ธามิณีกลับมาถึงหอพักในเวลาเกือบ 3 ทุ่ม เธอขอบคุณกลุ่มชายชุดสูทสีดำที่มาช่วยเอาไว้ด้วยความซึ้งใจ แม้จะไม่มีใครบอกเธอว่าใครส่งมาแต่เธอก็รู้ด้วยตัวเองว่าเป็พระเสาร์มันจึงเป็เบาะแสเดียวหากเธอจำเลขทะเบียนรถคันนี้ไว้ แล้วขอให้ลุงวาทินช่วยสืบสุดท้ายเธอจะรู้จักพระเสาร์ได้มากกว่านี้หรือเปล่า
หญิงสาวเดินมาได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกกัลยากอดไว้โดยมีรวิชญ์มองมาอย่างโล่งใจเพราะทั้งสองคนตามหาเพื่อนไปทั่ว เพิ่งจะกลับไปที่ห้องแล้วลงมายืนรอเพื่อน พอเห็นธามิณีก็วิ่งมาหาด้วยความดีใจ
“เกิดอะไรขึ้นน่ะธามหายไปไหนมา แล้วเ้าของรถคันนั้นเป็ใคร เป็คนร้ายหรือเปล่า”รวิชญ์ถามเพราะเขาเห็นว่าธามิณีลงมาจากรถคันหนึ่ง แต่วิ่งมาหาที่รถไม่ทันรถคันนั้นขับออกไปก่อนแล้ว
“พวกเขาไปช่วยธามไว้น่ะ”
ธามิณีเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้เพื่อนฟังไปตามตรงและเหตุผลที่เธอยอมจบทุกอย่างไม่ใช่ไปสถานีตำรวจ อย่างน้อยครั้งหนึ่งรัดเกล้าก็เคยดูแลเธออย่างดีการไม่เอาเื่เตวินในคราวนี้ เธอจะถือว่าไม่ติดค้างอะไรครอบครัวนั้นอีกแล้วแม้เพื่อนทั้งสองคนจะไม่เห็นด้วยนัก แต่เพราะมันคือการตัดสินใจของเธอ
“แต่เพื่อความปลอดภัยของธามวิชญ์จะขอให้ลุงที่เป็ตำรวจช่วยตามสืบเื่นายเตวินกับพวกวิชญ์คิดว่ามันคงไม่ได้ทำแบบนี้เป็ครั้งแรกหรอก” รวิชญ์พร้อมช่วยในแบบของเขาแทน
ฟังรวิชญ์แล้วธามิณีชักอยากตีตัวเอง“จริงด้วย ธามไม่ทันคิดเื่นี้ ถ้ามีเหยื่อนอกจากธามล่ะ ธามฝากวิชญ์ด้วยนะ”
“ได้อยู่แล้ว”
กัลยาโอบไหล่เพื่อนพาเข้ามาในห้องตอนนี้ธามิณีกลับมาแล้ว แต่ถ้าผ่านคืนนี้ไปโดยที่มีเื่หดหู่ใจแบบนั้นคงเป็ความทรงจำที่ไม่ดีมากๆ ในวันเกิด
“เพิ่ง3 ทุ่มเอง เรามาฉลองวันเกิดให้ธามกันดีกว่าธามกับกัลจะรออยู่ในห้อง ตอนนี้ไม่ควรให้ธามอยู่คนเดียวส่วนวิชญ์ไปซื้อของกินมานะ” ยังดีว่าเธอกับรวิชญ์ซื้อเค้กไว้แล้ว
รวิชญ์ยิ้มร่าพร้อมกับพยักหน้า“ถ้างั้นเดี๋ยววิชญ์มานะ”
เป็อันตกลงกันว่างานวันเกิดเปลี่ยนสถานที่จากบ้านของรวิชญ์มาเป็ในห้องของธามิณีแทนการฉลองวันเกิดแบบเรียบง่ายมีเพียงเค้กก้อนน่ารักๆ กับพิซซ่าและเพื่อนที่หวังดีส่วนของสดที่ซื้อมาถูกนำไปเก็บใส่ตู้เย็นเอาไว้ก่อน
แม้จะเป็วันคล้ายวันเกิดที่หดหู่อยู่บ้างเพราะเกิดเื่แบบนั้นแต่กัลยากับรวิชญ์ก็ทำให้ธามิณียิ้มได้ดังเดิมอย่างน้อยโลกนี้ก็ไม่ได้โหดร้ายเกินไปนัก เธอยังมีเพื่อนที่เชื่อใจได้แล้วยังมีพระเสาร์ที่ไม่ปล่อยให้เธอตกอยู่ในอันตราย
ธามิณีถือขนมเค้กชิ้นหนึ่งออกมาจากห้องแล้วขึ้นบันไดเพื่อไปดาดฟ้าตอนใกล้เที่ยงคืน เธอคลี่ผ้าผืนหนาออกก่อนจะนั่งลงแล้ววางเค้กที่นำมาพอได้มองความว่างเปล่าตรงหน้า จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมา เธอแค่หวนคิดถึงวันคืนเก่าๆในวันนี้ของทุกปี พ่อกับแม่จะอยู่กับเธอแล้วกินเค้กด้วยกันได้เล่าว่าวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับเธอบ้าง ได้กอด ได้พูดว่ารักแต่หลายปีที่ผ่านมามีคำหนึ่งที่เธอรู้สึกมาตลอด
