หญิงสาวทั้งสองเดินทางออกจากบ้านั้แ่เช้า มุ่งหน้าไปบ้านตระกูลม่าย
คิดไม่ถึงว่าประตูบ้านของตระกูลม่ายจะปิดสนิทพร้อมคล้องโช่ไว้
เอ้อร์หนิวเหนียงที่อยู่ข้างบ้านบอกว่าครอบครัวม่ายซานเฉวียนออกจากบ้านั้แ่ฟ้ายังไม่สางนางก็ไม่รู้เช่นกันว่าพวกเขาไปที่ใดกัน
“พี่สะใภ้ข้าว่าพวกเขาหลบออกไปกันหมดแล้วล่ะ” เซียวอวิ๋นเหนียงยิ้มเย็น“ถ้ารู้เช่นนี้ก็คงไม่มาั้แ่แรกแล้ว เสียเวลาจริงเชียว” เซียวอวิ๋นเหนียงบ่นพร้อมเดินก้าวใหญ่ออกจากซอยไปอย่างรวดเร็ว
“ม่ายซุ่ยวันนี้เ้ากลับมาบ้านตามประเพณี พวกเขาควรจะอยู่บ้านกัน”เอ้อร์หนิวเหนียงเห็นเซียวอวิ๋นเหนียงเดินออกไปอย่างไม่พอใจก็มองม่ายซุ่ยอย่างเห็นอกเห็นใจทั้งยังก้าวขึ้นไปชะโงกด้านในแล้วพูดกับนางว่า “ประตูบ้านก็ขึ้นกลอนคล้องโซ่คงจะยังไม่กลับมากันสักพักใหญ่หรือเ้าจะเข้าไปนั่งรอในบ้านข้าก่อนก็ได้นะ”
“ไม่เป็ไรท่านป้า เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อน” ดูท่าว่าท่านลุงคงจะเห็นนางเป็ภาระจริงๆเสียด้วย
ประหลาดแท้ แล้วหลายปีที่ผ่านมานี้ที่ม่ายซุ่ยคนเดิมทำงานดูแลบ้านให้เขาอย่างทุ่มเทแรงกายแรงใจเขาลืมไปหมดเสียแล้วหรือ?
ช่างร้ายกาจและเืเย็นเหมือนหมาป่าจริงๆ
“ซุ่ยเอ๋อร์เ้าบอกกับป้ามาเสียโดยตรง สามีของเ้าดีต่อเ้าหรือไม่?” เอ้อร์หนิวเหนียงถอนหายใจ จับมือม่ายซุ่ยมาถามเสียงเบา “เขาไม่ได้ทำให้เ้าไม่สบายใจใช่หรือไม่”
เซียวจิ่งเถียนเคยเป็โจร เื่นี้ไม่มีใครในหมู่บ้านม่ายเจียวาไม่รู้
แน่นอนว่าเอ้อร์หนิวเหนียงก็รู้เช่นกัน
“เขาดีต่อดีข้ามาก” ม่ายซุ่ยยิ้ม “ครอบครัวของเขาดีต่อข้ามากเลย”
เอ้อร์หนิวเหนียงถอนหายใจอย่างต่อเนื่อง
นางเห็นม่ายซุ่ยั้แ่เล็กจนโต นางย่อมรู้ดีว่าเด็กคนนี้ตีให้ตายก็เก็บความรู้สึกทุกข์ใจไว้ในใจคนเดียวแต่ไหนแต่ไรไม่เคยบอกเล่าความทุกข์ยากของตัวเองให้ใครฟังเลยแม้แต่น้อย ดั่งเช่นทุกวันนี้ม่ายซานเฉวียนคนใจร้ายผู้นั้นให้นางไปแต่งงานกับโจร เช่นนี้จะมีชีวิตความเป็อยู่ที่ดีได้อย่างไร?
