DAVERSORD : ผมไม่ได้อยากเกิดใหม่เป็นปิศาจ [ RATE R ]

    ตอนที่ 19 : ความร้ายกาจของดีบุส #1 [NTR]

    ตอนที่ 19 : ความร้ายกาจของดีบุส #1 [NTR]
    บนถนนกลางป่า ผมจัดการหนุ่มในชุดเกราะหนักได้อยู่หมัด มันนอนหมดสภาพพิงอยู่กับต้นไม้ ลมหายใจเริ่มโรยรา ผมยังไม่ได้คิดปลิดชีพเพราะสงสัยท่าทีของมันที่เหมือนกับรออะไรบางอย่างอยู่
    “หึๆ แกไม่รอดแน่!”มันตวาดใส่ผม
    “ฉันถามว่าแกรออะไร!”ผมถีบเข้าที่ไหล่ของโจรตรงหน้า มันเเสดงสีหน้าเจ็บปวด ก่อนสายตาจะฉายเเววลังเล
    ผมง้างดาบยาวในมือขึ้น จังหวะที่ทำท่าจะเเทงใส่หลอกๆ มันก็รีบร้องห้ามขึ้นทันที
    “ระ รอพวก ฉันรอพวก! แกไม่รู้รึไงว่าไม่ไกลจากที่นี่เป็นหมู่บ้านโจร ฉันให้คนวิ่งกลับไปเรียกกำลังเสริม ถ้าไม่ตามไอ้ดีบุสนั่นกลับมาหัวหน้าเอาฉันตายแน่”โจรตรงหน้าผมอธิบายฉอดใหญ่
    จริงสิ ดีบุสอะไรนั่นมันหายไปเลยนี่หว่า ชักสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาเเล้วสิ ผมหันกลับมามอง ลังเลว่าจะฆ่าชายตรงหน้าดีไหม เเต่ท้ายสุดก็ปล่อยไป ผมว่ามันคงหาดีบุสไม่เจอหรอก ปล่อยให้หัวหน้ามันเล่นงานน่าจะสะใจกว่า
    ผมหันหลังเเละวิ่งกลับเข้ามาในผืนป่าอีกครั้ง วิ่งกลับไปตามทางเดินด้วยสภาพร่างกายที่สะบักสะบอม รู้แบบนี้น่าจะซื้อน้ำยารักษาบาดแผลก็ดีหรอก
    ระหว่างกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปตามทาง ผมก็นึกเอะใจบางอย่าง ผมเปิดพลังมิติของตัวเองขึ้นมา เลื่อนมาที่ช่องเก็บของ ก่อนจะเห็นเเสงแห่งจิตวิญญาณที่แปลกออกไปจากเพื่อน
    เเสงที่ผมเก็บจากมอนสเตอร์ที่ฆ่าได้กรอบมันจะเป็นสีเขียว เเต่นี่กลับเป็นสีเเดงเข้ม เเถมคำอธิบายยังบอกว่ามันให้พลังที่มากกว่ามอนสเตอร์ในระดับเดียวกันถึงเท่าตัวเลยด้วย
    “เพิ่งรู้ว่าฆ่าคนก็เก็บแสงได้แฮะ แถมยังโคตรโหด”ผมพึมพำกับตัวเองเมื่อได้รู้อะไรใหม่ๆ ตอนบุกจับทาสผมไม่ได้สนใจ เเต่ตอนสู้กับพวกโจรดันเผลอยื่นมือออกไปรับเเสงด้วยความเคยชิน
    “ถ้าเจอเจ้าดีบุสก็ดีสิ จะได้ลองระเบิดพลังโค่นมันดู” ผมพูด ก่อนจะเร่งฝีเท้ากลับไปที่จุดนัดพบ



    ก่อนหน้านั้นเกือบครึ่งชั่วโมง
    ทันทีที่เอลฟาที่อยู่รั้งท้ายก้าวพ้นออกมาจากผืนป่า กลับมายืนบนพื้นที่โล่งตรงจุดพักเเรม เสียงคำรามน่ากลัวก็ดังขึ้นข้างหลัง
    “มันตามพวกเรามา!”เลเซียพูด เธอหยิบดาบยาวขึ้นมาตั้งท่าต่อสู้
    “มัน..จะ..จะฆ่าพวกเรา..ชะ..ใช่ไหม..”เอลฟ่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว เธอตัวสั่นเทิ้มขณะถือไม้คทาเตรียมร่ายเวทระดับ 5 ของเธอ
    “พวกเราอาจจะฆ่ามันได้ก็ได้ เอลฟาเธออยู่ด้านหลัง ฉันกับเลเซียจะรับมือมันเอง เธอคอยหาจังหวะยิงเวทใส่มันก็พอ”นาเทียร์พยายามข่มความกลัว ตอนนี้เธอต้องมีสติให้มากที่สุด
