่ออก
“ซูเจี้ยนจิ่นช่างใจกล้า ถึงกับใช้ลูกสาวของตนเป็หมากในแผนนี้” ฉู่จี้เฟิงหลุบตามองใบหน้าขาวนวลของซูอิ่นเย่ว์ด้วยสายตาไร้อารมณ์ดุจเดิม
จากท่าทีของซูอิ่นเย่ว์ ดูเหมือนนางจะไม่รู้เื่นี้
จุ้ยเหรินหงเป็พิษออกฤทธิ์ช้า แต่สามารถกระตุ้นพิษกู่ในร่างของเขา ทำให้สติของเขาพร่าเลือนชั่วขณะ
ซูอิ่นเย่ว์เปื้อนเืของเขา อีกทั้งไม่มีกำลังภายในคอยปกป้องชีพจร นางย่อมไม่รอดพ้นถึงวันพรุ่งนี้แน่
ฉางอู๋อิ่งกำกระบี่แน่น พูดอย่างเดือดดาล “ข้าจะไปตัดหัวเ้าสุนัขซูเจี้ยนจิ่นเดี๋ยวนี้!”
เขาเคยคิดว่าซูเจี้ยนจิ่นเพียง้าประจบสอพลอเ้านายของตน จึงยอมยกลูกสาวให้แต่งงานเสริมดวง แต่นึกไม่ถึงเลยว่าอีกฝ่ายจะมีเจตนาร้ายเช่นนี้!
ใช้ชีวิตบุตรีอนุเป็หมากในแผนการ เช่นนี้ไม่ใช่วิธีที่คุ้มค่าอย่างยิ่งหรอกหรือ
มิน่าล่ะ ตอนแรกซูเจี้ยนจิ่นถึงไม่อยากให้บุตรีภรรยาเอกแต่งงาน กลับไปพาตัวซูอิ่นเย่ว์จากชนบทมาเมืองหลวงแทน
“ซูเจี้ยนจิ่นอาจไม่รู้ว่านางถูกกรอกพิษ” ฉู่จี้เฟิงกล่าวด้วยสายตาล้ำลึก “ลูกสาวของเขาแต่งเข้ามาพร้อมพิษ หากข้าสืบสาวราวเื่ ซูเจี้ยนจิ่นจะสามารถปลีกตัวพ้นจากเื่นี้ได้หรือ การแต่งงานครั้งนี้มีที่มาอย่างไร เหตุใดจู่ๆ ตาแก่ผู้นั้นถึงได้ยัดเยียดภรรยาให้ข้าเพื่อเสริมดวง”
ฉางอู๋อิ่งนึกขึ้นได้ รีบรายงาน “การแต่งงานนี้เป็พระประสงค์จากในวัง หลิงอ๋องไม่กล้าขัดขืนรับสั่งจึงยอมตกลง”
หากไม่ใช่เช่นนั้น หลิงอ๋องจะยอมให้สตรีที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อยแต่งเข้ามาเป็สะใภ้ของจวนอ๋องได้อย่างไร เช่นนี้ไม่เท่ากับเป็การตบหน้าจวนหลิงอ๋องหรอกหรือ
คนนอกต่างเยาะเย้ยว่าฉู่จี้เฟิงหาภรรยาไม่ได้ มีเพียงบุตรีอนุจากชนบทเท่านั้นที่กล้าแต่งกับเขา
ฉางอู๋อิ่งโมโหยิ่งนัก
เ้านายของเขาหน้าตาดีเพียงนี้ สตรีที่อยากแต่งกับซื่อจื่อ ต่อให้ไม่ถึงพันก็ต้องมีเป็ร้อย!
