หลังจากการเรียนคลาสเช้าสิ้นสุดลงอรกับเก๋เดินออกจากห้องเรียนไปตามทางเดินเพื่อที่จะออกจากอาคารเรียนตามปกติ น้ำเดินรั้งท้ายอรและเก๋อยู่ก้าวหนึ่งเสมอระยะห่างเพียงเล็กน้อยแต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนมีกำแพงล่องหนที่มองไม่เห็นกั้นน้ำเอาไว้
เสียงฝีเท้าของอรและเก๋ที่กระทบพื้นอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่คิดจะหันกลับมามองคนข้างหลังสายตาของอรจดจ่ออยู่กับทางเดินเบื้องหน้าขณะที่เก๋เอาแต่ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือน้ำพยายามจะเอ่ยปากแต่คำพูดเ่าั้กลับติดอยู่ที่ลำคอ
น้ำพยายามเร่งฝีเท้าเดินตรงเข้าไปหาอรกับเก๋ทำให้ทั้งสองคนรู้สึกแปลกใจมากเก๋พยายามเข้ามาคั่นกลางระหว่างอรกับน้ำ
“มีอะไรเหรอน้ำ?”เก๋ถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“วันนี้ไม่มีคลาสบ่ายอรกับเก๋ว่างไหม?”
คำถามของน้ำสร้างความประหลาดใจให้กับอรกับเก๋ไม่น้อยอรเอ่ยปาก “ก็ไม่ได้ไปไหนนะ”
“อร...เก๋...” น้ำเรียกเสียงแ่เบามาก
ไม่มีเสียงตอบรับมีเพียงความเงียบกับใบหน้าที่แสนเ็าน้ำรู้ดีว่าความสัมพันธ์ที่เคยเหนียวแน่นเมื่อห้าปีก่อน “แก๊งชะนี...หมีไม่ว่าง” บัดนี้กลายเป็เพียงเศษเสี้ยวของความทรงจำที่แตกสลายไปหมดแล้ว
“ไปหาอะไรกินที่ร้านพี่ออมกันไหม? อรกับเก๋ไปร้านออมมี่กาแฟ & นมสดกันนะ”น้ำตัดสินใจรวบรวมความกล้าสุดท้าย เอ่ยปากชวนด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูปกติที่สุด
คำชักชัวนของน้ำทำให้อรและเก๋ชะงักฝีเท้าทั้งคู่หันมามองหน้าน้ำเพียงชั่วครู่ แววตาของอรว่างเปล่าจนน่าใจหายส่วนเก๋เพียงแค่ถอนหายใจสั้นๆ ทั้งสองคนหันมองหน้ากันเองด้วยความประหลาดใจไม่น้อย
ท่าทีเฉยเมยของอรทำให้เก๋พยักหน้าเบาๆตอบรับน้ำก็จริง แต่ก็ไม่ได้มีการแสดงความยินดีปรากฏอยู่ในแววตานั้นแต่อย่างใด
เมื่อทั้งสามเดินมาถึงหน้าร้านออมมี่กาแฟ & นมสดของพี่ออมกลิ่นหอมละมุนของเมล็ดกาแฟคั่วและกลิ่นนมสดอุ่นๆ ที่คุ้นเคยลอยมาปะทะจมูกแต่มันกลับไม่ได้ช่วยอะไรแม้แต่น้อย ทันทีที่เสียงกระดิ่งเหนือประตูร้านดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคนทั้งสาม ทำให้ออมกับดรีมใมาก
พี่ออมที่กำลังเช็ดแก้วน้ำอยู่หลังเคาน์เตอร์ถึงกับชะงักดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจส่วนดรีมกำลังทำหน้าที่เป็เด็กเสิร์ฟจำเป็กำลังจัดเรียงอยู่หน้าตู้ถึงกับทำช้อนในมือหล่นลงบนพื้นเสียงโลหะกระทบกันดังลั่นร้าน
“น้ำ...อร...เก๋...” พี่ออมพึมพำชื่อของทั้งสามคนหลุดออกมาจากปากด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
พี่ออมวางผ้าเช็ดแก้วลงเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาหาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เธอไม่ได้มองอรและเก๋แต่มองตรงไปที่น้ำด้วยสายตาที่เป็กังวลก่อนจะคว้าต้นแขนน้ำแล้วกึ่งลากกึ่งจูงให้เดินเลี่ยงไปทางหลังร้าน
“วันหลังถ้าจะชวนอรกับเก๋มาเคลียร์อะไรกันที่ร้าน ช่วยบอกพี่ล่วงหน้าด้วยนะน้ำ”พี่ออมกระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหนักใจ “จู่ๆเล่นพามากะทันหันแบบนี้แล้วไม่บอกกันล่วงหน้า วันหลังอ่ะ บอกกันก่อน”
ดรีมรีบเดินเข้ามาสมทบทันที“น้ำ! วันนี้แกอารมณ์ไหนเนีย!!!”
