ผู้มาใหม่ดวลการดื่ม!
ผู้ชมเกือบทุกคนโห่ร้องขึ้นมาคุณชายทั้งสองก็ลุกขึ้นยืน กระตือรือร้นที่จะท้าประลอง
หานอวิ๋นซีที่ขโมยความโดดเด่นไปก่อนหน้านี้ถ้าพวกเขาสามารถเอาชนะหานอวิ๋นซีในการดวลสุราครั้งนี้ได้แม้ว่าชื่อเสียงของพวกเขาจะไม่โด่งดังไปกว่าหานอวิ๋นซีทว่าอย่างน้อยก็เทียบเท่ากับนาง
จุดประสงค์ของการเข้าร่วมงานเลี้ยงเหมยฮวาก็เพียงเพื่อจะมีชื่อเสียงในงานเลี้ยงไม่ใช่หรือ? เมื่อสตรีมีชื่อเสียงก็จะสามารถดึงดูดให้คนมาชื่นชมได้ แต่สำหรับบุรุษแล้วแท้จริงมีอีกหนึ่งเหตุผล
ลาภยศและชื่อเสียงแน่นอนว่ามีลาภยศแล้วย่อมมีผลกำไรเป็นธรรมดา
“หวังเฟยในเมื่อทุกคนคาดหวังเช่นนี้ ท่านอย่าทำให้ผิดหวังเสียดีกว่า!”
จ่างซุนเช่อคุณชายจากทางเหนือพูดด้วยรอยยิ้ม พลางโบกพัดด้ามจิ้วเบาๆด้วยท่าทางที่อ่อนโยนและมีเสน่ห์พร้อมกับรอยยิ้มที่เย้ายวนใจมองแล้วอาจทำให้สตรีหลายคนไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ทว่าหานอวิ๋นซีไม่แม้แต่จะมองไปที่จ่างซุนเช่อ
ทันทีที่คุณชายจากทางเหนือออกมาหลี่มู่เกอคุณชายจากทางใต้ก็ไม่พลาด เขาค่อยๆ เดินมาที่กลางงานเลี้ยง
คลี่พัดด้ามจิ้วออกอย่างเบามือและปกปิดใบหน้าที่งดงามยิ่งกว่าสตรีเอาไว้ครึ่งหนึ่งและพูดอย่างฉุนเฉียวว่า “หวังเฟย การได้ดวลสุรากับท่านช่างเป็นโชคดีของข้าเหลือเกิน ท่านอย่าทำให้ข้าผิดหวังล่ะ มันทำให้ข้าปวดใจ!”
หานอวิ๋นซีเห็นแล้วแทบอยากจะอาเจียนออกมาคุณชายทั้งสองเรียกได้ว่าคนหนึ่งเป็นอสุรกาย อีกคนก็เป็นวายร้ายช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ!
“เสด็จอาหญิงทำไมท่านถึงดูไม่มีความสุขเลยล่ะ? ดวลกันสักตาจะเป็นไรไป?คิดไม่ถึงว่าท่านจะกลัวแพ้ขนาดนี้!” องค์หญิงฉางผิงกระตุ้นนางไม่สามารถรอได้อีกต่อไป
ในเวลานี้หานอวิ๋นซีจึงจะยืนขึ้นอย่างสงบ “แน่นอนว่าดวลกันได้ แต่จะดวลกันแบบไหนแพ้แล้วเป็นอย่างไร ชนะแล้วเป็นอย่างไร อย่างน้อยก็ต้องอธิบายให้ชัดเจนก่อน?”
ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้ายมันจะเป็นอย่างไรก็ต้องให้มันเป็น นางจะไม่ละความพยายาม แม้ว่ามันจะลำบากกว่าแต่ในเมื่อยังไม่เคยลอง นางอาจจะไม่แพ้ก็ได้
วันนี้นางต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อโน้มน้าวใจคนกลุ่มนี้และกลายเป็นผู้ชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นผู้ชนะเพียงคนเดียวในงานเลี้ยงเหมยฮวามาดูกันว่าหลังจากนี้จะมีใครกล้าสร้างปัญหาให้นางอีกหรือไม่
เมื่อเห็นหานอวิ๋นซีตอบตกลงองค์หญิงฉางผิงก็ดีใจและลุกขึ้นยืน “ผู้มาใหม่ทั้งสามคนต่อสู้กันผู้ที่ชนะคือเจ้าแห่งบัลลังก์ ต้องปกป้องบัลลังก์และรับคำท้าจากผู้อื่นหากแพ้ละก็...”