...คิดถึง
การรู้สึกว่าเป็ที่รักอย่างไม่มีเงื่อนไขเป็สิ่งที่เธอโหยหาความรักของพ่อกับแม่เหลือไว้เพียงความทรงจำของเธอเท่านั้นต่อให้มีใครเข้ามาในชีวิตมากมาย แต่สุดท้ายเธอกลับรู้สึกว่าตัวเองโดดเดี่ยวอยู่ดี
“เป่าเทียนเสียสิ”
ธามิณีมองความว่างเปล่าที่แทนที่ด้วยเทพกึ่งมนุษย์คนหนึ่งซึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้หลายต่อหลายครั้งก่อนจะก้มลงมองเค้กชิ้นเล็กนั้น ตอนนี้มีเทียนปักอยู่หนึ่งเล่มแสงจากเทียนที่ถูกจุดทำให้เกิดความสว่างมีความหวัง เธอไม่ได้คาดหวัง แต่เขามาแล้วโดยที่เธอไม่ต้องตกอยู่ในอันตราย
ความโดดเดี่ยวที่ธามิณีรู้สึกอยู่ในตอนนี้ทำให้ศนิใจอ่อนยอมเผยร่างเพราะเขาเข้าใจความรู้สึกนั้นมาตลอดและอาจจะตลอดไป เธอเป็แค่มนุษย์คนหนึ่งที่อีกไม่นานจะตายฉะนั้นความอ่อนโยนเล็กๆ น้อยๆ จึงเป็สิ่งที่เทพกึ่งมนุษย์อย่างเขาสามารถมอบให้เธอได้ในบางคราวแม้ที่ผ่านมาเขาไม่ใจดีกับมนุษย์คนใดง่ายๆ หากว่ามันจะสร้างปัญหาในอนาคตเขาเคยมีบทเรียนราคาแพงจนมีวันเดือนดับมา 212 ปีแล้ว ์จะไม่มีโอกาสได้เพิ่มโทษกับเขาได้อีก
“พระเสาร์...คุณทำไมถึงมา...ได้”ธามิณีมองชายที่ใส่เสื้อแขนยาวสีดำกับกางเกงยีนส์สีเดียวกัน เขายืนห่างออกไปแต่เสียงของเขาเหมือนดังอยู่ใกล้ๆ ราวกับมานั่งอยู่ข้างกัน
“ฉันอนุญาตให้เธอเรียกว่า...ศนิ”ในเมื่อเธอรู้ว่าเขาเป็ใครแล้ว อีกทั้งยังแทรกแซงเข้ามาในสมองเขาได้ในบางครั้งหากจะเรียกเขาก็ขอให้เป็ชื่อนี้
“เป่าเทียนสิ”
ธามิณีพยักหน้ายิ้มพลางยกมือขึ้นประสานแล้วอธิษฐานขอให้ชีวิตนี้อย่าเสียคนที่รักไปอีกเธอเป่าเทียนให้ดับก่อนจะเงยหน้ายิ้มให้ชายที่เธอเพิ่งได้รู้ชื่อที่แท้จริงของเขาศนิ...มีความหมายว่าอะไรนะ
“ทำไมคุณมาอยู่ที่นี่ล่ะคะธามกำลังจะมีอันตรายหรือว่าอีกประเดี๋ยวจะมีอะไรตกใส่จนธามสภาพร่อแร่หรือเปล่าคะ”ถามไปแล้วธามิณีก็อดไม่ได้ที่จะมองไปรอบตัวถ้าจะมีอะไรหล่นใส่ตอนนี้คงมีแต่เครื่องบินกระมัง
“ไม่คิดว่าฉันเป็ปีศาจหรือคนที่คิดร้ายกับเธอบ้างหรือไง”ศนิถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง แม้เขาไม่ได้คิดร้ายแต่การรอให้เธอหมดอายุแห่งความเป็มนุษย์เพื่อที่จะได้ผลึกกาลอีกครึ่งกลับคืนมาคงเรียกว่าหวังดีไม่ได้
“คุณเป็คนที่ช่วยธามไว้ตอนที่เกิดอุบัติเหตุตอนนั้นคุณไม่รู้จักธามด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นธามย่อมมั่นใจว่าคุณไม่มีทางทำร้ายธามแน่นอนค่ะ”
มนุษย์อย่างธามิณีช่างไม่หลาบจำเขาเคยเตือนเธอแล้ว แต่เธอยังทำแบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้กระทั่งการเตือนให้ระวังเขา เธอก็ยังเชื่อมั่นในสิ่งที่เห็นจนเกินไป
“ต่อไปอย่าไว้ใจใครง่ายๆอีก มนุษย์ไม่ได้ปรารถนาดีกับมนุษย์ด้วยกันเสมอไปหรอก”
ธามิณีฟังแล้วคิดตามเหตุผลที่พระเสาร์มาหาเธอก็เพื่อเตือนเธอในเื่นี้เองเขาต้องรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นและมันจบลงอย่างไร
“เพราะความเป็ญาติธามเลยไม่คิดว่าจะถูกวางยาค่ะ”
