ตอนที่ 25 ยิ่งมองโจวสือซวินก็ยิ่งเจริญตา
เซิ่งอันหนิงเดินไปรอบ ๆ ห้องผู้ป่วยด้วยความรู้สึกที่เบื่อหน่ายเล็กน้อย
หญิงสาวหันหลังให้กับเตียงผู้ป่วยและมองออกไปทางหน้าต่าง
โจวสือซวินก็สามารถสังเกตเห็นความเบื่อหน่ายของเซิ่งอันหนิงได้เช่นเดียวกัน ชายหนุ่มวางหนังสือลงและมองไปยังหญิงสาว “ถ้าคุณรู้สึกเบื่อก็ออกไปดูภาพยนตร์ได้นะ วันนี้เป็คืนวันศุกร์ ที่หอประชุมมีภาพยนตร์ฉาย ”
เซิ่งอันหนิงหันมาและจ้องมองโจวสือซวินอยู่พักหนึ่ง “คุณรู้ได้ยังไงว่าทุก ๆ วันศุกร์จะมีภาพยนตร์ฉาย”
โจวสือซวินตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา “สามปีก่อนผมมารักษาอาการาเ็ที่นี่เป็เวลาครึ่งปี”
เซิ่งอันหนิงตกตะลึงเล็กน้อย ต้องาเ็แบบไหนกันถึงจะต้องใช้เวลาพักรักษาครึ่งปี มองดูรูปร่างของโจวสือซวินแล้ว เขาก็ดูเหมือนกับคนเหล็กที่ต่อสู้อยู่ในสนามรบ
เพียงแต่ว่าเซิ่งอันหนิงไม่ได้สนใจในจุดนี้ จากนั้นเธอยิ้มขึ้นและเอ่ยกับโจวสือซวิน “รักษานานขนาดนั้นเลย? เช่นนั้นแล้วก็คงจะมีหมอและพยาบาลสาวแห่กันมาเยี่ยมคุณ แถมยังคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ใช่ไหมล่ะ?”
โจวสือซวินขมวดคิ้ว จากนั้นจึงส่ายหน้าเพื่อปฏิเสธ “ไม่มี มีก็แต่พวกสหายมาคอยดูแลผม”
จู่ ๆ เซิ่งอันหนิงก็เกิดความสงสัยขึ้นมา โจวสือซวินรู้ตัวบ้างหรือไม่ว่ามีคนมาชอบ อย่างไรก็ตามผู้คนในยุคนี้ต่างก็สงวนท่าทีที่จะแสดงความรู้สึกของตนออกมา คงจะมีคนที่เหมือนกับเซี่ยวเยี่ยนอยู่ไม่กี่คน ที่กล้าพอที่จะแสดงออกอย่างชัดเจน
เซิ่งอันหนิงนั่งลงบริเวณโต๊ะด้านข้าง เธอยื่นมือออกมาจับคางของโจวสือซวิน แล้วหยอกล้อชายหนุ่ม “งั้นคุณรู้หรือเปล่าว่ามีคนชอบคุณ?”
โจวสือซวินเลิกคิ้วขึ้นอย่างรวดเร็ว “อย่าพูดจาเหลวไหล ถ้าคนอื่นมาได้ยินเข้ามันจะไม่ดีนะ”
เช่นนี้แล้วเซิ่งอันหนิงจึงสามารถมั่นใจได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่เคยรู้ตัวเลยว่ามีคนชอบตนเอง เป็เื่ที่เข้าใจได้ ต่อให้แสดงออกอย่างชัดเจนชายหนุ่มก็มองไม่ออกอยู่ดี
เซิ่งอันหนิงกลับยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มแข็งทื่อเช่นนี้เวลามีความรักจะเป็เช่นไรกันนะ?
หรือหญิงสาวหน้าตาดีจากบ้านเกิดของเขาที่ชื่อไฉ่เสียผู้นั้นจะรู้?
