“ได้ข่าวว่าลงประกวดเดือนคณะเหรอ”
“ใช่ เพราะว่ามีคนแถวนี้ปฎิเสธ”
“ใช่ความผิดนี่ที่ไหนอะ แค่ทำงานยังแทบไม่มีเวลาหายใจแล้ว”
“เรารู้ เห็นอยุ่ทุกวันว่ทำงานหนักนะ ไม่มีวันหยุดบ้างเหรอ”
“หยุดแล้วจะเอาอะไรกินละครับคุณหนู”
“เลิกเรียกเราว่าคุณหนูได้แล้ว เราไม่ชอบ”
“ได้ครับคุณหนู กระผมจะพยายามนะครับคุณหนู”
“นี่ประชดกันใช่ไหมเนี่ย ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ ตามใจเลยจะเรียกอะไรก็เรียก เหนื่อยจะเถียง”
โอบอุ่นยู้หน้าเบื่อหน่าย ก่อนยัดปลาท่องโก๋เข้าปากไปทั้งตัวอย่างหงุดหงิดใจ ในทุกเช้าปลาท่องโก๋เ้าอร่อยจะวางอยู่นอกระเบียงทุกวัน เป็ฝีมือของหนุ่มทำงานกลางคืนที่จะซื้อติดมือมาตลอด
วันแรกที่อีกคนซื้อมาให้เขาไม่ค่อยอยากจะกินนักหรอก กินของทอดของมันตอนเช้าไม่ค่อยดีต่อสุขภาพ แต่ว่าเ้าที่เปรมซื้อมามันอร่อยจริงๆ นะ อร่อยจนเขาลืมดูแลห่วงสุขภาพตัวเองไปเลย เลิกกินไม่ได้ก็หาวิธีแก้อย่างอื่นเอา ใช้ทิชชู่สำหรับทำอาการซับน้ำมันออก ส่วนน้ำเต้าหู้ก็สั่งแบบหวานน้อยมากไม่ใส่ท็อปปิ้ง
อาหารเช้าบางวันคุณแม่ก็ทำฝากให้คนขับรถเอามาให้บ้าง ทั้งของปีย์ที่เอามาฝากอีก เรียกได้ว่าของกินไม่ขาดปากเลยทีเดียว เยอะจนต้องให้ที่บ้านขนตู้เย็นขนาดเล็กมาตั้งไว้ที่ห้อง รวมไปถึงไมโครเวฟ ชุดกินข้าวครบเซ็ต ขาดเเต่เครื่องซักผ้านี่แหล่ะที่ไม่มี เพราะอุ่นเป็คนซักผ้าไม่เป็ ใช้บริการจ้างซักอย่างเดียว
“เปรมกินเสร็จก็นอนเถอะ วันนี้เราจะล้างจานเอง”
“แน่ใจ? ไม่ทำจานแตกแล้วนะ”
“ตอนนั้นมันแค่ลื่น ใส่น้ำยาเยอะไปหน่อย เปรมนั่นแหละสอนเราไม่เข้าใจ”
ถามจริงดิอุ่น มึงลื่นมาห้าครั้งติดแล้วนะ ั้แ่ที่อาสาล้างจานมา ไอ้เราก็นึกว่าจะล้างจานเป็ ที่ไหนได้คุณหนูโอบอุ่นทำงานบ้านอะไรไม่เป็สักอย่าง แค่ล้างจานง่ายๆ ผมยังต้องสอนเลยครับ
“โทษนี่เฉย”
“เปรมก็สอนเราทำอย่างอื่นบ้างสิ เราเบื่อล้างจานแล้วอ่ะ”
“ไม่เอา ี้เีมาตามล้างตามเช็ด อยู่เฉยๆ ดีแล้ว ถือว่าขอ”
“งั้นก็ทำไปคนเดียวเถอะ เบื่อคนหวงวิชา!”
