ซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที

    บทที่ 22. ตอนที่ 1. ฐานอำนาจบัลลังก์โคมคำ

    พระนางถอยออกจากสมาธิ ทรงค่อย ๆ ลุกขึ้นจากพระที่ประทับ เดินผ่านร่างบุตรชายไปยังชะง่อนผาสูง อันเป็นที่ซึ่งมองเห็นแผ่นดินใหญ่เบื้องล่าง

    “อินทร์ถวาย ยามนี้เจ้าหาใช่หนุ่มน้อยซุกซน ดูนั้น เบื้องล่างกว้างใหญ่ นี่ยังเพียงส่วนน้อยอันเป็นสมบัติในมือเจ้า ยามนี้แผ่นดินสุวรรณโคมคำ ได้แผ่ขยายอำนาจกว้างใหญ่มากกว่าครั้งที่พระบิดาของเจ้า เคยปกครองดูแล อันการจักใช้เพียงกำลังเข้าปกครองนั้น ก็เท่ากับเจ้ากำลังทำให้เขาหวาดกลัว หาใช่ภักดีเพราะเทิดทูลด้วยใจรักไม่ เจ้าหาใช่คนโง่เขลา เจ้ารู้อยู่แก่ใจ ว่าเจ้านั้นควรปกครองดูแลหมู่เขาเช่นไร ไยต้องถามแม่ด้วยเล่า”

    ขุนหลวงอินทร์ถวาย ทรงเดินตามพระมารดามาหยุดมองดูตัวเมืองสุวรรณโคมคำอันรุ่งเรืองเลียบสายนที แม้จากตรงนี้จะมองเห็นด้านล่างเหลือเพียงเล็กจ้อย แต่ก็มองออกถึงแผ่นดินอันมั่นคงร่มเย็น เรือสินค้าใหญ่น้อยจากคนทางเหนือเดินทางมาค้าขายจอดเทียบพักท่ายังจุดนี้ ก่อนจะมุ่งลงไปยังเวียงซัว แลมุ่งลงใต้ก่อนจะย้อนทวนสายน้ำพร้อมของมีค่า เพื่อนำกลับไปค้าขายต่อยังบ้านเมืองตน

    แม่เจ้าดวงทิพย์ทอดพระเนตรไปยังขอบฟ้าไกล แสงตะวันยามสายอาบไล้ไปทั่วแว่นแคว้น ก่อนจะหันกลับมามองพระพักตร์บุตรชาย ด้วยแววตาที่เปลี่ยนจากความเมตตา เป็นความเด็ดขาดตามวิสัยเจ้านางพญาคนเดิม

    “อินทร์ถวาย...เจ้าคิดว่าโคมคำบนบ่าเจ้านั้นหนักอึ้ง เช่นนั้นเจ้าพึงรู้ไว้ว่าที่มันหนัก เพราะเจ้ากำลังแบกมันไว้ด้วยความปรารถนาแห่งตน เจ้าอยากเป็นทั้งกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ แลยังอยากเป็นทั้งชายคนรักที่สัตย์ซื่อในช่วงเวลาเดียวกันนี้ แต่บนแท่นที่เจ้านั่งอยู่นั้น มันไม่มีพื้นที่มากพอสำหรับคำว่า ตัวกู ดอกหนา”

    พระนางยื่นพระหัตถ์ไปแตะที่อังสะของขุนหลวงเบา ๆ แต่สัมผัสนั้นกลับมิใช่การถ่ายทอดความอบอุ่น เช่นมารดาสู่บุตร แต่เป็นพลังของผู้ที่ผ่านโลกหล้ามาช้านาน ส่งต่อพลังแห่งการเตือนสติ

    “กฎข้อแรกของการเป็นกษัตริย์ คือเจ้าหาใช่เจ้าของชีวิตตนเองอีกต่อไปไม่ ตั้งแต่วันที่เจ้าสรงมุรธาภิเษก เลือดทุกหยด ลมหายใจทุกห้วงของเจ้านั้น ได้กลายเป็นของอาณาประชาราษฎร์ หากเจ้าเลือกหัวใจแล้วไซร้แผ่นดินกลับต้องนองเลือด เจ้าจะสู้หน้าบรรพบุรุษผู้พลีชีพสร้างบ้านเมืองได้ฤา? แลหากเจ้าเลือกแผ่นดิน แต่ไร้ซึ่งเมตตาธรรมต่อเมืองที่มาพึ่งพิง เจ้าก็เป็นได้เพียงทรราชย์ที่ครองเมืองด้วยความกลัว”

    “แต่ลูก...” ขุนหลวงทรงพยายามจะทัดทาน

    “ฟังแม่ให้ดี” พระนางเอ่ยขัดขึ้น “การปกครองคน ไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่มันคือการประคับประคองทุกอย่างให้อยู่บนความสมดุล เจ้าบอกว่ารักแม่ญิงซอมพอ นั่นคือความรักแบบบุรุษสตรี แต่การรับโมเลียงไว้ นั่นคือเมตตาธรรมแลยังเป็นการรักษาความสงบของบ้านเมือง หากเจ้าบริหารจัดการใจตนเองมิได้ เจ้าจะบริหารจัดการเหล่าขุนนางเขี้ยวลากดินพวกนั้นได้อย่างไร?”