ม่ายซุ่ยหันไปมองประตูที่ปิดแน่นนั้นอีกครั้ง ก่อนที่จะเอ่ยปากบอกลาเอ้อร์หนิวเหนียงช่างเถอะ จริงๆ นางก็ไม่ควรจะกลับมาเสียั้แ่แรก
เมื่อมาถึงทางเข้าหมู่บ้าน
กลับได้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งสวมใส่เสื้อผ้าสีเขียวอ่อนวิ่งออกมาจากหลังต้นไม้ตรงมาที่นางพร้อมพูดด้วยความตื่นเต้น “ซุ่ยเอ๋อร์! เ้าเป็อย่างไรบ้างสบายดีหรือไม่?”
“ไม่ดี” ม่ายซุ่ยปรายตามองเขาในสมอง ได้ค้นหาชิ้นส่วนความทรงจำที่เกี่ยวกับเขาแล้วจึงรู้ว่าเขาคืออู๋ซานหลางเพื่อนเล่นวัยเด็กของนาง ซึ่งนางก็ไม่คิดที่จะสนใจเขาอีกจึงเดินไปข้างหน้าต่ออย่างไม่สนใจ
ตอนแรกก็ตกลงกันแล้วว่าจะหนีไปด้วยกัน
แต่เขากลับทอดทิ้งนางไม่มาตามนัด
ต่อให้เขามีสักหมื่นเหตุผลมาอธิบาย นางก็ไม่มีทางที่จะให้อภัย!
“ซุ่ยเอ๋อร์เ้าเข้าใจข้าผิดแล้ว วันนั้นข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะไม่ไปแต่ไม่รู้ว่ามารดาของข้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร นางจึงจับข้าขังเอาไว้ในบ้านไม่ให้ออกไปไหน”
เขาดูผอมลงกว่าที่นางจำได้ในความทรงจำมากนัก เสื้อผ้าที่เคยสวมใส่พอดีตัวตอนนี้ก็ดูหลวมโคร่งดูแล้วทำให้คนคิดว่าเขาเสียใจจากความรัก
“เชื่อแล้วอย่างไร? ไม่เชื่อแล้วอย่างไร?” ม่ายซุ่ยพูดอย่างดูแคลน“ตอนนี้ก็ข้าแต่งงานแล้ว เ้ามาพูดเื่เหล่านี้จะมีประโยชน์อันใด?”
ไม่มีประโยชน์อันใดจริงๆ!
เมื่อก่อนตอนที่ม่ายซุ่ยยังไม่ได้แต่งงาน ทั้งสองคนก็ไม่มีโอกาสที่จะได้คบหากันเลยแล้วนับประสาอะไรกับตอนนี้ อีกอย่างนางก็ไม่ใช่ม่ายซุ่ยคนเดิมแล้วด้วย!
“ซุ่ยเอ๋อร์ข้าจะพาเ้าหนีไปตอนนี้แหละ” เมื่อพูดจบอู๋ซานหลางก็ตรงเข้ามาจับมือนางพร้อมให้คำสัญญา“พวกเราหนีไปให้ไกล ไปใช้ชีวิตในที่ที่ไม่มีใครรู้จักพวกเรา”
“อู๋ซานหลางกรุณาให้เกียรติตัวเองด้วย” ม่ายซุ่ยดึงมือออกจากการเกาะกุมของเขาพร้อมพูดเสียงเย็น“ตอนนี้ข้าเป็หญิงที่แต่งงานแล้ว เื่ของพวกเราไม่มีทางเป็ไปได้อย่างแน่นอน เ้าตัดใจเสียเถอะ!”