เื่ทำความสะอาดห้องไม่ต้องพูดถึง ผมคนนี้เป็คนจัดการเองทุกอย่าง ทุกอย่างจริงๆ เหลืออย่างเดียวที่ไม่ได้ทำคือซักผ้า เพราะคุณหนูเขาส่งซัก
ส่วนผมซักถังหยอดเหรียญข้างล้างตึก แล้วประเด็นคือข้างบนห้องตรงระเบียงคุณหนูเขาไม่มีอุปกรณ์สำหรับตากผ้าครับ ผมต้องเอาไปตากที่ลานซักล้างด้านล่างแทน ยังดีที่เป็ลานรวมทุกคนสามารถตากได้
"เป็รูมเมท หรือเป็พ่อบ้านเลี้ยงเด็กว่ะ ทำอะไรเป็บ้างไหมอุ่น งานการนี่ก็ต้องทำหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนะเว้ย"
"เปรมอย่าบ่น เราจะล้างจานแล้ว มันไม่มีสมาธิ"
“ครับๆ แต่ระวังด้วย”
“ไม่ต้องเป็ห่วง เราทำตามขั้นตอนที่เปรมสอนทุกอย่าง คล่องมือมาก”
“สาธุเลยอุ่น งั้นนี่นอนแล้วนะ”
“อย่าเพิ่ง ขอถามอีกเื่”
“ให้ถามได้แค่เื่เดียว ว่ามา”
“เมื่อไหร่จะเลิกทำงานแบบนี้อ่ะ คือมันจะเปิดเรียนแล้ว ไม่กลัวไปเรียนไม่ทันเหรอ”
“เลิกไม่ได้ แต่จะปรับตารางงานแทน อาจจะเลิกเร็วกว่านี้”
“เร็วกว่านี้ คือกี่โมง”
“ถามเป็แม่เลยนะ”
“ตอบมาเร็วๆ จะนอนไหม”
“ตีหนึ่งไม่เกินตีสอง พอใจยัง นอนแล้วนะ”
“งั้นก็ได้นอนแค่สี่ถึงห้าชั่วโมงต่อวันเองสิ น้อยจัง ไหวเหรอ”
“ไม่นอนก็ทำมาแล้ว”
“แต่ว่าเรียนมันหนักนะ ไหวแน่เหรอ”
“อุ่น มึงจะได้หยุดยัง”
อุ่นสงบปากสงบคำทันที เมื่อรูมเมทอีกคนเอ่ยเสียงเย็น ไม่บ่อยนักที่เปรมจะพูดน้ำเสียงเ็า ดุดันไม่เกรงใจใคร รวมไปถึงขึ้นกูขึ้นมึงกับเขา เปรมมักจะเลี่ยงพูดสรรพนามแทนตัวเองหรือเขา แล้วเริ่มต้นประโยคเลย เพราะกลัวหลุดคำหยาบออกมา อุ่นเคยบอกหลายครั้งแล้วว่าพูดตามใจตัวเองได้เลย อุ่นไม่ได้ติดเื่นี้
“เปรมนอนเถอะ แล้วจะออกไปข้างนอกแล้ว ฝันดีนะ”
โอบอุ่นรีบคว้ากระเป๋าใบแพง ก่อนออกจากห้องไป โดยไม่หันมามองคนบนเตียง
“เดี๋ยวอุ่น!”
กลายเป็ว่าผมเองที่เป็คนรู้สึกผิด ที่เผลอขึ้นเสียงดุใส่เ้าของห้องอย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อกี้ผมแค่แกล้งทำเสียงดุให้อีกคนหยุดไซ้ถาม เลิกกังวลเื่ของผมได้แล้ว แต่ไม่นึกว่าจะทำให้อีกคนไม่พอใจจนต้องหนีออกจากห้องไปแบบนี้
ลูกคุณหนูยิ่งนิสัยแปลกไม่ค่อยเหมือนผู้ชายอกสามศอกอย่างผมอยู่ด้วย อย่างว่าแหละ การเลี้ยงดูของเราทั้งสองต่างกัน ฝ่ายนั้นอาจจะไม่เคยโดนดุ ถูกเลี้ยงตามใจ พอไม่ได้ดังใจหรือถูกว่านิดหน่อยก็ไม่พอใจแล้ว
แต่ชั่งเถอะ ตอนบ่ายค่อยซื้อข้าวมาง้อมัน ตอนนี้ขอนอนก่อน ง่วง
.