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมา จึงตบโต๊ะพลางลุกขึ้น “คุณอ่านหนังสือไปเถอะ ฉันจะออกไปเดินเล่น”
และเธอก็แบกหน้าสวย ๆ เดินออกประตูไป
โจวสือซวินตอบสนองไม่ทัน เมื่อสักครู่เธอยังดี ๆ อยู่เลย จู่ ๆ ทำไมถึงโกรธขึ้นมาได้ เมื่อลองคิดดูแล้วอารมณ์ของเธอก็คาดเดาไม่ได้แบบนี้มาตลอด
ชายหนุ่มนิ่งเงียบไปสักครู่ จากนั้นจึงยกหนังสือขึ้นมาอ่าน
เซิ่งอันหนิงเดินไปรอบ ๆ ตามหาพยาบาลเพื่อที่จะขอยืมหนังสือที่ไม่ได้ใช้งานแล้วมาอ่านแก้เบื่อ เธอไม่สนใจโจวสือซวินแล้ว ปล่อยให้นอนอยู่บนเตียงไปเถอะ
ด้วยชีวิตที่วุ่นวายของเซิ่งอันหนิงตลอดสองวันที่ผ่านมา ทำให้ตอนนี้เธอรู้สึกง่วง หญิงสาวหาวไม่กี่ครั้ง จากนั้นจึงวางหนังสือไว้ข้าง ๆ แล้วผล็อยหลับไป
โจวสือซวินที่คอยฟังการเคลื่อนไหวของเตียงข้าง ๆ มาโดยตลอด เมื่อได้ยินจังหวะการหายใจยาว ๆ ของเซิ่งอันหนิง ชายหนุ่มจึงวางหนังสือลงและเดินเข้าไปดู
แสงสลัวของโคมไฟกระทบลงบนใบหน้าของเซิ่งอันหนิง แม้จะปราศจากแสงอาทิตย์เธอก็ยังคงดูงดงามและเฉลียวฉลาด ทั้งยังดูลึกลับมากขึ้นเสียอีก
ทำให้โจวสือซวินที่มองดูอยู่รู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าเซิ่งอันหนิงจะอยู่ในความฝัน หญิงสาวพลิกตัวนอนตะแคงเข้าหาโจวสือซวิน ริมฝีปากทำเสียงกระซิบเบา ๆ ที่จับใจความไม่ค่อยจะได้
โจวสือซวินกลับรู้สึกได้ว่าเซิ่งอันหนิงกำลังระงับความเ็ปอยู่ หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่สักหนึ่ง ชายหนุ่มก็ค่อย ๆ ก้มลงไปและจะสะกิดเธอ
ก็พบว่าเซิ่งอันหนิงกำลังโบกมือ “แม่ หนูอยากกลับบ้าน ฮือฮือ”
ครั้งนี้เป็การร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า ราวกับว่าเธอนั้นเป็เด็กที่ถูกทอดทิ้ง
โจวสือซวินลดมือลง เซิ่งอันหนิงคิดถึงบ้านแล้ว แต่ที่บ้านของเธอปฏิบัติต่อเธอไม่ดีเท่าไหร่นัก ไม่เช่นนั้นพวกเขาคงไม่บังคับให้เซิ่งอันหนิงแต่งงานเพื่อผลประโยชน์ของพวกเขาเอง
ในขณะที่โจวสือซวินกำลังจะหันหลังกลับ ก็ได้ถูกเซิ่งอันหนิงจับมือเอาไว้แน่น จากนั้นหญิงสาวจึงกระซิบขึ้น “พี่ พี่อย่าไปนะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่ซนอีกแล้ว”
โจวสือซวินตกตะลึงไปสักพัก มือเล็ก ๆ ที่อบอุ่นและละเอียดอ่อนทำให้สมองของชายหนุ่มหยุดทำงานไปสักพัก แต่โจวสือซวินก็กลับมารู้สึกตัวอย่างรวดเร็ว เซิ่งอันหนิงไม่มีพี่ชาย เธอมีแค่เพียงพี่สาวและน้องชายหนึ่งคนเท่านั้น
เซิ่งอันหนิงเป็ลูกสาวคนรองที่ครอบครัวไม่ยอมรับ ั้แ่เด็กเธอเติบโตมากับผู้าุโเฉิง จนเธออายุได้สิบห้าปีถึงจะได้กลับบ้าน
ดังนั้นพี่ชายที่เธอเรียกนั้นคือใครกัน?