    พระนางเดินกลับมาประทับนั่งลงที่เดิม ทรงชี้นำไปยังที่ต้นไม้ใหญ่ที่ขึ้นแผะพิงเพิงผา

    “กษัตริย์ที่ดีต้องเป็นเสมือนดั่งต้นไทรใหญ่ รากต้องหยั่งลึกลงในความจริงนั่นคือหน้าที่ แต่กิ่งก้านต้องแผ่ขยายให้ร่มเงาแก่ผู้อื่นนั่นคือเมตตา เจ้าอย่ามองว่าสตรีนั้นเป็นภาระ หรือมองว่าขุนนางเป็นศัตรู แต่จงมองว่าพวกเขาคือเครื่องมือที่เจ้าจำเป็นต้องใช้สอยให้ถูกที่ถูกงาน”

    องค์อินทร์ถวายนิ่งฟังพระมารดา แลมองดูไม้ใหญ่ที่เจริญเติบโตจากซอกหินกลางผา

    “เจ้ารักสตรีเวียงสรวง เจ้าก็จงให้เกียรตินางในฐานะยอดดวงใจ แต่เจ้าต้องไม่ละเลยหน้าที่อันพึงมีต่อแผ่นดิน ที่มีส่วนผสมของเมืองต่าง ๆ แลเมืองใหม่ที่กำลังจักเข้ามา การที่เจ้าบอกว่า อยากเป็นเพียงเจ้าราชบุตรเพื่อหนีความรับผิดชอบนั้น คือถ้อยคำของคนขลาดเขลา...อินทร์ถวาย ลูกแม่มิใช่คนเช่นนั้น เจ้าไม่เคยหลบหนีปัญหาทั้งปวง”

    “จงจำไว้...เจ้ากษัตริย์มหาชีวิตที่ดีนั้น ย่อมมิได้ครองแผ่นดินด้วยพระเดชแต่เพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องปกครองด้วยพระคุณ ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ ต้องตามมาด้วยความเสียสละ ทั้งต่อหน้าที่หรือแม้กระทั่งความสุขส่วนตน เพื่อความร่มเย็นของส่วนรวม หากเจ้าทำได้ใจที่เจ้ากำลังรู้สึกว่ามันบิดเบี้ยวอยู่นี้ ก็จะกลับมาเที่ยงตรง และเมื่อนั้นต่อให้เจ้ามีเมียหลายเมือง หรือจักมากอีกสักกี่ร้อยนาง หรือมีศัตรูรอบทิศทางจนประเมินจำนวนมิได้ เจ้าก็จักนอนตายตาหลับ ด้วยเพราะได้ทำหน้าที่แห่งเจ้ามหาชีวิต ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว”

    ขุนหลวงอินทร์ถวายนิ่งอึ้ง ถ้อยคำของพระมารดาทิ่มแทงเข้าไปในใจดำ แต่มันกลับทำให้หมอกควันที่เคยบดบังดวงตาเริ่มเบาบางจางลง พระองค์ก้มลงกราบแทบพระบาทของพระมารดาอีกครั้ง ครั้งนี้หาใช่การกราบด้วยความโศกเศร้าหนักหนาแห่งภาระ แต่กราบด้วยความตระหนักรู้ในหน้าที่ อันมีเพียงตนเป็นผู้ควบคุมดูแล

    “ลูกเข้าใจแล้วแม่ท่าน...โคมคำที่หนักนี้ ลูกจะไม่แบกมันด้วยความทุกข์ แต่จะถือมันไว้ ด้วยความรับผิดชอบ”

    เจ้านางพญาทรงยิ้มให้แก่บุตรชาย “เจ้ามาหาแม่ก็ดี จงนำตัวอีอิ่นลงไปด้วยเถิด บนนี้อากาศเย็นชั่วนาตาปี อีอิ่นอายุไม่น้อยแล้ว มาอยู่รับใช้แม่ก็มีแต่จะเจ็บป่วยซมไข้ ให้มันลงไปรับใช้เจ้าช่วยดูแลงานร่วมกับอีบัวแก้วเถิด อีกหน่อยเจ้ามีบุตรธิดา มันสองจักได้ช่วยกันดูแลลูกเจ้าให้เติบใหญ่ เช่นที่มันเคยช่วยแม่เลี้ยงดูเจ้าสองคนพี่น้อง”