ธามิณีถอนใจพลางเลื่อนเค้กให้ศนิอีกฝ่ายมองเฉย เธอไม่เซ้าซี้ให้เขากิน หากเขาไม่อยากกิน
“ทำไมญาติที่เหลืออยู่ของธามไม่ใจดีแบบคุณบ้างก็ไม่รู้นะคะ”
“ไม่รู้สิ”จิตใจมนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเขาพบเจอจิตใจที่เลี้ยวลดของมนุษย์มามากมายจนไม่อยากให้ความสนใจยกเว้นแต่ยามที่เห็นธามิณียิ้ม หากเขารู้ความคิดของเธอคงจะดี “ยิ้มทำไม”
“ธามไม่ได้ถามหรอกค่ะธามแค่ท้อใจมั้งเลยบ่นออกมาแบบนั้น พอคุณตอบ ธามก็เลยยิ้ม แค่นั้นเองค่ะ”
บางครั้งการได้นั่งเงียบๆกับคน...ไม่สิ เทพกึ่งมนุษย์ก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจ แม้ว่าเขาจะไม่พูดอะไรสิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าร่างที่นิ่งเงียบนี้มีชีวิตคือเสียงลมหายใจธามิณีหันไปมองเสี้ยวใบหน้าของศนิเขาไม่มองกลับมาซึ่งไม่ได้เหนือความคาดหมายสักเท่าไหร่นัก
“ดีจังเลยนะคะแม้ทุกอย่างจะเรียบร้อยดีแล้ว คุณก็ยังมาหาธาม”
“ดียังไง”ศนิถามไม่ได้หันไปมอง เพราะรู้ว่าถูกธามิณีมองมา ก่อนที่เธอจะหันกลับไปมองท้องฟ้าดังเดิม
“ก็เพราะมันเป็วันนี้น่ะสิคะ”
“วันเกิดของเธอน่ะหรือ”ศนิหันมามองธามิณี เธอยิ้มอีกแล้ว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนที่ผ่านเื่ร้ายๆมามากมาย ถึงยังคงยิ้มได้อีก
“ค่ะในวันที่เหมือนจะแย่ แต่ธามยังมีคุณ ในความเงียบของคุณแต่คุณไม่เคยทิ้งให้ธามอยู่ในอันตราย” ธามิณีหันมามองศนิไม่ทันคิดเลยว่าเขามองอยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวยิ้มเก้อๆ หายใจสะดุด
“เธอควรกลับห้องไปได้แล้วถึงแม้กำไลที่ฉันให้ใส่ไว้จะปกป้องบางสิ่งในทุกวันเกิดของเธอได้แต่อันตรายที่มาจากมนุษย์ บางครั้งเธอต้องจัดการมันด้วยตัวเอง”
“ธามไม่แน่ใจว่าแยกระหว่างคนที่ทำดีจากใจจริงกับคนที่ทำดีเพื่อหวังบางอย่างได้ถูกต้องไหมแต่ธามรู้สึกได้ว่าคุณไม่ได้คิดร้าย คำอวยพรของคุณคือคำเตือนที่มีค่ามากค่ะธามจะดูแลตัวเองให้ดี จะเข้มแข็งกว่านี้ ราตรีสวัสดิ์นะคะ”
ธามิณีหยิบเค้กแล้วเป็ฝ่ายเดินมาหาศนิไม่ทันที่เขาจะรู้ตัวว่าเธอทำอะไร มือบางก็คว้ามือหนามาเพื่อแบออกแล้ววางเค้กไว้บนฝ่ามือของเขา เทพกึ่งมนุษย์ขมวดคิ้วเพราะเป็อย่างนี้อีกแล้วหลายร้อยปีที่ผ่านมีเธอเป็คนแรกที่มอบเค้กให้กับเขา เขาเตือนเธอไปมากมายทว่าเธอกลับไม่กลัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ธามิณีก้าวถอยหลังมาก่อนที่จะเดินเร็วๆไปยังประตูบานนั้น แต่แล้วเธอก็หันกลับมาแล้วโบกมือลาก่อนจะเปิดประตูแล้วเข้าไปด้านในเรียวปากที่ปิดสนิทพลันคลี่ออกเพื่อยิ้มในความไร้สัญชาตญาณระวังอันตรายของมนุษย์เขาต่างหากที่เธอควรระวังให้มาก ไม่ใช่การยิ้มแล้วโบกมือให้แบบนั้นสายตาของเขามองไปที่เค้กบนฝ่ามือก่อนวางลงบนที่พักแขนของดาดฟ้าแล้ววาร์ปหายไปทันที เขากับมนุษย์ไม่ว่าผู้ใดควรไร้ความผูกพันต่อกันมันไม่ควรเกิดขึ้น!
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านนะคะ
อัมราน_บรรพตี