โจวสือซวินพยายามขยับมือ แต่เซิ่งอันหนิงกลับจับมือชายหนุ่มเอาไว้แน่นกว่าเดิม และยังเอ่ยขึ้นด้วยความน้อยใจ “ฉันจะไปบอกแม่ว่าพี่รังแกฉัน”
ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ แสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาของลูกสาวตัวน้อย
โจวสือซวินเองก็ไม่ได้ขยับเขยื้อน เขามองดูหญิงสาวอย่างเงียบ ๆ ในหัวมีความคิดอยู่มากมาย แต่กลับไม่สามารถหาคำตอบได้
จู่ ๆ เซิ่งอันหนิงก็ปล่อยมือ หญิงสาวพลิกตัวและม้วนผ้าห่มก่อนที่เธอนั้นจะผล็อยหลับไป
โจวสือซวินกลับไม่ได้นอนเลยจนรุ่งสาง เนื่องจากความสงสัยที่มีอยู่มากมายแต่กลับไม่มีคำตอบ
……
เซิ่งอันหนิงนอนหลับสนิทและยังมีความฝันที่ยาวนาน หญิงสาวฝันถึงแม่ของเธอ และยังฝันถึงตอนที่เธอถูกรังแกก็ได้พี่ชายของเธอมาคอยปกป้องเธอจากคนที่เข้ามารังแก
เมื่อเซิ่งอันหนิงตื่นขึ้นมาพบกับกำแพงสีเหลือง จึงรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่เธอนั้นยังอยู่ในโลกที่ไม่มีอะไรเลยใบนี้
หญิงสาวถอนหายใจ และให้กำลังใจกับตนเองอีกครั้ง จากนั้นจึงลุกขึ้นล้างหน้าล้างตาเตรียมที่จะทำอาหาร และถือโอกาสไปสนทนาพูดคุยกับเหล่าพยาบาล
โจวสือซวินได้ยินเสียงทักทายผู้คนของเซิ่งอันหนิงที่ดังมาอย่างข้างนอกอย่างไม่ขาดสาย รู้สึกว่ามาอยู่ที่นี่ได้เพียงสองวันแต่กลับมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเหล่าพยาบาล เวลาที่ไม่มีอะไรทำก็สามารถเข้าไปพูดคุยสัพเพเหระได้
ซึ่งแตกต่างในตอนที่อยู่บ้านพักคนงานอย่างสิ้นเชิง
โจวสือซวินลูบฝ่ามือขวาของตนเองที่ยังคงมีความรู้สึกอยู่ เมื่อคิดถึงสิ่งที่เซิ่งอันหนิงฝันในตอนกลางคืน ในหัวของชายหนุ่มก็มีความคิดที่ยุ่งเหยิงมากมาย
เซิ่งอันหนิงอุ่นน้ำแกงปลาเสร็จแล้ว เธอยังซื้อปาท่องโก๋อีกสองตัวเพื่อกลับมากินข้าวกับโจวสือซวิน
เมื่อพบว่าโจวสือซวินกำลังล้างหน้าล้างตาเสร็จ เซิ่งอันหนิงจึงส่งปาท่องโก๋ให้กับชายหนุ่มหนึ่งตัว “ฉันได้ยินมาว่าเพียงแค่มีทักษะทางการแพทย์เล็กน้อย หลังจากนั้นก็ผ่านการฝึกอบรมทักษะการแพทย์ก็สามารถเป็พยาบาลที่ศูนย์สุขภาพได้หรือ?”