.
“กินไรอุ่น”
“ไม่หิว”
“อย่ามาตลก อย่างมึงเนี่ยนะไม่หิวข้าวเช้า”
“กินมาแล้ว”
“อ้าวววว ได้ไงว่ะ ไหนเรานัดกันแล้วจะไปคาเฟ่กินครัวซองต์ฝั่งธนบุรีอ่ะ มึงหลอกให้กูแหกขี้ตาตื่นแต่เช้าเหรอ แล้วกินไรมา”
“ปลาท่องโก๋”
“กูจะโกรธมึงแล้วนะ มึงกล้าทิ้งครัวซองต์กู เพื่อไปกินปลาท่องโก๋ตัวละสองบาท กูน้อยใจมากนะ”
“อย่าเยอะได้ไหมปีย์ ตั้งใจขับรถเถอะ ถึงแล้วเดี๋ยวก็หิวเองแหล่ะ”
“งั้นกูไม่ไปร้านข้าวแล้วนะ ไปคาเฟ่เลยแล้วกัน”
“ครับปีย์”
ปลาท่องโก๋ที่ลงท้องไปเมื่อเช้าทำอะไรโอบอุ่นคนนี้ไม่ได้จริงๆ อุ่นจ้องครัวซองต์สามชิ้นตรงหน้าตาเป็มัน ไม่ได้มาร้านนี้นาน เขาทำรสชาติใหม่ขึ้นมาตั้งหลายอย่าง ร้านคาเฟ่ครัวซองต์ร้านโปรดร้านประจำที่โอบอุ่นชอบมาทุกอาทิตย์ในวันหยุด
“ชาไทยหวานร้อยเพิ่มวิปครีมได้แล้วครับคุณโอบอุ่น”
“ขอบคุณครับคุณปีย์ เชิญนั่งก่อนครับ”
“มึงเลิกเล่นดิ”
“ปีย์เริ่มก่อน”
“ที่คณะเป็ไงบ้าง ได้ข่าวลงสมัครเดือน”
“อื้อ”
โอบอุ่นตอบขณะเคี้ยวครัวซองต์ชิ้นโตในปาก จนแก้มตุ้ยนู้นเป็ก้อนน่าบีบ
“มึงอย่ามูมมามดิอุ่น กูฟ้องแม่มึง”
ไม่พูดเปล่าปีย์ยกมือถือเปิดกล้องรัวชัตเตอร์เก็บภาพน่ารักตรงหน้าทันที ก่อนกดส่งลงแชทส่วนตัวของโอบอุ่น ให้ได้ดูสภาพมูมมามของตัวเอง
โอบอุ่นไม่พูดโต้ตอบ ทว่ามือเล็กฟาดกลับไปที่ต้นแขนแน่นแทน
“โอ้ย! กูเจ็บนะโอบอุ่น”
“สำออย”
“มึงไม่รักกูเลยอ่ะ กูเสียใจ”
“อย่าไร้สาระปีย์”
“มึงไม่อ่อนโยนกับเพื่อนปีย์เลย”
“ยังไม่หยุดอีก จะเอาอีกไหม”
โอบอุ่นยกมือทำท่าจะตีปีย์ ที่ทำท่าหมาหงอยั้แ่เมื่อครู่ที่เขาฟาดมือลงแขน
“ยอมแล้วคร้าบบบบ น้องปีย์ยอมแล้วครับ”
ปีย์ยกมือยอมแพ้เพื่อนตัวเล็กตีหน้าดุ ได้น่ารักไม่มีใครเกิน
“สรุปยังเื่ประกวดเดือนคณะ”
“ไฟท์บังคับต้องลง หากิจกรรมใหม่ทำด้วย นั่งวาดรูปอย่างเดียวก็เบื่ออยู่เหมือนกัน”
“มึงแน่ใจนะ ไม่ได้นั่งตากแอร์สบายนะเว้ย คิดดีๆ”
คิดดีแล้ว คิดนานด้วยตั้งสิบนาที อีกอย่างพี่ริสส่งรายชื่อผู้เข้าประกวดไปแล้ว ตารางนัดซ้อมทำกิจกรรมก็จัดเรียบร้อยแล้ว
“คิดดีแล้ว ลองทำดู”
“ประกวดวันไหน จะไปเชียร์”