ก่อนที่องค์หญิงฉางผิงจะพูดจบหานอวิ๋นซีก็ขัดขึ้นมาว่า “ถ้าแพ้ ถอดกางเกงออกแล้ววิ่งไปรอบๆ ถนนเสวียนอู่!”
แคก!
แคกแคก!
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาองค์หญิงฉางผิงสำลักและไอติดต่อกันหลายครั้ง ทุกคนรอบตัวต่างตกตะลึงไปเช่นกันใบหน้าของสตรีหลายคนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ และแม้แต่ชายหนุ่มเองก็มองหน้ากันมันเหลือเชื่อเหลือเกิน
หานอวิ๋นซีนะหานอวิ๋นซีครั้งก่อนที่พนันกับมู่หลิวเยวี่ยก็ถอดเสื้อผ้า คราวนี้มาถอดกางเกงอีกท่านยังเป็นสตรีอยู่จริงหรือเนี่ย ช่างโหดร้ายจริงๆ! ท่านแน่ใจหรือไรว่าจะชนะ?
ใครจะคิดว่าหานอวิ๋นซีกลับพูดเสริมขึ้นมาอีกว่า“กฎนี้ไม่ได้จำกัดแค่พวกเราสามคนที่มาใหม่เท่านั้น แต่ยังใช้กับผู้ที่ท้าทายผู้ท้าชิงด้วยถ้าชนะก็จะได้เป็นเจ้าแห่งบัลลังก์ ถ้าแพ้ ก็ต้องถอดกางเกงแล้ววิ่งไปรอบๆ!”
ถึงจะไม่อยากเล่นแต่ในเมื่อเล่นแล้วก็ต้องเล่นให้ใหญ่หน่อย!
เมื่อได้ยินประโยคเสริมของหานอวิ๋นซีเดิมทีสตรีที่กระตือรือร้นที่จะลองดวลสุราทั้งหมดต่างหน้าซีดและล้มเลิกความตั้งใจ
แม้ว่าการแพ้ชนะจะไม่แน่นอนแต่กฎถูกกำหนดไว้แล้ว เมื่อเข้าร่วมการดวลสุราก็ต้องมีความเสี่ยงใครจะกล้าปล่อยให้ตัวเองเสี่ยงกันล่ะ!
ต้องรู้ว่าแม้แต่มู่หลิวเยวี่ยที่เป็นคนมีชื่อเสียงทั้งยังเป็นสหายที่สนิทที่สุดขององค์หญิงฉางผิง ต่อให้จะมีคนวิ่งแทนนางแต่ก็จบลงด้วยความอับอายหากพวกนางแพ้ จะไม่แย่กว่ามู่หลิวเยวี่ยหรือไร?
ทั้งงานเต็มไปด้วยความเงียบคุณชายทั้งสองที่โอ้อวดเมื่อครู่ ตอนนี้ก็เงียบด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
ดีมากทุกคนที่เพิ่งจะโห่ร้องและเร่งเร้า ไปจนถึงท้าทายหานอวิ๋นซีตอนนี้กลายเป็นหานอวิ๋นซีที่เป็นคนท้าทายออกมา
นางเลิกคิ้วและมองไปที่คุณชายทั้งสองพลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณชายทั้งสองท่าน ในเมื่อกระตือรือร้นขนาดนี้ก็ทำให้มันเสร็จสิ หรือว่าพวกท่านไม่กล้า?”
คุณชายจากทางเหนือจ่างซุนเช่อทนการยั่วยุไม่ได้หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็ทนไม่ไหว เขายิ้มอย่างมีความสุข“ทำไมจะไม่กล้า ตราบใดที่หวังเฟยเอ่ยปากพูด ข้าก็พร้อมที่จะเล่นจนจบ!”
เขาคิดว่าหานอวิ๋นซีเป็นเพียงสตรีผู้หนึ่ง แม้ว่านางจะมีพื้นเพธรรมดาแต่นางก็ยังเป็นสตรีที่มีมารยาทดี นางจะเคยมีโอกาสดื่มสุรามากขนาดไหนกันเชียว? ปริมาณที่ดื่มได้จะมากแค่ไหนเชียว?
