ตอนที่ 30 วิธีกำจัดศัตรูที่ต่ำช้าที่สุด
ทะเลไร้คลื่นซัดสาดไร้ซึ่งเสียงร้องยินดีของนก ไร้ซึ่งเสียงโวยวายของเหล่าชาวบ้านเช่นกันกลางคืนที่เงียบสงัดของเขาไห่ิเสมือนหนึ่งดินแดนในอุดมคติทั่วไป
แต่ว่าในค่ำคืนนี้ บรรยากาศที่เงียบสงัดกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงคำรามของลมกระบี่กลิ่นอายจิตสังหารเข้มข้นมากขึ้นทุกที
กรงเล็บเหล็ก แหลมคมและรุนแรง
กระบี่อ่อน ยืดหยุ่นและปราดเปรียว
อาวุธสองชิ้นนี้เมื่อเข้าคู่กันจะทรงพลานุภาพอย่างยิ่งหากผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ทั่วไปถูกโจมตีด้วยกระบี่อ่อนอย่างว่องไวเช่นนี้ เกรงว่าคงมีรอยแผลนับไม่ถ้วนไปนานแล้ว
หลิวเฟยถึงแม้จะดูเหมือนตกอยู่ในที่นั่งลำบากแต่กลับไม่เป็อะไรสิ่งนี้ทำให้หลิวอวี้เหลียนและหลิวอวิ๋นโหรวต่างประหลาดใจเป็พิเศษ โดยเฉพาะหลิวอวี้เหลียนที่ตอนนี้นับว่าเธอเข้าใจแล้วว่าทำไมเมื่อสักครู่ชายสามคนถึงได้พูดแบบนั้นฝีมือของเขาและเธอเมื่อเปรียบเทียบกันสูงกว่าไม่ใช่แค่น้อยนิดแน่แบบนี้เธอจะปกป้องเขาไหวได้อย่างไร
เขาเก็บซ่อนความสามารถของตนเอาไว้ได้อย่างมิดชิดจริง ๆ
หากว่าเป็เวลาปกติเกรงว่าเธอคงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟไปนานแล้ว แต่ในตอนนี้เธอโกรธไม่ทันแล้วเธอกัดฟันกรอด พร้อมคำรามและพุ่งตรงไปที่พวกเขา
หลิวเฟยที่เห็นสถานการณ์แบบนี้จึงรีบะโว่า"อย่าเข้ามา ! "
หลิวอวี้เหลียนหยุดก้าวเท้าทันทีเธอพูดด้วยสีหน้าร้อนใจ "แต่ว่าพี่......"
“พวกมันฆ่าฉันไม่ได้หรอกเธอยืนดูฉากสนุก ๆอยู่ข้าง ๆก็พอแล้ว”
"ไอ้ลูกเต่าขี้โม้หน้าไม่อายจริง ๆฉันล่ะอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง !หลิวเฟย วันนี้คือวันตายของแก ! "
"แกมันกำเริบเสิบสานอย่างที่พวกฉันคิดจริงด้วยแกยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม ? ไม่คิดจะหัดฟาดกระบองของแกหน่อยหรือ ! "
……
หลิวอวี้เหลียนฟังแต่ไม่ได้เข้าผสมโรงแต่ว่าคำพูดของหลิวเฟยนี้ได้ไปกระตุ้นชายชุดดำทั้งสามอย่างไม่ต้องสงสัยคนที่ถือกระบองสองท่อนส่งเสียงเหอะออกมาทันที แล้วควงกระบองสองท่อนขึ้นดูราวกับปีศาจร้าย จากนั้นก็ทุบอย่างแรงไปทางด้านหลังของเขา
หลิวเฟยตาดุจเหยี่ยวมองเสยขึ้นสองหูกระดิกไปมา เขาสามารถเอียงกายหลบในชั่วพริบตา ยังไม่ทันได้หายใจกระบองคู่ก็ฟาดมาถึงตัวอีกครั้ง