“มาเชียร์หรือมาส่องสาว สายตาปีย์ปิดไม่มิดหรอกนะ”
“อยากกินสาวเปรี้ยวสาวเเกร่งแห่งวิศวะดูบ้าง”
“ทะลึ่งอะปีย์ ระวังได้โรคก่อนแก่ตาย”
“ปากมงคลจังเลยครับคุณหนู”
ปีย์บีบปากโอบอุ่นอย่างนึกหมั่นเขี้ยว แต่ปีย์แอบภูมิใจอยู่ลึกๆ ที่ได้เห็นมุมน่ารักของอุ่นเพียงคนเดียว เด็กชายโอบอุ่นที่ปีย์ตั้งใจเลี้ยงมากับมืออย่างถนุถนอม ถึงจะอายุเท่ากันแต่ปีย์กลับมองโอบอุ่นเป็น้องชายตัวเล็กน่าปกป้องมาเสมอ
“สั่งกลับบ้านครับ เอาอันนี้ อันนี้ อันนี้ แล้วก็อันนี้ครับ”
“มึงยังไม่อิ่มอีกเหรออุ่น หรือมึงรับหิ้วใครเขามา”
อุ่นเกาะตู้กระจกวางครัวซองต์ จิ้มนิ้วสั่งออเดอร์กลับบ้าน อย่างไม่หยุดปาก อีกนิดจะสั่งกลับทุกรสแล้ว บอกแล้วว่าของหวานกับโอบอุ่นเป็ของคู่กัน
“พรุ่งนี้วันอาทิตย์”
“กูรู้ ที่บ้านมีปฏิทิน แล้วยังไงต่อ”
“สั่งเผื่อคืนนี้กับพรุ่งนี้”
ขืนบอกว่าสั่งเผื่อเปรม เพื่อนปีย์คงได้จับนั่งสอบไม่เลิกแน่ เกือบทุกครั้งที่โอบอุ่นออกาทานข้าวข้างนอกกับปีย์ อุ่นมักจะซื้อของติดไม้ติดมือกลับไปฝากรูมเมทที่ห้องอยู่เสมอ
“ไม่ฉีดอินซูลีน ก็ตัดขา สั่งเหมือนกลัวไม่ได้กิน”
“ไม่ได้จะกินทีเดียวหมดนี่สักหน่อย จะห่วงทำไม”
“กูไม่ได้ห่วงมึง กูห่วงเงินในกระเป๋า”
“อย่าเวอร์ปีย์ จ่ายแค่นี้ทำเป็บ่น”
“จ่ายแค่นี้ของมึง คือกูจ่ายให้มึงมาั้แ่มัธยม คิดรวมกันคงซื้อบ้านได้เป็หลัง”
“ปีย์จะบ่นทำไมอ่ะ เราไม่ได้รวยเหมือนปีย์นะ เลี้ยงเราหน่อยไม่ได้รึไง”
“ถามจริง มึงอย่ามาซุ่มรวย มึงวาดภาพขายในเว็บไซท์ ได้กี่บาทให้กูสาทยายไหมหื้อ?”
“รายได้เล็กๆ น้อยๆ พอได้ซื้อสี”
“ซื้อสีหรือซื้อโรงงานสี เอาดีๆดิ”
“เลิกถาม จ่ายเงินได้แล้ว”
“ได้จ้ะแม่จ๋าาา”
เช้านี้ก็จบที่ร้านคาเฟ่โลเคชั่นโปรด ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวของตัวเอง ถึงอุ่นจะไม่ได้เจอปีย์บ่อยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ทว่าเราทั้งสองก็นัดเจอออกไปข้างนอกด้วยกันบ่อยๆ พอให้หายคิดถึง
.
.
.
อีกด้านหนึ่งในเวลาเดียวกัน
ดื้อดึ้ง! ดื้อดึ้ง! ดื้อดึ้ง! ดื้อดึ้ง!