นางเกลียดผู้ชายประเภทนี้ที่สุด ตอนที่ควรจะมาไม่มา ตอนที่ไม่ควรมากลับมาทำให้เื่วุ่นวาย
เมื่อเทียบกับตาลุงเซียว ยังนับว่ายังห่างชั้นกันอยู่
“ซุ่ยเอ๋อร์ เซียวจิ่งเถียนเป็โจร ไม่ช้าก็เร็วเ้าจะต้องตายเพราะเขา”อู๋ซานหลางพูดอย่างไม่ยอมแพ้ “เ้าไม่คิดดูหน่อยหรือว่า ที่เขาไปท่องยุทธภพอยู่กว่าสิบปีเพราะเหตุใดจึงกลับมาบ้านเกิดอย่างเงียบๆนั่นจะต้องเป็เพราะเขาเข้าไปมีส่วนร่วมกับคดีอาชญากรรมหรือฆาตกรรมอยู่ไม่น้อย ทำให้ไม่สามารถอยู่ด้านนอกต่อไปได้จึงกลับมาั้แ่สมัยโบราณกาลธรรมะย่อมชนะอธรรม ไม่ช้าก็เร็วเขาจะต้องถูกทางการตามจับตัวอย่างแน่นอนเมื่อถึงตอนนั้นคนตระกูลเซียวรวมทั้งเ้าจะเดือดร้อนไปด้วย”
ไม่ไกลจากที่นั่น มีชาวบ้านเริ่มหยุดมองดูพวกนางด้วยความสนใจใคร่รู้
“นี่เป็เื่ของข้า เ้าไม่ต้องยุ่ง” ม่ายซุ่ยไม่อยากได้ยินเขาพูดอะไรอีกจึงผลักเขาออกแล้วเดินจากมาโดยไม่หันหลังกลับไปมองอีก
นี่มันเื่อะไรกัน ช่างไร้สาระสิ้นดี!
เขาคิดว่าตนเองเป็หมอดูหรืออย่างไร?
อู๋ซานหลางยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขามองตามจนด้านหลังของร่างบางค่อยๆหายไปจากสายตา จึงเดินกลับบ้านไปอย่างขมขื่น
“ซานหลางเมื่อครู่เ้าไปที่ใดมา?” สวี่ซื่อร้องถามขณะกำลังให้อาหารไก่นางเลี้ยงไก่แจ้สีสันสดใสไว้หลายตัว
เมื่ออู๋ซานหลางได้ยินดังนั้น ก็โมโหหุนหันเดินเข้าห้องไป
หากไม่ใช่เป็เพราะมารดาของเขาทำเสียเื่ ม่ายซุ่ยก็ไม่ต้องแต่งงานไปอยู่กับเ้าโจรนั่น
เป็ความผิดของนางคนเดียว
“ซานหลางตอนนี้ม่ายซุ่ยก็แต่งงานไปแล้ว เ้าตัดใจเสียเถอะ!” สวี่ซื่อกลับไม่สนใจท่าทีของบุตรชายโดยพูดอย่างไม่รู้สึกรู้สาว่า “ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเ้าก็เป็คนที่มีการศึกษา ต่อไปจะต้องสอบจอหงวนให้มีชื่อเสียงได้เป็หน้าเป็ตาแก่วงศ์ตระกูล จะมาเสียอนาคตที่ดีเพียงเพราะผู้หญิงคนหนึ่งได้อย่างไรที่แม่ทำเช่นนี้ก็เป็เพราะหวังดีต่อเ้าทั้งนั้น”
อู๋ซานหลางไม่พูดอะไร ได้แต่กระแทกประตูห้องปิดไป
สวี่ซื่อให้อาหารไก่ต่อไปย่างสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ม่ายซุ่ยเด็กสาวคนนั้นไม่มีพ่อไม่มีแม่ เป็แค่เด็กกำพร้าที่เติบโตมาในบ้านของผู้อื่นตัวนางต่ำต้อยเช่นนี้จะคู่ควรกับบุตรชายผู้มีอนาคตไกลของนางได้อย่างไร?