นางเสนอเงื่อนไขที่น่ากลัวขนาดนั้นเป็นไปได้มากว่านางแค่อยากจะทำให้ทุกคนตกใจ และคนอื่นจะตกหลุมพรางดังนั้นเขาจะไม่มีทางหลงกลของนาง!
นางเป็นสตรียังเล่นได้เขาเป็นถึงชายฉกรรจ์จะไม่กล้าเล่นได้อย่างไร หากเรื่องนี้แพร่ออกไปคนอื่นๆจะคิดอย่างไร?
ชายหญิงดวลกันใครจะไปกลัวกันล่ะ!
ทันทีที่คุณชายจากทางเหนือตอบตกลงคุณชายจากทางใต้หลี่มู่เกอก็ไม่สามารถปฏิเสธได้
แม้ว่าเขาจะลังเลและขาดความกล้าที่จะทำเช่นนั้นแต่คุณชายจากทางเหนือตอบตกลง หากเขาเอาแต่ยืนก้มหัวด้วยความหวาดกลัวก็จะถูกเปรียบเทียบกับอีกฝ่าย มันไม่น่าตลกกว่าหรือไร?
“ตกลงหวังเฟย ข้าจะดวลกับท่านจนถึงที่สุด”ในที่สุดหลี่มู่เกอก็พูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงลูกผู้ชาย
หานอวิ๋นซีพึงพอใจอย่างมากยกนิ้วให้ทั้งสองคน ท่าทางนั้นดูอิสระและง่ายดาย เต็มไปด้วยความมั่นใจในตนเองทุกคนรอบตัวนางเต็มไปด้วยความไม่สบายใจและต่างคาดเดาว่าสตรีผู้นี้สามารถดื่มได้มากขนาดไหนครั้งนี้จะเปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่หรือไม่?
หลังจากตกลงกับคุณชายทั้งสองแล้วหานอวิ๋นซีก็มองไปที่องค์หญิงฉางผิง “ฉางผิง ยังมีใครอยากเข้าร่วมอีกบ้างต้องรายงานชื่อก่อนหรือไม่?”
องค์หญิงฉางผิงมองฝูงชนทันทีแต่นอกเหนือจากเหล่าชายหนุ่มที่ไม่ได้ตั้งใจเข้าร่วมในตอนแรกแล้วก็ไม่มีสตรีผู้ใดแม้แต่ผู้เดียวที่เงยหน้าขึ้นมอง
องค์หญิงฉางผิงหน้าเสียในทันทีนางโกรธจัดและร้องเรียกชื่อ “ซ่างกวนชิงเอ๋อร์ ท่านมาแล้วหรือ?”
“องค์หญิงวันนี้ท้องของชิงเอ๋อร์ไม่ค่อยสบายนัก แม้แต่ชาก็กินไม่ลง ไว้คราวหน้าค่อยว่ากัน”ซ่างกวนชิงเอ๋อร์ปฏิเสธเสียงเบา
“ซูอิงเสวี่ยเจ้าล่ะ?”องค์หญิงฉางผิงถามอีกครั้ง
ซูอิงเสวี่ยรีบโบกมือด้วยความตกใจ“องค์หญิง ข้าดื่มไม่เก่ง ท่านก็รู้”
องค์หญิงฉางผิงรู้สึกอายอย่างมากนางถอนหายใจด้วยความโกรธ ไม่ว่าจะถามอีกกี่คน ทุกคนล้วนปฏิเสธโดยไม่มีข้อยกเว้นคนที่เพิ่งเอะอะก็ทำมึนและซ่อนตัวกันหมด
ต้องรู้ว่าพวกนางแตกต่างจากคุณชายทั้งสองคุณชายทั้งสองได้รับการยอมรับว่าเป็นนักดื่มที่เก่งกาจและมีโอกาสสูงที่จะชนะหานอวิ๋นซี แต่อย่างไรก็ตามพวกนางก็เป็นสตรี!
ถ้าหานอวิ๋นซีกลายเป็นเจ้าแห่งบัลลังก์เห็นว่าหานอวิ๋นซีมีความมั่นใจมากขนาดนี้ ถึงจะไม่รู้ว่านางจะดื่มได้มากแค่ไหนแต่ใครจะกล้าเสี่ยงกันล่ะ?
หากคุณชายทั้งสองมีคนใดคนหนึ่งได้เป็นเจ้าแห่งบัลลังก์เช่นนั้นพวกเขาก็จะต้องพ่ายแพ้!
