" กินแตง คืออะไร " เอียนหยาหลานส่งสายตาที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามให้กับศิษย์พี่ทั้งสอง
" จิ๊บบๆๆๆๆๆ " คือพวกชอบสอดรู้สอดเห็นเื่คนอื่น
" พวกกินแตง ศิษย์พี่ขอรับ " เอียนหยาหลานใช้มือปิดหน้าด้วยความอับอาย ที่ถูกศิษย์ทั้งสองตัวเปิดโปงนิสัยช่วยไม่ได้ั้แ่เมื่อครั้งยังมีชีวิตเป็ องค์ชายน้อยก่อนจะเป็รัชทายาทนั้น นอกจากการเล่าเรียนและศึกษา ชีวิตในตำหนักของพระมารดานั้น นอกจากการกินแตงในหมู่วังหลังแล้วก็มีอะไรให้เขาทำเลยจริงๆ
" กุ๊กๆๆๆ " อย่าอายไปเลยพวกฉันก็ชอบกินแตงเหมือนกัน ทั้งสองตัวยืดอกด้วยความภาคภูมิใจ การกินแตงน่ะมีประโยชน์นะ ไม่ต้องลงแรงก็ได้กินของอร่อย ยิ่งกินแตงยายเฉียนหน้าหมู่บ้านน่ะ ยิ่งอร่อยสุดๆไว้พอกลับหมู่บ้านฉันจะพานายไปกิน
ซ่งซิงเหลียน ส่งสายตาเอือมระอากับนิสัยชอบกินแตงของพวกศิษย์ที่ดูแล้วสมกับเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องกันในชาตินี้และชาติต่อๆไปจริงๆ แต่จะว่า ไป ก็เป็เธอนี่เองที่พาพวกมันไป นั่งกินแตงยายเฉียนเวลาว่าง ด่าใครยังไงก็โดนตัวเองนี่นา
สมแล้วที่เป็ศิษย์อาจารย์กัน
" สมบัติอยู่ตรงไหนบ้างล่ะ พวกเราจะได้รีบขุด รีบกลับหมู่บ้าน "
" ท่านอาจารย์ นอกจากที่ถูกฝังไว้ร่วมกับศพแล้ว ยังมีโถงบรรพบุรุษกลางด้วยนะขอรับในนั้นน่ะ เป็สมบัติั้แ่พวกมันมาตั้ง ตระกูลเลยนะขอรับ " เขาไม่อยากขุดสมบัติที่ถูกฝังไว้ร่วมกับศพหรอก
" เ้าไม่อยากขุดสมบัติที่ถูกฝังร่วมกับศพใช่ไหม " ซ่งซิงเหลียนมองเ้าสามอย่างรู้ทันที่เรียกว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้าเหนืออาจารย์ยังมีท่านบรรพจารย์ผู้นี้อยู่
" ขอรับ ถึงแม้สมบัติที่ถูกฝังร่วมกันกับศพจะเยอะแต่ก็ไม่ได้มีมากถึง 1 ใน 10 ในโถงบรรพบุรุษนั้นหรอกขอรับ "
" อย่างนั้นหรือ แต่ว่านะสมบัติที่ถูกฝังร่วมกับศพน่ะ มันดีต่อพวกนายนะ "
เห็นทั้งสามที่มีสีหน้างงงวย
" เพราะมัน เต็มไปด้วยพลังหยินเข้มข้น แค่ัันิดเดียวพลังของพวกนายก็จะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลโดยไม่ต้องมานั่งชำระล้างสิ่งแปลกปนเปื้อนอัปมงคลทีหลังยังไงล่ะ "
ทันทีที่จบประโยค ทั้งสามต่างก็พุ่งตัวเข้าสุสานทันทีโดยไม่ได้ฟังสิ่งอื่นใดที่เธอสั่งสอนอีกนี่ไง ถึงเรียกว่าศิษย์และอาจารย์กันได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
" หึ หึ " เสียงหัวเราะ เบาๆสมบัติที่ฝังร่วมกับศพนะหรือแค่ตั้งค่ายคนชำระล้างมันก็กลายเป็สมบัติล้ำค่าแล้ว เื่อะไรจะปล่อยทิ้งไว้ล่ะ
ซ่งซิงเหลียนเดินตรงเข้าสู่ทิศทาง อีกฝั่งของสุสานซึ่งเป็ที่ตั้งของโถงบรรพบุรุษ มันถูกตั้งค่ายกลไว้อย่างแ่า โถงไม้ถูกก่อสร้างด้วยไม้จันทร์แดงชั้นดีดูมีอายุนับพันปี กลับยังดูยิ่งใหญ่สง่างามไม่ถูกกาลเวลากัดก่อน เพียงแค่เธอโบกมือเบาๆค่ายคนดูดพลังิญญาที่ส่งเสริมโชคลาภให้ลูกหลาน และิญญาบรรพบุรุษที่ล่วงลับก็ถูกทำลายลง