เซียวจิ่งเถียนที่เหงื่อท่วมตัวกำลังผ่าฟืนอยู่ใต้ต้นพุทรากลางลานบ้านเมื่อเห็นม่ายซุ่ยผลักประตูเข้ามาก็หันมามองแล้วพูดเสียงเรียบเฉยว่า “ทำกับข้าวได้แล้ว”
“ท่านแม่กับอวิ๋นเหนียงเล่า?” ม่ายซุ่ยถาม
“ไม่รู้” เซียวจิ่งเถียนเช็ดเหงื่อบนใบหน้าคมสันแล้วพูดอย่างไร้อารมณ์ว่า“ไหนๆ พวกนางก็ไม่อยู่ เ้าทำกับข้าวสำหรับสองคนก็พอ”
“ข้าทราบแล้ว” ม่ายซุ่ยรับคำ นางรีบเข้าไปในครัว นำซาลาเปาไส้ผักห้าลูกวางในหม้อเพื่ออุ่นเมื่อปิดฝาเรียบร้อยนางก็นำฟืนมาเริ่มก่อไฟ เซียวจิ่งเถียนยังคงผ่าฟืนต่อ เขาใช้ััในการผ่าฟืนแต่ละท่อนทำให้งานนี้เป็เื่ที่ง่ายสำหรับเขาเป็อย่างมากมุมกำแพงมีจำนวนท่อนฟืนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ละท่อนก็มีความยาวและขนาดเท่ากันอย่างไม่น่าเชื่อ
ดูก็รู้ว่าชายคนนี้เป็คนที่ทำงานจริงจังและละเอียดรอบคอบเป็อย่างมาก
ชายเช่นนี้หากเป็โจรก็คงเป็มหาโจรใจบุญที่มีเมตตากำจัดคนชั่ว
คำพูดที่ได้ยินจากการบอกเล่าช่างเชื่อถือไม่ได้จริงๆ
ม่ายซุ่ยเห็นท่าทางของเขาที่ดูแข็งแรงและมีน้ำใจเช่นนั้น ในใจก็คิดอย่างสับสน
ทั้งสองคนกินข้าวด้วยกันเพียงลำพังเป็ครั้งแรก
ม่ายซุ่ยกัดซาลาเปาในถ้วยพลางััได้ถึงลมหายใจของชายแปลกหน้าจากเขาจึงทำให้นางเกิดอาการขัดเขินแปลกๆ จนรู้สึกมึนงง นี่นางกำลังฝันไปหรือนางแต่งงานกับเขาแล้วจริงๆ?
เซียวจิ่งเถียนดูไม่ออกเลยสักนิดว่านางรู้สึกเช่นไร เขานั่งขัดสมาธิอยู่ข้างโต๊ะผิงไฟกินซาลาเปาไส้ผักในถ้วยอย่างสบายใจกิริยาที่เขากินดูเรียบร้อยมีแบบแผน ถึงแม้ว่าจะกลืนไปอย่างรวดเร็วแต่กลับไม่ทำให้คนรู้สึกว่ากลืนอย่างตะกละตะกลามเยี่ยงเสือหรือหมาป่า เงากิ่งไม้จากด้านนอกทอดส่องลงบนใบหน้าของเขาดูแล้วเลือนรางดูไม่ชัดเจนจู่ๆ ความรู้สึกบนใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็ดูลึกลับขื้นมา
ม่ายซุ่ยไม่กล้ามองไปที่เขา จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวไปผู้ชายเช่นนี้ที่ออกไปต่อสู้อยู่โลกภายนอกเป็สิบปี จะบอกว่าเขาไม่มีเื่อะไรติดตัวมาละก็นางไม่เชื่ออย่างแน่นอน
เมื่อกินข้าวเสร็จเซียวจิ่งเถียนก็ลงจากที่นั่งมาใส่รองเท้าจากนั้นก็เดินกลับห้องทางทิศใต้ไปโดยไม่พูดอะไร
ม่ายซุ่ยก็ยุ่งอยู่กับการเก็บจานชามทำความสะอาดห้องครัว จากนั้นนางก็ออกจากบ้านไปพร้อมกับตะกร้าไม้ไผ่ใบเดิม