เขาถอยแล้วถอยหลังอีกกรงเล็บเหล็กสองด้ามเงาแวววับที่ไร้สิ่งใดเปรียบได้แหวกความมืดจู่โจมมาจากทางด้านหลังของเขา
หลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวที่เห็นสถานการณ์นี้เขาก็ะโออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย"ระวังข้างหลัง ! "
หลิวเฟยกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและไม่ถอยอีกแล้ว อีกทั้งเขายังยืนอยู่ที่เดิมหลบซ้ายหลบขวา ่ขณะนั้นรอบกายเขาดูเหมือนกับมีสายฟ้าแลบนับไม่ถ้วนกำลังวิ่งพ่าน เป็ไปได้ว่าอาจจะพุ่งใส่เขาเมื่อไหร่ก็ได้จากนั้นสิ่งที่ทำให้เธอทั้งคู่ประหลาดใจก็คือนอกจากเสื้อที่ถูกคมมีดเฉี่ยวจนฉีกขาดของเขาแล้วทั้งร่างกายของเขากลับนั้นไม่เป็อะไรเลยสักนิด
ความรู้สึกกับฉากที่เห็นตรงหน้านี้ มันเหมือนเขากำลังเสี่ยงตายโดยเต้นรำบนเส้นลวดกำลังยืนกลับหัวอยู่ขอบผาสูงชัน กำลังไถลลื่นอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบาง ๆราวกับรู้สึกถึงอันตรายจะเกิดขึ้นได้ทุกวินาที แต่กลับไม่มีสิ่งใดทำอันตรายเขาได้
ความเสี่ยงและความตื่นเต้นที่แฝงอยู่ข้างในนี้เกรงว่าคงมีแต่ในใจของหลิวเฟยเท่านั้นที่รู้ดีที่สุด
หลี่อวิ๋นโหรวกำหมัดแน่นแล้วพูดว่า"ที่จริงแล้วเขาสู้พวกนั้นได้ หรือสู้พวกนั้นไม่ได้กันแน่ ฉันหัวใจจะวาย ! "
หลิวอวี้เหลียนขมวดคิ้วแน่นแล้วพูดว่า"จนถึงกระทั่งตอนนี้ก็เอาแต่ป้องกันการโจมตี ถึงแม้จะหวาดเสียวแต่กลับไม่ได้รับาเ็ หากดูจากตรงนี้ฝีมือของเขาน่าจะดีกว่าถึงจะถูก แต่ทำไมเขาถึงไม่โจมตีกลับไปล่ะ ? ฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกันหรือว่ากำลังสนุกอยู่ ? "
หลี่อวิ๋นโหรวตะลึงตาค้างพูดไม่ออก"สนุกหรือ ? นี่มันเวลาไหนแล้ว เขายังนึกสนุก !หากว่ากระบี่แทงถูกตัวเขา......"
เธอยังพูดไม่ทันขาดคำ คนที่ถือกระบี่อ่อนฉวยโอกาสในตอนที่หลิวเฟิงกำลังต่อสู้กับอีก2 คนสะบัดกระบี่ออกไปทันที โดยเล็งตรงไปที่ขั้วหัวใจของเขา
หลี่อวิ๋นโหรวร้องด้วยความใเธอเอาสองมือปิดปาก หลิวอวี้เหลียนใจนหน้าถอดสีเช่นกันเพราะกระบี่เล่มนี้พุ่งไปอย่างฉับพลัน รวดเร็วและดุดันความสนใจทั้งหมดของหลิวเฟยในตอนนี้อยู่ที่มือกรงเล็บเหล็กและมือกระบองสองท่อนเหมือนจะไม่ได้สังเกตเห็นถึงการซุ่มโจมตีครั้งนี้เลยสักนิด
10 เิเ !
5 เิเ !
2 เิเ !