    ขุนหลวงอินทร์ถวาย เหลียวมองดูอาศรมที่พักของพระมารดาที่เรียบง่ายว่างเปล่า ขี้ข้ารับใช้ที่ตามมาจนถึงบัดนี้เหลือเพียงสามนาง ตัดอีอิ่นอดีตคุณท้าวข้างกายออกไป ก็จักเหลือเพียงสองนาง

    “แม่ท่านอยู่ที่นี่ทุกข์ยากอันใดหรือไม่ ลูกมัวแต่ยุ่งการงานจนมิได้มีเวลาเหลือพอให้ขึ้นมาดูแลท่านเลย”

    “สุขสงบดี อย่าได้ห่วงหาต่อกัน หน้าที่อันพึงมีจงกระทำไปด้วยความรอบครอบ แม่ตั้งใจมุ่งหาทางสงบ ไม่ยึดติดห่วงหาอันใดอีกแล้ว เจ้าทุกข์ใจเรื่องใด ก็ขึ้นมาหาแม่ได้ทุกเมื่อ เจ้ายังมีแม่อยู่หาใช่อยู่แต่ตนเพียงลำพัง ทุกข์ใจใดอย่าเก็บไว้จนยากจักหาหนทางให้ตนเดินออก”

    ขุนหลวงอินทร์ถวายอยู่พูดคุยกับพระมารดาอีกเพียงครู่ ก็ก้มลงกราบลาแทบพระบาทของพระมารดา อันถือครองห่มขาว มุ่งหน้าสู่วิหารธรรมอันสงบ

    ระหว่างเดินลงเขาทรงหันไปสั่งความต่อสหายรักข้างกาย “ไอ้เมืองสิงห์ มึงจงจัดหาช่างไม้ฝีมือดี ขึ้นไปสร้างที่พักอาศรมหลังใหม่ให้แม่กู แลดูสร้างสถูปเจดีย์ ถึงวันบุญบัดพลีบูชากระดูกพ่อแลพี่กู กูจักย้ายเอากระดูกบางส่วนของทั้งสองพระองค์ มาประดิษฐานยังที่ศักดิ์สิทธิ์ร่มเย็นแห่งนี้ ให้พ่อแลพี่กูมองเห็นแผ่นดินสุวรรณโคมคำ อันเป็นที่รักแลหวงแหน กูจักตั้งศิลาจารึกเพื่อให้ผู้คนระลึกถึงเจ้ามหาชีวิตผู้ล่วงลับ ณ เผิงผาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ตลอดไป”

    “พระเจ้าข้า ว่าแต่เรื่องที่ทรงคิดไม่ตก ที่แท้ก็เป็นเรื่องของเจ้านางเยว่ผู้นั้นฤา เรื่องสตรีไยไม่ปรึกษาข้าพเจ้า”

    “นั่นสิ เรื่องสตรีจักมีใครเทียบเจ้า เมียห้าลูกสอง สหายข้าเป็นที่หนึ่งเอกบุรุษโดยแท้”

    เจ้าแสนเมืองสิงห์ถึงกับหัวล่อชอบใจ ทหารติดตามทั้งสองก็พากันหัวเราะตาม “ลูกสี่แล้ว”

    ขุนหลวงอินทร์ถวายหยุดเดินในทันที หันหลังกลับมามองสหายด้วยความประหลาดใจ “เจ้าเอาเวลาใดไปทำลูก”

    “เอ้า…อินทร์ถวาย ยามค่ำคืนกูหาได้นอนกอดมึงหนา กูก็กลับคืนคุ้มเรือนนอนกอดเมียรัก ชายหญิงอยู่ร่วมกันไม่ท้องมีครรภ์สินับว่าแปลก นี่พ่อหนุ่ม…กูกับมึงอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่กูยามนี้มีลูกแล้วสี่ คนใหญ่กูสามขวบ คนรองแปดเดือนแล้ว แลในครรภ์เมียใหม่แลเมียหลวงอีกเป็นสอง มึงชักช้ามิได้แล้วหนา นั่งบัลลังก์เป็นเจ้ามหาชีวิต ความมั่นคงคือทายาทสายตรง”

    เมื่อเดินพ้นเขตบันไดหินลงมาถึงพื้นราบตีนเขา เจ้าแสนเมืองสิงห์ก็ทรงแสร้งรั้งรอให้ทหารติดตามเดินจากทิ้งระยะห่างออกไป ก่อนจะสอดส่ายสายตาซ้ายขวาอย่างคนเจ้าชู้ยักษ์ แล้วขยับเข้ามากอดคอขุนหลวงอินทร์ถวาย พลางกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์


    อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร

    แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :

    เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh

    เล่ม 2   https://shorturl.asia/BxnNW

    เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH

     

    คล้ายกับเรื่องซอมพอถวายอินทร์ สุวรรณโคมคำนครแห่งสายนที ที่คุณอ่าน

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730