นางจะไปชายหาดเพื่อลองดูว่านางจะโชคดีเก็บปลาหรือกุ้งตัวเล็กๆได้อีกหรือไม่ คนชอบกินเช่นนางถึงแม้ว่าจะได้กินอาหารรักสุขภาพปลอดสารพิษตามที่ใจหวังไว้แล้วแต่หากไม่มีขนมขบเคี้ยวเลยนางก็รู้สึกว่าชีวิตนี้เกิดมาเสียเที่ยวไร้ซึ่งความสุนทรีย์
น่าเสียดายที่เรือหาปลายังไม่เข้าฝั่ง
บนชายหาดว่างเปล่าไม่มีแม้แต่ปลาสักตัว
เด็กๆ กำลังเล่นน้ำดำผุดดำว่ายกันอย่างสนุกสนาน เป็ดไก่ที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงก็เขี่ยดินหาหนอนแมลงกินอยู่ริมทะเลส่งเสียงให้กันเป็ระยะอย่างมีความสุข
ม่ายซุ่ยเดินเล่นอยู่ชายทะเลสักพักก็เก็บพืชทะเลที่ได้จากโขดหินมาเต็มตะกร้าพืชทะเลที่นุ่มลื่นชนิดนี้เมื่อนำไปตากแห้งรสชาติก็ไม่เลว ไม่ต่างอะไรกับสาหร่ายทะเลเลยไหนๆ นางก็มาแล้วจะให้กลับบ้านมือเปล่าได้อย่างไร!
ทันใดนั้นก็มีเสียงพูดเบาๆ ดังมาจากด้านหลังของเรือร้างลำหนึ่ง
“เ้าสี่เ้าแน่ใจหรือว่าเห็นเซียวจิ่งเถียนในละแวกนี้?”
“แน่ใจสิ ต่อให้มันจะกลายเป็ชายแก่ผมหงอกข้าก็จำมันได้ หากตอนนั้นไม่ใช่เป็เพราะมีคนอยู่ข้างกายมันละก็ข้าจับมันปาดคอไปนานแล้ว ไหนเลยจะต้องรบกวนให้พี่ใหญ่มาช่วยเหลือเช่นนี้”
“เ้าไม่คุยโวสักเื่จะตายไหม? หากว่าเ้าสามารถฆ่าเซียวจิ่งเถียนได้จริงพี่ใหญ่จะต้องส่งคนมาตามหาเขาเยอะขนาดนี้หรือ?”
“พวกเราจะลงมือเมื่อใด?”
“แน่นอนว่ายิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี รอให้มันปรากฏตัว พวกเราก็จัดการส่งมันไปนรกทันที”
ม่ายซุ่ยตกตะลึงเมื่อนางเห็นชายเสื้อสีดำแถบขาวที่โผล่ออกมาจากหลังเรือร้างลำนั้นนางก็รีบเดินเลี้ยวกลับพร้อมวิ่งไปทางหมู่บ้านอย่างไม่รู้ทิศรู้ทาง แต่ทว่านางมักจะหลงทิศทำให้นางวิ่งไปคนละทิศกับทางที่นางมาในตอนแรกหลังจากที่หลงทางอยู่ในหมู่บ้านพักใหญ่ในที่สุดนางก็กลับมาถึงบ้าน
ขณะเดียวกันเซียวอวิ๋นเหนียงกำลังยืนอยู่หน้าประตูบ้านสอดส่ายสายตามองไปทุกทิศเมื่อเห็นม่ายซุ่ยกลับมา นางก็พูดอย่างโมโหว่า “พี่สะใภ้! นี่ท่านไปไหนมา ทำไมเพิ่งกลับมาเอาป่านนี้? ข้าไปหาท่านที่ชายหาดสองรอบก็ไม่เห็นท่านหากท่านยังไม่กลับมาพวกข้าจะคิดว่าท่านหนีตามคนอื่นไปเสียแล้วรู้หรือไม่?”
“ข้า...ข้าไปเดินในหมู่บ้านแล้วก็หลงทาง” ม่ายซุ่ยขมวดคิ้ว
เซียวอวิ๋นเหนียงยกมุมปากไม่มีคำจะพูด
‘หมู่บ้านเล็กๆ เช่นนี้ยังหลงทางได้หรือ...’