ค่ายกลแบบนี้ที่ส่งเสริมิญญาร้าย ย่อมเป็ตระกูลที่ไม่ดีจะปล่อยไว้ไม่ได้ดูจากสถานที่และของที่บูชายันต์แล้ว เรียกได้ว่าตระกูลนี้ใช้ชีวิตคนมาสังเวย ดูดอายุขัยและความโชคดีของผู้อื่นมาส่งเสริมลูกหลานตัวเอง เธอรู้ได้ยังไงน่ะหรือก็มีิญญาที่ทุกข์ทรมานหลายดวง ไม่สิหลายร้อยดวงส่งเสียงทุกขเวทนาทั่วหุบเขาป้อมปราการนี้
และเธอได้ปลดปล่อยดวงิญญาเ่าั้ ั้แ่ที่ย่างเท้าก้าวเข้าสู่ป้อมปราการนั้นแล้ว ส่วนพวกเขาหลังจากถูกปลดปล่อยแล้วจะไปไหน ก็แล้วแต่เถอะ เพราะต่างก็เป็ดวงิญญาที่น่าสงสารเหมือนกัน จะแก้แค้นก็ช่าง จะห่วงหาก็ช่าง สุดท้ายแล้วยมทูตจากแดนยมโลก ก็จะหาพวกเขาเจอแล้วพาพวกเขาไปอยู่ดี เพราะดวงิญญาเ่าั้ไร้ซึ่งพันธนาการแล้วบัญชีเป็ตายก็จะปรากฏ
นี่คือการสั่งสมบุญบารมี แบบผลพลอยได้
" โอ้โห " ดวงตาของเธอแทบถลน กับทรัพย์สมบัติมหาศาล ที่เรียงรายอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ทุกห้องเต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้ ที่ทำจากทองหยกและอัญมณี แม้แต่แจกันหยกเขียว ก็ยังถูกดอกไม้ทองคำฝังพลอย เม็ดแดงใหญ่เป้งประดับตกแต่งจัดอยู่ในแจกันนั้น อีกทั้งยังมีตำราโบราณ ที่อายุเก่าแก่มาก มองตัวอักษรที่ตวัดสลักไว้บนป้ายใหญ่ก็ทำให้เธอรู้ว่านี่คือสุสานตระกูลใหญ่ชนชั้นสูงในยุคราชวงศ์ิตอนต้น
" ลูกหลานตระกูลนี้คงยิ่งใหญ่ในปัจจุบันนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว " พอดูจากการจัดวางค่ายกลนี้แล้วเรียกได้ว่า มั่งมี สมบัติ อำนาจบุญบารมี แต่ก็ต้องขอโทษด้วยที่มาเจอกับฉัน ใครใช้ให้สิ่งที่พวกเ้าสังเวย คือชีวิตมนุษย์ผู้บริสุทธิ์ล่ะ
เธอโกรธแล้วจริงๆ เมื่อมองเห็นโถใบหนึ่งที่กักขังดวงิญญานับพันเอาไว้ ในเมื่อชอบกักขังดวงิญญาผู้อื่นดีนัก เธอก็จะส่งเสริมให้ิญญาบรรพบุรุษตระกูลนี้ต้องทุกข์ทรมานบ้าง
เพียงมองปราดเดียวโถใบนั้นก็กลายเป็ฝุ่นละอองดวงไฟสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกกักขังเอาไว้ ก็ถูกมวลพลังมหาศาลดึงร้านเข้าสู่ห้วงมืด พลังิญญาในห้วงนั้น นั่นคือสะพานแดนยมโลกที่เชื่อมต่อแดนมนุษย์ ใช่เธอส่งดวงิญญาผู้บริสุทธิ์เ่าั้ ไปแดนยมโลกเพื่อให้พวกเขาได้แก้แค้นด้วยตนเอง ต่อให้ิญญาบรรพบุรุษพวกนั้น จะอยู่ในนรกอเวจีหลุมไหนก็ตามก็จะถูกิญญาที่บริสุทธิ์เ่าั้ตามล้างแค้น
ส่วนจะล้างแค้นยังไงน่ะหรือ ก็คงแล้วแต่ความสามารถของพวกเขาแล้วล่ะ
ส่วนพวกลูกหลานที่ได้ประโยชน์จากค่ายกลอันชั่วช้านี้ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็จะถูกกรรมหนักเล่นงานจนสิ่งที่พวกเขา มีและปรารถนาถูกทำลายอย่างย่อยยับ
" จะมีเื่กับใครก็มีได้แต่อย่าได้มีเื่กับนักพรตเด็ดขาด ไม่รู้จะถูกขุดสุสานิญญาบรรพบุรุษตอนไหน "
กว่าที่ซ่งซิงเหลียนจะกวาดสมบัติในโถงบรรพบุรุษนั้น จนเกลี้ยงก็กินเวลาไปเกือบรุ่งสาง แต่เธอก็รู้ได้ว่าสุสานแห่งนี้ ค่ายกลของเธอสามารถปกป้องคุ้มครองทั้งสามได้ แม้พลังหยางในยามตะวันขึ้นขึ้นนั้นก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลของเธอได้แม้แต่เสี้ยวเดียว