ฉู่จี้เฟิงเม้มริมฝีปาก ใบหน้าเ็าดุดันขึ้น เขาแค่นเสียงหัวเราะ “ดูท่า คนในวังคงอยากให้จวนอ๋องจัดงานศพโดยเร็วเสียแล้ว”
เหตุการณ์นี้ชักจะน่าสนใจขึ้นมาแล้ว
ั้แ่เมื่อสองปีก่อนที่อดีตฮ่องเต้เสด็จต มีหลายคนในวังที่้าให้เขาตาย
น่าเสียดาย...ตอนนี้เขาถูกพิษประหลาด ไม่สามารถลงมือฆ่าใครได้เลย
ฉางอู๋อิ่งขมวดคิ้วแน่น โกรธจนควันแทบออกหู “ซื่อจื่อ ข้าน้อยจะโยนซูอิ่นเย่ว์ออกไปข้างนอกให้พ้นสายตาท่านเดี๋ยวนี้!”
ฉู่จี้เฟิงนึกถึงสีหน้าของนางยามที่กอดเอวเขาแน่นแล้วเรียกเขาว่า ‘สามี’ แววตาของเขาเข้มขึ้นเล็กน้อย
“ในเมื่อผ่านพิธีแต่งงานกับข้าแล้ว อย่างน้อยก็ควรให้ตายอย่างมีเกียรติสักหน่อย ย้ายนางไปที่เรือนหลัง พรุ่งนี้หากสิ้นใจก็ค่อยจัดพิธีศพให้เหมาะสม” ฉู่จี้เฟิงสั่ง
ฉางอู๋อิ่งตะลึงไปชั่วขณะ
เ้านายของเขาใจดีถึงเพียงนี้ั้แ่เมื่อไร
แต่เขาย่อมไม่กล้าขัดคำสั่ง ก้าวเข้าไปหมายจะอุ้มซูอิ่นเย่ว์ขึ้น
“เรียกคนอื่นมาหาม” ฉู่จี้เฟิงปรายตาด้วยแววตาเย็นเยียบ
เขาหันไปมองหญิงสาวที่ยังนอนหมดสติบนเตียง เนื้อตัวภายใต้ผ้าห่มไม่สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว
เพียงนึกถึง ใบหน้าของฉู่จี้เฟิงพลันแดงก่ำ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นพล่านไปทั่วร่าง
ฉางอู๋อิ่งรู้สึกไม่เป็ธรรมเล็กน้อย “ซื่อจื่อ ในเรือนชูอวิ๋นมีเพียงพวกเราสองคนเท่านั้น…”
ก่อนที่เ้านายของเขาจะหมดสติไป ฉู่จี้เฟิงได้ไล่จี้หมัวมัวและบ่าวคนอื่นๆ ออกจากเรือนเพื่อไม่ให้รบกวนเวลานอนของเขา
ตอนนี้เ้านายของเขาป่วยหนักและร่างกายอ่อนแอ เช่นนั้นแล้ว มีเพียงเขาที่สามารถหามคนส่งไปได้ใช่หรือไม่
ฉู่จี้เฟิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ดูท่าเขาจะทุ่มหินใส่เท้าตัวเองเสียแล้ว
ในเมื่อไม่มีทางเลือก ฉู่จี้เฟิงจึงต้องอุ้มทั้งคนทั้งผ้าห่ม ส่งไปยังเรือนหลังด้วยตนเอง
ฉางอู๋อิ่งตกตะลึง
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกแล้วหรือ
ใกล้รุ่งสาง ซูอิ่นเย่ว์สะดุ้งตื่นเพราะความเ็ป
ลำคอแห้งผาก ในปากคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเื ่ท้องปวดบิดเป็ระลอก จากประสบการณ์ของนาง สามารถบอกได้ทันทีว่านางได้รับพิษร้ายแรงและคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน!