“ท่านอาสะใภ้กลับมาแล้ว” เมื่อเซียวหลิงเอ๋อร์เห็นนาง ก็วิ่งมาหาอย่างดีใจพร้อมเงยหน้าพูดว่า“เมื่อครู่ท่านย่านำปลาเล็กๆ ที่อาสะใภ้ตากแห้งไว้เอามาทอดให้กินอร่อยมากๆ เลย พรุ่งนี้พวกเราไปเก็บปลาที่ชายทะเลอีกดีหรือไม่ท่านอาสะใภ้?”
“ได้สิ” ม่ายซุ่ยยิ้ม
“หลิงเอ๋อร์รีบเข้ามากินข้าว” เฉินซื่อเรียกนาง มองม่ายซุ่ยแล้วพูดเรียบๆว่า “ได้เวลากินข้าวแล้ว รอเ้าอยู่ผู้เดียว” นางไม่ได้รู้สึกละอายใจกับการที่ตนเองหอบลูกหนีออกจากบ้านไปเลยแม้แต่น้อย
เฉียวซื่อก็จูงบุตรชายเดินออกมาจากห้องทิศตะวันตกเช่นกันและก็ไม่มองมาที่ม่ายซุ่ยทั้งสองเดินผ่านนางเข้าห้องไป
หญิงสะใภ้สองคนนี้ช่างหน้าหนาเสียจริง
มื้อเย็นเต็มไปด้วยอาหารมากมาย
นอกจากปลาเล็กทอดกรอบแล้ว บนโต๊ะก็ยังมีเนื้อจานหนึ่งเต็มไปด้วยมันและเนื้อที่ส่งกลิ่นเย้ายวนชวนให้อยากอาหาร
เมื่อภรรยายอมกลับมาบ้าน เซียวฝูเถียนและเซียวกุ้ยเถียนสองพี่น้องดีใจเป็อย่างมาก
เซียวอวิ๋นเหนียงโมโหเสียจนกินข้าวไม่ลง เดินกลับห้องไปอย่างไม่พอใจ
“พวกเ้ากินข้าวกันเถิด นางโมโหข้า” เมิ่งซื่อบอก “คงจะเป็ตอนที่ทำกับข้าวกันแล้วข้าว่านางเด็กคนนี้อารมณ์ร้ายเช่นนี้ล่ะพวกเ้าไม่ใช่ว่าไม่รู้”
“อารมณ์ร้ายของน้องสาวควรจะแก้ได้แล้ว ไม่เช่นนั้นแต่งงานไปแล้วจะเป็เช่นไร?” เฉียวซื่อกินเนื้อในถ้วยอย่างเอร็ดอร่อย“จะชักสีหน้าให้ใครดูกัน?”
“นางควรจะแก้จริงๆ”เซียวกุ้ยเถียนเห็นด้วย
เซียวฝูเถียนกับเฉินซื่อมองสบตากัน แอบยิ้มบางๆ แล้วกินข้าวต่อกันอย่างสบายใจจะกินเนื้อเยอะแล้วอย่างไรเล่า? อย่าลืมว่าที่บ้านยังติดค้างสินสอดแป้งสาลีพวกเขาอีกหนึ่งกระสอบ!
ม่ายซุ่ยกำลังคิดถึงเื่ที่ชายสองคนนั้นคุยกัน จึงไม่ได้สนใจว่าใครกินเนื้อใครไม่ได้กินถึงอย่างไรนางก็ไม่ได้ชอบกินเนื้ออยู่แล้ว
เซียวจิ่งเถียนไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เขากินข้าวอย่างเงียบๆจนหมดแล้วก็กลับห้องไปโดยไม่พูดอะไร
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/989b72eeb7cc486fe81b7f5e2bdce5a8
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่Fisherman หนุ่มประมงที่รักที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #Fisherman หนุ่มประมงที่รัก #readAwrite ด้วยน้า