น้ำได้แต่ยิ้มน้อยๆ“ไม่มีอะไรหรอกพี่ออม ดรีมไม่ต้องเป็ห่วงไม่ต้องกังวลนะคะ น้ำแค่อยากชวนมาหาอะไรกินด้วยกันไม่ได้จับกลุ่ม 3 คนหลายปีแล้ว”
“อืมๆงั้นก็คุยกันดีๆ ก็แล้วกัน เดี๋ยวพี่บริการลูกค้าคนอื่นเบาลงแล้วพี่จะแวะไปที่โต๊ะนะ”
“ขอบคุณค่ะพี่ออม”
น้ำสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะ...อรและเก๋ยังคงนั่งรออยู่ด้วยท่าทางที่ห่างเหินเฉยเมย น้ำกวักมือเรียกดรีมให้เข้ามารับออเดอร์
“ขอไอติมรสสตรอว์เบอร์รีให้อร แล้วก็ชานมไข่มุกหวานน้อยให้เก๋ค่ะ ส่วนของน้ำขอเป็ชอบนมสดรสหวานเย็นค่ะดรีม”
หลังจากที่น้ำออเดอร์เสร็จแล้วอรที่กำลังก้มหน้ามองโต๊ะก็เงยหน้าขึ้นสบตาเพียงแวบเดียวก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ยังจำได้อีกเหรอว่าเราทั้งสองคนชอบกินอะไร”
เก๋ไม่ได้พูดอะไรแต่ดวงตาที่มองน้ำนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะเดาว่าคิดอะไรอยู่ในใจมันไม่ใช่ความโกรธแค้นที่รุนแรง แต่มันคือความเฉยชา
“ทำไมน้ำจะจำไม่ได้เราเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ?”
คำพูดแรกของน้ำทำให้อรกับเก๋แปลกใจอย่างยิ่งแต่ก็ไม่ได้ตอบสนองใดๆ
“ที่น้ำชวนอรกับเก๋มาวันนี้ น้ำมีอะไรจะพูด” น้ำเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม “เื่ทั้งหมด...เื่ที่ผ่านมาห้าปีน้ำขอโทษ น้ำคิดว่าอยากขอโทษอรกับเก๋มานานแล้ว น้ำรู้ว่าน้ำเป็คนผิดกฎของกลุ่ม กฎที่พวกเราเคยสัญญากันไว้ในแก๊งชะนี...หมีไม่ว่างว่าเราจะไม่ชอบผู้ชายคนเดียวกันน้ำรู้ว่าน้ำทำลายความเชื่อใจของอรกับเก๋น้ำขอโทษที่วันนั้นน้ำเลือกที่จะฝืนกฎเพื่อความรู้สึกของตัวเอง”
น้ำยกมือไหว้ทั้งอรและเก๋ด้วยท่าทีจริงจังจนทำให้อร,เก๋, พี่ออมและดรีมใมาก
น้ำเว้นจังหวะเล็กน้อย“แต่ตอนนี้น้ำอยากจะบอกว่าน้ำกับพี่นัทเลิกกันแล้วนะน้ำไม่อยากให้เื่นี้เป็กำแพงระหว่างเราอีกน้ำอยากให้เราทั้งสามคนกลับมาเป็เหมือนเดิม กลับมาเป็แก๊งชะนีที่หัวเราะด้วยกันเหมือนเมื่อก่อนได้ไหม? น้ำไม่อยากให้ความโกรธเคืองของเรามันอยู่แบบนี้ตลอดไปจนวันตาย”
คำอ้อนวอนของน้ำทำให้อรกับเก๋ต้องหันมามองหน้ากันอรกับเก๋ไม่ได้มีท่าทีโวยวายหรือแม้แต่จะแสดงท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด
“น้ำไม่จำเป็ต้องขอโทษหรอก ไม่จำเป็ต้องทำถึงขนาดนี้ก็ได้” อรเอ่ยขึ้นน้ำเสียงของเธอราบเรียบ “ตอน ม.5 พี่นัทเขาเลือกน้ำไม่ใช่อร...และอรก็ไม่ได้โกรธที่น้ำเลือกพี่นัท เพราะเื่ของความรู้สึกความรักมันบังคับกันไม่ได้ตอนนี้เราทั้งสามคนอยู่ปี 3 แล้วนะ แต่...แต่...แต่อรเสียใจแค่เื่เดียว เราไม่สามารถเป็เพื่อนสนิทแบบเดิมได้อีกต่อไปแล้วเราเป็ได้แค่คนที่เคยรู้จักกัน เคยเป็เพื่อนกันเท่านั้น...”
คำพูดของอรเหมือนใบมีดที่กรีดลงกลางใจของน้ำน้ำพยายามจะอธิบายต่อ “แต่เรายังกลับมาเป็เพื่อนกันได้ น้ำพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อรักษา...”
“น้ำ…” เก๋ที่เงียบมานานเอ่ยขัดขึ้นเธอพยายามมองอรด้วยท่าทีห้ามปราม “เื่มันก็ผ่านมาห้าปีแล้วนะอร แกก็ใจเย็นลงหน่อยเถอะ”
เก๋หันมามองน้ำด้วยสายตาเรียบเฉย“น้ำ! พวกเราไม่ได้โกรธน้ำจนอยากจะเลิกคบหรอกแค่มันไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว ความรู้สึกมันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆอย่าพยายามฝืนเลย”
คำพูดของเก๋ทำให้น้ำก้มหน้าด้วยความเสียใจน้ำตาของน้ำหยดลงพื้นด้วยความเ็ป “จนถึงตอนนี้น้ำก็ยังรู้สึกผิดที่เป็แบบนี้น้ำแค่อยากขอโทษอรกับเก๋จริงๆแต่อย่างน้อยน้ำก็ยังดีใจที่อรกับเก๋ยังไม่ออกจากแชทกลุ่มของพวกเราสามคน”
“น้ำไม่ต้องห่วงหรอกเก๋กับอรโตแล้วนะ เก๋รู้แล้วว่าพี่นัทเลือกน้ำ”เก๋พยายามพูดปลอบใจน้ำ
“อร...เก๋ถ่ายรูปด้วยกันหน่อยได้ไหม? เราไม่ได้ถ่ายรูปด้วยกันมานานห้าปีแล้วนะ” น้ำพยายามเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม
อรกับเก๋รับรู้ได้ถึงความจริงใจของน้ำต่างพยักหน้าตอบรับทำให้สีหน้าของน้ำพอจะมีรอยยิ้มกลับคืนมาบ้างเธอรีบโบกมือเรียกพี่ออมกับดรีมเข้ามาถ่ายรูปด้วยกัน
ทั้งห้าคนต่างถ่ายรูปร่วมกันหลายช็อตรูปหมู่ห้าคน...ต้องเรียกลูกค้าในร้านมาช่วยถ่ายให้หน่อยถึงแม้ว่าจะเป็เพียงความสุขสั้นๆ ที่ได้ถ่ายรูปร่วมกันแต่ก็ทำให้น้ำพอจะมีรอยยิ้มได้บ้าง หลังจากที่ถ่ายรูปด้วยกันแล้วอรกับเก๋ก็ขอตัวกลับบ้าน