……
เนื่องจากหลี่อวิ๋นโหรวและหลิวอวี้เหลียนยืนค่อนข้างห่างจากพวกเขาอีกทั้งดวงจันทร์ในคืนนี้ยังมืดสลัว มองจากมุมของพวกเธอแล้วกระบี่อ่อนได้แทงเข้าไปในร่างของหลิวเฟยแล้ว หลิวเฟยเองเดิมทีก็ไม่อาจจะหลบได้ทัน
แต่ทว่าปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นในฉากนี้อีกครั้งหลิวเฟยเพียงแค่เคลื่อนตัวเล็กน้อย กระบี่ยาวเล่มนั้นที่แทบจะถึงหน้าอกของเขาได้แฉลบผ่านไปและแน่นอนว่าเสื้อเชิร์ตของเขาต้องประสบกับหายนะอีกครั้งใช่แล้ว !เสื้อของเขาถูกฟันขาด !
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้หลิวอวี้เหลียนะโด่ายกใหญ่ "หลิวเฟย พี่มันคนงี่เง่า ทำอะไรอยู่เนี่ย จัดการพวกเขาสิ ! "
หลิวเฟยเหมือนจะไม่ได้ยินหรือบางทีอาจจะแกล้งทำเป็ไม่ได้ยิน เขาหลบซ้ายขวาต่อไปในขณะเดียวกันก็รับมือกับอาวุธทั้งสามอย่าง
"ฉึบ ฉับ ฉับ ! "
"ปัง ปัง ปัง ! "
"สวบ สวบ สวบ ! "
……
เสียงชุลมุนวุ่นวายดังมาสักพักหนึ่งแต่ท่ามกลางเสียงนั้นราวกับว่ามีกฎเกณฑ์ หลิวเฟยเหมือนดั่งัคะนองน้ำ ราวกับฟ้าแลบเขาโต้ตอบสามคนอย่างสุดความสามารถยาวนานถึง 10นาที
ใช่แล้ว ผ่านไป 10 นาทีแล้วชายชุดดำทั้งสามคนต่างเหงื่อไหลไคลย้อย ในใจร้อนเหมือนไฟเผาแต่หลิวเฟยยังคงหลบบิดพลิ้วไปมาอย่างสบายอกสบายใจ
เมื่อเวลาผ่านไปพวกชายชุดดำยิ่งสู้ก็ยิ่งรู้สึกว่าหลิวเฟยคนนี้น่ากลัวนักไอ้หมอนี่มันโรคจิตเกินไปแล้ว !แทนที่จะบอกว่ามันกำลังยั่วยุเย้ยหยันไม่สู้บอกว่าตั้งใจทำให้พวกเขาอับอายขายขี้หน้า ด้วยการทำให้พวกเขาได้แต่รัวกระบี่ รัวกระบองใส่ แต่กลับทำอะไรหลิวเฟยไม่ได้
หลิวเฟยเห็นว่าการบุกโจมตีของพวกชายชุดดำนั้นลดกำลังลง เขาจึงยิ้มเยาะเล็กน้อยแล้วพูดว่า"ดูเหมือนว่าจะได้เวลาลงมือแล้ว !ฉันจะสอนพวกแกเองว่ากรงเล็บเหล็ก กระบองสองท่อนและกระบี่อ่อนควรใช้งานยังไง ! "
พูดจบเขาพุ่งไปที่ข้างกายคนถือกระบองสองท่อนทันที สองกำปั้นของเขายื่นออกไปพร้อมกันใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีก็แย่งกระบองสองท่อนมาไว้ในมือเขาแล้วจากนั้นก็ใช้กระบวนท่าที่คนชุดดำคุ้นเคยที่สุดโจมตีสวนกลับไป
คนชุดดำหลบไปหลบมา พลางะโเสียงดัง"ไอ้สารเลว แกแอบเรียนกระบวนท่าของฉัน แกสองคนมัวยืนเซ่ออยู่ทำไม ช่วยฉันสิเอื้อก......"