เ้าพวกสามตัว ไม่สิ เอียนหยาหลานก็คงรู้สึกได้ถึงความปลอดภัยจากค่ายกลนี้ ถึงได้ใช้พลังจิตช่วยขุดหลุมศพกับศิษย์พี่ทั้งสองอย่างขะมักเขม้น โดยไม่หวาดกลัวแสงอาทิตย์เลยแม้แต่น้อย หลุมศพนับร้อยหลุมถูกพวกเ้าลูกศิษย์ของเธอขุดจนหมดทุกหลุมแล้ว แค่คืนเดียวหลุมศพนับร้อยหลุม ก็ถูกขุดจนหมดไม่เหลือรอดแม้แต่หลุมเดียว
" ท่านอาจารย์ สมบัติอยู่นี่แล้วขอรับ " เอียนหยาหลานนำทางไปที่กองสมบัติกองใหญ่ ถึงพวกมันจะเต็มไปด้วยโคลนก็ตามและดูสภาพแล้ว นอกจากพวกเงิน ทองคำและอัญมณี ที่ยังดูเปล่งประกาย สะท้อนกับดวงตะวัน ก็ยังมีแจกันเครื่องหยก สมบัติกองนี้เรียกว่ามากมายมหาศาลเลยทีเดียว
และยิ่งกว่า สิ่งที่เรียกว่าสมบัติก็คือทันทีที่ถูกขุดออกจากหลุมศพพลังหยินที่รุนแรง ก็ทำให้ทั้งสามได้รับอานิสงส์นั้นทันทีที่ัั นี่ขนาดยังไม่ได้กิน ก็ยังรู้สึกได้ถึงพลังที่เข้มข้นเออล้นทั่วร่างแล้วถ้าได้กลืนกินล่ะ พลังของพวกเขาจะเลื่อนขั้นไปถึงระดับไหน
" ศิษย์พี่ทั้งสองของเธอได้ สอนวิธีดูดกลืนพลังหรือยัง "
" ขอรับศิษย์พี่ทั้งสองได้สอนแล้วขอรับ " เพียงแค่ััพลังที่เบาบางนี้ก็ทำให้รู้สึกสบายจนทั่วร่างิญญาของเขาปรากฏเด่นชัด แทบจะเรียกได้ว่าเป็มนุษย์ ที่แท้แล้วเขาก็สามารถใช้ประโยชน์จากสมบัตินี้ได้เหมือนกัน ดูเหมือนว่าต่อไปภายภาคหน้า การขุดสุสานอาจเป็อาหารหลักของเขา
" กุ๊กกุ๊กๆๆ " เ้านาย โอ๊ยท่านอาจารย์ เ้าเสี่ยวเฟยที่ดูเหมือนจะเคยชิน กับการเรียกเธอเป็เ้านาย รีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเห็นเธอขมวดคิ้วเล็กน้อย
" เอาล่ะเอาล่ะรีบดูดพลังได้แล้วพวกเธอ ดูดให้หมดนะอย่าให้เหลือแม้แต่ร่องรอย "
ทั้งหมดพยักหน้าด้วยความเข้าอกเข้าใจกัน จากนั้น จึงหันหน้าเข้าหากองสมบัติใช้วิธีตั้งจิตเข้าสู่จุดลานดึงพลังิญญา เข้าดูดกลืนอย่างบ้าคลั่ง
เนิ่นนานจนแสงตะวันขึ้น พลังิญญาในกองสมบัตินั้น ก็จางหายไปจนหมด พริบตาเดียวเพียงโบกมือเบาๆ กลองสมบัติเ่าั้ ก็ถูกเส้นสาย สีทองบางอย่าง ชำระล้างความอัปมงคลจนหมดสิ้น จากนั้นจึงโบกมือเบาๆ กว่าสิ่งของเข้าสู่ถุงมิติตนเอง
เมี่อสามศิษย์เห็นอาจารย์เริ่มเก็บกวาดสมบัติเข้าคลังเสี่ยวเฟยกับเสี่ยวฝานจัดระเบียนตัวเองบ้างโดยไม่หันกลับไปมองหลุมศพเ่าั้ที่ถูกพวกตนเองขุดกลายเป็กลายเป็เนินดินสูงต่ำ
ถ้าไม่สังเกตเห็นโลงศพที่วางอยุ่ในหลุมล่ะก็คนที่เห็นคงมองว่านี้คือเนินดินที่ถูกอาวุธะเิไม่ใช้สุสานอายุเกือบพันปี
ทว่ายังไม่ทันทีหนึ่งอาจารย์และสามศิษย์จะก้าวออกจากสุสานใหญ่นี้ เอียนหยาหลานพลันนึกบางอย่างออกและพูดออกไปโดยไม่คิดอะไรตามนิสัย
" ท่านอาจารย์ยังมีสุสานของพวกสายรองอีกทางทิศตะวันออกนะขอรับ "
" กุ๊กๆ/จิ๊บๆ " จะรออะไรอยู่ ล่ะ
" เอ่อ.... "
นี้เรียกว่าศิษย์อาจารย์ที่ไหนกัน
เรียกว่ารวมทีมโจรปล้นสุสานดีกว่า