“ทำไมฉันฆ่าเขาไปแล้ว ยังได้รับความทรงจำของเขาด้วย...หรือเพราะว่านี่คือความฝัน?”
ลู่เซิ่งเกิดความสงสัยมากมายในใจ
น่าเสียดายที่ไม่มีใครสามารถตอบคำถามของเขาได้ คำตอบทั้งหมดจึงต้องค้นหาด้วยตนเอง
ลู่เซิ่งสะกดกลั้นอารมณ์ เริ่มต้นเดินไปในดินแดนรกร้าง
ไม่นานนัก ภาพของซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่ก็ปรากฏสู่สายตาอีกครั้ง
ซอมบี้เ่าั้สวมชุดเอี๊ยมที่สกปรกขาดวิ่น หนึ่งในนั้นสวมหมวกนิรภัยสีเหลืองบนศีรษะ รูปลักษณ์ภายนอกดูด้อยกว่าซอมบี้ชุดหมีก่อนหน้านี้อยู่มาก
ครานี้ลู่เซิ่งมิได้หวาดหวั่น พุ่งเข้าใส่ซอมบี้สวมหมวกนิรภัยสีเหลืองอย่างรวดเร็ว
“กร๊อบ!”
ลู่เซิ่งพุ่งตัวไปข้างหน้า บิดแขนอย่างคล่องแคล่ว เด็ดคอของอีกฝ่ายอย่างเด็ดขาด
มองศีรษะซอมบี้ที่กลิ้งไปตกแทบเท้าตนเองราวลูกบอล ลู่เซิ่งถึงกับตกตะลึง
เขามองมือทั้งสองของตนเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
“ฉันแข็งแกร่งขนาดนี้? ั้แ่เมื่อไร...”
ลู่เซิ่งนึกถึงการเคลื่อนไหวทั้งหมดเมื่อครู่
ราวกับเคยใช้ในการต่อสู้จริงมานับครั้งไม่ถ้วน แทบจะกลายเป็สัญชาตญาณที่ถูกใช้ออกมาโดยไม่รู้ตัว
ความแม่นยำและความเหี้ยมโหดนั้น เป็ขอบเขตที่เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึงมาก่อน
“หรือว่านี่เป็เพราะฉันดูดซับความทรงจำของซอมบี้ชุดหมี...”
ลู่เซิ่งวิเคราะห์
ซอมบี้ชุดหมีก่อนตายดูเหมือนจะเป็เ้าหน้าที่ต่อสู้ของฐานทัพหมายเลข 1359 ถึงแม้ว่าความแข็งแกร่งจะไม่สูงนัก แต่ก็เคยผ่านการต่อสู้มามากมาย ประสบการณ์การต่อสู้จริงจึงมีมาก
ลู่เซิ่งดูดซับความทรงจำของมัน แน่นอนว่าจึงสืบทอดทักษะส่วนนี้มาด้วย
“นี่มัน์ประทานชัดๆ...”
ลู่เซิ่งอดไม่ได้ที่จะอุทาน “ง่ายๆ แค่นี้ก็ได้รับประสบการณ์ทั้งชีวิตของคนอื่นมาแล้ว ถ้าไม่ใช่ความฝันก็คงดี...”
ก็เพราะว่ามันเป็แค่ความฝัน ไม่ว่าเื่เหลือเชื่อใดๆ จะเกิดขึ้น ก็ดูเหมือนจะเป็เื่ปกติ
พูดไปก็แปลก ลู่เซิ่งรู้ดีว่าตนเองกำลังฝันอยู่ แต่กลับตื่นไม่ได้
ในเวลานี้ ซอมบี้ที่ถูกลู่เซิ่งสังหารด้วยท่าเดียวเมื่อครู่ ก็เริ่มสลายกลายเป็ผุยผงเช่นกัน ปรากฏเป็ควันสีดำพุ่งออกมา แล้วแทรกซึมเข้าไปในร่างของลู่เซิ่ง
ลู่เซิ่งรีบดูดซับความทรงจำส่วนนี้
ความทรงจำครั้งนี้ทำให้ลู่เซิ่งค่อนข้างผิดหวัง
ซอมบี้หมวกนิรภัยก่อนตายเป็เพียงช่างซ่อมท่อธรรมดา ความทรงจำที่ทำให้ลู่เซิ่งสนใจจึงมีน้อยมาก แทบจะไม่มีเลย
สิ่งที่มีค่าเพียงอย่างเดียว อาจจะเป็ข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า ซอมบี้หมวกนิรภัยและซอมบี้ชุดหมีมาจากที่เดียวกัน นั่นคือฐานทัพหมายเลข 1359
“ดูท่าว่าฉันต้องหาฐานทัพหมายเลข 1359 นั้นให้เจอ บางทีที่นั่น ฉันอาจจะค้นพบความจริงเื้ัความฝันนี้...”