เขายังพูดไม่ทันจบหลิวเฟยก็เล่นงานสามคนเขาครั้งแล้วครั้งเล่าทันใดนั้นกระบองท่อนหนึ่งได้ฟาดไปที่ขาของชายชุดดำเ้าของกระบองตอนนี้ชายชุดดำสติหลุดไปแล้ว เขาไม่ได้หลบแต่อย่างใดนอกจากร้องโหยหวนแล้วทรุดขาข้างหนึ่งลงกับพื้น
คนชุดดำอีกสองคนรีบเร่งเข้าไปช่วยทว่าหลิวเฟยยังคงเล่นงานมือถือกระบองสองท่อนอย่างเมามันส์พร้อมทั้งจัดการสองคนที่เข้ามาใหม่เวลาผ่านไปเพียงชั่วครู่เดียวทั้งสามคนต่างถูกเล่นงานจนร้องอย่างเวทนาครั้งแล้วครั้งเล่า
หลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวมองดูฉากนี้พร้อมกับร้องะโออกมาด้วยความดีใจ พวกเธอะโส่งเสียงเชียร์ไม่หยุดราวกับกำลังดูฉากบู๊ในหนัง หลิวอวี้เหลียนดีใจจนเกินเหตุ ถึงขนาดอดใจไม่ไหวทำท่าชกหมัดตามไปด้วย…...
เมื่อเล่นกระบองสองท่อนจนเบื่อแล้วหลิวเฟยก็โยนทิ้งและไปแย่งกระบี่อ่อนในมือของคนชุดดำอีกคนมาพร้อมเล่นงานเ้าของกระบี่อย่างดุดันเช่นเคย เวลาเพียงชั่วครู่ เสื้อผ้าของชายชุดดำสามคนขาดรุ่งริ่งอย่างกับขอทานดูจนตรอกยิ่งกว่าหมาเสียอีก
พอเล่นกระบี่อ่อนเบื่อแล้วเขาก็เข้าไปต่อสู้กับชายชุดดำที่ใช้กรงเล็บเหล็กทันใดนั้นเขาก็ดีดกระบี่ในมือของตัวเองให้กระแทกที่แผงอกของชายที่ใช้กรงเล็บเหล็กส่วนเขาก็พลิกตัวมาล็อคคอชายกรงเล็บเหล็กเอาไว้พร้อมกับเอาดาบพาดที่คอของชายคนนี้ "มอบกรงเล็บเหล็กออกมาซะดี ๆ เถอะ ! "
ชายชุดดำกัดฟันพูดด้วยความโกรธ"ทหารยอมตายไม่ยอมเสียเกียรติ แน่จริงแกฆ่าฉันเลยสิ ! "
หลิวเฟยหัวเราะ เขาโยนกระบี่ทิ้งพร้อมสละมือข้างหนึ่งที่ล็อคตัวไว้ไปแย่งกรงเล็บเหล็กของเขา ทำให้พวกเขาสามคนอับอายขายหน้าและได้รับความอัปยศอีกครั้ง
ในครั้งนี้ทั้งสามคนเตรียมใจที่จะตายไว้แล้วจริง ๆ
สำหรับผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้แล้วในโลกใบนี้วิธีที่น่าอัปยศอดสูที่สุดคงไม่พ้นการที่แพ้ให้กับคนอื่นที่ใช้กระบวนท่าต่อสู้ของตัวพวกเขาเอง
ซึ่งหลิวเฟยทำแบบนั้นล่ะ
เขาไม่เพียงแต่หาช่องโหว่ในกระบวนท่าการต่อสู้ของพวกชายชุดดำทั้งสามคนได้สำเร็จอีกทั้งยังเรียนปุ๊บใช้ปั๊บใช้กระบวนท่าที่แตกต่างกันของพวกเขาสามคนทำให้พวกเขาแพ้ราบคาบ
ต่ำช้ามากจริง ๆ แต่ว่านี่ก็เป็คำอธิบายมากพอที่จะบอกว่าหลิวเฟยแข็งแกร่งมากกว่าที่พวกเขาได้ยินมา !