    ––และแล้วพวกเธอก็เห็นร่างของดีบุสเดินออกมาจากป่า มันยืนจังก้าอย่างไม่เกรงกลัว เนื้อตัวสีม่วงล่ำสันสูงร่วมสองเมตร พวกเธอไม่เห็นเครื่องหน้าของมันนอกจากปากที่เเสยะยิ้มน่าขนลุก มันเเลบลิ้นยาวน่าเกลียดของมันราวนี่เป็นท่าที่ทำให้มันดูดี
    “ลูกบอลไฟ!”เอลฟาชูคทาในมือขึ้น ปรากฏวงแหวนเวทสีแดงขึ้นตรงหน้าเธอ ก่อนวินาทีต่อมาเปลวเพลิงลักษณะทรงกลมจะพุ่งเข้าใส่ดีบุสตรงหน้า
    ตูม!! เปลวเพลิงระเบิดใส่ดีบุสที่ไม่ได้คิดหลบ ควันฟุ้งกระจายแทบจะกลบร่างของมัน เเต่ร่างสีม่วงนั้นก็ยังยืนเฉยไม่ไหวติงใดๆ ก่อนร่างมันจะจางลงเเละอันตรธานหายไปดื้อๆ
    “ระวัง! อั้ก––!!”นาเทียน์ถูกมันพุ่งเข้าใส่ด้วยความเร็ว เพียงเหวี่ยงเเขน ร่างบางของนักดาบสาวก็กระเด็นหวือกลิ้งขลุกไปกับพื้นหญ้า
    “ทะ..ทำอะไรมัน..ไม่ได้เลย..”เอลฟาพูดอย่างสิ้นหวัง ขณะมองเลเซียที่พุ่งเข้าไปฟาดฟันกระบวนท่าดาบของเธอ ดีบุสตรงหน้าหลบได้หมด เเถมยังสวนหมัดเข้าช่วงท้องของเลเซียดังอุ้ก
    ความเจ็บจุกร้าวขึ้นจากหน้าท้องเละขยายไปตามร่างบางของเลเซีย ดวงตาเธอเบิกขยายด้วยความตกใจ ดาบยาวในมือร่วงหล่น ระดับต่างกันเกินไป เลเซียคิด เพียงหมัดเดียวเธอก็เเทบหมดสติเเล้ว
    ––แคว่กก!! ร่างเลเซียยังไม่ทันจะทรุดถึงพื้น ดีบุสก็จับเสื้อเชิ้ตขาวของเลเซียเเละกระชากชุดนักดาบของเธอขาดรุ่ย
    “กรี๊ดด––!!”เลเซียกรีดร้องขณะลงไปทรุดนั่งพับอยู่กับพื้น ใช้เเขนโอบปิดหน้าอกที่ไร้อาภรณ์ป้อง
    “แก!!”นาเทียร์วิ่งเข้ามาพร้อมกับเเทงดาบใส่สีข้างของดีบุสดังฉึก! ทั้งสามต่างผุดรอยยิ้มของความหวังขึ้นมา เเต่การโจมตีของนาเทียร์ก็ดูเบาไปสำหรับมันอยู่ดี
    ดีบุสจับดาบเธอเเละกระชากออก ก่อนจับปลายดาบเเละใช้ตัวด้ามฟาดเข้าที่หน้าสวยของนาเทียร์จนล้มคว่ำลงไปกับพื้น
    “น..หนีไปเอลฟา..หนีไป!”นาเทียร์ตะโกนบอกนักเวทสาวที่ยืนตัวเเข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก ขณะตัวเองคิดจะยันตัวลุกขึ้นยังลำบาก
    เเต่เเล้วพอเอลฟาจะหันหลังเเละออกวิ่ง ดีบุสก็ยื่นฝ่ามือออกไปหาเธอ วินาทีต่อมาผลึกแหลมสีม่วงก็ผลุบออกมาจากฝ่ามือของมันเเละพุ่งออกไปหานักเวทสาว
    ––บึบ!! เอลฟารู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกระทบเข้าที่แผ่นหลังเเละเกาะอยู่ เธอพยายามสะบัดเเต่ก็ไม่หลุด ดีบุสกระตุกยิ้มน่ากลัว ทันทีที่มันกำมือเเละดึงมือเข้าหาลำตัว ร่างบางของเอลฟาก็ถูกกระชากมาหามัน ราวกับผลึกเมื่อครู่เป็นแม่เหล็ก
    “กรี๊ดด––!!”เอลฟากรีดร้อง เมื่อร่างลอยหวือก่อนจะถูกมันจับชายเสื้อด้านหลังคอห้อยอยู่เหนือพื้น
    “ปล่อยเธอนะ!”เลเซียตะโกน เธอคว้าดาบใกล้ตัวเเละลุกขึ้นเเทงเข้าตรงท้องน้อยของมัน ตัวดาบทะลุร่าง มันร้องคำรามเเละขว้างเอลฟาทิ้ง ก่อนถีบยันเลเซียล้มหงายหลัง มันดึงดาบออกจากตัวเเละจับหักดังเกร้ง!