แม้ว่าพวกนางจะชนะได้แต่หากชนะก็ต้องยอมรับคำท้าของคนอื่น ใครจะรับประกันได้ว่าตัวเองจะชนะตลอดไปได้?
นี่เป็นการซื้อขายที่ขาดทุนชัดๆ!
องค์หญิงฉางผิงที่กำลังจะถามแต่หานอวิ๋นซีกลับหยุดไว้ “ฉางผิง เจ้าเองก็เข้าร่วมด้วยใช่หรือไม่?”
เอ่อ…
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาองค์หญิงฉางผิงก็ประหม่าขึ้นมาทันที ถามคนอื่นมาตลอด ทำไมถึงไม่คิดถึงตัวเองบ้างนะ?
นางเองก็ไม่อยากที่จะเข้าร่วม!จะไปยอมรับความเสี่ยงนี้ได้อย่างไรกัน?
นางอายและแสร้งทำเป็นเมินมองท้องฟ้าโดยไม่ได้ตั้งใจ“ข้าว่าลืมมันไปดีกว่า ข้าเห็นว่าท้องฟ้ามันก็มืดแล้วบางทีพวกท่านสามคนดวลกันเสร็จ ฟ้าคงมืดสนิทพอดีคราวนี้พวกท่านก็ดวลกันก่อนก็แล้วกัน”
องค์หญิงฉางผิงคิดว่าหานอวิ๋นซีอวดดีเกินไปนางคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่หลังจากที่มีชื่อเสียงหรือไร? กล้าดีอย่างไรมาเดิมพันแบบนี้
คุณชายทั้งสองก็ไม่ใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมันมิฉะนั้นนางเองก็คงไม่เสี่ยงที่จะถูกเสด็จแม่ดุและเชิญสองคนนี้มา
ไม่สำคัญว่าคนอื่นจะสู้หรือไม่ตราบใดที่หานอวิ๋นซีสู้ ตราบใดที่หานอวิ๋นซีเมา ทุกอย่างก็จะง่าย
สำหรับการเดิมพันนั้นสามารถพูดได้ว่าหานอวิ๋นซีหาเรื่องใส่ตัวเองรนหาที่ตายชัดๆ!
หลังจากยืนยันว่าไม่มีใครเข้าร่วมในที่สุดหานอวิ๋นซีก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก นางเสนอการเดิมพันที่กล้าหาญเพื่อต้องการทำให้คนอื่นหวาดกลัว ด้วยวิธีนี้คู่ต่อสู้ของนางจึงเหลือเพียงคุณชายจากทางเหนือและคุณชายจากทางใต้เท่านั้น
หลังจากชนะสองคนนี้ปัญหาของนางก็จะคลี่คลาย!
การดวลแบบสามคนเพื่อความเป็นธรรมแล้วจะไม่มีการจับเป็นคู่และไม่แยกแยะว่าใครดื่มก่อนใครดื่มหลังสุดแต่ดื่มพร้อมกันสามคน
ในช่วงเวลาที่กำหนดใครดื่มสุราได้มากที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
บนโต๊ะได้มีการจัดเตรียมสุราชั้นดีไว้เป็นที่เรียบร้อยและการดวลสุรากำลังจะเริ่มขึ้น!
หลังจากแน่ใจว่าตนเองไม่ต้องเข้าร่วมทุกคนก็โห่ร้องอีกครั้ง บรรยากาศก็มีชีวิตชีวาอย่างมากทุกคนต่างโห่ร้องให้กำลังใจทั้งสามคน โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งหมดมุ่งเป้าไปที่คุณชายทั้งสองหานอวิ๋นซีนั่งลงอย่างสงบและไม่ได้รับผลกระทบ
ทั้งสามคนแยกโต๊ะกันคนละโต๊ะบนโต๊ะเต็มไปด้วยไหสุรา ข้างๆ เองก็วางกองไว้อีกไม่น้อยแต่ละคนจะมีสาวใช้ยืนอยู่ข้างๆ เพื่อจะได้เตรียมสุราวางไว้บนโต๊ะได้ทุกเมื่อ
แน่นอนว่าเจ้าภาพคือองค์หญิงฉางผิงนางมองไปที่มู่หรงหว่านหรูที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนอย่างมีเลศนัยไม่นานก็ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นและเดินออกมา เมื่อยกมือทั้งสองข้างขึ้นผู้คนที่เต็มไปด้วยความครึกครื้นก็เงียบลง
“ใครก็ตามที่มีไหสุราเปล่ามากที่สุดภายในเวลาหนึ่งก้านธูปคือผู้ชนะ!และทุกคนที่อยู่ที่นี่เป็นพยาน!” องค์หญิงฉางผิงพูดอย่างเสียงดัง
“ไม่มีปัญหา”
“ตกลง!”