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด ความเ็ปจึงค่อยๆ ลดลง ในที่สุดนางก็เริ่มมีสติกลับคืนมา
เมื่อพยายามลุกขึ้น หญิงสาวจึงพบว่าตนเองมีเพียงผ้าห่มคลุมกายอยู่ นางใรีบห่อตัวกลับเข้าไปในผ้าห่มอย่างรวดเร็ว โชคดีที่ภายในห้องไม่มีผู้อื่น
ทว่าพอนึกถึงเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืน นางก็ยังอดรู้สึกอับอายและโกรธเคืองไม่ได้
ซูอิ่นเย่ว์รีบตรวจสอบร่างกายของตนเอง พบเพียงรอยฟกช้ำและาแที่หัวไหล่ แต่สิ่งที่ทำให้นางตกตะลึงคือ ภายในร่างของนางมีพิษถึงสองชนิด!
หนึ่งคือพิษออกฤทธิ์ช้าจุ้ยเหรินหง อีกหนึ่งคือพิษกู่โบราณ
น่าขันนัก จุ้ยเหรินหงเป็พิษที่สามารถกระตุ้นพิษกู่ในร่างของผู้ติดพิษให้รุนแรงขึ้นจนถึงขั้นตายภายในหนึ่งชั่วยาม
นางกัดหัวไหล่ของฉู่จี้เฟิง จึงรู้ว่าผู้ที่ได้รับพิษกู่คือเขา ส่วนตัวนางย่อมต้องเป็ผู้ที่ได้รับพิษจุ้ยเหรินหงอย่างไม่ต้องสงสัย
ซูอิ่นเย่ว์หัวเราะเ็า
ที่แท้ก็มีคน้าใช้ตัวนางเพื่อฆ่าฉู่จี้เฟิง!
แต่สิ่งที่แปลกคือ นางยังมีชีวิตอยู่?
ขณะนี้ อาการไม่สบายตัวของนางหายไปหมดสิ้นแล้ว จึงลองจับชีพจรดูด้วยความแปลกใจ กลับพบว่าพิษในร่างของนางจางหายไปจนหมดแล้วจริงๆ!
พิษค่อยๆ สลายไปในร่างของนางเอง! หรือว่าเป็เพราะยาแก้พิษที่นางเคยกินในชาติก่อน ฤทธิ์ของยาติดตามมาหลังจากข้ามภพมาด้วยหรือ
ตอนนี้ซูอิ่นเย่ว์คิดได้เพียงคำอธิบายเดียว
เอาเถอะ นางรอดชีวิตมาได้ก็ดีแล้ว
ซูอิ่นเย่ว์กวาดตามองไปรอบห้องที่จัดตกแต่งไว้อย่างเป็ระเบียบ ยังมีภาพวาดและแจกันประดับไว้อย่างประณีต
ที่มุมห้องมีหีบใบหนึ่ง ผูกเชือกสีแดงและติดอักษรมงคล
นั่นคือหีบสินเดิมของซูอิ่นเย่ว์ซึ่งมีเพียงใบเดียว ด้านในนอกจากเสื้อผ้าไม่กี่ชุดกับเครื่องประดับเล็กน้อย ก็ไม่มีสิ่งอื่นอีก
สินสอดจากจวนหลิงอ๋องถือว่ามากพอสมควร ทว่าบิดาของนางกลับไม่ยอมเจียดแม้แต่ที่ดินสักผืนให้นางเป็สินเดิม แสดงให้เห็นว่าเขาไม่เคยเห็นนางเป็บุตรีแท้ๆ เลยด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ก่อนออกเรือน นางยังไม่เคยก้าวเท้าออกจากจวนสกุลซู พิษที่ได้รับย่อมเกี่ยวข้องกับคนในตระกูลซูแน่นอน
ทั้งหมดนี้ นางจะค่อยๆ ทวงคืนจากตระกูลซูเอง!
เมื่อนางแต่งตัวเรียบร้อย าแบนร่างยังคงเจ็บแปลบอยู่บ้าง แต่ตอนนี้นางไม่มีเวลามาสนใจเื่พวกนี้ นางเป็ต้นเหตุที่ทำให้ฉู่จี้เฟิงถูกพิษซ้อนพิษ เวลานี้คงอาการสาหัสร่อแร่ นางต้องรีบไปดูอาการของเขา