หลังจากที่หลิวเฟยเล่นจนหนำใจแล้วเขาโยนกรงเล็บเหล็กทิ้ง แล้วนำเชือกมาผูกพวกเขาทั้งสามคนไว้ จากนั้นหัวเราะและเดินไปถึงตรงหน้าหลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรว"ทำให้พวกเธอเป็ห่วงแล้ว ฉันไร้ความสามารถแล้วล่ะ ! "
หลิวอวี้เหลียนหันไปทางเขาแล้วตียกใหญ่ พลางพูดอย่างโกรธเคือง"พี่มันคนหลอกลวง พี่ไม่ชำนาญศิลปะการต่อสู้ไม่ใช่หรือ ? "
หลิวเฟยไอแห้ง ๆ"ั้แ่เล็กเธอก็ชอบปกป้องฉันไม่ใช่หรือ ? ฉันทำแบบนี้ไม่ใช่ว่าเพื่อเติมเต็มความปรารถนาที่จะปกป้องของเธอหรอกหรือ ? "
"พี่ ! "
หลี่อวิ๋นโหรวเม้มปากในตามีแววแห่งความสับสนในขณะที่มองไปทางเขา "เวลา 7 ปีมานี้นายไปทำอะไรกันแน่ ? ทั้งชำนาญวิชาแพทย์และการต่อสู้ยอดเยี่ยมทั้งสองอย่าง ร้ายกาจเกินไปแล้ว"
หลิวเฟยทำหน้าถ่อมตัวทันที“ไม่กล้าหรอก ชมกันเกินไปแล้ว”
พูดจบเขารีบเดินไปยังห้องนอนหยิบเข็มเงินมาหลายเล่มจากนั้นมาอยู่ตรงหน้าชายชุดดำทั้งสามคนแล้วพูดขึ้นว่า"คงจะยอมสิโรราบกันแล้วสินะ ? บอกมาเถอะ ใครส่งพวกแกมา ? "
ชายคนหนึ่งจ้องเขาด้วยสายตาที่โกรธเคืองแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็า"จะฆ่าจะแกง เชิญตามสบาย พวกเราไม่บอกหรอก ! "
"ปากแข็งจริงนะถ้าอย่างนั้นอย่ามาโทษฉันแล้วกัน"
หลิวเฟยแกว่งมือเบา ๆฉับพลันเข็มเงินเล่มเล็กได้แทงทะลุเข้าไปในเอวของชายชุดดำชายชุดดำหัวเราะเสียงดังออกมาทันที แต่หัวเราะยังไม่ถึงสองครั้งเขาก็พุ่งเอาหัวกระแทกพื้นทันที ทำให้ตัวเองหมดสติไปอย่างนั้น
หลิวเฟยส่ายหัวเขาพูดอย่างกลืนไม่เข้าคายไม่ออก "ดูเหมือนมีการเตรียมตัวมาดีนี่แบบนี้ก็ไม่ต้องถามแล้ว จะต้องเป็หลิวต้าหุ้นส่งมาแน่ยังไงก็ส่งตัวให้ทางตำรวจไต่สวนเถอะ"
เขาโทรศัพท์ไปแจ้งความ โหลวหลวนพาหานอิงและกลุ่มตำรวจมาที่นี่ด้วยตัวเองหลังจากทำความเข้าใจสถานการณ์ก็เข้าสอบสวนทันทีแต่ว่าชายชุดดำทั้งสามคนปิดปากไม่ยอมบอกว่าใครเป็คนบงการ ด้วยความจนปัญญาพวกเขาทําได้เพียงแค่พาพวกนั้นกลับไปที่สถานีตำรวจก่อนแล้วค่อย ๆ สอบสวนทีหลัง
ก่อนจะเดินทางหานอิงจ้องมองหลิวเฟยติดต่อกันอยู่หลายครั้ง แต่ไม่พูดอะไร
หลิวเฟยเห็นดังนั้นจึงหัวเราะ"ทำไม ? เธอยังจะอยากกราบฉันเป็อาจารย์หรือไง ? สายไปแล้วล่ะแม่สาวน้อย ! "
หานอิงเบะปากหน้าแดงเล็กน้อย"ใครจะกราบนายเป็อาจารย์กัน นายรอก่อนเถอะ ฉันต้องพิสูจน์ความจริงของนายให้ได้"