คุณชายทั้งสองชอบกฎแบบนี้มากในเวลาหนึ่งก้านธูปแล้วสำหรับพวกเขาถือว่าอยู่ในระดับปกติ ต่อให้พยายามก็เดาว่าในที่นี้คงไม่มีใครสามารถเอาชนะได้
พวกเขามองไปที่หานอวิ๋นซีด้วยความดูถูกมองหน้ากันและกัน ดวงตาทั้งสองหรี่ลงพวกเขารู้ดีว่าคู่ต่อสู้ที่แท้จริงของพวกเขาคือกันและกัน
“เสด็จอาหญิงฉินข้าให้ท่านยืนยันอีกครั้ง จะไม่เป็นไรใช่หรือไม่?” องค์หญิงฉางผิงถามอย่างจงใจ
หานอวิ๋นซีมองคุณชายทั้งสองอย่างจริงจังสายตาราวกับสแกนอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นไม่นานก็พูดว่า “เริ่มได้เลย”
“ตกลง!”
องค์หญิงฉางผิงจุดธูปหนึ่งดอกข้างๆด้วยตนเอง “เริ่ม!”
ทันทีที่พูดจบทั้งสามคนก็เคลื่อนไหวพร้อมๆ กัน คุณชายทั้งสองหยิบไหสุราขึ้นมาแล้วเริ่มเทใส่ปากหานอวิ๋นซีเองก็เช่นกัน
ไม่มีทางลัดสำหรับเวลาและจำนวนไหต้องดื่มให้ทันเวลาเท่านั้น!
ในตอนแรกเป็นเรื่องของความเร็วพอถึงตอนท้ายเป็นเรื่องของความสามารถในการดื่มการดื่มเร็วในช่วงแรกต้องดื่มให้ได้มากแต่หลังจากนั้นจะเป็นการทดสอบความสามารถในการดื่ม!
ดื่มดื่ม ดื่ม!
ทั้งสามคนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วไหสุราหมดไปทีละไหและถูกทุบแตกเป็นเสี่ยงๆ ที่ด้านข้างในตอนแรกฉากนั้นดูรุนแรงจนทำให้ทุกคนไม่กล้าส่งเสียง เกรงว่าจะไปรบกวนพวกเขา
ใช้เวลาไม่นานก็เริ่มทิ้งระยะห่างจำนวนไหสุราที่คุณชายจากทางเหนือและคุณชายจากทางใต้โยนทิ้งนั้นเท่ากันทั้งหมดคือห้าไห แต่หานอวิ๋นซีกลับตามหลังพวกเขาอยู่สองไห
แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาสั้นๆทว่าการที่หานอวิ๋นซีดื่มได้สองไหก็ถือว่าไม่เลวแล้วสำหรับสตรีแต่ตอนนี้มันเป็นการแข่งขันและทุกคนให้ความสำคัญกับการชนะหรือแพ้ไม่มีใครเห็นอกเห็นใจนาง
“เพล้ง!”คุณชายจากทางเหนือทุบไหที่หก ตามด้วย “เพล้ง” อีกครั้ง คุณชายจากทางใต้ตามมาติดๆในขณะที่หานอวิ๋นซียังดื่มไหที่สามอยู่
“ดูเหมือนว่าฉินหวังเฟยจะตามไม่ทันแล้ว!”
“เริ่มต้นก็ตามอยู่หลายไหแล้วต่อไปต้องตามหลังมากกว่านี้แน่ๆ!”
“ไม่หรอกในตอนหลังมันถึงจะเป็นการดวลสุรากันจริงๆ ตอนนี้ฤทธิ์สุราของนางคงยังไม่ออกฤทธิ์อีกสักพักออกฤทธิ์แล้ว เดาว่านางคงไม่มีแรงแม้แต่จะขยับตัว”
ไม่นานก็เกิดการถกเถียงกันขึ้น...