ลู่เซิ่งกล่าวกับตนเอง
ตอนนี้เขาเปลี่ยนความฝันนี้ให้กลายเป็เกมไขปริศนาบวกเพิ่มพลังไปเสียแล้ว
การล่าซอมบี้ที่เดินเตร็ดเตร่ไปมาในดินแดนรกร้าง สามารถมอบประสบการณ์ที่ทำให้เขา “เพิ่มพลัง” และค้นหาเบาะแสเพื่อก้าวไปข้างหน้าได้
ส่วนเบาะแสเ่าั้จะนำไปสู่สิ่งใด ลู่เซิ่งไม่รู้และไม่ได้สนใจ
เขาแค่้าฆ่าเวลา เพื่อให้ฝันร้ายนี้สนุกขึ้น และไม่ทรมานจนเกินไป
“ถ้าอยากเพิ่มพลังให้เร็วยิ่งขึ้น ก็ต้องหาซอมบี้ประเภททหารมาสู้ด้วย ความทรงจำของพวกเขาจะช่วยฉันได้มากกว่า...
ส่วนวิธีแยกแยะทหารกับคนทั่วไป ก็ดูจากเสื้อผ้าก็แล้วกัน...”
หลังจากที่ลู่เซิ่งจัดระเบียบความคิดได้แล้ว ก็เร่งฝีเท้า และเริ่มเลือกเป้าหมาย
ลู่เซิ่งวิ่งไปในดินแดนรกร้างครู่หนึ่ง ก็ได้พบกับซอมบี้ประเภททหารที่สวมชุดหมีคล้ายกับทีมป้องกันฐานทัพ เช่นเดียวกับที่เขาฆ่าไปตัวแรก
เพราะไม่ได้สนใจเื่การาเ็หรือความตาย ลู่เซิ่งจึงพุ่งเข้าใส่ซอมบี้ตัวนั้นโดยไม่ลังเล
ซอมบี้ตัวนี้ดูเหมือนจะเหนือกว่าตัวแรกเล็กน้อย ในมือมีอาวุธเพิ่มมาหนึ่งชิ้น
ท่อนเหล็กขึ้นสนิมยาวกว่าหนึ่งเมตร ปลายแหลมมีรอยแตก ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็อาวุธอะไร
“กรร!”
เมื่อซอมบี้เห็นลู่เซิ่ง ก็ส่งเสียงคำรามที่ไม่น่าฟังออกมาทันที จากนั้นก็ค่อยๆ ยกท่อนเหล็กในมือขึ้นฟาดใส่ลู่เซิ่ง
ลู่เซิ่งย่อตัวหลบการโจมตีของท่อนเหล็กอย่างว่องไว จากนั้นก็ประชิดตัวอีกฝ่าย ใช้ศอกกระแทกที่ลำคอของอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
“กร๊อบ!”
เสียงกระดูกคอหักดังขึ้นอย่างชัดเจน
ศีรษะของซอมบี้ท่อนเหล็กบิดไปด้านหลังด้วยมุมที่ผิดธรรมชาติ ลู่เซิ่งฉวยโอกาสชกซ้ำให้ล้มลง จากนั้นก็แย่งท่อนเหล็กในมือของอีกฝ่ายมา แล้วรีบกระหน่ำตีไปที่ศีรษะของมัน
หนึ่ง สอง...
เมื่อร่างกายของซอมบี้ท่อนเหล็กเริ่มผุพัง นั่นหมายถึงการต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว
ควันสีดำพุ่งเข้าไปในร่างของลู่เซิ่ง
“ฐานทัพ...ล่มสลาย...ปกป้องสุดชีวิต...วันสิ้นโลก...เชื้อเพลิง...”
ลู่เซิ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้น
การดูดซับความทรงจำในครั้งนี้ ทำให้เขาได้รับทักษะและประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับอาวุธประเภทหอก แต่ความทรงจำอื่นๆ กลับยุ่งเหยิงมาก
ลู่เซิ่งสงสัยว่าเ้าหมอนี่คงเสียสติไปแล้วก่อนตาย
ภาพสัตว์ประหลาดรูปร่างประหลาดที่ปรากฏขึ้นนั้น ในความทรงจำที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความกดดันอย่างรุนแรง
“ไปต่อเถอะ...”
ลู่เซิ่งจัดระเบียบความทรงจำนี้ให้เข้าที่ คว้าอาวุธท่อนเหล็กที่เพิ่งได้มา (พูดให้ถูกก็คือหอกครึ่งท่อน) เตรียมที่จะสำรวจต่อไป
ในเวลานี้เอง เสียงทุ้มต่ำก็ดังขึ้นข้างหูของเขา
“ปังๆๆ ปังๆๆ”
เมื่อเสียงนั้นดังขึ้น ทุกสิ่งรอบตัวลู่เซิ่งก็เริ่มพร่าเลือนและไม่มั่นคง...
เสียงทุบประตูดังสนั่น ปลุกให้ลู่เซิ่งตื่นจากภวังค์
เขาพยายามลืมตาขึ้น ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งจากเสื่อโยคะ
จากนั้นก็ได้ยินเสียงผู้หญิงเ็าที่ดังมาจากนอกประตู
“กินข้าวได้แล้ว! จะขลุกอยู่ในห้องไปอีกนานแค่ไหน...”