เวลานั้นโจวสือซวินเองก็ไม่เข้าใจ “คุณอยากเป็พยาบาลหรือ?”
เซิ่งอันหนิงส่ายหน้า “ไม่ ฉันอยากจะเปิดคลีนิก คุณอย่ามองว่าฉันทำอะไรไม่เป็นะ ฉันสามารถเรียนรู้ได้ เวลาพวกพยาบาลฉีดยาฉันคิดว่ามันง่ายมาก ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเรียนรู้ได้”
หญิงสาวรู้สึกว่าการทำธุรกิจนั้นยังจำเป็ที่จะใช้เงินทุน ตอนนี้เธอยากจนมาก การรักษาคนป่วยน่าจะหาเงินได้เร็ว
โจวสือซวินสบตาเซิ่งอันหนิง และก็ไม่ได้ปฏิเสธความคิดของเธอแต่อย่างใด “การเปิดคลินิกไม่ใช่แค่การรู้จักการฉีดยาอย่างเดียวก็เปิดได้ แต่ยังต้องรู้เื่อื่น ๆ ด้วย”
เซิ่งอันหนิงพยักหน้า ยึดตามความทรงจำของเ้าของร่างเดิม และเริ่มสร้างเื่ขึ้นมา “ฉันทำเป็นะ คุณดูสิฉันปฐมพยาบาลได้ ทั้งหมดนี่ฉันเรียนมาจากคุณตา จริง ๆ นะ ฉันไม่ได้ไร้ความสามารถ ตาของฉันเข้มงวดกับฉันมาก ”
โจวสือซวินคิดว่าไม่ใช่เื่แปลกอะไร จริง ๆ แล้วผู้าุโเฉิงเองก็มีทักษะทางการแพทย์เล็กน้อย และยังรักษาอาการเคล็ดขัดยอกทั่วไปได้
เซิ่งอันหนิงโตมากับผู้าุโเฉิง การที่จะเรียนรู้ทักษะมาเล็กน้อยก็ไม่ใช่เื่แปลกอะไร
แต่เมื่อพิจารณาจากการแสดงออกของเธอที่บ้านพักคนงานตอนสามเดือนก่อน ชายหนุ่มก็รู้สึกว่าต้องมีปัญหาบางอย่าง
เซิ่งอันหนิงกัดปาท่องโก๋ และดวงตากลมโตงดงามหยีลงอย่างมีความสุข “ไม่เป็ไร ฉันไม่รีบร้อน รอให้อาการาเ็ของคุณหายฉันค่อยไปเรียนก็ได้”
“อื้ม” โจวสือซวินตอบกลับหนึ่งคำ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรชายหนุ่มถึงรู้สึกมีความสุขเล็กน้อยที่เซิ่งอันหนิงไม่ได้พูดถึงการหย่า
เซิ่งอันหนิงไม่ได้ลืมเื่การหย่า เธอคิดว่ามันไม่ใช่เื่ดีที่จะพูดถึงเื่การหย่าในทุก ๆ วัน
มากไปกว่านั้นยังรู้สึกว่าใน่สองวันที่ผ่านมายิ่งเธอมองไปที่โจวสือซวินมากเท่าไร ชายหนุ่มก็ยิ่งน่ามองมากขึ้นเท่านั้น และในท้ายที่สุดถ้าเธอเกิดความรู้สึกขึ้นมาจะทำอย่างไรล่ะ? ในฐานะมนุษย์อย่างไรก็ต้องเหลือหนทางให้ตัวเองสักหน่อยไม่ใช่หรือ?
………………………………………………………………………………………………………………………
สารจากผู้แปล
เริ่มหวั่นไหวกับพี่โจวแล้วล่ะสิอันหนิง เลยพยายามบอกตัวเองว่าอย่าเผลอใจ
ไหหม่า(海馬)