หลิวเฟยตอบกลับ "คุณตำรวจหานอิง เธอเข้าใจอะไรผิดอยู่หรือเปล่าปล่อยพวกเขาที่มีความผิดแบบนี้โดยไม่สอบสวน แต่เธอมาสอบสวนฉันทำไม ? ฉันแค่ปฏิบัติตามกฎหมายเป็ชาวนาที่ดี ที่ซื่อสัตย์ไร้เล่ห์เหลี่ยม เธอจะรังแกฉันไม่ได้นะ ! "
"นาย......หึ ! "
ดวงตากลมโตแป๋วของหานอิงถลึงมองเขาเธอสบถด้วยความไม่พอใจ แล้วเดินจากไปอย่างกระฟัดกระเฟียด
หลิวเฟยหัวเราะ ใบหน้าไร้เดียงสาและตาใสแจ๋วที่กำลังขุ่นเคืองของเธอนี้ยิ่งดูยิ่งรู้สึกเหมือนเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะทำให้อดที่จะแกล้งเย้าแหย่เธอเล่นไม่ได้
คนของทางตำรวจจากไปแล้วหลิวอวี้เหลียนและหลี่อวิ๋นโหรวบีบเขาให้เดินไปชนมุมฝาผนังห้องนอน แล้วสองสาวก็รีบ“ไต่สวน” เขาทันที
หลิวเฟยเอาสองมือกอดอกด้วยท่าทีที่ระมัดระวังตัวอย่างยิ่ง"คนสวยทั้งสอง พวกเธอคิดจะทำอะไร ? หรือว่าจะลวนลามฉันหรือ ! "
หลิวอวี้เหลียนเตะขาเล็ก ๆ ของเธอไปที่ขาของเขา"เลิกทำตัวล้อเล่นได้แล้ว พี่จะพูดหรือไม่พูด ? "
หลิวเฟยพูด"ไม่มีอะไรให้พูดจริง ๆฉันอยู่ข้างนอกถูกรังแกจนชินแล้ว ด้วยความโมโหจึงไปเรียนการต่อสู้มานิดหน่อยไม่ใช่ว่าฉันฝีมือดีอะไรมาก แต่ชายชุดดำสามคนนั้นที่ฝีมือแย่เกินไปต่างหากล่ะ ! "
หลิวอวี้เหลียนไม่พูดพร่ำทำเพลงเธอเตะไปที่กลางหว่างขาของเขา ทว่าหลิวเฟยตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาจับขาเธอไว้ทันทีในใจรู้สึกผวาและพูดว่า "โหดร้าย เธออยากให้ฉันสูญพันธุ์อย่างนั้นหรือ ? "
หลิวอวี้เหลียนส่ายหัวแล้วพูด“พี่กำลังแกล้งไขสือ !พี่เห็นว่าฉันตาบอดหรือไง ฝีมือของสามคนนั้นแย่เกินไปตรงไหน ? ฝีมือของพวกเขาสูงกว่าพวกบอดี้การ์ดของคนรวยอยู่ตั้งหลายขั้น ! และพี่ดูตัวพี่เองก่อนเถอะตอบสนองฉับไวขนาดนั้น จะเป็แค่ผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้ทั่วไปได้ยังไง ? อย่ามาโกหกฉันนะ ! ”
หลิวเฟยเอามือกุมขมับแล้วพยายามบอกปัด“พวกเธอไม่ง่วงไม่เหนื่อยเลยหรือเนี่ย ? หากมีเื่อะไรพวกเราค่อยคุยกับพรุ่งนี้ดีไหม ? ”
หลิวอวี้เหลียนครุ่นคิดพลางขบฟันเธอโอบรัดกอดเขาไว้แน่นเหมือนปลาหมึกั์ที่้ารัดเหยื่อให้ตายแล้วพูด ว่า “หากพี่ไม่พูดฉันก็จะรัดพี่ไว้อย่างนี้ รัดพี่ไว้จนกว่าจะพูด ! ”
หลี่อวิ๋นโหรวเห็นท่าทางของเธอก็หันหน้าหนีด้วยความกระดากใจ
หลิวเฟยรู้สึกร้อนรุ่มใจทันทีเดิมทีอากาศก็ร้อนมากอยู่แล้ว อีกทั้งสองสาวนี้ก็ใส่เสื้อน้อยชิ้นเธอกอดเขาไว้แบบนี้ คิดจะยุยงให้น้องชายของเขาตื่นขึ้นมาหรือไง ?