    ดีบุสคำรามลั่นอย่างผู้มีชัย มันเดินเข้ามาใกล้เลเซีย กระชากผมให้เธอลุกขึ้นมาในท่าชันเข่า เลเซียจับผมรั้งสู้เเรงดึงของมันอย่างเจ็บปวด ก่อนเธอจะเห็นว่าตรงหว่างขาของมอนสเตอร์ตรงหน้าปรากฏท่อนเนื้อนูนออกมาทีละน้อยจนกลายเป็นลำท่อนยาวเเละโตกว่ามนุษย์ทั่วไป
    “..ไม่นะ!”มันเปลี่ยนมาจับหัวเธอเเน่นและโน้มเข้าหาลำท่อนของมัน เลเซียขัดขืนเเรงมันไม่ได้เเม้เเต่น้อย
    แต่ยังไม่ทันที่ท่อนของมันจะเข้าปากของเลเซีย นาเทียร์ก็ขว้างมีดสั้นตัดฉับเข้ากลางลำ มันปล่อยเลเซียเเละกรีดร้อง หันขวับมาที่นาเทียร์อย่างโกรธเเค้นเเละกระโจนเข้าใส่
    มันผลักเธอไปกระเเทกกับต้นไม้ ก่อนมันจะก้มลงไปหยิบท่อนเนื้อที่ขาดของมันปาใส่เธอ ฉับพลันก้อนเนื้อสีม่วงแตกตัวเคลื่อนยุบยับกลายเป็นเส้นสายจับรัดพันธนาการร่างของนาเทียร์จนขยับร่างไม่ได้
    “อ๊ะ! ยะ อย่านะ อ๊า อย่าเอามันเข้ามา อุ้บ––!!”นาเทียร์ร้อง เมื่อเส้นเนื้อน่าขยะเเขยงเคลื่อนไต่เข้ามาในร่มผ้าเเละบีบรัดรอบทรวงอกโตของเธอ เเถมยังเลื้อยลงไปชอนไชเล่นกับร่องสงวน ก่อนอีกเส้นจะเลื้อยเข้าปาก
    นาเทียร์รู้สึกได้ว่าลิ้นเธอกำลังถูกปลายหัวของเส้นเนื้อสีม่วงน่าเกลียดดูดเล่นราวกับมันมีลิ้น เเถมมันยังปล่อยเมือกบางอย่างที่ส่งผลต่อสตินึกคิด เธอเห็นเลเซียตะโกนอะไรสักอย่างเเต่เธอกลับไม่ได้ยิน ตอนนี้ร่างกายเธอกำลังร้อนรุ่มอย่างบอกไม่ถูก
    'เราคงหนีไม่รอดเเล้วสินะ' นาเทียร์คิด มือไม้เธอเริ่มอ่อนเเรง ความรู้สึกเสียวซ่านจากเส้นเนื้อที่เลื้อยเล่นกามกับเธอ ทั้งชอนไชอยู่ในร่องสวาทเเละดูดหัวนมเธออย่างรุนเเรง
    “อื้ออ––!!” นาเทียร์ร้องครวญอยู่ในลำคอขณะมองดีบุสหันหลังกลับไปหาเลเซีย
    เธอยังไม่อยากตาย นาเทียร์คิดเช่นนี้ขณะมองดีบุสที่งอกท่อนเนื้อขึ้นมาใหม่เเละบังคับให้เลเซียอ้าปากอมท่อนของมันเข้าไป

    (จบตอน)