เสียงแจ้งเตือนรัวจากแอพพิเคชั่นแชทสีเขียวในคอมพิวเตอร์ยี่ห่อผลไม้ ที่เ้าของห้องล็อคอินค้างเอาไว้ ดังรัวปลุกเปรมให้ตื่น พร้อมกับความหงุดหงิดที่มันยังดังไม่หยุด
ไอ้คุณหนูมันไม่ได้ปิดแจ้งเตือน ปิดคอมก่อนออกจากห้องไปเหรอว่ะ ดังหนวกหูฉิบหาย เพิ่งได้นอนยังไม่ถึงสองชั่วโมงเลย บ่ายนี้ต้องออกเร็วกว่าทุกวันด้วย รับงานซ้อนไว้
“คุณอุ่นคร้าบบบบ กูหนวกหู มึงคุยกับใครอะไรเยอะแยะ หยุดคุยก่อนดิ”
เปรมบ่นออกปากขณะเดินไปที่เครื่องเ้าปัญหา คุณหนูมันไม่ตั้งเวลาพักหน้าจอเหรอว่ะ เปิดค้างขนาดนี้เปลืองไฟตายห่า ไหนๆ ก็เดินมาแล้ว ขอดูหน่อยเถอะใครมันส่งข้อความมารัวขนาดนี้ว่ะ เปรมเสียมารยาทกดดูแจ้งเตือนในแอพลิเคชั่นในพีซี
คุณปีย์ (อิโมจิรูปหมาสีน้ำตาลขาว)
“กินเลอะเทอะ แบบนี้กูจะฟ้องคุณป้า เสียภาพลักษณ์ทายาทอสังหาริมทรัพย์ั์ใหญ่เลยว่ะ ฮ่าๆๆๆๆ”
“คุณปีย์(อิโมจิรูปหมาสีน้ำตาลขาว)ได้ส่งรูปภาพ”
ในข้อความเรียกความสนใจเปรมให้ใคร่รู้ทันที ก่อนมือหนาจะกดรูปภาพเข้าไปดู
ครัวซองต์ชิ้นใหญ่ในปาก ที่ถูกเก็บไว้ในแก้มทั้งสองข้างแก้ม จนนูนออกมาเป็ก้อน ไหนจะปากจู๋ที่ปิดสนิท ไม่ยอมให้ครัวซองต์ในแก้มไหลย้อนออกจากปาก ในตาสีน้ำตาลกลมโตเบิกกว้าง สดใส ปริ่มสุข ทั้งตลกทั้งน่ารักในคราเดียวกัน
เดี๋ยว!….น่ารักอะไรของมึงว่ะไอ้เปรม โอบอุ่นมันเป็ผู้ชาย!
อึก!
เสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอหนา กับภาพแก้มตุ้ย ผิวขาวขึ้นสีฝาดแดงอมชมพู ริมฝีปากเลอะวิปครีมสีขาวนวลน่ากิน เปรมจองภาพบนหน้าจอนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ รู้เพียงว่าตอนนี้เขาอยากกินวิปครีมเม็ดเล็ก ตรงมุมปากบางที่ล่อตาล่อใจเปรมอย่างห้ามไม่อยู่
ก่อนจะมีสติสะบัดความคิดประหลาดออกจากหัว รีบกดปิดแจ้งเตือนในแอพพลิเคชั่นแล้วกลับไปนอนในทันที พร้อมใจที่เต้นลั่นระรัว ไม่รู้ว่าที่มันสั่นเพราะกลัวเ้าของห้องบ่นด่า ที่แอบดูแชทส่วนตัวของอีกคน หรือสั่นเพราะอะไรกันแน่
“นอน นอนได้แล้วไอ้เปรม เมื่อกี้เรายังไม่ตื่น มันเลยเบลอๆ งงๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น นอน นอน นอน”
ชายหนุ่มบนเตียงบ่นพำพัมสะกดจิตตัวเอง ให้นอนหลับตามใจอยาก ให้เลิกคิดถึงใบหน้าเ้าของห้องเมื่อครู่ ก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยสะสมจากการทำงานยาวติดต่อกัน