ทันทีที่เพื่อนทั้งสองลับตาไปน้ำก็ไม่อาจแบกรับความอึดอัดในใจได้อีกต่อไป หยาดน้ำตาที่พยายามอดกลั้นไว้อย่างถึงที่สุดค่อยๆ ไหลอาบนองสองแก้ม เสียงสะอื้นของเธอเริ่มดังขึ้นจนพี่ออมและดรีมต้องรีบเข้ามาโอบกอดด้วยความเป็ห่วงพี่ออมโผเข้าโอบกอดน้ำทั้งตัว
“ไม่เป็ไรๆไม่เป็ไรนะน้ำคนเก่งของพี่ พี่กับดรีมเห็นหมดทุกอย่าง น้ำของพี่ทำดีที่สุดแล้ว” ออมสังเกตเห็นสีหน้าอาการของน้ำเธอรับรู้ความรู้สึกมาโดยตลอด
“ฮือๆๆ พี่ออม...น้ำขอโทษ...น้ำไม่อยากให้มันเป็แบบนี้เลย...”น้ำร้องไห้จนตัวสั่น เสียงของเธอสั่นเครือจนแทบฟังไม่เป็ภาษา
“น้ำใจเย็นๆนะแก แกทำดีที่สุดแล้ว แกเป็คนเก่งมาก ดรีมภูมิใจแกวันนี้ที่สุดแล้ว” ดรีมโผเข้ากอดน้ำด้วยรอยยิ้ม
เมื่อน้ำกลับถึงบ้าน...ความอ้างว้างที่ตัวเธอเองต้องเผชิญเพียงลำพังยิ่งทำให้กำแพงความเข้มแข็งของน้ำพังทลายลงทันทีที่ก้าวเข้าประตูบ้านน้ำวิ่งตรงไปหาแม่ที่กำลังนั่งเตรียมมื้อเย็นอยู่ในครัวก่อนจะโผเข้ากอดแม่ทั้งน้ำตาและร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น
“แม่คะ...อรกับเก๋เขาไม่ยอมคุยกับน้ำเลย เพื่อนทั้งสองคนเ็ากับน้ำมากเลยแม่”น้ำสะอื้นไห้ซุกใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาลงกับไหล่ของแม่
แม่ค่อยๆ วางมือลงบนเส้นผมของลูกสาวอย่างแ่เบาลูบปลอบประโลมด้วยความอ่อนโยน สายตาของแม่เต็มไปด้วยความเข้าใจและเห็นใจแม่ไม่ได้บอกให้น้ำหยุดร้องแต่กลับกอดลูกสาวไว้แน่นเพื่อเป็ที่พักพิงให้แก่ความเ็ปนั้น
“ร้องออกมาเถอะลูก ร้องให้พอ ลูกต้องร้องออกมาให้หมด”แม่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ให้เวลาอรกับเก๋นิดหนึ่งนะลูก ความเ็ปมันต้องใช้เวลาในการเยียวยาแม่เชื่อว่า...ถ้าความจริงใจของลูกมากพอเวลาจะช่วยทำให้ความสัมพันธ์ในกลุ่มของพวกหนูกลับมาเป็เหมือนเดิมเองได้ในสักวันหนึ่ง”
ท่ามกลางเสียงสะอื้นที่ค่อยๆแ่ลงในห้องครัว น้ำทำได้เพียงซบหน้าลงกับอ้อมกอดของแม่แม้จะยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แต่คำปลอบโยนของแม่ก็เป็สิ่งเดียวที่ช่วยพยุงหัวใจที่แตกสลายของเธอไว้ไม่ให้แหลกสลายไปมากกว่านี้
ในขณะเดียวกันอรกับเก๋ต่างก็นอนร้องไห้ใบหน้าซุกหมอนตลอดเวลาทั้งสองคนต่างครุ่นคิดถึง่เวลาแห่งความสุขในอดีตสมัยเรียน ม.4 กับ ม.5ที่ยังคงจับกลุ่มแก๊งชะนี...หมีไม่ว่างกันสามคน อร...น้ำ...เก๋
“น้ำ...”